บิ๊กเด่นลุยซิ่งป่วนเมือง
ยึดรถ-เอาผิดถึงพ่อแม่

‘บิ๊กเด่น’ ดำรงศักดิ์ รองผบ.ตร. ในฐานะผอ.ศูนย์บริหารจราจร ตร. ถกเข้มบังคับใช้กฎหมายทำผิดกฎจราจร ยึดรถ ส่งดำเนินคดี ส่วนทีมงานจะตรวจสอบคลิปที่ประชาชน ส่งมา หากพบขับขี่ผิดกฎหมาย จะส่งข้อมูลให้สถานีตำรวจพื้นที่ดำเนินคดี มูลนิธิเมาไม่ขับจะมอบรางวัลให้เจ้าของคลิปทุกเดือน เดือนละ 10 รางวัล มีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โฆษกตร.ยกคำสั่งคสช. จับนักแข่งซิ่ง-แว้น จยย. เจ้าหน้าที่มีอำนาจยึดรถ เตือนพ่อแม่ปล่อยปละละเลยลูกออกมาซิ่งป่วนเมืองมีความผิดด้วย ศาลสั่งยึดรถ ปรับ ตัดสินให้ติดคุกได้

เมื่อวันที่ 10 พ.ย ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร (ศจร.ตร.) ประชุมเร่งรัดแก้ปัญหาการขับรถฝ่าฝืนกฎหมาย หวังลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ร่วมกับหน่วยงานราชการ บริษัทที่ให้บริการขนส่งอาหารสิ่งของ และเครือข่ายด้านความปลอดภัยบนท้องถนน

ภายหลังการประชุม พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวว่า เป็นการประชุมเพื่อกำหนดมติการ บูรณาการความร่วมมือกัน โดยใช้มาตรการบังคับใช้กฎหมาย โดย ตร.จะบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มรถจักรยานยนต์ ที่กระทำผิด ในพื้นที่เขตเมือง เขตชุมชน หรือเขตสถานศึกษา อย่างเข้มงวด ในข้อหา ขับรถย้อนศร ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร ขับรถบนทางเท้า รวมถึงการขับปาดซ้ายปาดขวา ซึ่งเป็นการขับรถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว

นอกจากการออกใบสั่งตามปกติแล้ว หากพฤติการณ์การกระทำผิดข้างต้นดังกล่าวมีลักษณะที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนน หรือประชาชนทั่วไป เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินคดีข้อหา “ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น” ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับ 2,000-10,000 บาท โดยต้องสอบสวนดำเนินคดีและยื่นฟ้องผู้กระทำผิดต่อศาล ยึดรถเป็นของกลางในคดีและมีคำร้องขอให้ศาลริบเป็นของแผ่นดิน

ทั้งนี้ จะใช้วิธีการตรวจจับการกระทำผิด 5 วิธี 1.ตรวจพบการกระทำผิดซึ่งหน้าในขณะอำนวยความสะดวกการจราจร 2.การใช้ชุดสายตรวจจราจรออกตรวจในพื้นที่จุดเสี่ยงที่มีฝ่าฝืนกฎหมายหรือจุดที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง 3.การตั้งจุดตรวจกวดขันวินัยจราจร 4.การใช้กล้องตรวจจับความผิด 5.การรับข้อมูลจากประชาชน ที่บันทึกเหตุการณ์การกระทำผิด

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวต่อว่า คณะทำงาน ศจร.ตร. จะตรวจสอบข้อมูลจากคลิปของประชาชน หากพบว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมาย จะส่งข้อมูลไปยังสถานีตำรวจในพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อดำเนินคดีกับผู้ขับขี่ นอกจากนี้มูลนิธิเมาไม่ขับ จะมอบรางวัลให้กับเจ้าของคลิป ทุกเดือน เดือนละ 10 รางวัล มาตรการบังคับใช้กฎหมายตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ด้านพล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจํานงค์ โฆษกตร. กล่าวถึงกรณีการจับกุมแก๊งรถจักรยานยนต์ “ทริปไม่อาบน้ำ” ที่ไปเที่ยวเขาค้อ-ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์ ในช่วงวันที่ 6-7 พ.ย. ที่สร้างความเดือดร้อนรำคาญ ไม่เคารพกฎจราจร ว่า ตร. ได้คำนึงถึงความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ผู้ใช้รถใช้ถนน โดย พล.ต.อ. สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้สั่งการกำชับไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วประเทศหากพบการ กระทำผิดกฎหมาย ให้ดำเนินคดีอย่างเข้มงวด

พล.ต.ต.ยิ่งยศกล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา ตร.ได้จับกุมดำเนินคดีกับกลุ่มรถจักรยานยนต์ไปแล้วหลายกลุ่มและบางคดีศาลยังมีคำพิพากษาให้ริบรถอีกด้วย และขอเตือนไปยังผู้ปกครอง ว่าอย่าได้ปล่อยปละละเลย และขอให้ช่วยทางเจ้าหน้าที่เป็นหูเป็นตาดูแลบุตรหลานของท่าน อย่าให้ออกมาสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น เพราะไม่ใช่แค่ ผู้ขับ และผู้ซ้อน ที่จะมีความผิดแต่กฎหมายยังเอาผิดกับตัวผู้ปกครองอีกด้วย

โดยคนขับ มีความผิดตามมาตรา 43 พ.ร.บ.จราจรทางบก มีโทษจำคุก 3 เดือน ปรับสูงสุด 10,000 บาท, คุมประพฤติ, ทำงานบริการสังคม ส่วนคนซ้อน มีความผิดตามมาตรา 86 ประมวลกฎหมายอาญา ฐานสนับสนุน มีโทษ 2 ใน 3 ของคนขับ, คุมประพฤติ, ทำงานบริการสังคม

ขณะที่ผู้ปกครอง มีความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก มาตรา 26(3) – บังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร อาจได้รับโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับสูงสุด 30,000 บาท

“ตามคำสั่ง คสช.ที่ 22/2558 ข้อ 1 ห้าม มิให้ผู้ใดรวมกลุ่มหรือมั่วสุมหรือจัดให้มีการรวมกลุ่มหรือมั่วสุมในลักษณะ หรือโดยพฤติการณ์ที่น่าจะเป็นการนําไปสู่การแข่งรถในทางอันเป็นความผิดและต้องรับโทษตามกฎหมายว่าด้วยจราจรทางบกในกรณีที่มีเหตุตามวรรคหนึ่ง ให้เจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยจราจรทางบกหรือเจ้าพนักงานตำรวจ

หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับปัญหาการแข่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในทาง มีอำนาจเข้าระงับ ยับยั้ง หรือดำเนินการใดๆ เพื่อป้องกันมิให้มีการกระทำดังกล่าวได้ตามที่เห็นสมควรอำนาจเช่นว่านี้ ให้รวมถึงการนํารถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่สงสัยว่าจะใช้ในการแข่งรถในทางมาเก็บรักษาไว้เป็นการชั่วคราว เพื่อการป้องกันหรือรักษาไว้เพื่อความปลอดภัยสาธารณะ จนกว่าลักษณะหรือพฤติการณ์ดังกล่าวจะสิ้นสุดลง” พล.ต.ต.ยิ่งยศกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน