ไม่ยอมรับชู‘สภาเดียว’
พรรครัฐบาลแทงกั๊ก
อ้างรอฟังที่ประชุมวิป
ไอติมจี้วุฒิให้เสียสละ
หยุดระบอบประยุทธ์
ส.ว.ฟันธงร้อยเปอร์เซ็นต์ โหวตวาระแรก 17 พ.ย. รัฐสภาตีตกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ออกตัวไม่เกี่ยวปมยุบวุฒิสภา แต่เนื้อหาขัดหลักแบ่งแยกอำนาจ ชูสภาผู้แทนราษฎรใหญ่สุดในแผ่นดิน พรรคร่วมรัฐบาลแทงกั๊ก อ้างรอฟังความเห็นที่ประชุมวิป 15 พ.ย.นี้ก่อน ‘ไอติม พริษฐ์’ กระตุกส.ว. ให้ยอมเสียสละ ชี้ ‘สภาเดี่ยว’ สอดคล้องโลกสมัยใหม่ ยุติระบอบประยุทธ์สืบทอดอำนาจ พรรคก้าวไกลยอมรับ ฝ่าด่านหิน ส.ว.เป็นเรื่องยาก ‘บิ๊กป้อม’ ควง ‘บิ๊กแป๊ะ’ ลุยตรวจงานสกลนคร
ส.ว.ไม่ให้ผ่านร่างแก้รธน.ฉบับปชช.
วันที่ 13 พ.ย. นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. กล่าวถึงการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับภาคประชาชน ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาในวันที่ 16 พ.ย. และจะลงมติเช้าวันที่ 17 พ.ย.นี้ ว่า ส.ว.จะประชุมปรึกษาหารือกันวันที่ 15 พ.ย. เวลา 08.30 น. ซึ่งส.ว.ส่วนใหญ่มีความเห็นสอดคล้องกันว่าไม่รับร่างแก้ไขฉบับนี้ เพราะฟังจากกระแสเสียงแล้ว แม้แต่สภาผู้แทนราษฎรเองส่วนใหญ่ก็เชื่อว่าไม่รับ จะมีรับก็บางพรรคเท่านั้น
เท่าที่ดูหลักการเหตุผลในร่างแล้วคงไม่รับ ตนไม่ได้มองเรื่องยกเลิก ส.ว.อย่างเดียว แต่ร่างฉบับนี้เป็นฉบับที่ล้ม โละ เลิก หรือฉบับปฏิวัติ เสมือนหนึ่งว่าขออำนาจมายกเลิกองค์กรต่างๆ ต้องสรรหาในสภาผู้แทนฯ ซึ่งเป็นองกรค์เดียวที่ใหญ่ในแผ่นดิน โดยไม่คำนึงถึงหลักการแบ่งแยกอำนาจบริหาร ตุลาการ นิติบัญญัติ ทำให้สภาผู้แทนฯ เข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงได้ ทั้งอำนาจในกองทัพ อำนาจในองค์กรอิสระ อำนาจในศาลรัฐธรรมนูญ อำนาจในตุลาการ การแบ่งแยกอำนาจจบสิ้นโดยสิ้นเชิง ไม่เป็นไปตามหลักสากลของประชาธิปไตย พิจารณาเรื่องเดียวก็เห็นว่าไม่ควรให้ผ่าน ไม่เกี่ยวกับการไม่ให้มีส.ว.
ฟันธงรัฐสภาตีตกแน่นอน
“ผู้เสนอร่างก็รู้อยู่แล้วว่าเสนอมาก็คงไม่ผ่าน เชื่อเหลือเกินว่า ส.ส.ก็ไม่รับ ส.ว.ก็ไม่รับ แต่คนเสนอคงต้องการแสดงสัญลักษณ์ หรือแสดงจุดยืนเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นร่างนี้จึงไม่ตื่นเต้น เร้าใจ เพราะรู้อยู่แล้วว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร เป็นเรื่องของการแสดงวาทกรรมในสภาเท่านั้นเอง” นายวันชัยกล่าว
เมื่อถามว่า หากร่างนี้ไม่ผ่านมองว่าจะมีการปลุกกระแสความรุนแรงหรือไม่ นายวันชัยกล่าวว่า ตนไม่มองว่าเป็นเรื่องของการปลุกกระแสอะไร เพราะเรื่องปลุกระแสมีมาโดยตลอด และเห็นว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ออกมาแรงกว่าเสียอีก จึงเห็นว่าร่างฉบับนี้ไม่ผ่านสภาก็ไม่มีการลุกฮือ เพราะไม่ได้ต่างจากการปราศรัยในทุกครั้งที่ผ่านมา ดังนั้น ส.ว.ไม่มีอะไรที่ต้องเตรียม เพียงแต่ทำความเข้าใจให้สมาชิกได้รับรู้ และกำชับเรื่ององค์ประชุมและวันโหวต แต่เนื้อหามองดูแล้วไม่มีอะไรผ่าน
คนเสนอต้องการเรียกมวลชน
นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. กล่าวว่า วันที่ 15 พ.ย.นี้ เวลา 08.30 น. ส.ว.จะเปิดเวทีย่อยพูดคุยเนื้อหาร่างแก้ไขดังกล่าวว่า มีประเด็นแก้ไขเรื่องใด ด้วยเหตุใดบ้าง เหมาะสมจะแก้ไขหรือไม่ จะให้ส.ว.แสดงความคิดเห็น ส่วนการลงมติโหวตวาระแรกในวันที่ 17 พ.ย.นั้น จะให้เป็นดุลพินิจของส.ว.แต่ละคนในการลงมติ
ส่วนตัวดูแล้วโอกาสผ่านยาก เพราะเนื้อหาที่เสนอแก้ไขเป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างรัฐสภา ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลยุติธรรม ศาลปกครอง องค์กรอิสระ และยังเปิดช่องให้แทรกแซงการทำงานของศาลและองค์กรอิสระได้ ฝ่ายที่เสนอมารู้อยู่แก่ใจว่าโอกาสไม่ผ่านมีสูง แต่ยังเสนอเข้ามาเพื่อใช้สร้างความชอบธรรมในการเรียกมวลชนว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของประชาชนถูกปฏิเสธโดยรัฐสภา ต้องการให้รัฐสภาถูกเข้าใจผิดจากประชาชน ทั้งที่รัฐสภาไม่มีเจตนาเช่นนั้น แต่ข้อเสนอเป็นปัญหาจริงๆ ถึงขั้นทำให้กระบวนการยุติธรรมไม่มีข้อยุติ ยิ่งทำให้สร้างความขัดแย้งในสังคมเพิ่มขึ้น ทำให้ไม่สามารถรับร่างได้
ยันไม่ผ่าน 100 เปอร์เซ็นต์
นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว. กล่าวว่า ขอฟันธงร้อยเปอร์เซ็นต์ ร่างฉบับประชาชนจะไม่ผ่านวาระรับหลักการจากรัฐสภา ส.ว.ไม่มีทางเห็นชอบเกิน 1 ใน 3 หรือ 84 คนแน่นอน เนื้อหาที่เสนอแก้ไขไม่เรียกว่าปฏิรูป แต่เป็นการปฏิวัติ เพราะเป็นการแก้ไขทั้งโครงสร้างรัฐสภา ศาล และองค์กรอิสระให้เอาตามที่ฝ่ายตนเองต้องการ โดยเฉพาะข้อเสนอที่ให้เหลือเพียงแค่สภา ผู้แทนฯ เพียงสภาเดียว ไม่เหมาะสมกับประเทศไทย ทำให้ขาดการถ่วงดุล
ส.ว.ไม่ติดใจที่เสนอให้ยกเลิกวุฒิสภา เพราะอยู่อีกแค่ 2 ปีกว่า จะหมดหน้าที่แล้ว แต่กังวลอนาคตประเทศถ้าเหลือแค่สภาเดียว ไม่เหมาะสมกับประเทศไทยแน่นอน ยิ่งไปแก้โครงสร้างศาล องค์กรอิสระก็ยิ่งไปกันใหญ่ ถ้าอ้างรายชื่อประชาชน 100,000 คน สนับสนุนร่างแก้ไขฉบับนี้ ขอให้ดูความเห็น 16 ล้านคนที่ให้ความเห็นชอบรัฐธรรมนูญปี 2560 ด้วย เราให้ความสำคัญกับประชาชนหลักแสนคนที่เสนอให้แก้ไข แต่ถ้าหลักการที่เสนอมาไม่เหมาะสมกับประเทศไทย ต่อให้มีรายชื่อมากเท่าไรก็ให้ผ่านไม่ได้ เชื่อว่าหากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนไม่ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา จะไม่เป็นชนวนให้เกิดความขัดแย้ง หรือมีการชุมนุมมากขึ้น
อ้างไม่มีธงในใจ
นายพีระศักดิ์ พอจิต ส.ว. ให้สัมภาษณ์ว่า ส.ว.จะหารือแลกเปลี่ยนมุมมองของแต่ละคนวันที่ 15 พ.ย.นี้ แต่ละคนก็ได้ศึกษาร่างฉบับ ดังกล่าวบ้างแล้ว แต่ส่วนหนึ่งอาจรอฟังคำอภิปรายของผู้เสนอร่างด้วย จะได้เห็นอีกมุมหนึ่งที่อาจนึกไม่ถึง จึงยังไม่มีธงว่าต้องทำอย่างไร ส่วนที่มีกระแสว่า ส.ว.อาจโหวตคว่ำนั้น ตนยังไม่ได้พูดคุยกับ ส.ว.คนอื่น
เนื่องจากปกติก็ให้ทุกคนใช้ดุลพินิจของแต่ละคนอยู่แล้ว เมื่อถามว่า ข้อเสนอให้ยกเลิก ส.ว.ไม่ได้มีอะไรติดขัดใช่หรือไม่ นายพีระศักดิ์กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นว่ากรณีประชาชนทำตามรัฐธรรมนูญ รวบรวมรายชื่อเสนอกฎหมายได้ ก็ต้องให้เกียรติเขา ดูเหตุและผลในการเสนอกฎหมาย เขาจะอภิปรายในสภาเราก็ต้องฟัง
เมื่อถามย้ำว่ายืนยันว่า ส.ว.ไม่ได้มีธงในใจใช่หรือไม่ นายพีระศักดิ์กล่าวว่า ในส่วนของตนและที่รับฟังมาก็ยังไม่มีใครมีธงในใจ เพียงแต่ทราบมาว่าจะหารือกัน ซึ่งคงเป็นการหารือกันแบบกลุ่ม ไม่ใช่ ส.ว.ทั้งหมด และตนคงไม่ได้ไปหารือกับเขา ก่อนตัดบทว่า “โอเคนะ พูดมากไม่ค่อยได้”
วิปรัฐบาลนัดถก 15 พ.ย.
นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และรองประธานวิปรัฐบาล กล่าวเรื่องเดียวกันว่า วิปรัฐบาลจะประชุมวันที่ 15 พ.ย. เวลา 14.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวว่าแต่ละพรรคเห็นอย่างไร เพื่อนำข้อคิดเห็นไปเสนอต่อพรรคอีกครั้ง โดยในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์จะประชุมพรรคในวันเดียวกันเวลา 16.30 น. ก็จะได้ข้อยุติว่าเห็นเป็นอย่างไร
ส่วนตัวเห็นว่าข้อเสนอต่างๆ ของภาคประชาชนเป็นเรื่องที่พรรคสนับสนุนอยู่แล้ว โดยเฉพาะการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นเมื่อประธานรัฐสภารับให้บรรจุระเบียบวาระและได้มีการประชุมวิป 3 ฝ่ายเบื้องต้นไปแล้ว เกี่ยวกับการแบ่งเวลาการอภิปราย 18 ชั่วโมง วิปฝ่ายค้าน 5 ชั่วโมง ผู้เสนอร่าง 3 ชั่วโมง และลงมติ 17 พ.ย. อีก 3 ชั่วโมง ซึ่งในที่ประชุมไม่ได้พูดคุยกันว่าจะลงมติไปทิศทางใด
ปชป.กั๊ก-ขอฟังในสภาก่อน
อย่างไรก็ตาม เมื่อเห็นข้อเสนอของภาคประชาชนแล้วคิดว่าทั้ง 11 เรื่อง เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหลักการในการปกครองระบอบประชาธิปไตย ซึ่งต้องฟังภาคประชาชนก่อนว่ามีรายละเอียดสำคัญอย่างไรบ้าง ข้อเสนอที่เป็นรายมาตราสาระสำคัญจริงๆ เป็นอย่างไร จึงไม่สามารถพูดก่อนได้ว่าจะคิดเห็นเป็นอย่างไร
เมื่อถามว่า แน้วโน้มพรรคประชาธิปัตย์จะลงมติไปในทิศทางใด นายชินวรณ์กล่าวว่า ต้องเอาผลสรุปของที่ประชุมวิปรัฐบาลไปพูดคุยกัน ซึ่งเรื่องรัฐธรรมนูญในพรรคก็หารือไปแล้วบางส่วน แต่ต้องฟังที่ประชุมพรรคอีกครั้ง ซึ่งไม่สามารถแยกแต่ละเรื่องได้ ถ้ารับก็ต้องรับทั้งหมด เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวว่าหากไม่ผ่านชั้นรับหลักการ อาจทำให้เกิดความรุนแรงขึ้นอีก นายชินวรณ์กล่าวว่า ยังไม่ทราบแต่ละฝ่ายเห็นอย่างไร และต้องเคารพสิทธิ์แต่ละฝ่าย ส่วนความรุนแรงเราไม่เอาประเด็นที่เป็นอิทธิพลกับการตัดสิน ต้องเอาเรื่องเหตุผล ความถูกต้อง เป็นหลักในการตัดสินใจมากกว่า
ภท.ก็อ้างกำลังศึกษาร่างแก้ไข
นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับภาคประชาชน ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาในวันที่ 16 พ.ย. ก่อนจะมีการลงมติช่วงเช้าวันที่ 17 พ.ย.นี้ว่า พรรคได้มอบหมายให้ตนศึกษาอยู่ แต่เพิ่งได้รับเอกสารของร่างฯ เมื่อ 12 พ.ย.ที่ผ่านมา และเอกสารมีจำนวนมากจึงยังไม่สามารถตอบได้ว่าทางพรรคจะเห็นไปในทิศทางใด
ชทพ.รอฟังมติวิปรัฐ
นายนิกร จำนง ส.ส.พรรคชาติไทยพัฒนา ให้สัมภาษณ์ในเรื่องเดียวกันว่า ช่วงนี้ทางพรรคไม่ได้มีการประชุมกัน และต้องรอดูการอภิปรายวันที่ 16 พ.ย.ก่อน รวมถึงต้องรอ วิปรัฐบาลที่จะประชุมกันในวันที่ 15 พ.ย.นี้ ว่าจะมีความคิดเห็นร่วมกันอย่างไร โดยพรรคจะมีการหารือกันช่วงเช้าวันที่ 17 พ.ย.อีกครั้ง เพื่อรับฟังความเห็นกัน
อย่างไรก็ตามเรื่องรัฐธรรมนูญและการโหวตในสภา ถือเป็นเอกสิทธิ์ของส.ส.ตามรัฐธรรมนูญ ฉะนั้น เราแค่ลงคะแนนไปในทางเดียวกัน แต่จะให้มีมติบังคับหรือให้เป็นไปในทางใดทางหนึ่งก็คงเป็นไปไม่ได้ แต่ทั้งนี้ก็ต้องรอฟังรายละเอียดของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ด้วยว่าจะมีหลักการและเหตุผลเป็นอย่างไร จากนั้นจึงค่อยตัดสินใจ
ก้าวไกลชัดเจน-โหวตหนุน
นายรังสิมันต์ โรม รองเลขาธิการพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคก้าวไกลให้การสนับสนุนขบวนการเคลื่อนไหวแก้ไขรัฐธรรมนูญของภาคประชาชนมาตลอด ร่างแก้ไขของกลุ่มรีโซลูชั่น ต้องการทำให้อำนาจที่เคยเป็นของประชาชนกลับคืนมาเป็นของประชาชน เพราะรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ปิดกั้นอำนาจประชาชนหลายเรื่อง เช่น ศาลรัฐธรรมนูญที่ไม่ได้ยึดโยงประชาชน หรือ เจ้าหน้าที่องค์กรอิสระบางคนก็เคยเป็นเลขาฯ หน้าห้องของคนทำรัฐประหาร ทำให้การตรวจสอบการคอร์รัปชั่นไม่เกิดมรรคเกิดผล พรรคก้าวไกลและประชาชนเห็นว่าอำนาจของประชาชนถูกทำให้เล็กลง
ที่ผ่านมาเราโดนสกัดและทำลายโดยเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ขณะที่คนที่ทำเรื่องใหญ่อย่างการทำรัฐประหาร และการจำกัดสิทธิเสรีภาพประชาชนยังสามารถอยู่ต่อไปได้โดยเข้มแข็ง ดังนั้น ความสำคัญในร่างของกลุ่มรีโซลูชั่นคือการกลับไปหาอำนาจของประชาชน และยืนยันว่าอำนาจของประชาชนคืออำนาจที่สำคัญที่สุด หากเราสามารถผลักดันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ จะเป็นการคืนอำนาจให้ประชาชน จะมีการรับประกันสิทธิเสรีภาพของประชาชนมากขึ้น องค์กรตามรัฐธรรมนูญต่างๆ จะปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองอย่างซื่อตรงกับเจ้าของพวกเขาคือประชาชน
งานหินผ่านด่านส.ว.
เมื่อถามว่าเสียงในสภาจะให้การสนับสนุนหรือไม่ นายรังสิมันต์กล่าวว่า ตนไม่ปฏิเสธว่าการผลักดันร่างนี้เป็นงานยากมากและท้าทายมาก แต่มีความตั้งใจอยู่ 2 อย่าง คือ คาดหวังว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านด้วยกันจะสนับสนุนร่างนี้ และคาดหวังกับพรรคการเมือง และส.ส. ทั้งหมดในสภาจะช่วยกัน โดยไม่ได้คาดหวัง ส.ว.เพราะตัวร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวจะทำให้ ส.ว.ไม่มีบทบาทอีกต่อไป จึงไม่กล้าโหวตทำลายตัวเอง เพื่อตัดช่องทางทำมาหากิน
แต่อย่างน้อยที่สุดเราจะใช้ร่างนี้ให้เป็นประโยชน์ในการสถาปนาอำนาจของสภา ผู้แทนฯ และยืนยันได้แล้วว่าวุฒิสภาคือ ปฏิปักษ์ต่อระบอบการปกครองประชาธิปไตยที่มี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่หาก ส.ว.มีสามัญสำนึกว่าอยู่มานานและพอแล้ว โดยคืนอำนาจให้ประชาชนเพื่อให้ประเทศเดินต่อก็จะเป็นทางออกที่ดีของเราต่อไป แต่ก็ถือว่ายากมากที่ ส.ว.จะโหวตรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้
ไอติมปิดข้ออ้างสว.ไม่รับร่าง
ด้านนายพริษฐ์ วัชรสินธุ แกนนำกลุ่ม รีโซลูชั่น กล่าวว่า นับเป็นความพยายามครั้งที่ 2 ของภาคประชาชนที่เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 เข้าสู่รัฐสภา หลังจากก่อนหน้านี้ร่างของภาคประชาชนนำโดยโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) ถูกปัดตก เพราะติดเงื่อนไข มาตรา 256 (3) ที่กำหนดให้ร่างแก้ไขที่จะผ่านวาระ 1 ขั้นรับหลักการ ต้องได้รับเสียงเห็นชอบไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภา หรือ 366 คนขึ้นไป และต้องได้เสียงจาก ส.ว.ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 หรือประมาณ 84 คน
ที่ผ่านมา ส.ว.อ้าง 2 เหตุผลหลักในการปฏิเสธร่างของภาคประชาชนคือ 1.เพราะกลัวว่าจะเป็นการตีเช็คเปล่าให้ ส.ส.ร.ไปเขียนอะไรก็ได้ และ 2.ไม่ต้องการเอื้อประโยชน์แก่นักการเมือง ความกังวลที่ว่าจะไม่เกิดขึ้นกับร่างของกลุ่มรีโซลูชั่น เพราะเป็นการแก้ไขรายมาตราที่มีข้อเสนอชัดเจน และทุกข้อเสนอเป็นไปเพื่อแก้ไขต้นตอวิกฤตการเมืองไทยคือ กลไกที่ระบอบประยุทธ์ หรือ คสช. สอดแทรกไว้ในรัฐธรรมนูญ เพื่อสืบทอดอำนาจและเอื้อประโยชน์พวกพ้อง
ไม่ว่าจะเป็นล้มวุฒิสภาที่มีอำนาจล้นฟ้าแต่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน โละศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ เลิกยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปประเทศที่วางไว้เป็นอาวุธลับทางการเมือง และล้างมรดกรัฐประหาร ดังนั้น น่าจะเปิดใจรับร่างฉบับนี้ได้ง่ายกว่าร่างแก้ไขเรื่องระบบเลือกตั้งที่ถูกมองว่าพรรคการเมืองมีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่ง ส.ว.ให้ความเห็นชอบไปแล้วด้วยซ้ำ
กระตุกเสียสละให้ลูกหลาน
นายพริษฐ์กล่าวว่า การที่ร่างของกลุ่ม รีโซลูชั่นเสนอยกเลิกวุฒิสภา ให้ประเทศไทยกลายเป็นสภาเดี่ยว ไม่ได้เกิดจากความเกลียดชังหรือทำเพื่อความสะใจ แต่เพราะเล็งเห็นแล้วว่าประเทศไทยจะได้ประโยชน์จากการเป็นสภาเดี่ยว เช่น ทำให้การออกกฎหมายคล่องตัว ทันใจ ตอบสนองต่อสถานการณ์ได้ดีขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็ไม่สูญเสียกลไกตรวจสอบถ่วงดุล ด้วยการขยายบทบาทฝ่ายค้านและภาคประชาชน การเป็นสภาเดี่ยวยังประหยัดงบประมาณได้กว่า 1,000 ล้านบาทต่อปี
ซึ่งสามารถนำมาส่งเสริมสวัสดิการประชาชน เป็นโครงสร้างทางการเมืองที่สอดคล้องกับโลกสมัยใหม่ เพราะประเทศทั่วโลกที่เป็นประชาธิปไตยเป็นรัฐเดี่ยว และใช้ระบบรัฐสภามีถึง 20 จาก 31 ประเทศ ที่ใช้ระบบสภาเดี่ยว ที่สำคัญยังเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการยุติการสืบทอดอำนาจของระบอบประยุทธ์
“ผมเชื่อว่า ส.ว.หลายคนเคยพูดคุยกับลูกหลานซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ รับรู้ว่าพวกเขารู้สึกสิ้นหวังกับประเทศไทยตอนนี้มากแค่ไหน เพราะมรดกของระบอบประยุทธ์อย่างรัฐธรรมนูญ 2560 เป็นอุปสรรคในการพาบ้านเมืองออกจากวิกฤต และไม่สามารถทำให้พวกเขารู้สึกเป็นหุ้นส่วนของประเทศได้ การลงมติวันที่ 17 พ.ย. จึงสำคัญมากต่อการฟื้นความหวังของประชาชน ผมหวังว่า ส.ว.จะไม่ปฏิเสธโอกาสในการเป็นผู้ถอดสลักความขัดแย้ง จะโหวตเพื่ออนาคตของลูกหลาน เสียสละยุบตัวเองเพื่อเปิดทางการเปลี่ยนแปลง” นายพริษฐ์กล่าว
เผยชูสภาเดี่ยว-แก้ที่มาศาลรธน.
สำหรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ที่จะนำเข้าที่ประชุมร่วมรัฐสภาวาระแรก 16 พ.ย.นี้ มีประชาชนเข้าชื่ออย่างถูกต้อง 135,247 คน มีสาระสำคัญตามหลักการและเหตุผลที่ภาคประชาชนของแก้ไขคือ 1.ปรับเปลี่ยนโครงสร้างรัฐสภา ในหมวด 7 ว่าด้วยเรื่องรัฐสภา จากเดิมมีสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ให้เหลือเพียงสภาผู้แทนฯ เพียงสภาเดียว โดยให้เหตุผลวุฒิสภาเป็นกลไกสืบทอดอำนาจของคสช. โดยเพิ่มบทบาทให้สภา ผู้แทนฯ และส.ส.ฝ่ายค้าน ตรวจสอบควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินของครม.
2.ปรับโครงสร้างตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากการเป็นองค์กรที่มีผลผูกพันทุกองค์กร มีผลต่อหลักการแบ่งแยกอำนาจ เป็นผู้ชี้เป็นชี้ตายทางรัฐธรรมนูญทั้งหมด จนกลายสภาพเป็นองค์กรที่อยู่เหนือรัฐธรรมนูญ โดยเสนอแก้ไขให้มีตุลาการ 9 คน มีที่มาจากการเสนอชื่อของส.ส.ฝ่ายรัฐบาล 3 คน ส.ส.ฝ่ายค้าน 3 คน และที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาหรือศาลปกครองสูงสุด 3 คน ให้สภาผู้แทนฯ เลือก และห้ามศาลรัฐธรรมนูญกระทำการอันมีผลขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ลบล้างผลพวงรัฐประหาร 57
3.ให้องค์กรอิสระต้องพ้นจากตำแหน่งทันที หากรัฐธรรมนูญฉบับนี้บังคับใช้ 4.ยกเลิกรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยแก้ไขให้การแก้รัฐธรรมนูญเป็นหน้าที่ของสภาผู้แทนฯ ทั้ง 3 วาระ ไม่มีส.ว.เข้ามาเกี่ยวข้อง โดยวาระ 1 และ 3 ใช้เสียงสภาผู้แทนฯ เห็นชอบ 2 ใน 3 ส่วนวาระ 2 ใช้เสียงข้างมากในสภาผู้แทนฯ
5.การยกเลิกรัฐธรรมนูญมาตรา 257-261 ที่เกี่ยวกับยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ และ 6.เพิ่มหมวดเรื่องการลบล้างผลพวงการรัฐประหาร วันที่ 22 พ.ค.2557 โดยให้คำสั่งคสช.และหัวหน้าคสช.มีผลเป็นโมฆะทั้งหมด รวมถึงการให้ปวงชนชาวไทยมีสิทธิและหน้าที่ต่อต้านการรัฐประหารล้มล้างรัฐธรรมนูญ ให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐมีสิทธิไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้ก่อการรัฐประหาร และห้ามศาลรัฐธรรมนูญและศาลทั้งปวงรับรองความสมบูรณ์ของการรัฐประหาร หรือความสมบูรณ์กฎหมายแก่ผู้ก่อการรัฐประหาร
ป้อมควงบิ๊กแป๊ะลุยสกลนคร
วันเดียวกัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะผอ.กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ เดินทางไปปฏิบัติราชการ พร้อมประชุมติดตามการบริหารจัดการน้ำและแผนการพัฒนาฟื้นฟูบึงหนองหาร จ.สกลนคร ร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้อง ที่โรงพยาบาลสกลนคร
การเดินทางลงพื้นที่ของ พล.อ.ประวิตร ครั้งนี้ น่าสังเกตว่า นอกจากมี นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมคณะไปแล้ว ยังมี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีตผบ.ตร. และ พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม คณะทำงาน ร่วมลงพื้นที่ด้วย
ปชป.เปิดตัวอดีตนักร้อง
นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เผยว่า ภายใต้แนวคิด “เลือดใหม่ไหลเข้า เลือดเก่าไหลกลับ” ของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรค มีคนรุ่นใหม่หลากหลายอาชีพสนใจทยอยสมัครเข้าพรรคกันอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด นายเมธวิน อังคทะวานิช นักธุรกิจรุ่นใหม่ สมัครเป็นสมาชิกพรรคเรียบร้อยแล้ว
โดยนายเมธวินเป็นอดีตศิลปินเพลง นักแต่งเพลง ผู้ประกาศข่าว และพิธีกรรายการโทรทัศน์รายการ “ที่นี่…ประเทศไทย” และ “บ้านเลขที่ 5” ทางช่อง 5 ปัจจุบันเป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ด้านดิจิตอลมีเดียและการตลาด ธุรกิจด้านบันเทิงและการสื่อสาร มีความสนใจเรื่อง Creative Economy ด้านการศึกษา และการสื่อสารบนโลกดิจิตอล โดยร่วมงานกับทีมเศรษฐกิจทันสมัยของพรรคที่มีนายปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรค เป็นหัวหน้าทีม รวมถึงเป็นคณะทำงานของคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