ประเดิมปธ.วิปรัฐ
‘ป้อม-นัส’ล่องใต้
เปิดสาขาพปชร.
‘4พรรค’ประชัน
เวทีท้าเปลี่ยนปท.

หัวหน้า-แกนนำ 4 พรรค ประชันวิสัยทัศน์ ‘ท้าเปลี่ยน ประเทศไทย’ หมอชลน่าน ชี้ต้องเปลี่ยนตัวนายกฯ ก่อน ปชป.ชูภาคเกษตรก้าว เดินไปได้ก้าวไกลไม่ถอยแก้มาตรา 112 ‘เจ๊หน่อย’ แนะนำเรื่องเข้าพูดคุยในสภา นายกฯ เซ็นตั้ง ‘นิโรธ’ ประธานวิปรัฐบาลแล้ว ‘บิ๊กป้อม’มั่นใจ คุมเสียงในสภาได้ เมินฝ่ายค้านขู่นับองค์ประชุมถี่ประธานวิปคนใหม่ไม่การันตี สภาไม่ล่มอีก แจงเหตุรมต.หนีตอบกระทู้ แค่ผิดพลาดทางเทคนิค ‘สุทิน’สะกิดเตือน อย่ายึดติดตัวกูของกู จะทำงานลำบาก โพล มสธ.เผยคนกรุงชู ‘จุรินทร์’นั่งนายกฯ ปชป.ได้ที คุยฟุ้งมีโอกาสรีเทิร์น เป็นพรรคในใจประชาชน ‘ป้อม’ควง‘ธรรมนัส-วิรัช’ลุยนราธิวาส จัดตั้งสาขา พปชร.ภาคใต้

ประชันวิสัยทัศน์ 4 พรรค

เมื่อวันที่ 5 พ.ย. ที่หนังสือพิมพ์ข่าวสด มติชนสุดสัปดาห์ ก้าวเข้าสู่ปีที่ 42 จัด ประชันวิสัยทัศน์ 4 พรรคการเมือง หัวข้อ “2565 ท้าเปลี่ยนประเทศไทย” ได้แก่ พรรคเพื่อไทย (พท.) พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พรรคก้าวไกล (ก.ก.) และพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.)

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า 7 ปีที่ผ่านมา เราดำเนินชีวิตโดยสิ้นหวัง เราต้องช่วยกันเปลี่ยนประเทศไทย ไม่ต้องท้าเราต้องทำเลย เราต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลง ถ้ายังปิดหูปิดตาดักดานประเทศเราไม่เปลี่ยนแน่ และถ้าจะเปลี่ยนประเทศ ต้องเปลี่ยนรัฐบาลชุดนี้ออกไป ด้วยกลไกประชาธิปไตย และประชาชนต้องเปลี่ยนตัวเองด้วย แล้วเลือกเพื่อไทยอย่างถล่มทลายเพื่อให้ชนะอย่างแลนด์สไลด์ ต้องเอาอำนาจเราไปลบล้างอำนาจอธิปไตยแบบแอบแฝง

ผู้สื่อข่าวถามว่า ช่วยยืนยันว่าไม่ว่าใครจะเขียนเฟซบุ๊กหรือพูดในคลับเฮาส์ก็ตาม ไม่เกี่ยวกับพรรค นพ.ชลน่าน กล่าวว่ากรรมการบริหาร (กก.บห.) เป็นผู้เห็นชอบนโยบาย เรามีที่ปรึกษา เช่น น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรืออุ๊งอิ๊ง ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม จะไปรับอะไรมาก็ได้แล้วเสนอให้ กก.บห.พิจารณา จะได้เลิกซะทีว่าเราถูกครอบงำ ชี้นำ ขอให้มั่นใจว่าสิ่งที่เราพยายามบอกคนรุ่นใหม่ สามารถจับต้องได้ มาเป็นหุ้นส่วนกับเราได้

เมื่อถามว่า น.ส.แพทองธาร เข้ามาเป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ หรือเป็นตัวแทนนายทักษิณ ชินวัตร นพ.ชลน่านกล่าวว่า ทุกคนมีสิทธิ์มองได้ อย่างคนรุ่นเก่าที่เห็นถึงความสำเร็จที่ผ่านมาของพรรค จะมองอีกแบบ แต่คนรุ่นใหม่อาจ มองถึงการจับต้องได้ ดังนั้น เราไม่ได้ขายความคิดหรืออุดมการณ์ แต่ขายความจับต้องได้ด้วย สามารถมาเป็นหุ้นส่วนได้

ท้าเปลี่ยน – นายนิพนธ์ บุญญามณี คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ร่วมเสวนา ‘4 พรรค ประชันวิสัยทัศน์ 2565 ท้าเปลี่ยนประเทศไทย’ เนื่องในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 42 มติชนสุดสัปดาห์ ที่อาคารข่าวสด เมื่อวันที่ 5 พ.ย.

