อดีตกกต.สมชัยเปิดตัว
ซบพรรคเสรีรวมไทย
ภูมิใจไทยฉะคำสั่งกกต.
พักงานอสม.-ที่ชิงอบต.
‘อุ๊งอิ๊ง’ ฟาดกลับคนขุดเรื่องเก่าเอ็นทรานซ์ จุฬาฯ เส้นเข้าได้ด้วยเหรอ ยันสอบเข้าไปเอง ‘หมอ ชลน่าน’ฉะโซเชี่ยลเลิกป้ายสีชี้เรื่องนี้จบไปนานแล้ว ปชป.ไม่สนพรรค การเมืองเปิดตัวใคร เชื่อประชาชนหนุน ‘อู๊ดด้า’ นั่งนายกฯ พรรคเสรีรวมไทยจัดประชุมใหญ่ ‘อดีตกกต.สมชัย’ โดดร่วมทัพ เย้ย ‘บิ๊กตู่’ เหนือกว่า ‘อุ๊งอิ๊ง’ แค่ประสบการณ์ ภูมิใจไทยฉะกกต.สั่งอสม.ที่สมัครชิงอบต.หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะเลือกตั้งเสร็จ นักรบชุดเทา จี้ทบทวนคำสั่ง กกต.นัดประชุมด่วน 1 พ.ย.
‘บิ๊กตู่’บินไปประชุม COP26
เมื่อวันที่ 30 ต.ค. จากการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม มีกำหนดการเข้าร่วมประชุมสุดยอดด้าน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของสหประชาชาติครั้งที่ 26 (26th United Nations Climate Change Conference) หรือ COP26 ระหว่างวันที่ 31 ต.ค.-12 พ.ย. ที่เมืองกลาสโกว์ สกอตแลนด์ โดยนำคณะ ประกอบด้วย นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ และนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ออกเดินทางวันที่ 31 ต.ค. และกลับวันที่ 3 พ.ย.
เดิมกำหนดใช้เครื่องบินแอร์บัส 340 เป็นเครื่องบินพาณิชย์ที่กองทัพอากาศซื้อต่อมาจากบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อใช้ในภารกิจสำคัญรับรองบุคคลระดับวีไอพี แต่เครื่องบินลำดังกล่าวซ่อมบำรุงยังไม่แล้วเสร็จ จึงเปลี่ยนมาใช้เครื่องบินแอร์บัส 320 CEO ที่ใช้เครื่องยนต์ 2 เครื่องคือ CFM56 /IAEV2500 ซึ่งมีสมรรถภาพที่สมบูรณ์ เพียงแต่มีขนาดลำที่เล็กกว่า ทำให้ต้องลดจำนวนเจ้าหน้าที่ร่วมคณะเดินทางนั้น
ล่าสุด มีการเปลี่ยนแปลงกำหนดการ เดินทางให้เร็วขึ้น จากเดิมจะออกเดินทางเวลา 23.50 น. เปลี่ยนเป็นเวลา 18.20 น. วันที่ 31 ต.ค. จากท่าอากาศยานทหาร 2 (กองบิน 6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยังท่าอากาศยาน Glasgow Prestwick เมืองกลาสโกว์ เนื่องจากเครื่องบินแอร์บัส 320 CEO ขนาดลำเล็กจึงต้องแวะเติมน้ำมันระหว่างทาง ทำให้ต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้น ในส่วนของกำหนดการอื่นยังคงเป็นไปตามเดิม โดยกำหนดเดินทางกลับประเทศไทยในวันที่ 3 พ.ย. เพื่อเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 4 พ.ย.
‘แรมโบ้’ซัดกลับ‘พานทองแท้’
ส่วนกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ ย้อนถาม ผู้สื่อข่าวหลังพรรคเพื่อไทย (พท.) เปิดตัว น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรืออุ๊งอิ๊ง บุตรสาวคนเล็กของนายทักษิณ ชินวัตร เป็นประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม ว่า “เขาคือใคร” จากนั้นนายพานทองแท้ ชินวัตร พี่ชาย น.ส.แพทองธาร โพสต์ข้อความ ตอบโต้ว่า “อุ๊งอิ๊งก็คือหลานของนายกฯ ปู นายกฯ ปู ก็คือนายกฯ หญิงคนแรกของไทย ที่ลุงตู่มาเกาะโต๊ะ ของบซื้ออาวุธ โดยอ้างว่าตราบใดที่ผมยังเป็นผบ.ทบ. จะไม่ยอมให้ใครทำรัฐประหารท่านนายกฯ ได้ (ยกเว้นผมทำเอง) ไงครับ #ลุงจำได้ยัง” ต่อมา น.ส.แพทองธาร โพสต์ข่าวดังกล่าว พร้อมแนะนำตัวให้ พล.อ.ประยุทธ์รู้จักผ่านไอจีสตอรี่ว่า “สวัสดีค่ะ หนูชื่อนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ค่ะ”
นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า การที่ พล.อ.ประยุทธ์ต้องทำการรัฐประหารเพราะผู้นำประเทศในขณะนั้นคือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร บริหารประเทศล้มเหลว มีการทุจริต เห็นแต่ผลประโยชน์ของตนเองและครอบครัวเป็นหลัก จนประชาชนนับแสน นับล้านออกมาขับไล่ ซึ่งเรื่องนี้นายพานทองแท้น่าจะรู้ อยู่แก่ใจดีว่าคนในครอบครัวของตนเองนั้น มีพฤติกรรมเป็นเช่นไร
การที่นายพานทองแท้ออกมาอ้างถึงการของบประมาณจัดซื้ออาวุธ ตนมองว่าการ ของบประมาณ การจัดทำงบประมาณต่างๆ ในการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ เป็นเรื่องปกติที่ประเทศจำเป็นต้องนำมาใช้เพื่อนำมาป้องกัน ประเทศ แม้จะมองว่าประเทศไม่ได้รบกับใคร แต่อย่าลืมว่ายังมีสถานการณ์ตามชายแดนต้องเตรียมพร้อมให้ประเทศมั่นคง ซึ่งทุกประเทศก็จัดซื้ออาวุธเพื่อป้องกันประเทศกันทั้งนั้น และเป็นเงินงบประมาณภาษีประชาชน มิใช่เงินในกระเป๋าส่วนตัวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์
ไม่แปลก-นายกฯไม่รู้จัก‘อุ๊งอิ๊ง’
การที่นายกฯ ไม่รู้จัก น.ส.แพทองธารนั้น ถือเป็นเรื่องธรรมดา มิใช่เรื่องแปลกเพราะ นายกฯ ไม่ได้รู้จักคนทั้งประเทศอยู่แล้ว อีกทั้งไม่มีความจำเป็นที่นายกฯ จะต้องอยากรู้จัก แต่หากจะรู้จักก็คงรู้จักในฐานะลูกสาว หรือหลานสาวของคนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นนายกฯ แต่กลับมีพฤติกรรมทุจริต โกงกินบ้านเมือง เห็นแก่ประโยชน์ของตนเองและครอบครัว จนถูกดำเนินคดีหนีไปสุขสบายในต่างประเทศ เท่านั้น
“อยากบอกถึงนายพานทองแท้ว่า คนไทยส่วนใหญ่คงไม่มีใครขี้ลืม ทุกคนคงจำได้ว่าน้องอุ๊งอิ๊งเป็นหลานสาวอาปู อดีตนายกฯ ที่หนีคดีทุจริตโกงข้าวชาวนา โดยเฉพาะครอบครัวชาวนาที่ถูกโกงเงินค่าข้าวจนสิ้นเนื้อสิ้นตัว บางรายต้องผูกคอตาย ก็คงไม่มีวันลืมอาปู ชั่วชีวิตแน่นอน และยิ่งจะจดจำแม่นว่า อาปูของ หลานอุ๊งอิ๊งเคยทำชีวิตชาวนาได้รับความเจ็บปวด แสนสาหัสไว้อย่างไร” นายเสกสกลกล่าว
‘แพทองธาร’ฟาดขุดข้อสอบรั่ว
วันเดียวกัน น.ส.แพทองธารเคลื่อนไหวในไอจีสตอรี่ อินสตาแกรม @ingshin21 โดยตอบคำถามที่มีผู้ถามว่า “คุณอิ๊งเส้นเข้าจุฬาฯ จริงเหรอคะ” ว่า
“จุฬาฯ เส้นเข้าได้เหรอคะ คำถามบางทีต้องใช้วิจารณญาณด้วยค่ะ สอบเข้าไปเองค่ะ อ่านหนังสือ เรียนพิเศษเป็นบ้าเป็นหลัง เหมือนเด็กที่เตรียมเอ็นในสมัยนั้นทุกคนครับ ขอบคุณทุกกำลังใจด้วยนะคะ haters gonna hate สบายมาก เรื่องนี้เก่าไปมาก เค้าสอบสวนกันจบเรียบร้อย ตั้งแต่ก่อนเข้าเรียนแล้วค่า (จะ 20 ปียังนะ) ยังต้องขุดแหละเนาะ เดี๋ยวไม่มีสีสัน ไปทำอาหารให้ลูกกว่า วันเสาร์แล้ว”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 29 ต.ค. ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก Chaiyan Chaiyaporn ถึงกรณีปมปริศนา ข้อสอบเอ็นทรานซ์รั่วเมื่อปีพ.ศ.2547 ตรงกับผลการสอบของแพทองธาร ชินวัตร ลูกสาวของนายกฯ ในขณะนั้น ‘ทักษิณ ชินวัตร’ ที่สูงขึ้นอย่างมาก หลังการเปิดตัวเข้ามาร่วมงาน กับพรรคเพื่อไทย
‘ชลน่าน’ฉะโซเชี่ยลเลิกป้ายสี
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า การโจมตีหรือขุดคุ้ยเรื่องต่างๆ เป็นภาวะที่เกิดขึ้นตลอดในการเมืองไทยหากเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพในการ ตรวจสอบคนที่ไม่ใช่นักการเมือง แต่อาสา เข้ามาให้คำปรึกษาแนะนำกับพรรค ซึ่งถือเป็นบุคคลสาธารณะที่ถูกตรวจสอบได้ แต่ต้องไม่ใช่วัตถุประสงค์เพื่อใส่ร้ายป้ายสี กรณีที่เกิดขึ้นกับน.ส.แพทองธารที่ถูกโจมตีในเรื่องการศึกษานั้นมีหลักฐานชัดเจนว่าถูกตรวจสอบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เรื่องจบไปแล้ว ดังนั้น เจตนาของคนที่พยายามออกมาขุดคุ้ยเรื่องนี้ ตนมองว่าไม่ใช่การตรวจสอบ แต่เป็นการละเมิด สิทธิเสรีภาพมากกว่า แบบนี้จะยิ่งทำให้สังคมแตกแยก อยู่กันไม่ได้ ที่สำคัญเป็นการปิดโอกาสคนรุ่นใหม่ที่อยากจะเข้าสู่สนามการเมือง แต่ต้องมาเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้
“การตรวจสอบบุคคลใดบุคคลหนึ่งที่จะเข้า สู่เส้นทางการเมือง หากตรวจสอบเพื่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติ ทำด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม สามารถทำได้อย่างเต็มที่ แต่ถ้าทำแบบ ละเมิดสิทธิเสรีภาพของคนอื่นมากจนเกินไป แบบนี้ผมไม่เห็นด้วย” นพ.ชลน่านกล่าว
‘สุทิน’โวเพื่อไทยมีของดี
ด้านนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า ไม่เหนือไปจากที่คาดหมายเอาไว้ เพราะพรรคไหน ที่เปิดตัวก่อนมักจะถูกเล่นงานและโจมตี จากฝ่ายตรงข้าม นี่จึงเป็นเหตุผลที่เราเปิดตัว น.ส.แพทองธารช้า แต่ก็ไม่เป็นไร คิดว่าเราสามารถอธิบายได้ทุกเรื่อง เชื่อว่าสังคมจะสามารถ แยกแยะได้ว่าเรื่องใดเป็นเรื่องจริง เรื่องใดไม่จริง เรื่องไหนเป็นเรื่องส่วนตัวหรือเรื่องใดเป็นเรื่อง ของศักยภาพและประสิทธิภาพการบริหารงาน หากเรายืนอยู่บนความจริงและความสุจริตเป็นที่ตั้ง เราก็ชนะ ทุกเรื่อง
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีฝ่ายการเมืองระบุว่า เปิดตัวน.ส.แพทองธารครั้งนี้ถือเป็นสงครามครั้งสุดท้ายของระบอบทักษิณ นายสุทิน กล่าวว่า จะเป็นครั้งสุดท้ายได้อย่างไรในเมื่อพรรคเพื่อไทยเสริมทัพเสริมคนรุ่นใหม่เข้ามาเป็นจำนวนมาก หากเป็นสงครามครั้งสุดท้ายจริงเราก็ใช้คนรุ่นเก่าในพรรคสู้กันไปแบบ ทุบหม้อข้าว แล้วก็ตายไปด้วยกัน การที่เรามี คนรุ่นใหม่เข้ามาในพรรคต่างหากที่เป็นเหตุผลทำให้พรรคอยู่ยาว เป็นการส่งไม้ต่อให้คนอีกรุ่น เรื่องนี้ไม่มีอะไรต้องอธิบายให้ยากว่าคนที่ออกมาโจมตีอุ๊งอิ๊งนั้นมีฐานจิตแบบไหน จิตคิดอะไร ดูก็รู้ว่าเขากำลังกลัวพรรคเพื่อไทยแน่นอนเพราะเรามีของดี
