บิ๊กสธ.แจงอาการ
ติดง่ายแต่ไม่แรง
รมต.ชี้แค่หางเชื้อ
‘ตู่’ปัดล็อกดาวน์
กำชับช่วงปีใหม่
ใช้มาตรการเข้ม

สธ.ยัน ‘โอมิครอน’ มีรายเดียว 19 กลุ่มเสี่ยงผลตรวจเป็นลบ ชี้แพร่เร็วแต่ไม่รุนแรง ลุ้นช่วยกลายเป็นโรคประจำถิ่นเร็วขึ้น ‘อนุทิน’ แจงพบแค่หางเชื้อในกลุ่มเสี่ยง ‘ตู่’ ไม่ล็อกดาวน์ ย้ำต้องเข้มมาตรการปลอดภัยช่วงปีใหม่ ทั้งประชาชน-ผู้ประกอบการ กรมสุขภาพจิตเผยไม่เชื่อมั่น-ชะล่าใจ-ช่องทางฉีดลำบาก 3 เหตุทำลังเลฉีดวัคซีน

โควิดป่วยใหม่เหลือ3.5พันราย

เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์โควิด 19 ประจำวันว่า วันนี้ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อใหม่ 3,525 ราย สะสม 2,148,766 ราย หายป่วย 6,109 ราย สะสม 2,061,374 ราย เสียชีวิต 31 ราย สะสม 20,997 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 66,395 ราย อยู่ใน ร.พ. 32,525 ราย ร.พ.สนามและอื่นๆ 33,870 ราย มีอาการหนัก 1,253 ราย และใส่เครื่องช่วยหายใจ 328 ราย

ทั้งนี้ผู้ติดเชื้อมาจากการติดเชื้อในประเทศ 3,503 ราย เรือนจำ 12 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศมี 10 ราย ได้แก่ เยอรมนี 3 ราย , รัสเซีย 2 ราย , อังกฤษ ศรีลังกา กาตาร์ คองโก และสวิตเซอร์แลนด์ ประเทศละ 1 ราย โดยเข้าระบบ Test&Go 3 ราย แซนด์บ็อกซ์ 3 ราย และเข้าระบบกักตัว 4 ราย

ส่วนผู้เดินทางเข้าประเทศ วันที่ 1-6 ธ.ค. สะสม 40,474 คน ติดเชื้อ 47 คน คิดเป็น 0.12% ได้แก่ ระบบ Test&Go 34,999 คน ติดเชื้อ 23 คน คิดเป็น 0.07% แซนด์บ็อกซ์ 4,323 คน ติดเชื้อ 9 คน คิดเป็น 0.21% และกักตัว 1,152 คน ติดเชื้อ 15 คน คิดเป็น 1.3% (กักตัว 7 วัน 240 คน กักตัว 10 วัน 854 คน และกักตัว 14 วัน 58 คน)

โดยเข้ามาผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 28,840 คน ท่าอากาศยานดอนเมือง 359 คน ท่าอากาศยานภูเก็ต 10,587 คน ท่าอากาศยานสมุย 575 คน และท่าอากาศยานอื่นๆ 113 คน สำหรับการฉีดวัคซีนโควิด 19 วันที่ 6 ธ.ค. ฉีดเพิ่มขึ้น 178,314 โดส สะสม 95,616,058 โดส แบ่งเป็นเข็มแรก 49,308,940 ราย คิดเป็น 68.5% ของประชากร เข็มสอง 42,527,505 ราย คิดเป็น 59% ของประชากร และเข็มสาม 3,779,613 ราย คิดเป็น 5.2% ของประชากร

สมุยคึก – นักท่องเที่ยวต่างชาติทยอยมาถึงสนามบินเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี บรรยากาศเริ่มคึกคักช่วงท้ายปี โดยเดือนธ.ค.มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเกาะสมุย 5,400 คน ท่ามกลางมาตรการเข้มงวดป้องกันโควิด เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.

โอมิครอนพบแล้ว54ประเทศ

สำหรับรายงานการพบโควิดสายพันธุ์โอมิครอนทั่วโลก พบแล้ว 54 ประเทศ/พื้นที่ ได้แก่ ทวีปแอฟริกา 5 ประเทศ คือ แอฟริกาใต้ บอตสวานา นามิเบีย แซมเบีย และซิมบับเว มีการติดเชื้อในประเทศ 14 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย เบลเยียม อังกฤษ แคนาดา โครเอเชีย เดนมาร์ก ฝรั่งเศส เยอรมนี ไอซ์แลนด์ อินเดีย อิสราเอล นอร์เวย์ โปรตุเกส และ สเปน และจากผู้เดินทางเข้าประเทศ 35 ประเทศ/พื้นที่ ได้แก่ อาร์เจนตินา ออสเตรีย บราซิล ชิลี เช็ก ฟิจิ ฟินแลนด์ กานา กรีซ ฮ่องกง ไอร์แลนด์ อิตาลี ญี่ปุ่น ลัตเวีย ลักเซมเบิร์ก มาเลเซีย มัลดีฟส์ เม็กซิโก เนปาล เนเธอร์แลนด์ ไนจีเรีย นอร์เวย์ เรอูเนียง โรมาเนีย รัสเซีย ซาอุดีอาระเบีย เซเนกัล สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ศรีลังกา สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ ไทย ตูนิเซีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

