นายกฯไม่ตอบ
ไทยวืดถกปชต.
กมธ.ปราบโกงตามจิกปมบ้านพักทหารของ ‘บิ๊กตู่’ บี้ สตง.ตรวจสอบบิลค่าน้ำ-ค่าไฟ เกินเดือนละ 3 พันบาท ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ‘ดอน’ แจงสภา เยือนเมียนมาตามหลักมนุษยธรรม ไม่ได้ไปแบบลับๆ ล่อๆ แต่ไม่ต้องโพนทะนา เพราะไม่ได้หิวแสง เมินสหรัฐเชิญ 110 ประเทศ แต่ไม่เชิญไทยร่วมประชุมสุดยอดประชาธิปไตย อ้างเป็นเวทีการเมืองล้วนๆ ไม่เชิญก็ไม่แปลก ‘สุทิน’ ซัดทำประเทศเสียเครดิต ขณะที่นายกฯ ไม่ตอบคำถามเรื่องนี้ ส.ส.แห่หนุนตั้งกาสิโนถูกกฎหมาย
‘บิ๊กตู่’กำชับแก้ราคาข้าวที่ต้นทาง
เมื่อวันที่ 25 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีมอบโล่รางวัลเชิดชูเกียรติ 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” และกล่าวว่า การประกันราคาข้าว ต้องใช้เงินจำนวนมาก เมื่อวันที่ 24 พ.ย.ได้ให้แก้ปัญหาเรื่องงบประมาณที่มีไม่เพียงพอไปแล้ว แต่ต้องระวังที่สุดว่า ต่อไปจะทำอย่างไรหากใช้งบมากขึ้นเรื่อยๆ ต้องแก้ที่ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง ดีกว่าแก้ปลายทางอย่างเดียว ไม่เช่นนั้นทำอย่างอื่นไม่ได้
“ผมต้องการให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีสุขภาพที่ดีขึ้น พึ่งพาตัวเองได้อย่างยั่งยืน ปัญหาสำคัญคือหนี้ ต้องแก้กัน เราไม่สามารถปลดหนี้ให้ทุกคนทั้งประเทศ ทำอย่างไรให้ลดลงแล้วไม่สร้างหนี้ใหม่ ซึ่งยาก ไม่มีใครอยากทำ แต่ผมอยากทำให้สำเร็จ ขอให้ร่วมมือกับนายกฯ ร่วมมือกับรัฐบาล ในการพลิกโฉมประเทศไทยสู่สังคมก้าวหน้า เศรษฐกิจสร้างมูลค่าอย่างยั่งยืน เพื่อพลิกโฉมประเทศไทย ให้พลิก ไม่ได้พลิกจนคว่ำหงาย ไม่ใช่ คือพลิกกลับมา เดิมใช้ว่าพลิกฟื้น พอพลิกฟื้นเสร็จก็ต้องพลิกโฉมคือเปลี่ยนหน้าใหม่ รูปใหม่ของเรา จากของเดิมที่มีอยู่ให้ดีขึ้น” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
เดินหน้าจ่ายเงินประกันรายได้
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ ห่วงใยและเข้าใจความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่ยังรอรับเงินประกันรายได้ตามนโยบายประกันรายได้ของรัฐบาล ขณะนี้ รัฐบาลสามารถจัดสรรเงินช่วยเหลือเกษตรกรได้เพิ่มเติมอีก 155,000 ล้านบาท จะนำเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาอนุมัติในวันที่ 30 พ.ย. จากนั้นให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เร่งเบิกจ่ายโอนถึงบัญชีเกษตรกรโดยตรงต่อไป ซึ่งเกษตรกรชาวนาผู้ปลูกข้าวทราบแล้ว สบายใจและฝากขอบคุณนายกฯและรัฐบาลมาด้วย
ในการประชุม ครม. สัปดาห์หน้า จะพิจารณาอนุมัติโครงการประกันรายได้ข้าวในส่วนที่เหลือ และโครงการประกันรายได้ของเกษตรกรผู้ปลูกยางพารา เพื่อจ่ายเงินประกันรายได้ให้กับเกษตรกรได้ภายในเดือนธ.ค.นี้ ซึ่งนายกฯ สั่งการกระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ และกระทรวงพาณิชย์ เร่งจ่ายเงินประกันรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ในส่วนที่ยังค้างจ่าย ด้วยวิธีการที่เหมาะสมตามกฎหมาย ภายใต้การดูแลการใช้จ่ายของภาครัฐ ที่ต้องดำเนินการโดยรักษาวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัดด้วย