พท.จี้เปลี่ยนตัวนายกฯก่อน

ด้านนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การเปลี่ยนเรื่องแรกเลยคือเปลี่ยนตัวนายกฯ วันนี้พรรคเราได้เปลี่ยนแล้ว มีหัวหน้าพรรคเป็น นพ.ชลน่าน ถือเป็นการเปลี่ยนครั้งใหญ่สุด ซึ่งจุดขายของเพื่อไทยคือนโยบายที่ทำได้จริงและทำมาแล้ว แต่ตอนนี้เราพูดไม่ได้ เราจะมาขอบอกจุดแข็งที่จะขายให้คนรุ่นใหม่ เราเตรียมแก้ปัญหาในปัจจุบันช่วยเหลือ และสร้างงานที่ยืนได้ในสังคม เราได้ตั้งคณะทำงานการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม เราจะไปคิดเพื่อเชื่อมโยงนวัตกรรมให้คนรุ่นใหม่ได้

ส่วนจุดยืนเกี่ยวกับการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 นายจุลพันธ์กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเป็นตัวกลางนำปัญหา วันนี้มองเห็นว่ารัฐบาลใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด และใช้เป็นเครื่องมือกำจัด บีบกลุ่มบุคคลที่มีความคิดเห็นแตกต่าง น้องๆ ที่มาชุมนุมไม่มีความผิด เขาอาจจะมีความคิดเห็นที่ไม่เหมือนรัฐบาลเท่านั้นเอง สิ่งนั้นจึงเป็นปัญหาที่จะนำกฎหมายมาเป็นเครื่องมือผิดๆ ฉะนั้นเพื่อไทยจะเป็นตัวกลางรับฟังปัญหาจากทุกฝ่าย และจะนำปัญหานี้เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร เพราะเชื่อว่าสภาเป็นหนทางแก้ไขปัญหาที่สันติที่สุด จะมาคุยกัน ส่วนผลจะเป็นอย่างไรนั้นค่อยว่ากันต่อไป

ปชป.ชูภาคเกษตรก้าวไปได้

นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การทำให้ภาคเกษตรก้าวไปได้ นั่นคือเรื่องที่ท้าทายของประเทศ ถือเป็นการเฉลยว่าทำไมพรรคประชาธิปัตย์ ต่อรองขอ 2 กระทรวงนี้ ทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ ตนอยากเปลี่ยนการที่เรารวมศูนย์อำนาจให้เปลี่ยนไปสู่การกระจาย อำนาจ ถ้าเราทำให้ท้องถิ่นเข้มแข็ง ประเทศไปได้ดี

เมื่อถามว่าไปร่วมรัฐบาลแล้วตอนนี้ยัง ไม่ได้ทำ นายนิพนธ์กล่าวว่า ตอนไปเจรจาร่วมรัฐบาลนั้นเราได้เอานโยบายไปเสนอ ซึ่งตอนนี้คงเหลือข้าว กับยางพาราแบบแผ่น แต่ตอนนี้เราต้องทบทวนเรื่องปัญหาปากท้องของประชาชน

ส่วนข้อเสนอแก้ไขมาตรา 112 พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีความลังเล ยืนยันว่ามาตรา 112 ที่บังคับใช้มากว่า 64 ปี มีความสมบูรณ์ในตัวเองอยู่แล้ว เชื่อว่ากฎหมายนี้ไม่ได้เจาะจงทำร้ายใคร ตราบใดที่ใครไม่ได้ล่วงละเมิดคนอื่น เว้นแต่ใครไปทำอะไรที่เข้าองค์ประกอบความผิด อย่าว่าแต่มาตรา 112 เลย ไม่ว่าประมวลกฎหมายอาญาทุกมาตรา ถ้าใครไม่ทำผิด กฎหมายไม่เคยไปทำร้ายโทษใครแน่ ขณะเดียวกัน ถ้าเจ้าหน้าที่ไปกลั่นแกล้งใคร ประมวลกฎหมายมาตรา 157 ก็พร้อมลงโทษคนนั้น ดังนั้นมาตรา 112 ไม่ได้จงใจว่าจะไปรังแกใคร

ก้าวไกลไม่ถอยแก้ ม.112

ด้านน.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ถ้าจะสู้กับความเหลื่อมล้ำ ที่เป็นเสมือนน้ำแข็งที่เกาะแข็ง เราต้องละลายน้ำแข็งเกาะอยู่ โดยปลดปล่อยศักยภาพคนรากหญ้า แต่จะทำไม่ได้เลยถ้ายังอยู่กับรัฐบาลแบบนี้ ถ้าจะเปลี่ยนตอนนี้ คงต้องเปลี่ยนนายกฯ เพราะปัญหาที่เป็นรากฐานสำคัญคือ วิกฤตศรัทธาผู้นำ มีผู้นำที่ยัดเยียดคดีให้ผู้ที่เห็นต่าง ดังนั้น ถ้าจะเปลี่ยนแบบให้เร็วเหมือนดีดนิ้วคือ การเซ็นชื่อลาออก

ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรคก้าวไกลจะทำให้ปี 2565 คนที่ไม่มีงานทำ ไม่มีกิน มาเลือกพรรคก้าวไกลได้อย่างไร น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า การเยียวยามีความจำเป็นในระยะสั้น แม้เราจะเป็นหน้าใหม่ แต่จะเห็นได้จากงานในสภา 3 ปีที่ผ่านมา ต่อข้อถามถึงแผนของพรรคกับการถูกยุบ น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า เรามีแผน เอถึงแผนแซด ยุบเราได้เราตั้งใหม่ได้ เพราะการเป็นสถาบันการเมืองต้องสู้กันระยะยาว เมื่อถามว่าคิดกี่เปอร์เซ็นต์ที่ก้าวไกลจะถูกยุบพรรค น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า เท่าที่ดูจากคดีต่างๆ ที่เรามีมันน้อย แต่เราไม่ประมาท แต่นั่นไม่ได้เป็นปัจจัยที่จะทำให้เราไม่กล้าพูด ไม่กล้าทำ

ส่วนการแก้ไขมาตรา 112 เราแถลงจุดยืนแล้วว่าจะแก้ไข และกฎหมายอื่น พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ซึ่งมีปัญหาเรื่องการลงโทษที่รุนแรง และการตีความที่กว้าง แต่เราเห็นถึงกระแสเปลี่ยนแปลงว่าภาคประชาชนต้องการจะยกเลิก แต่เราต้องคุยกันว่าจะเอาอย่างไร การที่เราเคยยื่นสภาแก้ไขไป เป็นการเปิดให้เราได้คุยกัน อย่างน้อยก็ต้องการทำให้ ข้อเสนอกฎหมายเหล่านี้ได้ถกเถียงกันในสภา และเปิดประเด็นดีเบตได้

‘เจ๊หน่อย’แนะพูดคุยในสภา

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย กล่าวว่า อย่างแรกผู้เป็นผู้นำประเทศต้องรับฟังความคิดเห็น แต่ตอนนี้ไม่รับฟังและยังก่อให้เกิดปัญหา การจะเปลี่ยนประเทศคงเริ่มจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ช่วยกันเรียกร้องเพื่อประชาธิปไตย และเรื่องการแก้โครงสร้างเรื่องเศรษฐกิจ รัฐต้องมองปัญหาให้ได้ เรื่องการปฏิรูปการศึกษา ต้องปฏิรูปหลักสูตร สอนให้เด็กนำไปทำมาหากินได้และต้องลดระยะเวลาเรียนลงเพื่อเข้าสู่วิชาชีพได้เร็วขึ้น ต้องบอกว่าคนรุ่นใหม่มองโลกได้ตรรกและมีเหตุผล ฉะนั้นเราต้องยอมรับและรับฟังเขา ดังนั้น การให้โอกาสเขาเข้ามามีส่วนร่วมเป็นเรื่องสำคัญ และสนับสนุนให้เขาแสดงศักยภาพของเขา

เมื่อถามว่าจะทำอย่างไรให้คนรู้จักพรรคไทยสร้างไทย เพราะมีคนรู้จักแค่คุณหญิง สุดารัตน์เพียงคนเดียว คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ยอมรับว่าเป็นพรรคใหม่ แต่เราจะมาเป็นเสาเข็ม ยอมรับว่า 30 ปีในการเมืองตนพอแล้ว วันนี้จะมาทำให้ประชาชน เราจะเป็นสะพานเชื่อมประชาชน อย่างที่บอกการเมืองไม่ดี เราจะแข็งแรงแค่นั้นเราก็ไปไม่รอด เราวางพรรคไปที่การไม่สืบทอดอำนาจ วางไปที่คนตัวเล็ก

ส่วนมาตรา 112 มีทั้งคนที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย ต้องเอาเรื่องความจำเป็นมาพูดคุยกัน เราอยากเสนอให้สภาเปิดเวทีคุยกันเรื่องนี้ เพราะถ้าไปคุยกันข้างนอกจะมีความผิด มีการใช้มาตรา 112 ที่เกินเลย มีการตีความที่กว้างมาก และเป็นเครื่องมือที่อีกฝั่งใช้ในการกลั่นแกล้งเล่นงานอีกฝั่ง ดังนั้นเรื่องที่ดีสุดคือการได้คุยกันในสภา

คณะก้าวหน้าชวนลงชื่อออนไลน์

เวลา 11.20 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจ เฟซบุ๊กคณะก้าวหน้า-Progressive Movement โพสต์ภาพพร้อมข้อความชวนลงชื่อเสนอกฎหมายต่อรัฐสภาเพื่อยกเลิกมาตรา 112 ทางออนไลน์ โดยตอนหนึ่งระบุว่า ยิ่งมีประชาชนร่วมลงชื่อมากเท่าไร เรายิ่งมีโอกาสยกเลิกมาตรา 112 ได้มากเท่านั้น ทำให้การเข้าชื่อเสนอกฎหมายต่อสภาครั้งนี้เป็นฉันทามติของสังคม

