กวาดเงิน6แสน
อ้างนำไปใช้หนี้
ตร.สืบภาค 2 ประสานตร. ทางหลวงจับแล้วหนุ่มโรงงานบุกเดี่ยวชิงเงิน 6 แสนแบงก์กรุงเทพที่พานทอง ชลบุรี เผยทำทีเป็นลูกค้า ก่อนยื่นกระดาษข้อความข่มขู่ให้พนง.นำเงินมาให้ ไม่งั้นตาย พนง.หยิบเงินให้ ก่อนขี่จยย.หลบหนีไปจนมุมที่ชัยนาท พร้อมของกลางเงินสด 595,000 บาท ปืนปลอมใช้ก่อเหตุ 1 กระบอก สารภาพก่อเหตุจริง อ้างต้องการหาเงินใช้หนี้บัตรเครดิต ค่าบ้าน รถ และจำนองที่นาไว้กว่า 3 ล้าน แฉดูลาดเลาธนาคาร 4 แห่ง ก่อนลงมือจุดนี้

ชิง6แสน – ตำรวจควบคุมตัวนายสุริยา ตะโกนา อายุ 31 ปี หนุ่มโรงงาน ทำแผนฯ บุกเดี่ยว จี้ชิงเงิน 6 แสนบาท ธ.กรุงเทพ อ.พานทอง จ.ชลบุรี แล้วหลบหนีขึ้นรถทัวร์ไป ก่อนจนมุมที่ จ.ชัยนาท เมื่อวันที่ 13 พ.ย.
จากกรณีมีคนร้ายเป็นชาย อายุประมาณ 30 ปีเศษ สูงประมาณ 170 ซ.ม. สวมหมวกแก๊ปสีดำและสวมแมสก์ปิดบังใบหน้า ทำทีเข้าไปใช้บริการที่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาบ้านเก่า หมู่ 3 ต.บ้านเก่า อ.พานทอง จ.ชลบุรี ภาพจากกล้องวงจรปิดจับภาพขณะกำลังก่อเหตุได้ชัดเจน โดยกดบัตรคิวและเข้ารับบริการตามปกติ เมื่อพบพนักงานธนาคาร คนร้ายยื่นสมุดบัญชีเงินพร้อมแนบจดหมายน้อย เขียนข้อความข่มขู่ว่า “ห้ามคุยกับใคร ในกระเป๋ามีปืน ทำตัวปกติ เอาเงินมา 4 ล้าน ถ้าพูดคุยกับใครมีคนตาย ซึ่งคุณเป็นคนแรก เอามาวางบนโต๊ะ” พนักงานธนาคารเกิดความกลัวจึงนำเงินในลิ้นชักให้กับคนร้ายไป จำนวน 600,000 บาท คนร้ายนำเงินสดใส่กระเป๋าสะพายเดินออกจากธนาคาร ขึ้นรถจักรยานยนต์แบบผู้หญิงหลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 12 พ.ย.2564
หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ กิจจาหาญ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พร้อมด้วยพล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2 และ พ.ต.อ.เอนก บุตรอินทร์ ผกก.สภ.พานทอง นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจบก.สส.ภ.2, กก.สส.ภ.จว.ชลบุรี และ สภ.พานทอง จว.ชลบุรี สืบสวนหาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุโดยเร็ว เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์ และสะเทือนขวัญของประชาชน
กระทั่งเวลา 22.00 น. วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดติดตามจับกุมตัว นายสุริยา หรือยา ตะโกนา อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 299/2 หมู่ 2 ต.บ้านเก่า อ.พานทอง จ.ชลบุรี ผู้ต้องหาขณะอยู่บนรถโดยสารประจำทางสายกรุงเทพฯ- เชียงใหม่ บริเวณหน้าปั๊ม ปตท. ถ.สายเอเชีย ต.ท่าโฉนด อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท พร้อมด้วยของกลาง เงินสดที่ได้มาจากการชิงทรัพย์ 595,000 บาท 2.อาวุธปืนปลอม สีดำ 1 กระบอก โดยกล่าวหาว่าชิงทรัพย์โดยมีอาวุธและโดยใช้ยานพาหนะเพื่อความสะดวกแก่การกระทำความผิดและพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม
ต่อมาเวลา 14.30 น. วันที่ 13 พ.ย. พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ พร้อมด้วยพ.ต.อ.กรวัฒน์ และ พ.ต.อ.เอนก นำกำลังคุมตัวนายสุริยาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยเริ่มจากจุดแรกคือธ.กรุงเทพ สาขาดอนหัวฬ่อ หมู่ 6 ต.ดอนหัวฬ่อ อ.เมือง จ.ชลบุรี ที่นายสุริยานำรถจยย.ไปจอดแล้วดูลาดเลา แต่เนื่องจากคนเยอะจึงเปลี่ยนแผน ขี่รถจยย.มุ่งหน้ามาก่อเหตุที่ธ.กรุงเทพ สาขาบ้านเก่า หลังจอดรถแล้วได้เดินเข้ามากดบัตรคิวแล้วนั่งรอคิว หลังจากนั้นพนักงานธนาคารเรียกตามคิวเข้าไป นายสุริยาได้ปลดกระเป๋าเป้ออกมาห้อยไว้ แล้วยื่นจดหมายที่เขียนขู่ว่า “ห้ามคุยกับใคร ในกระเป๋ามีปืนทำตัวปกติ เอาเงินมา 4 ล้าน ถ้าพูดคุยกับใครมีคนตาย ซึ่งคุณเป็นคนแรก เอามาวางบนโต๊ะ” พนักงานนั่งตะลึงตกใจอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะหยิบเงินให้ปึกละ 1 แสนบาท รวม 6 แสนบาท นายสุริยาได้เงินแล้วเดินออกผ่านรปภ.มาขึ้นรถจยย.ขี่หลบหนีไป
พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ แถลงว่า หลังเกิดเหตุได้ลงพื้นที่ทราบว่าคนร้ายมีคนเดียว สืบสวนทราบว่าทำงานอยู่ที่โรงงานแห่งหนึ่งในนิคมอุตสาหกรรม ต.ดอนหัวฬ่อ อ.เมือง จ.ชลบุรี จากการไล่กล้องวงจรปิด พบว่าผู้ต้องหาขึ้นรถตู้โดยสารไปที่กรุงเทพฯ แล้วต่อขึ้นรถยนต์โดยสารจากขนส่งหมอชิต กรุงเทพฯ มุ่งหน้าไปจ.เชียงใหม่
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงติดตามผู้ต้องหาไปอย่างกระชั้นชิด และเกรงว่าผู้ต้องหาอาจเป็นอันตรายแก่ประชาชน และผู้คนสัญจรรถโดยสารประจำทางทั่วไปเนื่องจากเชื่อว่าคนร้ายมีอาวุธปืนติดตัว และเพิ่งก่อเหตุชิงทรัพย์ธนาคารหลบหนี จึงร่วมกับตำรวจทางหลวง กก.1 บก.ทล.ในเส้นทางที่ผู้ต้องหามุ่งหน้าหลบหนีให้ช่วยกันสกัดจับ จนสามารถติดตามไปพบตัวนายสุริยาได้ขณะอยู่บนรถโดยสารประจำทางสายกรุงเทพ-เชียงใหม่ บริเวณหน้าปั๊ม ปตท. ถ.สายเอเชีย ต.ท่าโฉนด อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท เจ้าหน้าที่ตำรวจแสดงตัวขอตรวจค้น พบเงินสดที่ได้มาจากการชิงทรัพย์ 595,000 บาทที่ตัวนายสุริยา
สอบสวนนายสุริยาให้การยอมรับว่าเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุชิงทรัพย์ธนาคารกรุงเทพ สาขาบ้านเก่าจริง จึงจับกุมดำเนินคดีข้อหาชิงทรัพย์ฯ และขยายผลจนนำไปตรวจยึดอาวุธปืนปลอม สีดำ 1 กระบอกทิ้งไว้ในถังขยะ ภายในสถานีขนส่งหมอชิต จตุจักร กรุงเทพฯ
สำหรับมูลเหตุการก่อเหตุครั้งนี้ นายสุริยาอ้างว่า เกิดจากติดหนี้บัตรเครดิต บ้าน รถ จำนองที่นา มีหนี้สินกว่า 3 ล้านบาท วางแผนก่อเหตุมาตั้งแต่วันที่ 10 พ.ย.64 โดยไปดูลาดเลาธนาคารมาก่อนหน้าแล้ว 4 แห่ง ก่อนลงมือกระทำความผิด พร้อมยอมรับว่าเขียนจดหมายน้อยเพราะไม่อยากให้คนมาใช้บริการธนาคารแตกตื่น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเงินอีก 5,000 บาทนั้น ผู้ต้องหาอ้างว่าใช้จ่ายซื้อตั๋วโดยสาร รวมทั้งค่าอาหารการกินระหว่างหลบหนี