งานไม้หายาก
รมว.แรงงาน
ปลุกเอสเอ็มอี
ฮือฮา ‘ไหมทอง มณีจันทร์’ ต้นเดียวในประเทศ ถูกจองราคา 3 ล้านบาท ในงาน ‘เกษตรมหัศจรรย์ และวันเส้นทางเศรษฐี’วันที่สอง จัดโดยเครือมติชน จัดเต็มทั้งเสวนาออนไลน์และต้นไม้หายาก สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ร่วมเสวนา ผุดโครงการปลุกพลังเอสเอ็มอี รัฐบาลเล็งจ่ายเงินอุดหนุนให้นายจ้างเพื่อรักษาการจ้างงานในอัตรา 3,000 บาท ต่อลูกจ้างสัญชาติไทย 1 คนต่อเดือน ตั้งแต่พ.ย.นี้ถึงต้นปีหน้า เจ้าของกิจการเอสเอ็มอีร่วมเผยเส้นทางความสำเร็จ ทั้งเบอร์เกอร์กุยช่ายสะพานหัน แอพฯป๊อกป๊อกจากรถพุ่มพวงสู่เดลิเวอรี่ เด็กกรีดยางสู่นักธุรกิจพันล้าน เพจดัง ‘มูมมาม’ ร่วมเปิดเคล็ดลับทำเพจให้ปัง คนติดตามเป็นล้าน

เอสเอ็มอี – นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน พร้อมด้วยปลัดกระทรวงและคณะผู้บริหารกระทรวงแรงงาน มาร่วมงาน ‘เกษตรมหัศจรรย์ วันเส้นทางเศรษฐี’ ทั้งนี้รมว.แรงงานให้เกียรติปาฐกถาพิเศษ ‘ปลุกพลัง สร้างทางรอด SMEs’ หัวข้อฮีโร่เอสเอ็มอี โดยนายขรรค์ชัย บุนปาน ประธานเครือมติชน น.ส.ปานบัว บุนปาน กก.ผจก.เครือมติชน ให้การต้อนรับ ที่มติชนอคาเดมี เมื่อวันที่ 30 ต.ค.
รมว.แรงงานร่วมงานเกษตร
วันที่ 30 ต.ค. ที่มติชนอคาเดมี นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านและเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ในเครือมติชน จัดงาน “เกษตรมหัศจรรย์และวันเส้นทางเศรษฐี” วันที่สอง โดยงานจัดระหว่างวันที่ 29-31 ต.ค. เวลา 09.00-18.00 น. ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างเคร่งครัด โดยเวลา 10.00 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน พร้อมคณะ เดินทางมาร่วมงาน พร้อมชมโซน “มหัศจรรย์พรรณไม้” และ “GREEN MARKET” ด้วยความสนใจ
โดยมีผู้บริหาร บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) นำโดย นายขรรค์ชัย บุนปาน ประธานกรรมการ น.ส.ปานบัว บุนปาน กรรมการผู้จัดการ ร่วมด้วยบรรณาธิการหนังสือพิมพ์มติชน ข่าวสด ประชาชาติธุรกิจ มติชนสุดสัปดาห์ เทคโนโลยีชาวบ้าน เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฯลฯ ต้อนรับ
ผุดโครงการช่วยเอสเอ็มอี
นายสุชาติกล่าวปาฐกถาพิเศษ “ปลุกพลัง สร้างทางรอด SMEs” ในการสัมมนาออนไลน์หัวข้อ “รู้แล้วรวย ฮีโร่ SMEs กู้วิกฤต ไปต่อแบบไม่มีร่วง” โดยเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ว่า ขอบคุณเครือมติชนที่จัดกิจกรรมมีประโยชน์ และทำให้พี่น้องประชาชนในธุรกิจเอสเอ็มอีมีพลังใจและมีพลังที่จะต่อสู้ รัฐบาลมีความจริงใจและมีความคิดช่วยเหลือ เอสเอ็มอี ล่าสุดนโยบายกระทรวงแรงงานตนได้ทำโครงการเสนอนายกฯ ผ่านครม.แล้ว คือ โครงการส่งเสริมและรักษาระดับการจ้างงานในธุรกิจเอสเอ็มอี ประคับประคองเอสเอ็มอีให้อยู่รอดปลอดภัยใน 3 เดือนนี้ ถ้ายังไม่ดีพอเราขยับต่อได้
โดยช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่มีลูกจ้างจำนวน 200 คนลงมา โดยรัฐบาลจะจ่ายเงินอุดหนุนให้นายจ้างเพื่อรักษาการจ้างงานในอัตรา 3,000 บาท ต่อลูกจ้างสัญชาติไทย 1 คนต่อเดือน ตั้งแต่เดือนพ.ย. 2564-ม.ค. 2565 นายจ้างต้องรักษาระดับการจ้างงานไม่ต่ำกว่าร้อยละ 95 ระหว่างเข้าร่วมโครงการ การช่วยนายจ้างมีผลส่งถึงลูกจ้างด้วย นี่คือนโยบายล่าสุดที่เราทำอยู่ คาดหวังว่าจะทำให้เอสเอ็มอีแข็งแรง ตนให้นโยบายแก่ปลัดกระทรวงแรงงานให้ช่วยเหลือเอสเอ็มอีทุกมิติ
กุยช่ายสะพานหันผุดเบอร์เกอร์
จากนั้นเป็นการสัมมนาออนไลน์ หัวข้อ “ฮีโร่ SMEs กู้วิกฤต ไปต่อแบบไม่มีร่วง” โดยนายกิตติศักดิ์ ไกรบำรุง ทายาทรุ่นที่ 4 เจ้าของกิจการร้านกุยช่ายสะพานหัน และนายนัฐพงศ์ จารวิจิต เจ้าของธุรกิจและผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่น PokPok (ป๊อกป๊อก) รถขายอาหารเคลื่อนที่ นายกิตติศักดิ์กล่าวว่า กุยช่ายสะพานหันเปิดมานาน 50 ปีแล้ว ตนเข้ามาช่วยสานต่อธุรกิจได้ 2 ปีกว่า อยากปรับเปลี่ยนแบรนด์ให้ทันสมัยมากขึ้น จึงคิดไอเดียและโปรดักต์ใหม่เพื่อกระตุ้นยอดขาย
ล่าสุดปล่อยเมนูเบอร์เกอร์กุยช่ายออกมา เพราะค้นพบว่าช่วงเวิร์กฟรอมโฮมคนชอบสั่งฟาสต์ฟู้ด ตอนนี้ขายมาได้ประมาณ 3 เดือนแล้ว ผลตอบรับดีเกินคาด เป็นเบอร์เกอร์กุยช่ายเจ้าแรกของโลก จากวันแรกตั้งเป้าไว้ขายแค่สาขาตลาดพลู 20 กล่อง ปรากฏว่ากระแสดีมาก คืนเดียวขายได้ 300 กล่อง และยอดขายยังพุ่งขึ้นเรื่อยๆ
ปัจจุบันกำลังวิจัยและพัฒนาให้สินค้าจัดส่งได้ทั่วประเทศ ซึ่งจัดส่งได้แล้วแต่อยากทำให้ดีที่สุด โดยจะเริ่มขยายแฟรนไชส์ตามหัวเมือง เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต ตอนนี้มีแฟรนไชส์แล้ว 4 สาขา หากรวมสาขาทั้งหมดมี 15 สาขา กระจาย ทั่วกรุงเทพฯ ลูกค้าอยู่ในทุกแพลตฟอร์ม ไม่จำเป็นต้องขายหน้าร้านอย่างเดียว
รถพุ่มพวงสู่‘ฟู้ดเดลิเวอรี่’
ด้านนายนัฐพงศ์ จารวิจิต เจ้าของกิจการและผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่น PokPok (ป๊อกป๊อก) รถขายอาหารระดับมิชลินสตาร์กล่าวว่า ที่มาแนวคิดป๊อกป๊อกเกิดจากช่วงเวิร์กฟรอมโฮมต้องสั่งอาหารเดลิเวอรี่บ่อย อยากทำธุรกิจแนวนี้จึงไปศึกษาโมเดลรถพุ่มพวง
ซึ่งอาจมีจุดด้อยคือรูปลักษณ์รุงรังและสินค้าไม่ตอบโจทย์คนในเมือง สินค้าหลายอย่างหาซื้อได้ตามตลาดหรือซูเปอร์มาร์เก็ตได้อยู่แล้ว จึงเกิดไอเดียว่าถ้ารถพุ่มพวงยกของอร่อย มาให้โดยไม่มีค่าส่งน่าจะดี เป็นที่มาของ ป๊อกป๊อก คือนำรถพุ่มพวงมาพัฒนาใหม่ วิ่งหาลูกค้ามีเส้นทางประจำ แต่เปลี่ยนจากขายของสด ของแห้ง มาเป็นขายอาหาร พร้อมรับประทานที่ไปรับมาจากร้านดังๆ ย่านเยาวราช เช่น ก๋วยเตี๋ยวยู้ ก๋วยจั๊บนายอ้วน แกงกะหรี่นายโย่ง ข้าวหมูแดงเซี้ย เพราะ ร้านดังๆ เหล่านี้คนอยากกินอยู่แล้ว
ปัจจุบันดำเนินธุรกิจมา 6 เดือนแล้ว มีลูกค้าประจำราว 30 ชุมชน เป็นกลุ่มคอนโดมิเนียม บ้านจัดสรร และอาคารสำนักงาน มีรถขายอาหาร 6 คัน ภายในปีนี้ตั้งใจจะเพิ่มรถให้ได้ 10 คัน ปีหน้าจะเพิ่มให้ได้เป็น 30 คัน ส่วนรายได้ขณะนี้ยอดขายวันละหลักหมื่น หรือราว 300,000 บาทต่อเดือนต่อคัน หากใครสนใจอยากร่วมเป็นครอบครัวเดียวกับป๊อกป๊อก ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มไรเดอร์หรือร้านอาหาร ติดต่อโทร.08-6352-6870 หรือ เพจ ป๊อกป๊อก รถอาหารแสนอร่อย
เด็กกรีดยางสู่นักธุรกิจพันล้าน
ด้านนายนพกฤษฏิ์ นิธิเลิศวิจิตร หนึ่งใน ผู้ก่อตั้ง บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน) กล่าวเสวนาในหัวข้อ “จากเด็กกรีดยาง สู่นักธุรกิจพันล้าน ผู้สร้างแรงบันดาลใจให้คนมีฝัน” ว่า ตนเป็นเด็กกรีดยางมาก่อน แต่อยากให้ชีวิตดีขึ้นจึงเป็นจุดเริ่มต้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตหลายๆ ด้าน ทำงานหลายอย่างช่วงที่เรียนมหาวิทยาลัย เคล็บลับการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จต้องวางจุดเริ่มต้นให้ชัดเจน
สำหรับตนคือธุรกิจต้องสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คนและสร้างผลกระทบเชิงบวกให้สังคมได้ และต้องวางกลยุทธ์ให้ชัดเจน องค์กรกับชีวิตคนมีลักษณะคล้ายกัน ไม่มีหรอกชีวิตที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ กว่าจะประสบความสำเร็จได้ต้องเจออุปสรรคมากมาย แต่ด้วยเป็นคนที่ไม่ยอมแพ้ ฮึดสู้อยู่เสมอ จึงกลายเป็นคนที่ต้องชนะอุปสรรคและก้าวไปสู่เส้นทางต่อไปได้
เพจดัง‘มูมมาม’เปิดเคล็ดลับ
ด้านเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จัดเวิร์กช็อป “How to ทำเพจให้ปังติดตลาด คนติดตามเป็นล้าน” โดยนายเทพศิรินทร์ กุนมี เจ้าของเพจ “มูมมาม” ที่มีผู้ติดตามกว่า 3 ล้านคน
แนะการทำเพจว่า เป้าหมายสำคัญที่สุด ตัวตนต้องชัดเจน อาจสะท้อนออกมาจากชื่อแบรนด์ ต้องตั้งให้เข้าใจง่ายและชัดเจน ต้องสร้างประโยชน์ให้คนดู เช่น เพจมูมมาม คนดูจะได้เห็นภาพอาหารและร้านอาหารที่หลากหลายที่อาจไม่เคยไปมาก่อน ควรนำเสนอคอนเทนต์อย่างต่อเนื่อง “อย่างผมต้องการรีวิวอาหาร ก็ต้องนำเสนอว่าอาหารร้านนี้น่ากินอย่างไร ก็เสนอรูปภาพหรือวิดีโอที่ดูแล้วน่ากิน ดูแล้วหิว พอทำไปเรื่อยๆ สปอนเซอร์ก็จะเข้ามาหาเรา รายได้ของเพจมูมมามมาจาก 2 ทาง คือ ร้านอาหารที่ต้องการให้เพจไปถ่ายที่ร้าน และจากโฆษณาทางเฟซบุ๊ก ที่คนดูคลิปจบ เฟซบุ๊กก็จะคำนวณรายได้มาให้” เจ้าของเพจมูมมามกล่าว
ชมไม้ด่างหายากไม่ขาดสาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในงาน “เกษตรมหัศจรรย์และวันเส้นทางเศรษฐี” โซนที่ได้รับความสนใจและเรียกเสียงฮือฮาจากผู้เข้าชมงานอย่างมากคือ “มหัศจรรย์พรรณไม้” ที่เครือมติชนคัดสรรไม้ด่างหายากมาให้ทุกคนชื่นชมความงาม ไฮไลต์เด่นคือ มอนสเตอร่า ด่างมินต์ มูลค่า 4.9 ล้านบาท ของนายจิรวุฒิ พัฒนพงศ์พิบูล แห่ง Avatar Garden ที่นำต้นไม้ อาทิ จินนี่ด่างหรือมอนสเตอร่าด่างพันธุ์จิ๋ว มูลค่า 3 ล้านบาท ไม้เลื้อยใบฉลุ มูลค่า 1.7 ล้านบาท พลูฉลุด่างยักษ์ มูลค่า 300,000 บาท มาจัดแสดงให้ชมอย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ยังมีไม้หายากของนายนิรินาทย์ เธียรวรโชค เจ้าของ The Lord of the Garden สวนเดอะลอร์ด เช่น ไหมทอง มณีจันทร์ มูลค่า 3 ล้านบาท ซึ่งมีอยู่เพียงต้นเดียวของประเทศไทย และนำมาออกสื่อเป็นครั้งแรก โดยมีผู้จองซื้อไว้แล้ว ทั้งยังมีต้นด่างจักรพรรดิ มูลค่า 1.5 ล้านบาท ด่างลายพายุตุ๊กแก มูลค่า 1.2 ล้านบาท เป็นต้น
น.ส.ธีรพร เจาะสุนทร และ น.ส.วัลยา เจาะสุนทร ผู้เข้าชมงาน ให้สัมภาษณ์ว่า ครอบครัวโดยเฉพาะผู้สูงอายุและน้องชายสนใจเรื่องการปลูกต้นไม้อยู่แล้ว เมื่อทราบว่าเครือมติชนจัดงานนี้และมีไม้หายากมาจัดแสดงด้วย จึงมาดูเพื่อศึกษาการจัดแสดงพันธุ์ไม้และดูไม้ด่างที่มีราคาสูง เพราะนานๆ ทีจะมีกิจกรรมที่รวบรวมไม้หายากราคาแพงมาไว้ในที่เดียวกันแบบนี้
โซนตลาดต้นไม้คึกคัก
อีกโซนที่ได้รับความสนใจในงาน คือ “GREEN MARKET” ตลาดต้นไม้ ที่จัดเต็มร้านไม้ประดับและร้านสินค้าเกษตรแปรรูป เช่น ศิริวรรณฟาร์ม มีต้นนางพญาคล้าทอง จุดเด่นคือด่างสีแดงที่หลังใบ ร้าน Cactus Primo นำแคคตัสหลากหลายสายพันธุ์มา ให้เลือกช็อป อย่างแมมมิลลาเรียแคนดิดา นำเข้าจากญี่ปุ่น ร้าน Alinn’ Rose นำพันธุ์ กุหลาบสวยๆ มาให้ชมและซื้อกลับไปปลูก นวลทอง การ์เด้น นำกล้วยด่างฟลอริด้า ซึ่งเป็น 1 ใน 4 สายพันธุ์กล้วยด่างที่กำลังได้รับความนิยมมาจำหน่าย บ้านสวนระลึกกับไม้ตระกูลบอน “อโลคาเซียหูช้างด่างเหลือง” นอกจากนี้ ยังมีขนุนพันธุ์ดี “T8” ลูกใหญ่ยักษ์เนื้อแน่น รสอร่อย หอม หวาน กรอบ จากซุ้มขนุนพันธุ์ดี ชมรมขนุน T8 ทวาย ปีเดียว (ประเทศไทย)
ไขความลับไม้ด่างสร้างเงิน
สำหรับกิจกรรมในงานวันที่ 31 ต.ค. ซึ่งเป็นวันสุดท้าย มีสัมมนาออนไลน์ให้ความรู้ หัวข้อ “นวัตกรรมทางการเกษตร จากทางเลือกสู่ทางรอด” ถ่ายทอดในรูปแบบไลฟ์ สตรีมมิ่ง ผ่านเฟซบุ๊กเทคโนโลยีชาวบ้าน เส้นทางเศรษฐี และข่าวสด เวลา 13.10-13.55 น. หัวข้อ “ทุเรียน ราชาผลไม้ ปลูกยังไงให้ปัง” มีผู้ร่วมเสวนาคือ ดร.ณัฐภพ สุวรรณเมฆ นักวิจัย ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และ ผศ.ดร.ลำแพน ขวัญพูล อาจารย์ประจำภาควิชาเทคโนโลยีการผลิต สาขาวิชาพืชสวน สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง,
เวลา 14.05-14.35 น. หัวข้อ “มหัศจรรย์กล้วยด่างแดงอินโด พันธุ์ไม้ สร้างเงินล้าน” โดยนายนิรินาทย์ เธียรวรโชค เจ้าของ The Lord of the Garden สวน เดอะลอร์ด, เวลา 14.45-15.15 น. หัวข้อ “ไขความลับ ไม้ด่างสร้างเงิน” โดยนายจิรวุฒิ พัฒนพงศ์พิบูล เจ้าของบริษัท วนจิรา จำกัด และเจ้าของ Avatar Garden
10ไฮไลต์ไม้ด่างฮอตฮิต
ภายในงานคัด 10 ไฮไลต์ไม้ด่างไม้ประดับ น่าช็อป รวมมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท มาให้ ชมอย่างจุใจ เริ่มที่ ศิริวรรณฟาร์ม กับ “ต้นนางพญาคล้าทอง” ราคาจับต้องได้ 1,200 บาท ถ้าอยากได้ของแปลก ร้าน Cactus Primo แนะนำ “แมมมิลลาเรียแคนดิดา” อิมพอร์ตจากญี่ปุ่นราคา 2,500 บาท ส่วนสายหวานต้องกรี๊ด “กุหลาบพันธุ์ Rainy Blue” จากร้าน Alinn’Rose กุหลาบเลื้อยสีม่วงละมุน เติมสีสันความหวานให้บ้านได้ในราคา 5,800 บาท
เขยิบขึ้นมาอีกนิด “กล้วยด่างฟลอริด้า” 1 ใน 4 สายพันธุ์กล้วยด่างที่กำลังฮอตฮิต ปาลจิรา บุญใจใหญ่ (นวลทองการ์เด้น) บอกว่าที่นำมาขายในงานราคา 35,000 บาท อายุประมาณ 2 เดือน ด้านบ้านสวนระลึกมากับไม้ตระกูลบอน “อโลคาเซียหูช้างด่างเหลือง” ราคา 70,000 บาท ขณะที่ร้าน ๑,000 พฤกษาฟาร์ม ต่อยอดความสำเร็จของไร่อินทผาลัมมาสู่ไม้ด่าง นำมาโชว์และจำหน่ายในงาน ต้นที่ราคาสูงที่สุด ได้แก่ “ฟิโลเดนดรอน ก้ามกุ้งด่าง” ใบเหมือนตัวกุ้ง ลายหรือด่างเต็มใบ รวมถึงมีลายฮาล์ฟ ขาวกับเขียวอย่างละครึ่ง เป็นที่มาของค่าตัว 95,000 บาท
ส่วนใครที่กำลังมองหากล้วยด่างยอดฮิต “กล้วยแดงอินโด” สวนสมบัติกล้วยด่างนำมาขายด้วยราคาเบาๆ 150,000 บาท ขณะที่บ้านสวนนายช่าง@พระนคร นำเสนอ “อโลคาเซียหูช้างด่างเหลือง” อายุ 6 เดือน ราคา 350,000 บาท ส่วน The Lord of the Garden นำไหมทอง มณีจันทร์ มูลค่า 3 ล้านบาทซึ่งมีอยู่เพียงต้นเดียวของประเทศไทยมาออกสื่อ เป็นครั้งแรก มีผู้จับจองแล้ว และที่สุด ของมหัศจรรย์พรรณไม้ในงานปีนี้เป็นของ “Monstera Mint Deliciosa+Borsigiana” ราคา 4.9 ล้านบาท ของร้าน Avatar Garden โดย Monstera
ชม “มหัศจรรย์พรรณไม้” จัดเต็มไม้ด่างหายากราคาแพง พร้อมช็อปต้นไม้ใน “GREEN MARKET” ตลาดต้นไม้ และเลือกหนังสือเกี่ยวกับเกษตรจากร้าน “มติชนบุ๊คคลับ” ได้ถึงวันที่ 31 ต.ค.นี้ เวลา 09.00-18.00 น. ที่มติชนอคาเดมี