แม้กฎหมายจะกำหนดว่าประชาชน 10,000 รายชื่อ เข้าชื่อกันเสนอร่างกฎหมายเข้าสู่สภาได้ แต่ย่อมไม่เพียงพอ เพราะการผลักดันเรื่องที่ทั้งยากและใหญ่อย่างการยกเลิกมาตรา 112 ต้องแสดงให้เห็นถึงความเห็นพ้องต้องกันของเสียงส่วนใหญ่ในสังคม และทำให้ผู้ที่ไม่ต้องการยกเลิกกลายเป็นเสียงส่วนน้อยให้ได้ โดยประชาชนลงชื่อออนไลน์ทันทีทาง https://www.no112.org

“มาช่วยกันส่งเสียงให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรา 112 ทุกคนรู้ว่าพวกเขาไม่ได้ต่อสู้เพียงลำพัง และบอกโลกให้รู้ว่าหมดเวลา 112 ถึงเวลาคืนอนาคตสังคมไทย

‘บิ๊กตู่’เซ็นตั้ง‘นิโรธ’ปธ.วิปรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 5 พ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ลงนามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 299/2564 วันที่ 5 พ.ย. เรื่องปรับปรุงองค์ประกอบในคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล)

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 (6) และ (9) พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน 2534 ประกอบกับมาตรา 182 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2560 แต่งตั้ง นายนิโรธ สุนทรเลขา เป็นประธานกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อดำเนินการในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสภาผู้แทนราษฎรและรัฐสภาให้เป็นไปอย่างมีระเบียบตามแบบแผนระบบรัฐสภา ตลอดจนเพื่อให้การประสานงานสมาชิกสมาชิกรัฐสภาและพรรคการเมืองในปัญหาต่างๆ นิติบัญญัติดำเนินการไปอย่างราบรื่น

‘บิ๊กป้อม’เมินฝ่ายค้านขู่นับองค์

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีฝ่ายค้านขู่นับองค์ประชุมให้บ่อยขึ้นหลังจากการประชุมสภานัดแรกในสมัยประชุมนี้ล่มและรัฐมนตรีไม่ได้ไปตอบกระทู้ถามสดด้วยวาจาในการประชุมนัดที่สองว่า เป็นเรื่องของฝ่ายค้าน ส่วนรัฐบาลต้องเตรียมพร้อมเข้าประชุม และเข้าประชุมให้พร้อม เราคุมเสียงของเราได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายนิโรธ ประธาน วิปรัฐบาลคนใหม่ จะคุมเสียงได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า คุมได้ ไม่ต้องห่วง และเป็นหน้าที่ของส.ส.อยู่แล้ว ส.ส.ทุกคนรู้หน้าที่ของตัวเอง ต่อข้อถามว่ากังวลว่าจะมีการรับน้องหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่กังวลเลย เป็นหน้าที่ของส.ส.ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ต้องร่วมมือกันทำงานของสภา

ต่อข้อถามว่าการทำงานในสภาสมัยประชุมนี้ จะราบรื่นใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ราบรื่น ตนบอกตั้งแต่แรกแล้ว เมื่อถามว่าพรรคพลังประชารัฐจะปรับยุทธศาสตร์การทำงานเพื่อดึงเสียงจากคนรุ่นใหม่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เราดำเนินการอยู่

ไปนราฯ-ตั้งสาขาพรรคภาคใต้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 6 พ.ย. พล.อ. ประวิตรจะเดินทางลงพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เพื่อไปเป็นประธานการประชุมจัดตั้งสาขาพรรคพลังประชารัฐ สาขาภาคใต้ ที่สนามกีฬา L SOCCER พร้อมพบปะ และปราศรัยกับสมาชิกทั้ง 3 เขต โดยมี ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา เลขาธิการพรรค นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรค ร่วมคณะไปด้วย

ช่วงเช้าจะมีการปฐมนิเทศสมาชิกพรรคโดยนายสันพันธ์ มะยูโซ๊ะ ส.ส.นราธิวาส กรรมการบริหารพรรค เสร็จแล้วเป็นบรรยายเรื่องการดำเนินการจัดตั้งสาขาพรรคภาคใต้โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จังหวัดนราธิวาส จากนั้นเป็นการประชุมเพื่อเลือกตัวแทนประจำจังหวัดนราธิวาส ของเขต เลือกตั้ง โดยพิจารณาเรื่องการเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคการเมือง สาขาภาคใต้ ไม่น้อยกว่า 7 คน ด้วยการให้สมาชิกเสนอชื่อ ผู้ที่สมควรได้รับเป็นคณะกรรมการ

โฆษกแจงเหตุรมต.หนีกระทู้

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ฝ่ายค้านไม่พอใจที่รัฐมนตรีไม่ไปตอบกระทู้สดที่สภา โดยเฉพาะปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน เมื่อวันที่ 4 พ.ย.ว่า ยืนยันว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ไม่ได้ละเลยการชี้แจง เพียงแต่ประเด็นกระทู้สดที่ถามด้วยวาจา ไม่ใช่กระทู้ถามทั่วไป ทุกคนเพิ่งทราบตอนเช้า ซึ่งมีนัดประชุม ครม.ไว้ก่อนล่วงหน้าแล้ว เนื่องจากพล.อ.ประยุทธ์ และรัฐมนตรีบางคนติดภารกิจเข้าร่วมการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยน แปลงสภาพภูมิอากาศ (COP26) ที่เมือง กลาสโกว์ สหราชอาณาจักร ช่วงต้นสัปดาห์ จึงเลื่อนการประชุมครม.มาเป็นวันที่ 4 พ.ย. รวมทั้งยังมีวาระสำคัญต้องหารือในที่ประชุม ครม. เพื่อเร่งแก้ปัญหาให้ประชาชน

“นายกฯ กำชับด้วยว่า ให้รัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการไปชี้แจงข้อมูลต่อสภา เพราะจะเป็นอีกหนทางหนึ่ง” นายธนกรกล่าว

‘นิโรธ’ระบุผิดพลาดทางเทคนิค

ที่รัฐสภา นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า กรณีรัฐมนตรีไม่มาตอบกระทู้นั้น เรื่องนี้เป็นความผิดพลาดทางเทคนิค เพราะนายกฯ ไปต่างประเทศ ทำให้ครม.เลื่อนมาประชุมวันที่ 4 พ.ย. ตรงกับวันตั้งกระทู้ถาม เมื่อรัฐมนตรีไม่พร้อมและสภาไม่ทันคิดเรื่องนี้ ถือเป็นข้อขัดข้องผิดพลาดทางเทคนิค น่าจะให้อภัยกัน อย่าไปถือเป็นสาระว่ารัฐมนตรีไม่มาตอบ ต้องเห็นใจกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะแก้เกมอย่างไรหาก ฝ่ายค้านยังใช้เทคนิคไม่กดบัตรแสดงตน นายนิโรธกล่าวว่า “ไม่ใช่เกมของเขา บางทีมัน เออร์เร่อ เชื่อผม บางทีนานๆ ผมยังเออร์เร่อเลย แบบฮิวแมนเออร์เร่อ ความผิดพลาด ของมนุษย์ และเราใช้งานผู้แทนหนัก บางที ตี 1 ตี 3 ยังนั่งประชุมกัน เมื่อทำงานหนักๆ ก็เบลอ”

ส่วนการประชุมสภาเมื่อ 3 พ.ย. ยืนยันว่าสภาไม่ได้ล่ม ต้องให้ความเป็นธรรมกับส.ส.ทุกคนที่ร่วมผลักดันกฎหมายตั้งแต่ช่วงเช้า ซึ่งวันนั้นมีกฎหมาย 3 ฉบับ แต่ละฉบับมีรายละเอียดหลายมาตรา ต้องพิจารณา ทุกมาตรา ฉบับ 1-2 ทุกคนแทบไม่ได้ขยับ ทำให้ล้า ใช้เวลาประชุมกว่า 8 ชั่วโมง ก็ต้องเออร์เร่อ อ่อนล้าบ้าง ประธานจึงสั่งปิดการประชุม เราไม่ได้ขี้เกียจสันหลังยาว เพราะร่างกายแต่ละคนแข็งแรงไม่เหมือนกัน ขอให้ประชาชนเข้าใจทุกคนเหน็ดเหนื่อย

ผู้สื่อข่าวถามว่าการันตีได้หรือไม่จะไม่มีองค์ประชุมล่มอีก นายนิโรธกล่าวว่า คงไม่ได้ เพราะภารกิจของสภามีมาก ร่างกายมนุษย์มีความเฟิร์มไม่เหมือนกัน ซึ่งการจัดระเบียบวาระการประชุมยาวนานเกินอายุขัย

โต้เสียงวิจารณ์เป็นเด็กนายกฯ

ต่อข้อถามพล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ. ประวิตร ได้ฝากเรื่องการทำงานอะไรบ้าง นายนิโรธกล่าวว่า เมื่อวันที่ 4 พ.ย.หัวหน้าพรรคให้เข้าพบ ท่านบอกว่าได้ทำเอกสารเสนอชื่อตนเป็นประธานวิปรัฐบาลไปให้รัฐบาลพิจารณาแล้ว ท่านบอกว่าให้ทำหน้าที่ให้ดี ขอให้ช่วยกันทำ คุยกับทุกฝ่ายร่วมกันทำงานในภารกิจหน้าที่ของสภา

ส่วนที่ถูกมองว่าได้เป็นประธานวิปรัฐบาลเพราะได้รับความไว้วางใจจากนายกฯ นายนิโรธกล่าวว่า คิดว่าไม่ใช่ ผู้ใหญ่คุยกัน ตนไม่ได้เข้าร่วมประชุมด้วย เห็นชื่อตัวเองก็ยังรู้สึกงงๆ และพรรคสรุปชื่อส่งรัฐบาล ตนกับนายกฯ ยังไม่เคยคุยกันเลย เพราะมีสื่อบางฉบับบอกว่านายกฯ อบอุ่นใจ ตนไม่รู้เรื่อง

เมื่อถามว่ามีการวิเคราะห์ว่าเป็นเด็กของ นายกฯ นายนิโรธกล่าวว่า “ผมเป็นฝ่ายการเมือง และด้วยเกียรติ ยังไม่เคยคุยกับ นายกฯ สักคำตั้งแต่ท่านเป็นนายกฯ เราเป็นส.ส. ต้องให้ความเคารพนายกฯ ในฐานะผู้นำของประเทศ รวมถึงผู้นำฝ่ายค้าน ผมก็ให้ความเคารพเช่นกัน ถือเป็นวัฒนธรรมที่ดี ส.ส.ทุกคนควรให้เกียรติทั้งผู้นำรัฐบาล และผู้นำฝ่ายค้าน ส่วนหัวหน้าพรรคทุกพรรค ไม่ควรนำมาเสียดสีด่าทอ เราต้องพูดถึงเรื่องเนื้อหา เพราะหัวหน้าพรรคเป็นองค์ประกอบของประเทศ เป็นตัวนำประเทศไปในทิศทางต่างๆ ทุกฝ่ายต้องให้เกียรติกัน”

‘ชัยวุฒิ’มั่นใจปธ.วิปคุมเกมได้

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงข่าวครม.มอบให้ตนเอง และนายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกฯ ช่วยเสริมการทำงานของประธานวิปรัฐบาล เพื่อประสานการทำงานในสภาให้ราบรื่นว่า ไม่ถึงขนาดนั้น ตนเป็นส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ต้องช่วยประสานงานในสภาตลอด และวิปทุกคนจากทุกพรรคต้องช่วยกันทำงาน ไม่ใช่ให้ประธานวิปทำงานคนเดียว และรัฐมนตรีที่เป็นส.ส. เมื่อประชุมสภา ต้องช่วยกันติดตาม รวมทั้งเรื่องในกรรมาธิการ (กมธ.) ด้วยเพื่อให้งาน เดินหน้า และเป็นประโยชน์ต่อประชาชน

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะคาดโทษหากมีสมาชิกป่วนการประชุม เพื่อหวังต่อรองอะไรหรือไม่ นายชัยวุฒิกล่าวว่า ไม่มี ยังไม่เห็น ยืนยันว่าไม่มีใครจงใจป่วนสภา และมั่นใจว่านายนิโรธทำงานได้ ไม่ยาก เพราะมีโครงสร้างวิปแต่ละภาคแต่ละกลุ่มอยู่แล้วที่จะดูแลส.ส. ส่วนการประชุมสภาเมื่อวันที่ 3 พ.ย. ไม่ใช่องค์ประชุมล่ม แต่เมื่อประชุมถึงช่วงเย็น ประธานที่ประชุมก็สั่งปิด เป็นเรื่องการสมควรแก่เวลา เพราะประชุมกันมาพอสมควร บางครั้งต้องดูวาระการประชุม ถ้าใช้เวลาประชุมนานเกินไปก็ปิดประชุมก่อน จากนั้นมาพิจารณาใหม่ในวันรุ่งขึ้น เป็นเรื่องปกติ

‘สุทิน’สะกิด‘นิโรธ’อย่ายึดติดตัวกู

นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า เดิมนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ อดีตประธานวิปรัฐบาล ประสานงานได้ดีตลอด 2 ปี ยอมรับว่าทำงานมีความสุข ทั้งฝ่ายค้านและวิปรัฐบาลต่างยึดประโยชน์ของประชาชน และคำนึงถึงภาพพจน์ศักดิ์ศรีของสภา จึงฝากถึงประธานวิปรัฐบาลคนใหม่ ขอยึดแนวทางเดิมในการประสานงานร่วมกัน และสร้างแนวทางใหม่มาสร้างสรรค์การทำงานโดยเฉพาะการพิจารณากฎหมายสำคัญต่างๆ และยึดว่าจะต้องทำให้สภาเป็นที่ศรัทธาของประชาชน ไม่ให้อำนาจอื่นมาบ่อนทำลายหรือด้อยค่าสภา

หลังจากนี้สถานการณ์การเมืองจะเข้มข้นขึ้น มีการแข่งขันและเอาเปรียบ อย่าเอาเสียงข้างมากเป็นตัวกำหนดหรืออย่าเอาเปรียบเสียงข้างน้อยจนเกินไป ขอให้คำนึงถึงศักดิ์ศรีของสภาด้วย ส่วนนายนิโรธ มาเป็นประธาน วิปรัฐบาลคนใหม่นั้น ยอมรับได้ เพราะเคยอยู่พรรคเดียวกันมาก่อน เชื่อว่าการประสานงานน่าจะได้ แต่ห่วงอยู่อย่างเดียว หากไปยึดติดว่า ตัวกูของกูฝ่ายกู อาจจะทำงานยาก

เย้ยสภาล่ม-เรือแป๊ะง่อนแง่น

เวลา 11.00 น. ที่รัฐสภา นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย แถลงการประชุมสภาในวันที่ 5 พ.ย.ว่า มีส.ส.มาลงชื่อแสดงตน 300 คน หายไปเกือบ 200 คน ฝ่ายค้านจึงพูดคุยกันว่าจะขอตรวจสอบองค์ประชุม เนื่องจากการประชุมตลอด 3 วันที่ผ่านมา มีปัญหามาก ยังไม่มีประธานวิป รัฐบาล ทำให้ไม่มีคนคอยควบคุมเสียง ขอให้ พล.อ.ประวิตรช่วยกำชับส.ส.ฝ่ายรัฐบาล เรื่องการเข้าประชุม ซึ่งฝ่ายค้านให้ความร่วมมือมา 3 วันเต็ม เราลงชื่อเป็นองค์ประชุม แต่พอองค์ประชุมล่ม ฝ่ายรัฐบาลกลับมาโทษฝ่ายค้าน

ฝ่ายรัฐบาลรู้อยู่แก่ใจว่าประชุมแล้วเสียงไม่ครบ สะท้อนว่ารัฐบาลไร้เสถียรภาพ อยู่ในภาวะง่อนแง่น แตกมุ้งแตกเหล่า แม้แต่ช่วงหารือในสภา ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลเองก็ตำหนิรัฐมนตรี ทั้งที่พูดคุยกันได้ วันนี้ส่อให้เห็นว่ารัฐบาลมีโอกาสจะเรือจม เรือแป๊ะกำลังง่อนแง่น ทั้งจากสนิมใน และจากคนข้างนอกที่มองเข้าไป

โพลเผยคนกรุงชู‘จุรินทร์’นายกฯ

วันเดียวกัน นายวิทยาธร ท่อแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการสื่อสารการเมืองและสังคม มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) เผยผลสํารวจความคิดเห็นของประชาชนในกรุงเทพฯ เกี่ยวกับ “ประชาชนในกรุงเทพฯ ต้องการผู้นําที่มีคุณลักษณะแบบใดเพื่อเป็นนายกฯคนต่อไปและคุณลักษณะพรรคแบบใดที่ผู้นําสังกัดหรือได้รับการเสนอชื่อเพื่อเป็นนายกฯคนต่อไป” สํารวจวันที่ 28 ต.ค.-2 พ.ย. กลุ่มตัวอย่าง 12,350 คน เป็นชาย 6,820 คน หญิง 5,530 คน

ภาพรวมคุณลักษณะความเป็นผู้นําของ ผู้ที่จะเป็นนายกฯคนต่อไป พบว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มีคะแนนโดยภาพรวมสูงสุด 54.24% รองลงมา คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ 52.99%, คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคไทยสร้างไทย 38.12% ส่วน น.ส.พินทองทา ชินวัตร มีคะแนนน้อยที่สุด 8.87%

ส่วนพรรคที่ผู้นําสังกัดหรือได้รับการเสนอชื่อเพื่อเป็นนายกฯคนต่อไปพบว่า นายจุรินทร์ผู้นําจากพรรคประชาธิปัตย์ มีคะแนนรวมสูงสุด 58.15% รองลงมา พล.อ.ประยุทธ์ ผู้นําจากพรรคพลังประชารัฐ 45.59% นายอนุทิน ชาญวีรกูล ผู้นําจากพรรคภูมิใจไทย 40.74% ส่วนน.ส.พินทองทา ผู้นําจากพรรคเพื่อไทย มีคะแนนน้อยที่สุด 31.44%

ผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากการสํารวจครั้งนี้ ชี้ให้ว่า นายจุรินทร์ เป็นผู้ประชาชนในกรุงเทพฯ ประเมินว่าเหมาะสมจะเป็นนายกฯ คนต่อไป ในสถานการณ์ช่วง 4-5 ปีข้างหน้า เนื่องด้วยนายจุรินทร์ มีความเป็นผู้นําเฉพาะตัวเด่นชัดและมีคุณลักษณะพรรคที่สังกัดเด่นชัด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น่าสังเกตว่าในแบบ สอบถามแต่ละหัวข้อนั้น น.ส.พินทองทา หรือเอม ได้คะแนนน้อยสุด ทั้งที่คนที่เพิ่งเปิดตัวร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย คือ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรืออุ๊งอิ๊ง

ปชป.คุยมีโอกาสรีเทิร์น

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรค และประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณคนกรุงเทพฯที่มอบความไว้วางใจให้กับนายจุรินทร์ ตนมองว่า มสธ.โพลไม่ใช่เป็นเพียงการสำรวจความนิยมเหมือนโพลอื่นๆ ก่อนหน้านี้ แต่เป็นการสำรวจความเชื่อมั่นที่มีต่อนายจุรินทร์ ว่าเหมาะสมจะเป็น นายกฯและเป็นรัฐบาลในวันข้างหน้า

เมื่อพิจารณาจากการตั้งคำถามสำรวจความเห็นประชาชนในหัวข้อต่างๆ ตนมองว่า ประชาธิปัตย์มีโอกาสกลับมาเป็นพรรคในใจประชาชนอีกครั้งหนึ่งด้วยผลงานจากการมุ่งมั่นทุ่มเททำงานหนักของทุกคนในพรรคในยุคอุดมการณ์ทันสมัย ทำได้ไวทำได้จริง ซึ่งทำงานเป็นทีมแบบอเวนเจอร์และการมีจุดยืนที่มั่นคงในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ผลโพลเสมือนกำลังใจ เราจะทำงานหนักแก้ไขปัญหาให้ประเทศชาติและประชาชนต่อไป โดยพรรคเตรียมประกาศยุทธศาสตร์ประชาธิปัตย์เพื่อประชาชนในการประชุมใหญ่สามัญประจำปีพรรค ในวันที่ 18 ธ.ค.นี้ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้า

ส่วนการเปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.นั้นคงอีกไม่นาน เพราะหัวหน้าพรรค และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการพรรค กำลังพิจารณาจังหวะเวลาที่เหมาะสม ขอให้อดใจรอ ซึ่งเป็นคนดีมีความรู้ความสามารถในการบริหาร มีวิสัยทัศน์ก้าวหน้า เหมาะกับยุคกทม.เมตะเวิร์ส (METAVERSE) แน่นอน

นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนและพรรคจะนำผลสำรวจที่ได้รับในครั้งนี้ เป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญ ให้พรรคเดินหน้าลงพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อชี้ให้ประชาชนทั้งประเทศ เห็นพ้องต้องกันกับคนกรุงเทพฯว่า นายจุรินทร์ และพรรคประชาธิปัตย์ คือผู้ที่เหมาะสมและเพียบพร้อมด้วยคุณลักษณะของการเป็นนายกฯและรัฐบาลที่ดีในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

‘เรืองไกร’จี้นายกฯ ปลด‘นิพนธ์’

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า วันที่ 5 พ.ย.ตนได้ส่งหนังสือทางไปรษณีย์ถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เพื่อขอให้พิจารณาปรับนายนิพนธ์ บุญญามณี พ้นจากรมช.มหาดไทย เนื่องจากนายนิพนธ์ถูกพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ออกคำสั่งกระทรวงมหาดไทยที่ 1528/2564 ให้พ้นจากตำแหน่งนายก อบจ.สงขลา จากการถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิด คดีไม่เบิกจ่ายเงินค่าเช่ารถอเนกประสงค์ 2 คัน 50 ล้านบาทให้แก่เอกชน ซึ่งคำสั่งดังกล่าวทำให้นายนิพนธ์กลายเป็นผู้เคยถูกสั่งให้พ้นจากราชการ และคำสั่งยังไม่ถูกเพิกถอน จึงอาจมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 (4) ประกอบมาตรา 160 (6) กับมาตรา 98 (8)

เรื่องนี้นายกฯ อาจเทียบเคียงกรณีรัฐมนตรี 3 คนที่ต้องคำพิพากษาให้จำคุก หรือเทียบเคียงกรณีรัฐมนตรี 2 คนถูกปรับออก ด้วยเหตุผลเพื่อความเหมาะสมและให้เกิดประโยชน์แก่ราชการ หากนายกฯ ปล่อยให้นายนิพนธ์เป็นรัฐมนตรีต่ออาจมีผลกระทบทางกฎหมายตามมาหลายประการ ทั้งการใช้อำนาจรัฐมนตรีและการร่วมประชุมครม.

ส.ส. 3 พรรคฝ่ายค้านยื่นปธ.สภา

ที่รัฐสภา นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกลนายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ยื่นหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผ่านนายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภา เพื่อขอให้ส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของนายนิพนธ์ โดยพรรคก้าวไกลร่วมกับส.ส.ฝ่ายค้าน คือพรรคประชาชาติและพรรคเสรีรวมไทยรวมทั้งสิ้น 50 คน เข้าชื่อตามเงื่อนไขของบทบัญญัติรัฐธรรมนูญในการขอให้ประธานสภาส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อดำเนินการวินิจฉัยต่อไป

นายสมบูรณ์กล่าวว่า ตนจะรับหนังสือไปตามกระบวนการ แต่ปัจจุบันนายนิพนธ์ไม่ได้เป็นส.ส.จึงไม่น่าเข้าข่ายตามมาตรา 170 เรื่องการสิ้นสุดลงเฉพาะตัวของความเป็นรัฐมนตรีที่ผู้ยื่นอ้างถึง ซึ่งเรื่องคุณสมบัติ ความเป็นรัฐมนตรีต้องไปยื่นกับกกต. ส่วนเรื่องคุณธรรมจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะเป็นเรื่องของป.ป.ช.

นายณัฐวุฒิให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องนี้เป็นการเอามาตรา 82 วรรคหนึ่งมาบังคับใช้โดยอนุโลม ประธานสภาไม่มีอำนาจหรือดุลพินิจใดๆ ทั้งสิ้น ต้องทำหน้าที่ส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญ และศาลจะวินิจฉัยเอง ประธานสภาจะทำหน้าที่เป็นเหมือนบุรุษไปรษณีย์เท่านั้น

ให้กำลังใจ – นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว. แรงงาน เยี่ยมผู้ประกันตนที่ทุพพลภาพจากการทำงาน ให้กำลังใจฟื้นฟูทั้งด้านร่างกายและ จิตใจให้มีอาชีพ มีงานทำ ช่วยเหลือตนเองได้ ที่ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงานภาค 5 จ.สงขลา เมื่อวันที่ 5 พ.ย.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน