เร่งตาม252แอฟริกา
โอไมครอนลาม30ปท.
แรงงานถก‘ศบค.’วันนี้
ลุ้นเยียวยาคนกลางคืน
‘บิ๊กตู่’ ยันไม่ปิดประเทศสกัด ‘โอไมครอน’ ระบาด สั่งเร่งติดตาม 252 คนจาก 8 ประเทศแอฟริกาตรวจเชื้อ เตรียมเลื่อนเปิดผับบาร์ คาราโอเกะ ออกไปอีกสักเดือน ขออภัยผู้ประกอบการเพราะจำเป็น ชี้หากไม่ทำจะล้มเหลวทั้งหมด รับปากเยียวยาให้ ‘พิพัฒน์’ รมว.ท่องเที่ยวฯ ย้ำโอไมครอนไม่กระทบเปิดประเทศ ขณะนี้ยังไม่พบนักท่องเที่ยวยุโรป อเมริกาถอนเดินทางมาไทย เผยเชื้อพันธุ์ใหม่ลามแล้ว 30 ประเทศ ศบค.เผยติดเชื้อรายวัน 4,971 เสียชีวิตอีก 33 ‘รมต.สุชาติ’ ถกศบศ.วันนี้ เคาะเยียวยาคนบันเทิง คนกลางคืนที่เดือดร้อนจากพิษโควิด จ่อรับ 5 พันต่อคน ชงโมเดลช่วยลูกจ้างม.33 อาจได้ 2 ต่อ จากรัฐบาล-สปส.
ติดเชื้อใหม่ต่ำ 5พัน-ตาย 33
เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์ โควิด- 19 ประจำวันว่า วันนี้ประเทศไทยมี ผู้ติดเชื้อใหม่ 4,971 ราย ติดเชื้อสะสม 2,125,729 ราย หายป่วยเพิ่ม 5,402 ราย หายป่วยสะสม 2,031,156 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 33 ราย เสียชีวิตสะสม 20,847 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 73,726 ราย อยู่ในร.พ. 36,082 ราย ร.พ.สนามและอื่นๆ 37,644 ราย มีอาการหนัก 1,355 ราย และใส่เครื่องช่วยหายใจ 346 ราย ทั้งนี้ ผู้ติดเชื้อมาจากการติดเชื้อในประเทศ 4,971 ราย เรือนจำ 198 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศ 11 ราย ได้แก่อังกฤษ สหรัฐอเมริกา เยอรมนี และมัลดีฟส์ ประเทศละ 1 ราย รัสเซีย 4 ราย และกัมพูชา 3 ราย ภาพรวมเป็นผู้ติดเชื้อจากการเข้าระบบ Test&Go 3 ราย แซนด์บ็อกซ์ 4 ราย เข้าระบบกักตัว 2 ราย และด่านพรมแดนทางบก 2 ราย
สำหรับผู้เสียชีวิต 33 ราย มาจาก 19 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ 6 ราย , กทม. 3 ราย , ปทุมธานี สมุทรสาคร นครราชสีมา ชุมพร ปัตตานี ยะลา สุราษฎร์ธานี จังหวัดละ 2 ราย และ นครปฐม สมุทรปราการ ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ อุดรธานี ตรัง พังงา กาญจนบุรี ชลบุรี และราชบุรี จังหวัดละ 1 ราย มาจากภาคใต้สูงสุดรวม 10 ราย ผู้เสียชีวิตเป็นชาย 16 ราย หญิง 17 ราย อายุ 28 – 88 ปี ค่ากลางอายุ 72 ปี โดยเป็นผู้สูงอายุ 60 ปีและมีโรคประจำตัวรวมกัน 85% ไม่มีโรคเรื้อรัง 15%
จังหวัดที่ติดเชื้อเกิน 100 รายมี 11 จังหวัด โดย 10 อันดับที่ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ 1.กทม. 778 ราย ติดเชื้อสะสม 423,646 ราย 2.นครศรีธรรมราช 329 ราย สะสม 41,202 ราย 3.สงขลา 302 ราย สะสม 61,542 ราย 4.เชียงใหม่ 208 ราย สะสม 26,578 ราย 5.สุราษฎร์ธานี 196 ราย สะสม 25,885 ราย 6.สมุทรปราการ 140 ราย สะสม 128,899 ราย 7.ชลบุรี 139 ราย สะสม 107,974 ราย 8.ปัตตานี 138 ราย สะสม 46,038 ราย 9.ประจวบคีรีขันธ์ 133 ราย สะสม 18,371 ราย และ10.ขอนแก่น 102 ราย สะสม 22,516 ราย และยะลา 102 ราย สะสม 47,020 ราย โดยนครพนมไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่
สำหรับการฉีดวัคซีนโควิด 19 วันที่ 1 ธ.ค. ฉีดเพิ่มขึ้น 521,693 โดส สะสม 93,753,156 โดส แบ่งเป็นเข็มแรก 48,525,815 ราย คิดเป็น 67.4% ของประชากร เข็มสอง 41,732,668 ราย คิดเป็น 57.9% ของประชากร และเข็มสาม 3,494,673 ราย คิดเป็น 4.9% ของประชากร โดยจังหวัดที่ฉีดครอบคลุมเกิน 70% มี 13 จังหวัด 60-69% มี 18 จังหวัด 50-59% มี 35 จังหวัด และ 40-49% มี 11 จังหวัด
ส่วนผู้เดินทางเข้าประเทศ วันที่ 1 พ.ย. – 1 ธ.ค. สะสม 139,365 คน ติดเชื้อ 180 ราย คิดเป็น 0.13% ได้แก่ ระบบ Test&Go 111,819 คน, ระบบแซนด์บ็อกซ์ 21,883 คน และระบบกักตัว 5,663 คน เฉพาะวันที่ 1 ธ.ค. เข้ามา 6,304 คน ติดเชื้อ 9 คน คิดเป็น 0.14%
ไม่เจอคลัสเตอร์ใหญ่
ด้านนพ.เฉวตสรร นามวาท ผอ.กองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค (คร.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันว่า สถานการณ์โรคโควิด-19 ทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 6.39 แสนราย สะสม 263.6 ล้านราย เสียชีวิต 7,793 ราย สะสม 5.24 ล้านราย สหรัฐอเมริกาติดเชื้อใหม่ 1 แสนกว่าราย เสียชีวิต 1,411 ราย อังกฤษพบ 4.8 หมื่นราย เสียชีวิต 171 ราย รัสเซียพบ 3.2 หมื่นราย เสียชีวิตสูง 1,226 ราย ส่วนทวีปยุโรปที่จับตามองว่ามีการติดเชื้อสูงขึ้น ประเทศที่น่าสนใจ คือฝรั่งเศสรายงาน 4.9 หมื่นราย เยอรมนี 1.7 หมื่นราย
ส่วนประเทศไทยวันนี้รายงานหายป่วยจากโควิด 5,402 ราย สูงกว่าติดเชื้อรายใหม่ที่พบ 4,971 ราย ผู้ป่วยปอดอักเสบและใส่เครื่องช่วยหายใจ สัปดาห์ท้ายตัวเลขคงตัวและแกว่งขึ้นเล็กน้อย แต่ภาพรวม 2 สัปดาห์ลดลงอย่างดี ผู้เสียชีวิตต่ำกว่าร้อยรายนาน 2 สัปดาห์ วันนี้รายงาน 33 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุเฉลี่ยอายุ 72 ปี มาจากภาคใต้สูงสุด 10 ราย ภาคอื่นต่ำกว่า 10 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุมากกว่า 60 ปี และมีโรคเรื้อรัง 85% และไม่ได้รับวัคซีนเลย 85% ดังนั้นคนไหนยังไม่ฉีดวัคซีน ให้นัดหมายเพื่อไปฉีด
สธ.ชี้กทม.ผ่านจุดพีกแล้ว
สถานการณ์กทม.และปริมณฑลผ่านจุดสูงสุดช่วงส.ค. การครองเตียงไม่หนาแน่นเหมือนเดิม เป็นสัญญาณที่ดีรองรับการเปิดประเทศ ส่วนคลัสเตอร์ต่างๆ พบรายงานเป็นกลุ่มเล็กๆ น้อยๆ ประปราย ไม่ได้เป็น กลุ่มก้อนขนาดใหญ่ แต่ยังพบคลัสเตอร์งานบุญประเพณีต่างๆ การวมตัวกันเกี่ยวข้าว ซึ่งการใช้เวลาร่วมกันนานๆ ร่วมรับประทานอาหารเป็นความเสี่ยง นอกจากนี้ยังมีแคมป์คนงาน ค่ายทหาร โรงงานต่างๆ ซึ่งทุกพื้นที่มีประสบการณ์และแนวทางควบคุมอย่างดี ส่วนตลาดเป็นพื้นที่ค่อนข้างเปิด เน้นย้ำคนไปใช้บริการ พ่อค้าแม่ขายให้ฉีดวัคซีนให้ครบถ้วน รวมถึงคนในครอบครัว จะได้ลดความเสี่ยงและการระบาด” นพ.เฉวตสรรกล่าว
‘โอไมครอน’ลามแล้ว 30 ประเทศ
นพ.เฉวตสรร กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ประเทศที่พบสายพันธุ์โอไมครอน ได้แก่แอฟริกาใต้ ไนจีเรีย บอตสวานา โมซัมบิก ซิมบับเว นามิเบีย มาลาวี เอสวาตีนี เลโซโท ส่วนทวีป อื่นๆ ที่รายงานพบอย่างบราซิล แคนาดา ญี่ปุ่น อิสราเอล ออสเตรีย เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ฮ่องกง อังกฤษ ตุรกี เยอรมนี สเปน อิตาลี เนเธอร์แลนด์ เช็ก เบลเยียม สวีเดน โปรตุเกส สวิตเซอร์แลนด์ เดนมาร์ก และออสเตรเลีย เป็นการเคสนำเข้าเดินทางมาจากแอฟริกา อย่างไรก็ตามมีนำตัวเลขรายงานผู้ติดเชื้อ รายวันและภาพรวมของประเทศเหล่านี้มาเฝ้าระวัง โดยในส่วนของทางวิชาการระบาดวิทยา และควบคุมโรคจะติดตามสถานการณ์แต่ละประเทศว่ามีการรายงานเพิ่มเติมรายใหม่ที่เป็นโอไมครอนหรือไม่ เพราะข้อมูลเพิ่งมาใหม่ รายละเอียดเกี่ยวกับสายพันธุ์ยังต้องศึกษาข้อมูลรวมกัน
“สำหรับมาตรการรับมือได้กำหนดไม่ให้ผู้ที่มาจาก 8 ประเทศเสี่ยงโอไมครอนลงทะเบียนเข้าประเทศผ่าน Thailand Pass ตั้งแต่วันที่ 27 พ.ย. ส่วนคนที่ขอมาแล้วก็มาได้ถึงวันที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมา และเข้าสู่ระบบการกักตัว 14 วัน และตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.ห้าม ไม่ให้เดินทางเข้ามาแล้ว จึงไม่มีการหลุดออกไป ขณะที่ประเทศอื่นๆ ในทวีปแอฟริกากำหนดให้กักตัว 14 วัน ถ้าเดินทางหลังวันที่ 1 ธ.ค.เป็นต้นไป และตรวจหาเชื้อ 3 ครั้ง ขอให้มั่นใจมาตรการที่ดำเนินการ ส่วนที่เดินทางมาก่อนหน้านี้ตั้งแต่ต้นเดือนพ.ย. ถือว่าผ่านมาเกิน 14 วัน เมื่อไม่มีอาการป่วยก็ค่อนข้างมั่นใจได้ เนื่องจากทั่วไประยะฟักตัวของเชื้ออยู่ที่ 2-14 วัน แต่ระยะเฉลี่ยที่พบสูงสุด คือ 5-7 วัน การติดเชื้อหลัง 7 วันพบค่อนข้างน้อย ยิ่งหลัง 14 วันก็ยิ่งพบน้อยมาก”
สธ.ย้ำ 252 คนเป็นกลุ่มเสี่ยงต่ำ