‘บิ๊กป้อม’คึกเปิดตัวผู้สมัครส.ส.ฝั่งธน
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่า หลังจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 1) พุทธศักราช 2564 มีผลบังคับใช้ในวันที่ 22 พ.ย. ส่งผลให้การเลือกตั้งครั้งหน้ามีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ โดยมี ส.ส.แบบแบ่งเขต 400 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) 100 คน ล่าสุดในการประชุมส.ส.พรรคพลังประชารัฐวันที่ 23 พ.ย. มีการเปิดตัวพิมพ์เขียวเบื้องต้น ที่จะใช้เป็นแนวทางและยุทธศาสตร์ของพรรคสำหรับเป็นนโยบายในการหาเสียงเลือกตั้ง
นอกจากนี้ บรรดาแกนนำพรรคทั้งคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) คณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส. เริ่มพิจารณาและคัดสรรผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส. แล้ว โดยวันเสาร์ที่ 27 พ.ย. เวลา 16.00 น. ที่โรงแรมรอยัลริเวอร์ เชิงสะพานกรุงธน เขตบางพลัด กทม. จะมีการสัมมนาสมาชิกพรรค กทม. โดยจะมีส.ส.กทม. 12 คน เข้าร่วม พร้อมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เพื่อหารือแนวทางการทำงานภาคกทม.ร่วมกัน
เวลา 17.00 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรค จะมอบนโยบายการทำงานของภาคกทม.แก่ผู้เข้าร่วมประชุม พร้อมผู้บริหารพรรค อาทิ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา เลขาธิการพรรค นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค เป็นต้น และจะเปิดตัวว่าที่ ผู้สมัครส.ส.กทม. เขตฝั่งธนบุรี ทั้ง 11 เขต โดยในส่วนของส.ส.กทม. พล.อ.ประวิตร จะเป็นผู้ดูแลด้วยตัวเอง และมีนายจักรพันธ์ พรนิมิต ส.ส.กทม. ในฐานะหัวหน้าภาคกทม. เป็นผู้ประสานงาน
‘ชลน่าน’คาดกม.ลูกเสร็จพ.ค.65
ที่รัฐสภา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์กรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุกรอบเวลาการจัดทำร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) หรือกฎหมายลูก ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง จะเสร็จในเดือน ก.ค.2565 ว่า กฎหมายลูกจะเสร็จปีไหน ขึ้นอยู่กับคณะกรรมาธิการ (กมธ.) และการเสนอเข้าสู่สภา แต่ตามรัฐธรรมนูญ กฎหมายลูกต้องทำให้เสร็จภายใน 180 วัน หากไม่เสร็จ ถือว่าให้นำร่างที่เข้าสู่สภาประกาศใช้เลย
คาดว่าในชั้นกมธ. น่าจะเสร็จภายในไม่เกิน 2 เดือนหลังรับร่างไปแล้ว และเมื่อพิจารณาเสร็จ จะกลับเข้าสู่สภาอีกครั้งในวาระที่ 2-3 ซึ่งทั้งหมดไม่น่าจะเกิน 4 เดือน รวม 2 ฉบับ โดยเป็นร่างที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เสนอมา 1 ฉบับ และคงจะเสนอในสิ่งที่จำเป็นที่ต้องแก้ไขเพื่อไม่ให้ใช้เวลาพิจารณานาน โดยรวมไม่เกิน 180 วันคือ 6 เดือน หากเข้าสภาเดือน ธ.ค. ช่วง 4 เดือนต่อจากนี้ประมาณเดือน พ.ค.2565 ก็จบ ไม่น่าถึงเดือนก.ค. เมื่อผ่านรัฐสภา 3 วาระก็นำขึ้นทูลเกล้าฯ ได้เลย
นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ว่า ก่อนที่ร่างกฎหมายลูกทั้ง 2 ฉบับจะเข้าสู่การพิจารณาของสภา ต้องผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้องตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 77 ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะใช้เวลาเท่าไร จากนั้นสภาจะนำขึ้นมาพิจารณาอย่างเร่งด่วน ต่อมาเป็นชั้นคกมธ. คาดว่าจะใช้เวลา 1 เดือน ซึ่งต้องประชุมร่วมกันให้ถี่กว่าเดิม หากนับกรอบเวลาตามที่นายวิษณุระบุว่าจะเสร็จสิ้นในเดือนก.ค.2565 ก็นานกว่า 7 เดือน ซึ่งตนคิดว่านานเกินไป
กมธ.ป.ป.ช.กัดไม่ปล่อยบ้าน‘บิ๊กตู่’
ที่รัฐสภา นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โฆษกคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร แถลงความคืบหน้ากรณีบ้านพักหลวง พล.อ.ประยุทธ์ว่า จากข้อเท็จจริงที่ได้ตรวจสอบบ้านพักรับรอง ระเบียบที่ออกมาเมื่อปี 2548 ไม่มีตัวเชื่อมโยงว่า ออกโดยอาศัยอำนาจของพระราชบัญญัติอะไร แต่เป็นระเบียบภายในของกองทัพบก ซึ่งข้อ 11 ระบุว่า กองทัพสามารถจ่ายค่าน้ำค่าไฟและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ได้ตามที่เห็นเหมาะสม
สิ่งที่เราตรวจสอบพบ คือ เอกสารที่กองทัพบกส่งมาให้ มีการจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ในบ้านพักของนายกฯ เกิน 3,000 บาทต่อเดือน ประเด็นอยู่ที่ว่าจะชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ซึ่งต้องตีความทางกฎหมายโดยละเอียด และทราบว่าการสร้างบ้านพักรับรองใช้งบก่อสร้าง 17 ล้านบาท รวมถึงบ้านพักของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ที่อยู่ในบริเวณเดียวกัน ซึ่งทั้งสองคนพ้นจากตำแหน่งข้าราชการประจำไปแล้ว แต่เป็นข้าราชการการเมือง
โดยวันนี้ กมธ.ได้เชิญผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ซึ่งส่งตัวแทน คือ ระดับผู้อำนวยการ มาให้ข้อเท็จจริง ซึ่งแจ้งว่ายังไม่ได้ตรวจรายละเอียดของงบบ้านพักรับรอง แต่ตรวจในรายละเอียดการใช้เงินของกองทัพบก กมธ.จึงขอให้ตรวจบ้านพักรับรองว่า การจ่ายเงินชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ มีการใช้จ่ายเกิน 3,000 บาทจริงหรือไม่ เพราะข้อเท็จจริงหนึ่งที่ออกมา คือ เดือน พ.ย.2563 บ้านพักนายกฯ ได้จ่ายค่าใช้จ่ายเอง แสดงว่าก่อนหน้านั้นตั้งแต่เป็น ผบ.ทบ. จนถึงปี 2563 รัฐจ่ายให้ทั้งหมด ซึ่งเรื่องนี้กมธ.จะตรวจสอบให้ถึงที่สุด
‘ดอน’แจงสภาเยือนเมียนมา
เมื่อเวลา 11.45 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภา ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจา กรณีที่นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ เดินทางเยือนประเทศเมียนมา เมื่อ 14 พ.ย. โดยเข้าพบผู้นำรัฐบาลทหารของเมียนมา ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย อีกทั้งยังเป็นการเยือนแบบลับๆ ล่อๆ ที่ถูกมองว่าทำไปเพื่อรับรองรัฐบาลทหารเมียนมาและ การเจรจาผลประโยชน์
นายดอนชี้แจงว่า การเดินทางไปเมียนมาไม่ได้ทำแบบลับๆ ล่อๆ แต่ไม่จำเป็นต้องโพนทะนา เพราะกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ไม่ใช่หน่วยงานที่หิวแสง อีกทั้งตนเคยทำงานในโต๊ะเมียนมา กระทรวงการต่างประเทศ มานานถึง 40 ปี จึงทราบพัฒนาการต่างๆ และยังเป็นการเข้ามอบสิ่งของ เวชภัณฑ์ ที่ได้รับบริจาคจากภาคเอกชน รวม 17 องค์กร ทั้งองค์กรต่างชาติ เช่น ยูนิเซฟดับบลิวเอชโอ องค์กรการกุศลคริสเตียน รวมถึงมูลนิธิของไทย เช่น มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง เป็นต้น โดยมอบให้กับกาชาดสากล ซึ่งไทยมีเส้นทางพิเศษ คือ ศูนย์ช่วยเหลือทางไกลด้านโลจิสติกส์ฉุกเฉิน หรือ เดลซ่า โดยมีของบริจาครวม 17 ตัน แต่รอบแรกขนไปได้เพียง 11 ตัน ที่เหลือจะขนส่งตามไปอีกครั้ง
เหน็บไม่ใช่มนุษย์พันธุ์หิวแสง
“ผมไปในฐานะเพื่อนบ้าน ตามหลักสิทธิมนุษยธรรม และเพื่อผลประโยชน์ของประเทศ อีกทั้งประเทศเมียนมาเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีความสำคัญด้านยุทธศาสตร์ เพราะมีชายแดนติดต่อไทยกว่า 2.4 พันกิโลเมตร ประเทศไทยได้รับคำร้องขอจากกลุ่มประเทศอาเซียน และการเรียกร้องจากนานาประเทศ หลังจากที่เดินทางไปประชุมที่สหรัฐให้ช่วยดูแล จึงเป็นความจำเป็น และตกลงว่าไม่ให้มีข่าว แต่เมื่อมีข่าวจากฝั่ง เมียนมา จึงต้องชี้แจง” นายดอนกล่าว
ส่วนกรณีที่มีข่าวระบุว่า มีการบริจาควัคซีนของไทยที่ได้รับบริจาคมานั้น คือ ข่าวปล่อย ข้อเท็จจริงไม่มีสิ่งของจากรัฐบาล มีแค่ของบริจาคจากภาคเอกชน และเรื่องวัคซีนแม้จะรับหรือจะให้ต้องมีกระบวนการ เช่น ทำเอ็มโอยู ระหว่างเจ้าของวัคซีนด้วย ซึ่งเป็นกติกาสากล อีกทั้งการให้หรือรับต้องผ่าน ครม.ด้วย ที่นั่งเทียนหรือบอกข่าวชาวบ้าน ให้ข้อคิดเห็น เป็นข้อมูลที่ผิดพลาด คือ เฟกนิวส์ ซึ่งเกิดขึ้นทุกวันในบ้านเรา
การทำงานของกระทรวงการต่างประเทศไม่จำเป็นต้องป่าวประกาศ เราทำงานหวังความสำเร็จ เป็นประโยชน์กับประเทศ และประชาชนไม่ว่าฝ่ายใด ทำด้วยความรอบคอบ ไม่ใช่มนุษย์พันธุ์หิวแสง การเมืองระหว่างประเทศไม่มีอะไรที่แน่นอน ความพยายามที่สร้างสรรค์ สามารถทำคู่ขนานกับความขัดแย้งได้ เหมือนเคยมีคำกล่าวว่า ไฟต์ ไฟต์ ทอล์ก ทอล์ก คือ พยายามคุยกันตลอดเวลา ด้านการต่างประเทศนั้น ตนยอมรับว่ามีผู้แทนพิเศษเอ็นเอสจี ขอให้ไทยเป็นตัวกลางเกือบทุกเรื่อง
ไม่แปลก-ไทยตกขบวนถกปชต.
นายดอน กล่าวว่า สำหรับท่าทีของไทยที่มีต่อเมียนมาในการทำรัฐประหารนั้น เราพยายามสื่อสารว่าให้หาช่องทางพูดคุยปรองดอง แบ่งสรรอำนาจ ซึ่งเมื่อวันที่ 14 พ.ย.ที่ไปเยือนมานั้น ตนยังคุยว่าต้องหยุดความรุนแรง และปล่อยนักโทษทางการเมืองโดยเร็ว
นายดอน ยังชี้แจงกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ จัดประชุมสุดยอดเพื่อประชาธิปไตย (Summit for Democracy) โดยเชิญ 110 ชาติ ร่วมประชุม แต่ไม่มีประเทศไทยว่า การประชุมดังกล่าวเป็นเรื่องการเมืองล้วนๆ ที่ต้องการเล่นงานกันและกัน และกรณีนี้ไม่ใช่ว่าเพื่อนอาเซียนที่เป็นประชาธิปไตยมีการเลือกตั้งจะได้รับเชิญเช่นกัน ดังนั้น ไม่เชิญไม่แปลก บางเรื่องดีใจที่ไม่ได้รับเชิญ
“หากเชิญ เราต้องพิจารณาว่าจะไปหรือไม่ เพราะหลายกรณีเป็นดาบสองคม ไม่ใช่ไม่มีคำเชิญแล้วต้องกระทืบเท้าเสียใจ ขณะเดียวกันแม้เราจะได้รับเชิญก็ไม่ต้องลิงโลด โลกเป็นจริงไม่เป็นแบบนั้น ความจริงของชีวิตต่างประเทศไม่ได้เป็นอย่างที่หลายคนเข้าใจ ผมอยากนัดทานข้าวกับท่าน เพื่อเล่าให้ฟังในหลายมุม” นายดอนกล่าว
‘สุทิน’ระบุเสียหาย-นายกฯไม่พูด
นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า การที่สหรัฐไม่เชิญไทยร่วมการประชุมสุดยอดเพื่อประชาธิปไตย ถือเป็นความเสียหาย มีผลต่อความน่าเชื่อถือของประเทศ รัฐบาลต้องชี้แจง
ส่วนที่ไทยไม่ได้รับเชิญ คิดว่ามีเหตุผลจากการที่นายดอน ไปเยือนเมียนมาหรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า คิดได้ว่าน่าจะเชื่อมโยง เพราะขณะที่องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ประชาคมอาเซียน และประชาคมโลก อยู่ระหว่างการแซงก์ชั่นเมียนมา แต่เรากลับมีท่าทีตรงข้าม ซึ่งประเทศอื่นระมัดระวังต่อท่าทีแบบนี้ ไม่ว่าจีนหรือญี่ปุ่น ก็ใช้ทูตพิเศษ ไม่ใช้ผู้นำในฝ่ายรัฐบาล ด้วยเหตุผลนี้จึงน่าจะเป็นเหตุสำคัญที่ทำให้ไทยไม่ถูกเชิญเข้าร่วมประชุมสุดยอดเพื่อประชาธิปไตย
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ไม่ตอบคำถามผู้สื่อข่าวในเรื่องดังกล่าว
ส.ส.แห่ชงตั้งกาสิโนถูกกฎหมาย
เมื่อวันที่ 25 พ.ย. ที่รัฐสภา ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภา เป็นประธานการประชุม พิจารณาญัตติด่วน การขอให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร เพื่อหาแหล่งรายได้ใหม่จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศ ที่มีส.ส.ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน เสนอญัตติในทำนองเดียวกันเข้ามา 12 ฉบับ จึงนำมาพิจารณาไปพร้อมกัน
ทุกฉบับมีเนื้อหาตรงกันคือ เสนอให้ตั้งบ่อนกาสิโนถูกกฎหมายที่เมืองหลัก และเมืองท่องเที่ยว เป็นช่องทางหารายได้เข้าประเทศ อาทิ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ที่เสนอเปิด เอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ ที่กทม. รัฐบาลไม่ต้องลงทุน แค่อนุญาตให้เปิดได้ จะมีกลุ่มทุนใต้ดินมาอยู่บนดิน ร่วมกับกลุ่มทุนต่างประเทศมาลงทุนทำสถานบันเทิงครบวงจร คนที่เข้าไปเล่นบ่อนกาสิโนได้ ต้องอายุเกิน 21 ปี มีเงินในบัญชีเกิน 1 ล้านบาท
ขณะที่นายสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เสนอตั้งสถานบันเทิงครบวงจร มีบ่อนกาสิโน ที่อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นเมกะโปรเจ็กต์สร้างเงิน สร้างงานให้ประเทศ
นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ อภิปรายว่า ทุกวันนี้ในกทม. มีบ่อนใหญ่และขนาดกลาง 50 แห่ง อีก 76 จังหวัดมีบ่อนใหญ่จังหวัดละ 2 แห่ง บ่อนเหล่านี้มีรายได้ 72,000 ล้านบาทต่อปี ไม่รวมบ่อนพนันจากเว็บไซต์ อีก 100 เว็บ มีรายได้ 12,000-24,000 ล้านบาทต่อปี ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องมีบ่อนถูกกฎหมาย กระจายไปตามเมืองหลัก เมืองรอง โดยให้รัฐบาลเป็นเจ้าภาพทำเอง เน้นให้คนต่างชาติมาเล่น จะเป็นทางรอดให้ประเทศขณะนี้
จากนั้นเปิดให้สมาชิกอภิปรายและตั้งกมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาต่อไป