‘สมชัย’ชี้เหตุโดนดิสเครดิต
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความว่า อยู่ในที่แจ้ง ต้องไม่กลัวแดดฝน การเปิดตัวของทายาทแห่งตระกูลชินวัตร ไม่ใช่ยุทธศาสตร์ที่ผิดพลาด แต่กลับเป็นยุทธศาสตร์ที่สร้างความหวั่นไหวให้แก่นักการเมืองฝ่ายตรงข้าม และผู้ที่ต่อต้านทักษิณเป็นอย่างยิ่ง
หากไม่กลัว ไม่หวั่นไหว เสียงสะท้อนกลับ เพื่อดิสเครดิต บูลลี่ หรือการขุดค้นเรื่องราวในอดีตมากมายสารพัดจะไม่เกิดขึ้น ไม่ผิดอะไรที่คนที่มีความพร้อมจะก้าวเข้าสู่การเมือง ยิ่งเป็นการเข้าสู่ด้วยการเลือกตั้งให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน ไม่น่าละอายเท่าคนที่พร้อมด้วยอาวุธและฉ้อฉลด้วยวิธีการทางกฎหมาย สร้างกลไกสารพัดทางการเมือง แทรกแซงองค์กรอิสระ มีวุฒิสภาที่แต่งตั้งกับมือมาสร้างความได้เปรียบทางการเมืองและค้ำจุนอำนาจของตน
การเปิดตัวของทายาทตระกูลชินวัตร จึงเป็น เส้นทางที่ถูกต้องชอบธรรมและน่าภาคภูมิใจกว่าการยึดอำนาจแล้วสืบทอดเป็นร้อยเท่าพันทวี เพราะท้ายสุดคือสิ่งที่ประชาชนจะตัดสินว่า จะเอาหรือไม่เอาเขาจากสิ่งที่แสดงออกให้ประชาชนรับรู้ หากเห็นว่าสามารถก็เลือก ไม่เข้าท่าก็อย่าเลือก ยังชื่นชมจดจำผลงานของคุณทักษิณ ก็เลือก หากยังฝังใจว่าเขาโกงชาติบ้านเมือง ก็อย่าเลือก นี่คือเส้นทางของประชาธิปไตย ไม่มีความจำเป็นใดที่ต้องรีบด้อยค่า คนที่อาสามาทำงานแก่บ้านเมือง อย่างนี้ใครจะมาทำงานการเมือง
สำหรับคุณอุ๊งอิ๊ง จากนี้ชีวิตย่อมเปลี่ยน ชีวิตส่วนตัวจะหดหาย การเป็นคนสาธารณะต้องวางตัวลำบากขึ้น และต้องพร้อมรับคำวิจารณ์ และอดทนต่อการเสียดสีเสียดทานต่างๆ แต่ดูจากแววตาและคำพูดที่น้องพูดวันนั้น เชื่อว่าน้องทำได้ ขอให้กำลังใจและต้อนรับสู่เส้นทางการเมืองโดยหวังว่าประเทศจะมีนักการเมืองที่มีคุณภาพเพิ่มขึ้นอีกคน
ก.ก.ระบุต้องเปิดข้อมูลให้สังคมรู้
นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ว่า ตนไม่ทราบว่า กลุ่มคนที่ขุดคุ้ยประวัติของ น.ส.แพทองธารนั้นมีเจตนาอะไร แต่ตนมองในเชิงหลักการ คือหลักการเชิงประชาธิปไตย และการมีส่วนร่วม ของประชาชน ที่จะใช้สิทธิเลือกตั้ง ที่จะต้องรู้ข้อมูลของบุคคลในพรรค โดยฝ่ายที่เป็นประชาธิปไตย และฝ่ายฝักใฝ่เผด็จการ ก็แยกกันต่อสู้
ในส่วนฝ่ายประชาธิปไตยที่แต่ละพรรค การเมืองมีความแตกต่างกันอยู่จึงต้องมีการแข่งขันกันในสนามเดียวกัน ประชาชนจึงต้องรับรู้ข้อมูลของทุกฝ่ายอย่างละเอียด ทั้งเป้าหมายการต่อสู้ นโยบายต่างๆ ที่มาของผู้นำพรรคการเมือง มาจากตัวเอง หรือจากการสนับสนุนจากคนอื่น รวมถึงผลการทำงานของ ส.ส.ของพรรค แต่ละฝ่ายต้องเปิดเผยว่าตัวเองมีดีอะไร เพื่อให้ประชาชนนำมาพิจารณา และตัดสินใจ
ปชป.เชื่อปชช.หนุน‘อู๊ดด้า’นายกฯ
นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงการเคลื่อนไหวทางการเมืองของแต่ละพรรคว่า ในส่วนของพรรคการเมืองอื่นๆ คงไม่ไปก้าวล่วง เชื่อว่าทุกพรรคการเมืองมีเส้นทางเดินกิจกรรมทางการเมืองอยู่แล้วในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์มีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นหัวหน้าพรรค และทุกคนในพรรคพร้อมสนับสนุนให้เป็นนายกฯ
ตลอดเส้นทางการเมืองของนายจุรินทร์นั้นจะเห็นว่าทุ่มเท ตั้งใจ ทำงานให้กับประชาชนและประเทศชาติมาตลอดชีวิต ยึดความซื่อสัตย์สุจริตในการทำงาน ยึดมั่นในชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ หลักการสำคัญนี้ได้ผ่านการพิสูจน์มาด้วยระยะเวลาที่ผ่านมา เป็นประจักษ์ และขณะนี้ที่ประชาชนเห็นได้ชัดที่สุดคือการทำงานในฐานะรองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ มีผลงานมากมายที่พิสูจน์ให้เห็นว่าทำงานให้กับประชาชนและประเทศได้เป็นอย่างดี
“พรรคการเมืองต่างๆ จะเปิดตัวใคร อย่างไร เราไม่กังวล และจะทำหน้าที่ขณะนี้ให้สมบูรณ์และดีที่สุด ซึ่งพร้อมแข่งขันกันตามระบอบประชาธิปไตย และเชื่อมั่นในความเป็นพรรคประชาธิปัตย์ เชื่อมั่นในตัวหัวหน้าพรรค รวมถึงเชื่อว่าประชาชนพร้อมสนับสนุน ให้นายจุรินทร์เป็นนายกฯ เพื่อทำงานให้กับประชาชนและประเทศชาติอย่างแน่นอน” นายราเมศกล่าว
เสรีรวมไทยจัดประชุมใหญ่
เวลา 09.30 น. ที่โรงแรมรอยัลริเวอร์ กรุงเทพฯ พรรคเสรีรวมไทย(สร.) จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรค ครั้งที่ 1/2564 มีสมาชิกพรรคเข้าร่วม 350 คน โดยมีมติแต่งตั้ง กรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส. 11 คน และเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส.กทม. 26 คน
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชี รายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยกล่าวว่า ยืนยันจะสนับสนุนคนรุ่นเก่า คนเดิมลงสมัคร ส.ส. โดยเฉพาะตนจะดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเหมือนเดิม ส่วนระบบเลือกตั้งที่ปรับจากส.ส.เขต 350 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 150 คน และบัตรเลือกตั้ง 1 ใบ เป็นส.ส.เขต 400 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 150 คน และบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ตนไม่เห็นด้วย เชื่อว่าการแก้ไขกติกาดังกล่าวเป็นความตั้งใจสร้างความได้เปรียบทางการเมืองของพรรคใหญ่เพราะต้องการโกง จึงขอสมาชิกทุกคนยึดมั่นในหลักการทำงานของพรรคที่ไม่โกงและต่อสู้กับเผด็จการ เชื่อว่า แนวทางนี้จะสามารถใช้ได้ในการเลือกตั้ง
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า ส่วนกรณีพรรคเพื่อไทยเปิดตัวน.ส.แพทองธารเป็นเรื่องที่ดี บ้านเมืองต้องมีการเปลี่ยนแปลง พรรคเพื่อไทย ก็มีเซอร์ไพรส์มาตลอด พรรคเสรีรวมไทย ยังคิดไม่ถึงว่าพรรคเพื่อไทยจะเปลี่ยนแปลงแบบนี้คงเป็นการชิงคะแนนจากคนรุ่นใหม่ กับพรรคก้าวไกล พรรคเสรีรวมไทยยังมีส.ส.น้อยจึงยังไม่สามารถเปลี่ยนไปทำแบบเดียวกันได้ แต่มีการปูทางไว้แล้ว และยืนยันว่าจะไม่ยุบรวมพรรคกับพรรคอื่น แม้อาจ เสียเปรียบหากใช้กติกาการเลือกตั้งแบบใหม่
‘สมชัย’ร่วมทัพลุยเลือกตั้ง