นพ.เฉวตสรร กล่าวด้วยว่า สำหรับกรณีศบค.ประกาศติดตามผู้เดินทางเข้าประเทศ ไทยจาก 8 ประเทศเสี่ยงสูงที่พบสายพันธุ์ โอไมครอนจำนวน 252 คน จะมีการส่งข้อความไปที่แอพพลิเคชั่น “หมอชนะ” และอีเมล์ที่ผู้เดินทางใช้ลงทะเบียน Thailand Pass เพื่อรับคิวอาร์โค้ดใช้ในการเดินทางเข้ามา เพื่อแจ้งเพื่อให้ไปร.พ.รัฐ รับการตรวจ RT-PCR ฟรี คุมไว้สังเกตอาการเพื่อลดเสี่ยงแพร่กระจายูสู่คนอื่น ซึ่งจริงๆ ไม่อยากให้กังวลมาก เราทำเข้มข้นเต็มที่และมีการติดตาม แต่ย้ำว่าคนเหล่านี้ไม่ได้เป็นผู้ติดเชื้อ เพียงเดินทางมาจากประเทศที่พบโอไมครอน และถือเป็นกลุ่มเสี่ยงต่ำ เนื่องจากก่อนเดินทางเข้ามามีการฉีดวัคซีนครบโดส มีผลตรวจ RT-PCR 72 ชั่วโมงก่อนเดินทางเป็นลบ มาถึงประเทศไทยวันแรกก็ตรวจไม่พบเชื้อ เพราะถ้าพบเชื้อก็ต้องเข้าร.พ. และเมื่ออยู่ในแซนด์บ็อกซ์ครบ 7 วัน ก็ต้องตรวจอีกครั้งด้วย ATK ผลเป็นลบ จึงเดินทางต่อได้ ซึ่งเลยช่วงที่มีโอกาสพบเชื้อมากที่สุดไปแล้ว
“ถือว่ามีการตรวจอย่างน้อย 3 ครั้งตั้งแต่ก่อนมา เมื่อมาถึงและก่อนออกจากแซนด์ บ็อกซ์ อย่างไรก็ตาม เพื่อเน้นย้ำความมั่นใจก็จะขอตรวจซ้ำอีกครั้งในช่วงวันที่ 14 นับตั้งแต่วันที่เดินทางถึงประเทศไทย ส่วนคนไทยก็ขอให้เข้ารับการวัคซีน เข้มมาตรการป้องกันส่วนบุคคล ยกการ์ดสูงไว้ก่อน ผู้ให้บริการที่เจอนักท่องเที่ยวมีมาตรการ COVID Free Setting และมาตรการบุคลากร ฉีดวัคซีนครบถ้วน เชื่อว่าการควบคุมความเสี่ยงต่างๆ อยู่ในแนวทางที่เราจัดการได้” นพ.เฉวตสรรกล่าว
ยอมรับตามตัวได้ยาก
นพ.เฉวตสรรกล่าวว่า วันนี้มีการประชุมคณะทำงานที่เกี่ยวข้องในกรมควบคุมโรค เพื่อเร่งรัดการรายงาน เนื่องจากหลายคนอยากให้อัพเดตว่าติดตามติดต่อกลุ่มนี้ได้เท่าไรแล้ว แต่ยังต้องยืนยันข้อมูลหลายจุดเพิ่มเติม จึงยังไม่มีตัวเลขรายงานตอนนี้ ซึ่งการที่ติดตาม ได้ยาก ส่วนหนึ่งเพราะเราติดตามเพียงฝ่ายเดียว และอยู่ที่เขาจะตอบสนองอย่างไร อย่างการส่งข้อความไปแจ้งผ่านแอพพลิเคชั่นหมอชนะ เราไม่สามารถรู้ได้ว่าเขาอาจบล็อกหรือถอดแอพพิลเคชั่นออกหรือไม่ เพราะยังไม่มีการติดต่อกลับมา หรืออย่างอีเมล์ถ้ามีตอบกลับมาจะเห็นว่าตอบ แต่หากรับอีเมล์แล้วไปรายงานตัวที่ร.พ.แล้ว โดยไม่แจ้งกลับ คนส่งอีเมล์ก็จะไม่ทราบว่าคนนี้เข้าระบบแล้ว ยกเว้นจะมีการส่งผลตรวจเข้ามาในหมอชนะ อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นจากการที่สำนักงานควบคุมป้องกันโรคที่ 6 พื้นที่ภาคตะวันออก รายงานว่ารายชื่อที่ให้ติดตาม 10 รายชื่อที่ส่งมาสามารถติดตามครบทั้งหมด เพราะเข้ามาทำงานในโรงงานนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งเมื่อรู้สถานที่ตั้ง ก็ได้รับความร่วมมือในการติดตามอาการจนครบ 14 วัน
“ส่วนพื้นที่ต่างๆ ยังต้องตรวจสอบความซ้ำซ้อนกัน และต้องให้แน่ใจเรื่องติดต่อติดตาม เพราะบางทีเป็นข้อมูล แต่ปลายทางไม่แน่นอนว่าไปเที่ยวที่ไหนก็ต้องมาเช็กอีกครั้ง ดังนั้น ถ้าโรงแรมต่างๆ ที่ให้ที่พักนักท่องเที่ยว หากพบว่ามาจากประเทศต้นทางกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ ก็อาจสอบถามนักท่องเที่ยวว่าทราบเรื่องให้รายงานตัวและตรวจหาเชื้อหรือไม่ หรืออาจแนะนำนักท่องเที่ยวให้ไปตรวจ อย่างไรก็ตาม แม้จะเข้ามาประเทศไทยเกิน 14 วันแล้ว แต่ถ้ามาแสดงตัวก็ตรวจให้ฟรีเช่นกัน” นพ.เฉวตสรรกล่าว
‘บิ๊กตู่’สั่งเร่งตามตัว 252 คน
เมื่อเวลา 10.30 น. ที่สโมสรกองทัพบก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การติดตามเชื้อกลายพันธุ์โอไมครอนในส่วนของประเทศไทยว่า เรื่องนี้ตนเป็นคนแจ้งเตือนเอง หลังได้รับทราบข่าวจากเว็บไซต์ต่างประเทศ เป็นสิ่งที่น่าชมเชยที่หน่วยงานของไทยเมื่อรับนโยบายไปแล้วก็ตอบสนองโดยทันที ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงสาธารณสุข ศบค. ครม. เพื่อให้ความสำคัญเรื่องนี้ จึงต้องขออภัยกรณีที่คิดว่าหลายอย่างเราจะทำได้ แต่เมื่อมีเชื้อใหม่อุบัติขึ้นมา เราก็ต้องมีมาตรการขึ้นมารองรับ และวันนี้ยังไม่ได้ข่าวว่ามีผู้ติดเชื้อในประเทศไทย อย่างไรก็ตามเชื้อตัวเดิมเราก็ต้องระวังอยู่ เพราะคิดว่าคงต้องระวังกันทั้งโลก สำคัญคือจะทำอย่างไร เราจะต้องระมัดระวังตัวเองกันให้มากที่สุด ตนเข้าใจดีถึงความเป็นอยู่ของประชาชน ที่ต้องการอิสระ ต้องการเดินทาง ต้องการความสนุกสนาน แต่ถ้าเราไม่ช่วยกัน ไม่ว่าโรคอะไร เราก็ต้านทานไม่ได้ ถ้าไม่มีวินัยของเราเอง จึงต้องขอร้อง โดยเฉพาะเรื่องการเข้ามารับการฉีดวัคซีน อย่าไปกังวลว่าเมื่อมีเชื้อตัวใหม่เข้ามาแล้วไม่ฉีด จะรอวัคซีนใหม่ ขณะที่เชื้อเก่ายังอยู่ เราต้องระวังทุกเชื้อที่เกิดขึ้น
เลื่อนเปิดผับบาร์อีกเดือน
เมื่อถามถึงการผ่อนคลายมาตรการกิจการกิจกรรมผับบาร์คาราโอเกะ นายกฯ กล่าวว่า อาจต้องขยับออกไปบ้างก็ต้องขออภัย ตนบอกแล้วอยากให้นึกถึงคนอื่นด้วย ตนเห็นใจ โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวถือว่าสำคัญที่สุด แต่ถ้าเราไม่ทำแบบนี้ก็จะล้มเหลวทั้งหมด และรัฐบาลก็จะกลายเป็นรัฐบาลที่ไม่มีประสิทธิภาพ ดังนั้นมันจึงจำเป็น ไม่มีใครอยากจะทำตรงนี้หรอก ดังนั้นจึงขอขยับออกไปก่อนรอดูสักเดือนหนึ่งก่อน และเรื่องนี้ต้องฟังหมอและสาธารณสุข ตนก็ได้สั่งให้พิจารณาเรื่องการเยียวยากิจการกิจกรรมเหล่านี้เป็นการชั่วคราวไปก่อน อันไหนที่เปิดได้ก็มีอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นสถานที่ปิด มีคนเข้าไปเป็นจำนวนมากและมีการดื่มสุรา ถือว่าเสี่ยงสูงก็ขอเอาไว้ก่อน ซึ่งเรื่องการเยียวยาก็จะนำเข้าครม.ในเร็วๆ นี้
เมื่อถามถึงการติดตามตัวนักท่องเที่ยว 252 คน เพื่อให้เข้ารับการตรวจเชื้อแบบ RT-PCR นายกฯ กล่าวว่า กำลังติดตามอยู่ คนที่อยู่ในพื้นที่ ถ้ารู้ ก็ให้ช่วยแจ้งเจ้าหน้าที่
ยันไม่ใช้ยาแรงปิดประเทศ
เมื่อถามว่า การแพร่ระบาดในหลายประเทศรอบประเทศไทยในขณะนี้ จะทำให้เราจำเป็นจะต้องใช้ยาแรง ถึงขั้นปิดประเทศหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “ยังๆ ตอนนี้มีการคัดกรอบแบบ RT-PCR อยู่แล้ว และมีการกักตัวไว้ชั่วคราว จนกว่าจะทราบผล RT-PCR ส่วนตรวจแบบ ATK ต้องยกเลิกไปก่อน ถือว่ายังไม่ปลอดภัยในขณะนี้ ซึ่งอาจทำให้ลำบากกันขึ้นมานิดหน่อย แต่เราต้องมองทั้ง 2 ทาง ทั้งเรื่องการท่องเที่ยวและเรื่องเศรษฐกิจ รวมถึงเรื่องความปลอดภัยไปด้วย นี่คือความยากง่ายในการทำงาน เราไม่สามารถทำอะไรให้มันง่ายๆ ได้ คนเป็นร้อยกว่าจะคิดมาตรการออกมาได้ กว่าจะมาถึง นายกฯ ที่จะตัดสินใจ อาจจะมีความต้องการด้านหนึ่ง แต่อีกด้านหนึ่งคือด้านสาธารณสุขที่เราก็ต้องดู ดังนั้นเรื่องของโควิดฟรีเซ็ตติ้ง เราต้องใช้ผู้ประกอบการจะต้องศึกษาเรื่องนี้ ทั้งผู้ให้บริการ และผู้รับบริการ สถานประกอบการไหนพร้อมก็ติดป้ายเอาไว้ว่า ปลอดภัยจากโควิด-19 เป็นการรับรองสถานประกอบการนั้นๆ เราจะต้องช่วยกันขยายความแบบนี้ อย่าเอาความเดือดร้อนมาพูดอย่างเดียวแล้วบอกว่ารัฐบาลไม่ได้ช่วยอะไร มันก็จะทำให้เกิดความไม่เข้าใจซึ่งกันและกัน งานก็จะเดินหน้าไปไม่ได้
พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ(ศบศ.) ในวันศุกร์ที่ 3 ธ.ค.นี้ จะทบทวนการจัดกิจกรรมต่างๆ ในช่วงปลายปีหรือไม่ว่า สถานการณ์เศรษฐกิจโดยทั่วไปในวันนี้ เราต้องรักษาเศรษฐกิจเดิมให้ได้มากที่สุด และต้องมีเศรษฐกิจใหม่เพื่อพลิกโฉมประเทศให้เดินต่อไปข้างหน้าในโลกยุคนิวนอร์มัล ทั้งนี้ เราต้องไปดูเรื่องส่งเสริมการลงทุนของเราให้มีมากยิ่งขึ้น ต้องปรับรูปแบบกระบวนการทางกฎหมาย รวมถึงต้องปรับรูปแบบเรื่องสิทธิประโยชน์ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ปรับเรื่องโครงสร้างภาษีในส่วนของกระทรวงการคลัง ทั้งหมดนี้เพื่อสร้างแรงจูงใจให้มีการลงทุนในประเทศ โดยคนไทยและนักธุรกิจข้ามชาติที่จะเข้ามาในประเทศไทย รวมถึงจะต้องดึงดูดคนที่มีศักยภาพสูงให้เข้ามาประกอบธุรกิจหรือเข้ามาทำงานในประเทศไทย โดยเราจะช่วยทำทุกอย่างให้มีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ตนยืนยันว่าจะไม่ทำให้เกิดผลกระทบกับคนไทยและธุรกิจของคนไทย เราต้องช่วยไปด้วยกัน บางทีการสร้างความเข้มแข็งเปรียบเหมือนการนำไม้ไผ่เล็กๆ หลายๆ แท่งมามัดรวมกันเป็นกำก็จะหักไม่ได้ แต่ถ้าไม้ไผ่เล็กๆ แท่งเดียวจะถูกหักได้ง่าย ดังนั้นเราต้องทำทั้งเรื่องการลงทุนข้ามชาติ การลงทุนในประเทศโดยคนไทยและส่งเสริมการลงทุนของคนไทยในต่างประเทศ สิ่งเหล่านี้จะช่วยสร้างจีดีพีของประเทศไทยให้เติบโตขึ้น และจะส่งผลให้งบประมาณภาครัฐมีมากขึ้น ทำให้ประเทศพ้นกับดักต่างๆ ไปได้แล้วเราจะมีเงินมาดูแลประชาชนของเรา เพราะที่ผ่านมาประเทศของเรายังมีการเติบโตไม่เพียงพอ
ยันโอไมครอนไม่กระทบเปิดปท.
เมื่อเวลา 10.45 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม ในวาระการพิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจา โดยนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ส.ส.สตูล พรรคภูมิใจไทย ถามนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เกี่ยวกับการเปิดรับนักท่องเที่ยวที่ผ่านมา เนื่องจากเชื่อว่าการเปิดประเทศเป็นสิ่งที่ทุกคนเฝ้ารอ ธุรกิจท่องเที่ยวทุกสาขาอาชีพเริ่มมีความหวังมากขึ้น แต่ขณะนี้เชื้อโควิด -19 เกิดสายพันธุ์ใหม่ คือโอไมครอน ซึ่งระบาดได้เร็วกว่าสายพันธุ์เดลตา และขณะนี้หลายประเทศเริ่มออกมาตรการยกระดับมาตรการป้องกันแล้ว จึงอยากทราบว่าทางกระทรวงประเมินสถานการณ์นี้และเตรียมแผนรับมือไว้อย่างไรเพื่อที่จะสร้างความมั่นใจในการท่องเที่ยวของประเทศ
นายพิพัฒน์ ชี้แจงว่า สำหรับปี 2565 เชื่อว่าจะมีรายได้จากการท่องเที่ยว ที่ 1.3 – 1.8 ล้านล้านบาท และมีนักท่องเที่ยวต่างชาติท่องเที่ยว ประมาณ 10 -15 ล้านคน โดยมีปัจจัยสำคัญคือการเปิดชายแดนเพื่อนบ้าน รวมถึงประเทศจีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น เปิดประเทศ ส่วนการแพร่ของโควิดสายพันธุ์โอไมครอน ขอยืนยันว่าขณะนี้นักท่องเที่ยวชาวยุโรปและอเมริกายังไม่มีถอนการเดินทาง ส่วนที่พบผู้ที่เดินทางมาจากทวีปแอฟริกาตั้งแต่วันที่ 15 พ.ย.นั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามตรวจสอบเพื่อให้ผู้เดินทางทุกคนเข้ารับการตรวจหาเชื้อและตรวจสอบประวัติแล้ว และตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. ประเทศเราก็ไม่มีนักท่องเที่ยวจาก 8 ประเทศ แถบแอฟริกาเดินทางเข้าประเทศ
มท.กำชับผู้ว่าฯคุมเข้ม
ด้านพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาด ไทย เปิดเผยว่า ตามที่เกิดการแพร่ระบาดของ “โอไมครอน”ในประเทศต่างๆ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง และเฝ้าระวังสายพันธุ์ใหม่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงกำชับไปยังผู้ว่าฯ ทุกจังหวัด และกรุงเทพมหานคร ดำเนินมาตรการสกัดกั้นเชื้อจากต่างประเทศให้เป็นไปอย่างเข้มข้นทั่วประเทศ โดยจังหวัดพื้นที่ชายแดนประเทศเพื่อนบ้านให้ผู้ว่าฯ ประสานการปฏิบัติ วางมาตรการร่วมกับหน่วยทหารในพื้นที่ ตำรวจตระเวนชายแดน กองกำลังป้องกันชายแดนให้เข้มงวดควบคุมการลักลอบเข้าประเทศ เพิ่มการลาดตระเวนตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเฝ้าระวังและสกัดกั้นป้องกันมิให้มีการลักลอบเดินทางเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมายผ่านช่องทางธรรมชาติบริเวณพื้นที่ชายแดน หากพบให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มข้น
พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวต่อว่า ด้านการปฏิบัติในพื้นที่ตอนในให้ประสานกับตำรวจภูธรจังหวัด สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่สาธารณสุข เจ้าหน้าที่ศุลกากร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดตั้งจุดตรวจ/จุดสกัดและจุดคัดกรองโรค บุคคล และการขนส่งสินค้าจากประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อคัดกรองบุคคลที่เดินทางเข้าเมือง และการ คัดกรองรถขนส่งสินค้าตลอด 24 ชั่วโมง การปฏิบัติในพื้นที่หมู่บ้าน/ชุมชน ให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการหมู่บ้าน ผู้นำชุมชน อาสาสมัครในพื้นที่ ร่วมกันตรวจสอบบุคคลที่เดินทางเข้ามาในหมู่บ้าน/ชุมชน หากพบแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมาย ให้ประสานหน่วยงานความมั่นคงดำเนินการตามกฎหมายโดยทันที ในส่วนของจังหวัดชั้นในให้ตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด จุดคัดกรองโรค โดยประสานกับตำรวจภูธรจังหวัด กองบัญชาการตำรวจนครบาล สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสกัดกั้นการเดินทางเข้า-ออก และการเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวโดยผิดกฎหมาย
“บิ๊กตู่”พอใจฉีดใกล้ 100 ล.โดส
ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พอใจภาพรวมการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 โดยยอดรวมการให้บริการวัคซีนสะสมอยู่ที่ 93,929,601 โดส เข็มที่ 1 สะสม 48,594,537 โดส เข็มที่ 2 สะสม 41,827,020 โดส เข็มที่ 3 สะสม 3,490,779 โดส และเข็มที่ 4 สะสม 17,265 โดส ซึ่งเป็นการดำเนินการตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. – 1 ธ.ค. 2564 ซึ่งเข้าใกล้เป้าหมายของรัฐบาลที่วางไว้ให้มีการฉีดวัคซีน 100 ล้านโดส ภายในปี 2564 นี้ ขณะเดียวกัน ความคืบหน้าในการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้แก่กลุ่มนักเรียน นักศึกษา ที่มีอายุ 12 – 18 ปี ตั้งแต่วันที่ 4 ต.ค. – 30 พ.ค. 2564 แล้ว 5,836,791 โดส มากกว่าจำนวนที่เคยได้แจ้งความสมัครใจไว้
“นายกฯ ยังได้เตรียมจัดหาวัคซีนเพิ่มเติมสำหรับปี 2565 โดยมอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุข ติดตามการพัฒนาวัคซีนเพื่อเจรจาเพิ่มเติมกับบริษัทผู้ผลิตวัคซีนเพื่อให้ไทยสามารถเปลี่ยนสูตรวัคซีนและนำเข้าเป็นวัคซีน Gen ใหม่ ได้ ควบคู่ไปกับการพัฒนาและผลิตวัคซีนเองภายในประเทศ อาทิ วัคซีน ChulaCov19 และ วัคซีนใบยา (Baiya) เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการป้องกันโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ๆ ที่มีการกลายพันธุ์ ได้รวมทั้งโอไมครอน แม้แนวโน้มสถานการณ์โควิด-19 ไทยมีทิศทางดีขึ้นทั้งจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่และผู้เสียชีวิตน้อยลงต่อเนื่อง แต่นายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ. ศบค. ยังกำชับหน่วยงานความมั่นคงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังไม่ให้มีปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการแพร่ระบาดระลอกใหม่ ทั้งสกัดการลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย พร้อมทั้งให้เร่งติดตามชาวต่างชาติที่เดินทางมาจากประเทศเสี่ยงที่เคยเดินทางเข้ามาก่อนจะมีประกาศห้ามเข้าประเทศไทย รวมทั้งเคสชาวต่างชาติที่เดินทางมาจากแอฟริกา 783 ราย ให้เร่งติดตามนำกลับมาตรวจหาเชื้อโควิด-19 อีกครั้งด้วยวิธี RT-PCR เพื่อป้องกันและควบคุมเชิงรุกด้วย”
โคราชเจออีกคลัสเตอร์
นพ.นรินทร์รัชต์ พิชญคามินทร์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า พบผู้ป่วยรายใหม่ 62 ราย เป็นผู้ป่วยนอกพื้นที่ 4 ราย และผู้ป่วยในพื้นที่ 58 ราย ป่วยสะสม 32,937 ราย รักษาหาย 31,531 ราย ยังรักษาอยู่ 1,149 ราย เสียชีวิตรายใหม่ 1 ราย เป็นชาย อายุ 72 ปี ต.โคกกระชาย อ.ครบุรี เสียชีวิตสะสม 257 ราย ส่วนสถานการณ์ ผู้ต้องขังเรือนจำกลางนครราชสีมาและทัณฑสถานหญิง อ.สีคิ้ว ไม่พบติดเชื้อ รายใหม่ รักษาหาย 1,916 ราย รักษาอยู่ 45 ราย ป่วยสะสม 1,946 ราย
“เฝ้าระวังและควบคุมการแพร่ระบาดคลัสเตอร์ชุมชน ต.ทัพรั้ง อ.พระทองคำ พบผู้ป่วยรายแรกเป็นชายอายุ 88 ปี วันที่ 14 พ.ย. เดินทางไปร่วมงานทอดกฐินสามัคคีที่วัดชัยภูมิพิทักษ์ (ผาเกิ้ง) อ.หนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ วันที่ 16 พ.ย. มีอาการไข้ เจ็บคอ วันที่ 19 พ.ย. อาการไม่ดีขึ้น เดินทางไปตรวจหาเชื้อและรักษาที่โรงพยาบาลค่ายสุรนารี ผลไม่พบเชื้อ แต่อาการไข้ยังไม่ดีขึ้น วันที่ 21 พ.ย. จึงไปตรวจรักษาที่ร.พ.พระทองคำ ผลติดเชื้อ โควิด-19 ทีมสาธารณสุขอำเภอพรทองคำลงพื้นที่ค้นหาผู้สัมผัสเสี่ยงสูงทันที พบคนในครอบครัวที่นั่งรถคันเดียวกันไปร่วมงานทอดกฐินและงประเพณีลอยกระทงมี 7 ราย ติดเชื้อ 6 ราย อีก 1 ราย เป็นชาวจ.ชลบุรี ไม่ติดเชื้อ ซึ่งใน 6 ราย มีหญิงอายุ 31 ปี รับจ้างเป็นครูสอนพิเศษให้นักเรียนประถมในพื้นที่ นำเชื้อไปติดลูกศิษย์ 3 ราย เป็นเด็กชายอายุ 14 ปี อายุ 10 ขวบ และเด็กหญิง 10 ขวบ เชื้อขยายวงลุกลามไปติดเชื้อบุคคลในครอบครัวอีก 4 ราย มีผู้ป่วยสะสม 18 ราย และผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 10 ราย ขณะนี้อยู่ในความดูแลกำกับควบคุมของศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคอำเภอพระทองคำอย่างใกล้ชิดและรอตรวจหาเชื้อซ้ำอีกครั้ง”
ภูเก็ตเร่งตาม 57 คนจากแอฟริกาใต้
เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุมชั้น 2 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต นพ.กู้ศักดิ์ กู้เกียรติกูล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต และพ.ต.อ.ธเนศ สุขชัย ผกก.ตม.จ.ภูเก็ต ร่วมแถลงกรณีนักท่องเที่ยวจากแอฟริกาใต้ 130 คนซึ่งคาดว่ามาจาก 8 ประเทศในทวีปแอฟริกาที่เสี่ยงโควิดสายพันธุ์ใหม่โอไม ครอนเดินทางเข้ามาจ.ภูเก็ต ช่วงวันที่ 15-27 พ.ย.64 เบื้องต้นยังไม่พบผู้ติดเชื้อ
นพ.กู้ศักดิ์ กล่าวว่า ผู้เดินทางมาจากแอฟริกาใต้ 126 รายและประเทศนามิเบีย 4 ราย เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดประสานชุดสืบสวนโรคติดตามได้แล้ว 17 ราย ส่วนที่เหลืออีก 40 รายอยู่ระหว่างติดตาม และตรวจสอบจากข้อมูลของนักท่องเที่ยวทั้งหมดที่ให้ไว้กับโรงแรมที่พัก ตามโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ พร้อมตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR ให้นักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าว ทั้งนี้ผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรผ่าน ช่องทางท่าอากาศยานภูเก็ต รวม 32,360 ราย เป็นกลุ่ม Test & Go 16,446 ราย ตรวจ PCR พบติดเชื้อ 23 ราย หรือร้อยละ 0.1 กลุ่มแซนด์บ็อกซ์ 15,914 ราย ตรวจ PCR พบติดเชื้อ 39 ราย ร้อยละ 0.25 โดยผู้ติดเชื้อ 62 รายนี้ ไม่มีผู้เดินทางมาจาก 8 ประเทศที่มีการระบาดโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน
“จากการปรับมาตรการสำหรับผู้เดินทางเข้าราชอาณาจักรจากทวีปแอฟริกา มีผู้เดินทางจาก 8 ประเทศที่มีแผนการเดินทางถึงภูเก็ต ระหว่างวันที่ 28 พ.ย.-1 ธ.ค.64 จำนวน 40 ราย ด่านท่าอากาศยานภูเก็ตได้แจ้งรายละเอียดผู้เดินทางทั้งหมดให้กับสายการบินทราบแล้ว และในวันที่ 28 พ.ย.ที่ผ่านมา สายการบินกาตาร์สามารถยับยั้งผู้ที่มีแผนการเดินทางเข้าภูเก็ตได้ทั้ง 5 ราย”
ด้านพ.ต.อ.ธเนศ สุขชัย กล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายจากผู้ว่าฯ ภูเก็ตให้เป็นผบ. เหตุการณ์ทำงานด้านติดตามนักท่องเที่ยวใน จ.ภูเก็ต ในจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาในจ.ภูเก็ต 130 รายตอนนี้เดินทางกลับไปแล้ว 58 ราย ยังคงเหลือในประเทศไทยอีก 72 ราย และอยู่ในจ.ภูเก็ต 57 ราย ติดตามตัวได้ 17 คน ไปต่างจังหวัด 10 คน และกำลังหา ผู้ที่ยังไม่เข้าพักในโรงแรม 5 คน นี่คือสถิติที่รับกันมาตั้งแต่วันที่ 15 พ.ย.ที่ผ่านมา ขณะนี้ประสานงานกับสมาคมท่องเที่ยวและ “ทีมชบา” เพื่อประสานงานกลุ่มโรงแรมที่นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เข้าพักแล้วด้วย ขอให้ทุกคนเข้าใจและไว้วางใจว่าทางตนทำงานกันมายาวนานแล้วไม่ใช่พึ่งมาทำงานในช่วงนี้
เชียงใหม่ติดเชื้อเพิ่ม 179
ส่วนจ.เชียงใหม่ พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 179 ราย ติดเชื้อสะสมตั้งแต่เม.ย. 2564 จำนวน 26,663 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 3 ราย เสียชีวิตสะสม 130 ราย ยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลทุกประเภท 2,571 ราย รักษาหายแล้ว 23,891 ราย ส่วนการฉีดวัคซีน มีผู้ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว 1,453,902 คน คิดเป็นร้อยละ 84.07
สตูลป่วยอีก 68
ที่จ.สตูลมีผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ 68 ราย ทั้งหมดเป็นกลุ่มสัมผัสผู้ป่วย จากการติดตามค้นหาผู้สัมผัสใกล้ชิด เบื้องต้นมีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 59 คน ทั้งหมดได้กักตัวสังเกตอาการที่บ้าน และอยู่ในความดูแลเฝ้าสังเกตอาการแล้ว
ปิดร.ร.อนุบาล-ครูติดโควิด
ส่วนจ.สมุทรสาคร พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 30 คน ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม อยู่ระหว่างการรักษาตัวตามโรงพยาบาล 376 ราย รักษาหายแล้ว 33 ราย อยู่ระหว่างเฝ้าสังเกตดูอาการ 86 ราย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 1 ธ.ค. ที่ร.ร.อนุบาลสมุทรสาคร ต.มหาชัย นายวุฒิชัย สุริยสุนทร ผู้อำนวยการร.ร.อนุบาลสมุทรสาครออกคำสั่งปิดสถานศึกษา 2 วัน เพื่อทำความสะอาดหวังทำลายเชื้อโควิด-19 หลังพบว่ามีครูติดเชื้อ 1 ราย
ล่าสุดนายกเทศมนตรีนครสมุทรสาคร พร้อมด้วยผู้อำนวยการร่วมกันนำจนท.เข้าไปเพื่อทำความสะอาดด้วยการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่โรงเรียนแห่งนี้
คลังพร้อมโยกเงินกู้สู้โอไมครอน
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง กล่าวว่า มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน เป็นหน้าที่ของสาธารณสุขที่จะต้องดูแนวทางการป้องกันให้ชัดเจน ส่วนหน้าที่ของกระทรวงการคลังก็ต้องดูว่าการแพร่ระบาดต้องไม่ส่งผลกระทบกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ดังนั้นมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดจึงต้องมีความชัดเจน ซึ่งนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการจำกัดการแพร่ระบาด และปรับรูปแบบการตรวจหาเชื้อจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเข้ามาให้เข้มข้นมากขึ้น มาตรการที่จะทำต้องคู่ขนานกันระหว่างมาตรการดูแลเศรษฐกิจและมาตรการในการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ จากสถานการณ์ขณะนี้ตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลง สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนมีความตื่นตัวและให้ความร่วมมือในการป้องกันการแพร่ระบาด และฉีดวัคซีน
นายอาคม กล่าวอีกว่า แม้จะมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ แต่ไม่อยากให้กังวลในเรื่องของเม็ดเงินที่ใช้ในการดูแลเศรษฐกิจปี 2565 โดยจะมีเม็ดเงินจากงบประมาณปี 2565 จำนวน 3.1 ล้านล้านบาท จำนวนนี้เป็นงบลงทุน 6 แสนล้านบาท และงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจอีก 3 แสนล้านบาท ขณะที่เงินกู้ตามพ.ร.ก.กู้เงินโควิดเพิ่มเติม วงเงิน 5 แสนล้านบาท ยังเหลือเม็ดเงินอีก 2.5 แสนล้านบาท รวมกว่า 1 ล้านล้านบาทที่เตรียมจะเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในปีหน้า ส่วนเม็ดเงินตามพ.ร.ก.กู้เงินโควิดเพิ่มเติมนั้น แม้จะเป็นงบที่เตรียมไว้ใช้ในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ แต่หากมีการแพร่ระบาดรอบใหม่ก็สามารถโยกเม็ดเงินมาใช้เยียวยาได้
ส่วนข้อเสนอเอกชนที่ให้ฟื้นโครงการช้อปดีมีคืน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปีใหม่นั้น รมว.คลัง ระบุเพียงว่า “ขอให้ใจเย็นๆ”
จ่อเคาะเยียวยาคนกลางคืน
ด้านนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ให้สัมภาษณ์ถึงการเสนอเรื่องของกระทรวงแรงงานในที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ (ศบศ.) วันที่ 3 ธ.ค. ว่า ตนจะเสนอรายงานตัวเลขการจ้างงานและการว่างงาน จากตัวเลขในระบบประกันสังคมตามเลขบัตรประชาชน 13 หลักที่ขณะนี้มีประมาณ 11 ล้านคน เพราะเป็นตัวเลขที่จะทำให้ทราบข้อมูลที่ชัดเจน ตามที่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติแนะนำให้ใช้เป็นตัวเลขอ้างอิง แทนการใช้วิธีสุ่มตัวอย่าง เพราะตัวเลขจะไม่นิ่ง หากสอบถามก็จะระบุกลับมาว่าว่างงานทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์ สวนทางกับกลุ่มธุรกิจการส่งออก ที่จะบอกว่ายังต้องการแรงงานทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งการใช้ เลขประจำตัว 13 หลัก ยังทำให้รู้ได้อีกว่า ผู้ประกันตนที่ออกจากบริษัทหนึ่ง แล้วไปอยู่อีกบริษัทหนึ่งเมื่อไหร่ เนื่องจากผู้ประกอบการต้องแจ้งเข้าระบบประกันสังคม นอกจากนี้จะรายงานให้ที่ประชุมทราบว่ามีธุรกิจประเภทใด และจังหวัดใดที่การจ้างงานเริ่มฟื้นตัวบ้าง
“ตัวเลขการจ้างงานในปี 2564 พบเป็นบวก มีกว่า 6.8 แสนคน โดยเฉพาะการ ส่งออกจากโครงการแฟ็กตอรี่ แซนด์บ็อกซ์ เป็นภาคธุรกิจที่แข็งแรง ขณะที่ภาคธุรกิจท่องเที่ยวกำลังฟื้นตัว ซึ่งกระทรวงแรงงานเก็บข้อมูลจ้างงานธุรกิจประเภทนี้ ดังนั้นการสื่อสารตัวเลขที่แท้จริงนี้จะทำให้นักลงทุนเข้าใจ ธุรกิจประเภทต่างๆ ไม่ได้ล้มหายไปพร้อมกันหมด เพราะมีตัวเลขที่สะท้อนให้เห็นว่ามีธุรกิจที่ฟื้นกว่า 98% เช่นส่วนค้าปลีกและห้างสรรพสินค้าก็ฟื้นกว่า 80-90 % ขณะที่ภาคท่องเที่ยวและบริการ ฟื้นประมาณ 40 %”
นายสุชาติกล่าวถึงแนวทางการเยียวยานักร้อง นักแสดง นักดนตรี และผู้ประกอบการสถานบันเทิง ผับ คลับ บาร์ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ว่า จะขอหารือกับผู้ประกอบการในวันที่ 3 ธ.ค.นี้ เวลา 14.00 น.เพื่อดูจำนวนตัวเลขก่อน เบื้องต้นมีตัวเลขในระบบอยู่แล้ว สำหรับผู้ที่เป็นอาชีพอิสระ มาตรา 40 เดิมเยียวยาใน 29 จังหวัดกว่า 2 หมื่นราย รายละ 5,000 บาท แต่หากรวมทั้งประเทศ คาดว่าจำนวนเต็มที่ไม่เกิน 1-2 แสนคน
นอกจากกลุ่มดังกล่าวแล้วยังรวมถึงกลุ่มคนขับรถรับส่งนักดนตรี เด็กเสิร์ฟ หรืออาชีพที่ได้รับรองจากสมาคมที่ยืนยันตัวตนได้ และต้องดูอายุ หากเกิน 65 ปีก็จะไม่เข้าข่ายมาตรา 40 ตรงนี้อาจจะประสานกับกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เช่นกระทรวงวัฒนธรรม โดยหลักการนายกฯ ให้การเยียวยาอยู่แล้ว แต่ขอดูตัวเลขจากสมาคมก่อนว่าคนกลุ่มดังกล่าวมีเท่าไหร่ ก่อนจะเสนอสภาพัฒน์ ต้องมีตัวเลขที่ชัดเจนก่อน จึงไม่สามารถพูดไปก่อนได้ เมื่อเสร็จสิ้นการประชุมคาดว่าจะได้ข้อสรุป เนื่องจากตัวเลขรัฐบาล และของผู้ประกอบการต่างกันหลายเท่าตัว
‘สุชาติ’แย้มจ่ายคนละ 5 พัน
“ผมมีธงในใจไว้ที่ 5,000 บาท เพราะเป็นเงินกู้ของรัฐบาล ไม่ใช่เงินของประกันสังคม แต่มีบางกรณีใช้เงินในเหตุสุดวิสัยในมาตรา 33 หรือจ่ายร้อยละ 50 ก็เข้าข่ายช่วยอีกขาหนึ่ง ประกอบด้วยลูกจ้างในระบบ เช่น เด็กเสิร์ฟ เสมียน ซึ่งในส่วนนี้จดทะเบียนในประกันสังคม ดังนั้นหากเป็นลูกจ้างในมาตรา 33 อาจจะได้รับการเยียวยา 2 ทางคือสำนักงานประกันสังคม และจากรัฐบาล แต่เรื่องนี้เป็นเพียงหลักการของผม จึงต้องคุยกับผู้ประกอบการก่อน เราต้องมีโมเดลในใจไปคุยก่อน และอาจยังไม่เสนอเข้าที่ประชุมศบศ.ต้องคุยให้ชัดเจนก่อน”
นายสุชาติ กล่าวต่อว่า เรามีบรรทัดฐานการเยียวยา 5,000 บาทจากครั้งก่อน ซึ่งการเยียวยาสถานบริการบันเทิง ส่วนใหญ่เป็นบริษัท เขาสามารถใช้สิทธิ์ผู้ประกอบการ เอสเอ็มอีได้ ซึ่งจะให้หัวละ 3,000 บาท กรณีมีลูกจ้างไม่เกิน 200 คน ซึ่งเป็นโมเดลที่รัฐบาลสร้างไว้เยียวยาไว้แล้ว ขณะที่ลูกจ้างในระบบประกันสังคมมาตรา 33 ก็สามารถใช้คำสั่งศบค.ใช้เยียวยาเหตุสุดวิสัยได้ แต่หาก เป็นอาชีพอิสระใช้มาตรา 40 ซึ่งจะต้องสมัครใหม่ หรือหากสมัครไปแล้วก็ต้องไปดูตัวเลขเท่าไหร่
เมื่อถามว่าระยะเวลาที่จะเยียวยากี่เดือน นายสุชาติ กล่าวว่า ต้องดูคำสั่งศบค. หากธุรกิจเปิดช้าไปกว่าวันที่ 16 ม.ค.65 ก็จะพิจารณาต่อไป โดยตั้งไว้ 1-2 เดือน แต่หากเปิดได้ก่อนก็ไม่เป็นไร