เอาผิด-เหยียด
ชี้ทั้งปท.รับไม่ได้

คนอีสาน..บ่ทน ขึ้นโรงพักแจ้งจับกลุ่มเหยียด-หยามคนอีสาน ระบุไม่เพียงคนอีสานที่ไม่พอใจ แต่คนไทยผู้รักความสงบคงไม่สบายใจเช่นกัน ระบุคนอีสานมีสำนึกและภาคภูมิใจในการเกิดเป็นคนอีสาน ยึดมั่นในฮีตคลองประเพณี รักความสงบ ไม่ชอบความขัดแย้ง แต่เมื่อมีภัยคุกคามก็สู้ไม่ถอย เตือนคนอีสานและคนไทยผู้เจริญไม่ควรใช้อารมณ์จนขาดสติ ขอให้ตอบโต้อย่างสร้างสรรค์ พร้อมให้อภัยกลุ่มบุคคลดังกล่าว แต่หากยังไม่สำนึกจำต้องใช้กฎหมายเข้าจัดการ ด้านน้องแพนดาวติ๊กต็อกยันไม่ได้ว่าคนอีสานและลิซ่า ห่วงความปลอดภัยเจอวัยรุ่นแปลกหน้ามาหน้าบ้าน เตรียมลาออกจากโรงเรียนหางานทำเลี้ยงตัว

อีสานบ่ทน – นายคุ้มพงษ์ วงศ์ภูเขียว หรือทนายแดง ตัวแทนกลุ่มคนขอนแก่น ขึ้นอ่านแถลงการณ์ ‘คนอีสาน..บ่ทน’ ก่อนเข้าแจ้งความดำเนินคดีกลุ่มที่ดูหมิ่นคนอีสานในคลับเฮาส์ ที่สภ. เมืองขอนแก่น เมื่อ วันที่ 7 พ.ย.

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 7 พ.ย. ที่สภ.เมืองขอนแก่น นายคุ้มพงษ์ ภูมิภูเขียว อายุ 60 ปี ตัวแทนกลุ่มคนอีสาน…บ่ทน นำรถขยายเสียง พร้อมป้ายติดข้างรถ ข้อความว่า “หยุด ย่ำยี เหยียดหยาม คนอีสาน” และจอดอ่านแถลงการณ์หน้าอาคาร ก่อนยื่นหนังสือตามใบแถลงการณ์ให้ พ.ต.ท.จตุเรศ ดรอ่อนเบ้า สว.(สอบสวน) สภ.เมืองขอนแก่น และเข้าแจ้งความและลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสอบสวนเอาผิดคนที่เหยียดหยามคนอีสานตามคลิปในแอพพลิเคชั่นชื่อคลับเฮาส์ TOXIC

นายคุ้มพงษ์กล่าวว่า กรณีที่มีวัยรุ่นตามที่อยู่ในคลิปแอพพลิเคชั่นชื่อคลับเฮาส์ TOXIC พูดเหยียดหยามคนอีสานนั้นอาจมีหลายคนมองว่าเป็นคำพูดของคนที่ไร้ความคิด แต่คือคำพูดที่ดูถูกความเป็นมนุษย์ของคนอีสาน จึงต้องมาแจ้งความให้ตำรวจดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายในความผิดเกี่ยวกับพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฐานกระทำการโดยทุจริตนำเข้าซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ ข้อมูลบิดเบือนเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์

“สิ่งที่กระทำนั้นเป็นนิสัยส่วนตัวของบุคคลนั้น การมีความคิดเหยียดเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์คนอีสานนั้น ในทางกฎหมายยังไม่ทราบว่าจะออกมาในรูปแบบใด เพราะคนพวกนี้อาจจะทำได้เพียงการออกมายกมือขอโทษและว่าตัวเองรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่ขอยืนยันว่ากลุ่มคนอีสาน…บ่ทน จะเดินหน้าเอาผิดให้ถึงที่สุด” นายคุ้มพงษ์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ข้อความในแถลงการณ์ ของกลุ่มคนอีสาน…บ่ทน ระบุว่าจากกรณีปรากฏคลิปเสียงในโลกโซเชี่ยลดังกล่าวเชื่อว่าไม่เฉพาะแต่คนอีสานเท่านั้นที่ไม่สบายใจ แต่คนไทยผู้รักความสงบสามัคคี คนดีๆ ฟังแล้วคงไม่สบายใจเช่นกัน และอยากจะให้มีกระบวนการหยุดยั้งกลุ่มบุคคลผู้ใช้ คำพูดและมีความคิดเหยียดเชื้อชาติคนอีสาน แถลงการณ์ฉบับนี้ใช้ชื่อ “คนอีสาน” คงไม่ต้องถามว่าเป็นกลุ่มตั้งมาอย่างไร เมื่อไหร่

พวกเราคนอีสานมีสำนึกและความภาคภูมิใจในการเกิดเป็นคนอีสาน เช่นเดียวกับคน ทุกเชื้อชาติ เชื้อสายพงศ์พันธุ์ คนอีสานมีที่มาพัฒนาการยาวนาน รักความสงบ เอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ทั้งในกลุ่มเชื้อชาติเดียวกันและต่าง เชื้อชาติ คนอีสานไม่ชอบความขัดแย้ง แต่เมื่อใดมีภัยคุกคามคนอีสานก็สู้ไม่ถอย คนอีสานเคารพรักผู้หลักผู้ใหญ่และบรรพบุรุษ ยึดมั่นในฮีตคลองประเพณีวัฒนธรรมอย่างเหนียวแน่น แม้ในสภาพสังคมทันสมัยในปัจจุบันก็ไม่อาจจะกร่อนกลืน “มูลเชื้อคนอีสานได้”

หากกลุ่มบุคคลที่บังอาจกระทำการดูถูกเหยียดหยามคนอีสานได้รู้ได้เข้าใจ ใช้สติปัญญาและสำนึกของความเป็นคนไทยผู้เจริญ เชื่อว่าคงอาจจะไม่กระทำการที่น่าสมเพชเวทนาเช่นนี้ แถลงการณ์ฉบับนี้มีเจตนาดึง สติเตือนใจพี่น้องคนอีสานและคนไทยผู้เจริญให้ใช้ปัญญาพิจารณาต่อกรณีที่เกิดขึ้น ไม่ควรใช้อารมณ์จนขาดสติและเหตุผล หากจำเป็นต้องตอบโต้ขอให้ตอบโต้อย่างสร้างสรรค์ตามกฎกติกาและครรลองของกฎหมายบ้านเมือง เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของสังคม

คงไม่มีประโยชน์ที่พวกเราคนอีสานและท่านผู้เจริญจะตอบโต้ด้วยกิริยาวาจาเช่นที่กลุ่มบุคคลพวกนี้กระทำ คนอีสานพร้อมให้อภัยกลุ่มบุคคลดังกล่าวที่ควรต้องแสดงตัวออกมา แล้วกระทำการใดๆ อันถูกต้องเหมาะสมที่จะทำให้พวกเราคนอีสานพอใจและสบายใจขึ้น แต่หากกลุ่มบุคคลพวกนี้ยังไม่สำนึกละอายต่อพฤติกรรมก็จำต้องใช้มาตรการทางกฎหมายเข้าจัดการ

ด้าน น้องแพน หญิงสาวชาวอุดรธานี วัย 17 ปี ดาวติ๊กต็อก ซึ่งออกมาชี้แจงว่าตนเข้าไปในห้องดังกล่าวจริงแต่ไม่ได้ดูหมิ่นคนอีสาน พร้อมบอกว่าคนที่ดูหมิ่นเป็นหญิงสาวอีกคนที่ใช้แอพฯ ชื่อว่า เพนนี

ล่าสุดน้องแพนชี้แจงอีกครั้งกรณีมีคนบอกว่าตนเองว่าลิซ่าด้วย โดยยืนยันว่าไม่ได้ว่าลิซ่า ตนไม่สบายใจมาก ตนอายุเพียง 17 ปี ตอนนี้เรียนอยู่ชั้น ม.5 หลังจากเกิดเรื่องดราม่าว่าคนอีสานตนเองก็ไม่สบายใจ ได้ออกมาชี้แจงแล้ว ไม่มีเหตุผลใดที่ตนเองจะไปว่าคนอีสานและว่า ลิซ่า เพราะตนเองเป็นคนอีสานเช่นกัน

ตอนนี้ยังมีคนที่เข้าใจว่าตนไปว่าอยู่ และนำภาพตนและแม่ไปโพสต์ในกลุ่มต่างๆ สร้างห้องในคลับเฮาส์ นำภาพแม่ตนไปเป็นโปรไฟล์ด้วย อยากวิงวอนอย่านำภาพแม่ตนไปเลย และตอนนี้ห่วงความปลอดภัยของตัวเองเพราะมีวัยรุ่นแปลกหน้ามาที่หน้าบ้านเยอะมาก เพราะตนอยู่ลำพังกับน้า

น้องแพนกล่าวต่อว่า หลังจากแม่ย้ายกลับไปอยู่บ้านที่จ.อุดรธานี ตนก็ไม่ได้กลับบ้าน เรียนอยู่ที่พัทยาและหาเงินเรียนด้วยตนเองโดยเล่นติ๊กต็อก ทั้งถ่ายแบบ รีวิวโฆษณา ได้เงินประมาณเดือนละ 7,000-8,000 บาท เอาไว้ใช้ บางเดือนก็ส่งให้แม่ใช้ด้วย ตอนนี้อยากจะลาออกจากโรงเรียนเพราะคนทั้งโรงเรียนคิดว่าตนไปว่าคนอีสาน อาจจะลาออกจากโรงเรียนหางานทำเลี้ยงตัวเอง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน