แค่เตรียมพร้อม
ทนายดัง-เตือน
ไม่มีประกันภัย
‘ทนายเกิดผล’ ชี้รถยนต์ทหารมีข้อยกเว้นตามพ.ร.บ. รถยนต์ทหาร 2476 จึงไม่มี พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัย และประกันภัยกรณีเกิดอุบัติเหตุ คู่กรณีต้องฟ้องร้องกลาโหมหรือกองทัพกับศาลทหารเท่านั้น ขณะที่ทบ.โต้วุ่นฝ่ายค้านยันโชว์ 3,700 รถบรรทุก แค่เช็กสภาพตรวจความพร้อม หากรัฐบาลมอบหมาย ยันไม่ใช่รถว่างไร้ภารกิจ โวผลงานที่ผ่านมาช่วยน้ำท่วม ภัยแล้งและขนคนฉีดวัคซีน ด้านกรมการขนส่งทางบกระบุสามารถดำเนินการได้ ไม่ขัดต่อพ.ร.บ.ขนส่งทางบกเพราะออกมาวิ่งช่วยเหลือประชาชนและบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า และไม่ต้องขออนุญาต
เมื่อวันที่ 19 พ.ย. เฟซบุ๊กทนายเกิดผล แก้วเกิด โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีที่มีแนวคิดจากทางรัฐบาลและพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่หากรถบรรทุกรวมตัวกันประท้วงหยุดวิ่งเพราะรัฐบาลไม่สามารถแก้ปัญหาควบคุมราคาน้ำมันได้ จะนำรถบรรทุกทหารมาวิ่งแทนว่าเอารถบรรทุกราชการทหารมาวิ่งแทนสิบล้อจะแก้ปัญหาน้ำมันแพงยังไง ระหว่างรถทหารกับรถบรรทุกประกอบการทั่วไป รถชนิดไหนกินน้ำมันมากกว่ากัน รถบรรทุกของราชการทหารไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยพ.ร.บ.ขนส่ง และพ.ร.บ.รถยนต์เพราะเป็นข้อยกเว้น ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ทหารพุทธศักราช 2476 มาตรา 3 ที่บัญญัติว่าตั้งแต่วันที่ใช้พระราชบัญญัตินี้สืบไป กฎหมาย กฎ และข้อบังคับอื่นๆ ซึ่งเกี่ยวแก่พระราชบัญญัติรถยนต์ ท่านมิให้ใช้บังคับแก่รถยนต์ทหาร
ดังนั้น รถทหารจึงไม่มีพ.ร.บ.คุ้มครอง ผู้ประสบภัยจากรถฯ และไม่มีประกันภัย หากเกิดอุบัติเหตุระหว่างขนส่ง รถคู่กรณีต้องฟ้องร้องให้ศาลพิพากษาให้กองทัพ หรือกระทรวงกลาโหมรับผิดตามกฎหมาย และต้องขึ้นศาลทหารเท่านั้น เพราะผู้ขับขี่รถทหารคือทหาร จึงต้องดำเนินคดีที่ศาลทหาร แค่คิดก็ยุ่งยากแล้วเจ้านาย
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์กรณีพล.อ.ประยุทธ์มีแนวคิดนำรถทหารมาช่วยในภาคขนส่งหากมีการประท้วงหยุดงาน จนถูกกระแสสังคมวิจารณ์อย่างมากว่า เตรียมการไว้ ยังไม่ได้นำมาขน ถ้าเขาหยุดก็ต้องช่วยประชาชนและผู้ประกอบการ
เมื่อถามกรณีฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตว่าการดำเนินการดังกล่าวอาจขัดข้อกฎหมาย พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่รู้ว่าขัดหรือไม่ขัด แต่เราต้องช่วยประชาชนไว้ก่อน เมื่อถามย้ำว่าประเด็นนี้จะเป็นกระแสโจมตีนายกฯ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า นายกฯ คิดแล้วถึงทำ
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีเดียวกันว่า ตนไม่ทราบ ตอบไม่ถูก ยังไม่รู้ว่าขัดอะไร อย่างไร แนวคิดนี้ของนายกฯ เป็นเหมือนการนำรถของกองทัพไปบรรเทาสาธารณภัย ช่วยเหลือประชาชน ตอนเกิดน้ำท่วม หรือไปใช้อพยพประชาชน ไม่ใช่นำไปประกอบกิจการแข่งกับเอกชน ซึ่งการนำไปช่วยเหลือประชาชนสามารถทำได้ และเคยทำมาหลายครั้งแล้วในทุกรัฐบาล แนวคิด ดังกล่าวเป็นสิ่งที่นายกรัฐมนตรีเปรยขึ้นมาว่า ถ้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเจรจากับผู้ประกอบการรถขนส่งได้ก็ให้จราจรต่อไป แต่ถ้าพวกผู้ประกอบการเหล่านั้นหยุดเดินรถขึ้นมาทันที รัฐบาลก็ต้องรับผิดชอบต่อความเดือดร้อนหรือความเสียหายที่เกิดกับประชาชน เมื่อถามว่าแนวคิดดังกล่าวถือว่าไม่ทำผิดอะไรใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า “ครับ”
ที่รัฐสภา นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะอนุกมธ.รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน ในคณะกมธ.กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุนสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า วิธีดังกล่าวเป็นวิธีการแก้ปัญหาที่ไม่ถูกต้อง เป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ตรงจุด ซึ่งนายกฯ ควรจะหันมาแก้ปัญหาในเรื่องของราคาน้ำมัน โดยใช้กลไกของรัฐที่มีอยู่ดำเนินการอย่างเป็นระบบ โดยรับเอาแนวทางทั้ง 5 แนวทางที่อนุกมธ.เสนอไปพิจารณาดำเนินการให้เกิดผลเป็นรูปธรรม จะดีกว่าการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุด้วยการนำเอารถขนส่งทหารมาวิ่งแทนรถเอกชน
วันเดียวกัน พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก ชี้แจงถึงกรณีฝ่ายค้านระบุการจัดรถบรรทุกกว่า 3,700 คัน เพื่อทดแทนหากกลุ่มรถบรรทุก นัดหยุดวิ่งประท้วง ไม่ตรงกับภารกิจ และหากนำจอด 3,700 คัน แสดงว่า ที่ผ่านมาไม่ได้ใช้ประโยชน์ว่า ในข้อเท็จจริง กองทัพบก เพียงแต่นำรถเหล่านี้มาเช็กสภาพตรวจความพร้อม เพราะรัฐบาล ไม่ได้ใช้ทหารเพียงหน่วยเดียว ยังมีกระทรวงอื่นด้วย ขึ้นอยู่กับแผนงานของรัฐบาล หากได้รับมอบภารกิจ ยืนยันว่ารถปัจจุบัน ยังคงใช้งาน ในหลายภารกิจ เช่น ขนส่งคนไปฉีดวัคซีน งานจิตอาสา ก็มีทั้งขนของไปช่วยน้ำท่วม ช่วยภัยหนาว
ทั้งนี้มองว่า การช่วยเหลือประชาชน ภารกิจของทุกคน เมื่อประชาชนเดือดร้อนรัฐบาลจึงต้องเตรียมการทุกภาคส่วน เพื่อให้ชาวบ้านไม่ได้รับผลกระทบ
ด้านนายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยกรณีนายกรัฐมนตรีสั่งการให้เตรียมนำรถทหารออกมาวิ่งขนส่งสินค้าแทนรถบรรทุก ว่าเรื่องนี้สามารถดำเนินการได้ ไม่ขัดต่อพ.ร.บ.ขนส่งทางบก แต่อย่างใด เพราะเป็นการใช้รถทหารออกมาวิ่งช่วยเหลือประชาชนและบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าแก่ส่วนรวม และไม่ต้องขออนุญาตอะไร เหมือนการปฏิบัติภารกิจช่วยขนย้ายประชาชนออกจากพื้นที่น้ำท่วม ไม่ได้เป็นการกระทำเพื่อการค้าเชิงพาณิชย์ ส่วนรูปแบบจะเป็นอย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะหารือพิจารณา
อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวประเมินว่าขณะนี้ยังมีรถบรรทุกวิ่งให้บริการขนส่งสินค้าต่างๆ และพืชผลผลิตทางการเกษตรอยู่จำนวนหนึ่ง ผู้ประกอบการทั้งประเทศที่มีเป็นแสนๆ ราย ไม่ได้ให้หยุดวิ่งรถทั้งหมดจากทั้งประเทศที่มีประมาณ 1.1 ล้านคัน