ด้านนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกกต.เปิดเผยว่า ตนสมัครเป็นสมาชิกพรรคเสรีรวมไทยแล้ว โดยชำระเงินค่าสมัคร 2,000 บาท ส่วนจะลงสมัครส.ส.ในการเลือกตั้งครั้งหน้าหรือไม่ยังตอบไม่ได้ และตนไม่คิดจะเป็นกรรมการบริหารพรรค แต่เข้ามาทำหน้าที่เสนอความคิดเห็นต่างๆ ที่เป็นประโยชน์กับพรรค พร้อมเสนอยุทธศาสตร์ที่จะเอาชนะการเลือกตั้งครั้งหน้าที่กติกาเลือกตั้งถูกเปลี่ยน และทำให้พรรคขนาดเล็กเสียเปรียบ มั่นใจว่าจะเป็นแนวทางที่ทำให้พรรคเล็กได้รับเลือกตั้ง มากขึ้น
ส่วนกติกาเลือกตั้งที่ปรับเปลี่ยนเชื่อว่าพรรคปัดเศษ หรือพรรคที่มี 1 เสียงไม่มีทางรอด หากจะย้ายพรรค ควรมาอยู่กับผู้นำพรรคเล็กคือ พรรคเสรีรวมไทย หากย้ายไปอยู่กับพรรคใหญ่หรือพรรคกลางจะไม่ถูกเห็นประโยชน์ในวันเลือกตั้ง ตนมองว่าการเลือกตั้งรอบหน้าพรรคเสรีรวมไทยควรทำคือ 1.ต้องสร้างพลังของผู้สมัครส.ส.เขต ต้องส่งทุกเขต และ 2.สร้างกระแสส่วนกลางที่สร้างการยอมรับจากประชาชน ทำต่อเนื่อง เพื่อสร้าง แรงสนับสนุนในพื้นที่
เตือนอย่าประมาทปฏิทินกม.ลูก
“ผมเชื่อว่าวันนี้บ้านเมืองต้องการเปลี่ยน แปลง และต้องการนายกฯ ที่ชื่อพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ และเชื่อว่าหากส่งทุกเขตเลือกตั้งสามารถวางยุทธศาสตร์และตั้งเป้าหมายไว้ ซึ่งผมไม่ทราบว่าหัวหน้าพรรคจะตั้งไว้เท่าไหร่ แต่ผมไม่หวังมากขอ 20 คนจากที่มีส.ส. ตอนนี้ 10 คนก็พอ ดังนั้น เสรีรวมไทยต้องลงพื้นที่สร้างกระแสส่วนกลางที่หนุนเขต หนุนพื้นที่ หากทั้ง 2 อย่างไปด้วยกัน 20 คนไม่เป็นปัญหาของเสรีรวมไทย” นายสมชัยกล่าว
นายสมชัยกล่าวว่า สำหรับปฏิทินการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) หรือกฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้งตามที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ระบุว่าจะแล้วเสร็จช่วงเดือนมิ.ย.หรือ ก.ค. แต่ตนมองว่าอย่าประมาทเพราะแป้งคือแป้ง ดังนั้น อาจตัดสินใจยุบสภาได้ หลังจากรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่..) พ.ศ….ประกาศใช้ โดยไม่สนใจว่ากฎหมายลูกที่ใช้เลือกตั้งจะเสร็จ หรือไม่ เพราะรัฐบาลมีอำนาจออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กำหนดเนื้อหาที่ตนเองต้องการ ให้กกต.บังคับใช้ได้ ที่สำคัญเพื่อลดความ ได้เปรียบทางการเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทย
เย้ย‘ตู่’เหนือกว่า‘อิ๊ง’แค่ประสบการณ์
ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรคเพื่อไทยเปิดตัวน.ส.แพทองธาร และประกาศพานายทักษิณกลับไทยจะเกิดปรากฏการณ์แลนด์สไลด์ หรือไม่ นายสมชัยกล่าวว่า พรรคเพื่อไทย คงประเมินว่าต้องการให้เชื่อมโยงกับนายทักษิณ ทำให้ได้คะแนนนิยมจากประชาชน ต้องยอมรับว่ายังมีคนที่ไม่ชอบนายทักษิณ แต่พรรคเพื่อไทยคงประเมินแล้วว่าจะได้ผลบวกมากกว่าผลลบ
ต่อข้อถามถึงปัจจัยชี้วัดผลเลือกตั้งครั้งหน้านายสมชัยกล่าวว่า อยู่ที่พล.อ.ประยุทธ์ จะรับเป็นนายกฯ อีกรอบหรือไม่ หากอาสาและมีพรรคการเมืองเสนอให้เป็นนายกฯ ประเด็นตัดสินใจของประชาชนคือจะเอาหรือไม่เอาพล.อ.ประยุทธ์ แต่หากพล.อ.ประยุทธ์ไม่เป็นนายกฯ อีก ประเด็นตัดสินใจของประชาชนคือ นโยบายของแต่ละพรรค
“ผมไม่เชื่อว่าสถานการณ์ขณะนี้ผู้บริหารพรรคพลังประชารัฐจะประเมินว่าพล.อ.ประยุทธ์ เป็นสินค้าที่ควรเสนอต่อประชาชน ถ้าทำโพลแล้วเห็นว่าพล.อ.ประยุทธ์ไม่มีประโยชน์ อาจไม่เสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ หรือเสนอ 3 ชื่อ ไม่ใช่ชื่อเดียว เพื่อให้มีทางเลือก และจะทำให้พล.อ.ประยุทธ์เกิดความไม่มั่นคง เพราะพรรคอาจเสนอชื่อคนอื่นให้สภาเลือกก็ได้” นายสมชัยกล่าว
ต่อข้อถามถึงการเปรียบเทียบแคนดิเดต นายกฯ ระหว่างพล.อ.ประยุทธ์ กับน.ส.แพทองธาร นายสมชัย กล่าวว่า หากเทียบตัวต่อตัวพล.อ.ประยุทธ์เหนือกว่า เพราะรับราชการมานาน มีประสบการณ์สูงกว่าน.ส.แพทองธาร แต่ตอบไม่ได้ว่าประชาชนจะเลือกใคร
‘ศุภชัย’ฉะกกต.สั่งอสม.หยุดงาน
จากประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ ลต 0013/11355 ลงวันที่ 28 ต.ค.64 เรื่องขอความร่วมมืออาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ที่สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตําบล (สมาชิกสภาอบต.) หรือ นายกองค์การบริหารส่วนตําบล หรือ ผู้ช่วยหาเสียงผู้สมัครรับเลือกตั้ง งดปฏิบัติหน้าที่ จนกว่าการเลือกตั้งจะแล้วเสร็จ
นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย (ภท.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า เป็นงง และตกใจมาก ท่านเกรงว่า อสม.ซึ่งมีความใกล้ชิดประชาชน จะใช้ความสัมพันธ์ ทำให้การเลือกตั้ง ขาดความเป็นกลาง ไม่บริสุทธิ์ ไม่ยุติธรรม ตนเข้าใจความหวาดระแวงของท่าน แต่อยากให้มองความเป็นจริง วันนี้หน้าที่ของเหล่าอสม.หรือที่เรียกกันว่า นักรบชุดเทา คือการควบคุมโรค และการดูแลสุขภาพคนไทย นี่คือเรื่องสำคัญ และเราต้องการทุกทรัพยากรเข้ามาช่วย โดยเฉพาะในช่วงโควิด-19
ตนมองว่า มันไม่เหมาะสมกับสถานการณ์เป็นอย่างยิ่ง ยิ่งเมื่อคำสั่งออกมาวันที่ 28 ต.ค.64 แต่การเลือกตั้ง จะเกิดขึ้นคือวันที่ 28 พ.ย.64 เท่ากับ เป็นเวลาร่วมเดือนที่ ทรัพยากร อสม. จำนวนมาก ซึ่งควรจะถูกใช้ประโยชน์ในการดูแลประชาชนช่วงโรคระบาด กลับจะต้อง อยู่นิ่งๆ เท่ากับ อสม.ที่ดูแลคนไข้ติดเตียง ก็ต้องหยุดดูแล ที่ต้องส่งยา ก็ต้องหยุดส่ง ยิ่งในห้วงเวลาที่เรายังทำสงครามกับโควิด เราต้องการคนทำงาน เราต้องการ อสม. การขาด หายไปของ อสม.ในพื้นที่ จะกี่คนก็ตาม ส่งผลกระทบต่อการควบคุมโรคแน่นอน
นักรบชุดเทาจี้ทบทวนคำสั่ง
ด้านนายจํารัส คํารอค ประธานชมรม อาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้านแห่งประเทศไทย ทำหนังสือถึงเลขาธิการกกต. ให้ทบทวนหนังสือคําสั่งให้อสม.งดปฏิบัติหน้าที่ โดยมีเนื้อหาสรุปว่า เป็นการจํากัดสิทธิของอสม.และจะมีผลเสียกับประชาชนที่ อสม.ดูแลอยู่ พวกเราเป็นแค่ประชาชนที่มีจิตอาสา มีความมุ่งมั่นในการดูแลคนในชุมชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี จึงไม่เห็นว่าเป็นอุปสรรคในการลงสมัครรับเลือกตั้ง หรือหากคู่แข่งทางการเมืองเห็นว่าเป็นการเอาเปรียบ
พวกเราทราบดีว่า ตามที่ กกต.ได้ ตีความว่า อสม.ไม่ใช่คนของรัฐ จึงมีสิทธิที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งใดๆ ได้โดยไม่นําองค์กร อสม.หรือสัญลักษณ์ อสม. ไปกล่าวอ้างหรือใช้สนับสนุนในการหาเสียง ซึ่ง อสม.ทุกคนทราบดี และปฏิบัติตาม แต่ความเป็นอาสาสมัคร ไม่สามารถถอดออกจากตัวตนของ อสม.ได้ มันฝังอยู่ในจิตวิญญาณของพวกเรา คนในพื้นที่ส่วนใหญ่ก็จะรู้อยู่แล้วว่าใครเป็น อสม. หากคิดว่าประชาชนเห็นคนที่ทําดีแล้วจะเลือกคนที่เป็นตัวแทนของพวกเขา คงไม่ผิด แต่หากผู้ที่เป็นคู่แข่งต้องการชนะก็ต้องแข่งขันกัน สร้างประโยชน์และทําคุณงามความดี สุดท้ายประชาชนก็จะได้คนที่ดีที่สุด ให้เป็นตัวแทนทางการเมืองของพวกเขา
รายงานข่าวเปิดเผยว่า สำนักงานกกต. จะเสนอหนังสือดังกล่าว ให้ที่ประชุม กกต.พิจารณา ในวันที่ 1 พ.ย.นี้
‘บิ๊กตู่’ลั่นพลิกโฉมนวัตกรรมไทย
เมื่อวันที่ 30 ต.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม โพสต์เฟซบุ๊ก ส่วนตัวว่า ขอแสดงความชื่นชมต่อเยาวชนไทย 2 ทีม ที่สามารถแสดงศักยภาพและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในระดับโลก ดังนี้ 1.ทีม Indentation Error จากโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี จากการแข่งขันเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ควบคุมหุ่นยนต์ Astrobee ขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือนาซ่า (NASA) บนสถานีอวกาศนานาชาติ ในโครงการ Kibo Robot Programming Challenge ครั้งที่ 2 จัดโดยองค์กรสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA)
2.ทีม KEETA ซึ่งได้รับการคัดเลือกจากนาซ่า ให้ผ่านเข้ารอบที่ 2 ของการแข่งขันพัฒนาเทคโนโลยีอาหาร สำหรับนักบินอวกาศ Deep Space Food Challenge พร้อมกับ 18 ทีมจากสหรัฐ และแคนาดา รวมทั้งอีกหลายทีมจากทั่วโลก หวังว่าต้นแบบของความสำเร็จนี้ จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนไทยทั้งประเทศที่ยังมีคนเก่งอีกมากมาย ในการมุ่งมั่นสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ สู่สังคมและประเทศชาติต่อไป
ตนในฐานะผู้นำการเปลี่ยนแปลงเพื่อพลิกโฉมประเทศไทย อาจพูดได้ว่ากำลังอยู่ในภารกิจการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่และท้าทายเช่นกัน นั่นคือเป้าหมายการขับเคลื่อนนวัตกรรมประเทศไทย ให้ก้าวสู่อันดับ 1 ใน 30 ของประเทศที่มีความสามารถด้านนวัตกรรมของโลก ภายในปี 2573 ให้ได้ โดยปัจจุบันอยู่ในอันดับที่ 43 จาก 132 ประเทศ ตามการจัดอันดับดัชนีนวัตกรรมโลกปีนี้ (Global Innovation Index 2021) ดีขึ้น 1 อันดับจากปีที่ผ่านมา และเป็นอันดับ 3 ในอาเซียน รองจากสิงคโปร์และมาเลเซีย
สิ่งที่ตนให้ความสำคัญมากที่สุด คือการพัฒนาคนไทย โดยเฉพาะเยาวชน ให้เป็นนักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญ เราต้องเปลี่ยนคนไทยจากที่เป็นผู้ใช้ ให้เป็นผู้สร้างนวัตกรรมและเทคโนโลยีต่างๆ ให้มากที่สุด ซึ่งจะสร้างมูลค่าได้มากกว่าการส่งออกวัตถุดิบนับร้อยนับพันเท่า ตราบใดที่ตนยังอยู่ในตำแหน่งผู้นำภารกิจนี้ จะหาหนทางที่จะทำให้การดำเนินนโยบายนี้ให้เกิดขึ้นให้ได้มากที่สุด เพื่อยกระดับประเทศของเราให้กลายเป็นผู้ส่งออกนวัตกรรมให้ได้โดยเร็วที่สุด