วันเดียวกัน นพ.จักรรัฐ วงศ์พิทยาอานนท์ ผอ.กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงผลการสอบสวนโรคผู้สัมผัสผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอมิครอนรายแรก ว่า ผู้ป่วยเป็นชายชาวอเมริกัน อายุ 35 ปี อยู่สเปน 1 ปี เดินทางมาประเทศไทยคนเดียว นั่งริมหน้าต่าง มีการเว้นเบาะจากคนอื่น ทำให้ไม่มีผู้สัมผัสใกล้ชิดบนเครื่องบิน

ส่วนโรงแรมที่เข้าพักสัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงต่ำ 17 ราย เนื่องจากสวมหน้ากากตลอดเวลาทั้ง 2 ฝ่าย ส่งตรวจหาเชื้อเป็นลบ 16 ราย อีกรายวันที่ลงไปสอบสวนได้เดินทางไป จ.อุบลราชธานี จึงให้ทีมสอบสวนโรคที่จ.อุบลราชธานีติดตาม เก็บตัวอย่างและรับตัวมาดูแลที่สถาบันบำราศนราดูร ผลตรวจล่าสุดเป็นลบ

นอกจากนี้มีพนักงานสนามบิน 2 ราย ความเสี่ยงต่ำผลตรวจเป็นลบด้วย ส่วนผู้ติดเชื้อไม่มีอาการ ยังสบายใจได้ว่าเป็นเพียงการติดเชื้อเฉยๆ และต้องกักตัวต่อจนครบ 14 วัน นับตั้งแต่เดินทางมาถึงประเทศไทยในวันที่ 30 พ.ย. และจะติดตามตรวจหาเชื้อซ้ำทั้ง 17 คน อีกครั้งเพื่อยืนยันก่อนครบเวลากักตัว ส่วน โอมิครอนที่ระบาดใน 54 ประเทศ ส่วนใหญ่ไม่มีอาการหรืออาการน้อย ไม่มีรายงาน เสียชีวิต

ลุ้นเชื้อใหม่ลดรุนแรง

นพ.จักรรัฐกล่าวต่อว่าประเทศแอฟริกาใต้ที่เป็นต้นทางของเชื้อโอมิครอนนั้น สถานการณ์ติดเชื้อไม่ได้สูงขึ้นมาก โดยติดเชื้อเพิ่ม 6 พันกว่าราย เสียชีวิต 9 ราย ซึ่งแอฟริกาใต้ฉีดวัคซีนไปแล้ว 40 กว่า% ของประชากร อาจจะป้องกันการติดเชื้อและเสียชีวิตได้พอสมควร เพราะตัวเลขไม่ได้เพิ่มขึ้นมาก

ทั้งนี้โอมิครอนถือว่าแพร่เชื้อเร็วกว่าสายพันธุ์ปกติ 2-5 เท่า อาจมากกว่าเดลตาเล็กน้อย ก็มีความเป็นห่วงว่าถ้ามีการแพร่ระบาดมากๆ และมีการอาการรุนแรง อาจทำให้พบผู้ติดเชื้อเสียชีวิตจำนวนมาก แต่ที่ผ่านมาประมาณ 10 วัน ข้อมูลที่ได้ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตทางการ อาการหนักใส่ท่อช่วยหายใจมีรายงานบางราย การติดเชื้อหลายพันคนของโอมิครอน จึงพบผู้ติดเชื้ออาการน้อยเป็นหลัก อาการคล้ายไข้หวัดใหญ่มากกว่า ซึ่งเป็นข่าวดีว่าถ้าสถานการณ์เป็นแบบนี้ โอมิครอนอาจเป็นตัวช่วยให้การเปิดประเทศประสบความสำเร็จมากขึ้นและเข้าสู่นิวนอร์มัลเร็วขึ้น เพราะแพร่เร็วติดเชื้อไม่รุนแรง

นพ.จักรรัฐกล่าวอีกว่า โอมิครอนอาจเป็นสัญญาณที่ดีที่การติดเชื้ออาการไม่รุนแรง ลักษณะคล้ายไข้หวัดใหญ่ อาจเป็นสัญญาณที่ทำให้เราเข้าสู่การเป็นโรคประจำถิ่นได้เร็วขึ้น แต่ต้องร่วมด้วยกับมาตรการ VUCA ด้วย เพราะการเป็นโรคประจำถิ่นแล้วป้องกันการป่วยเสียชีวิตและติดเชื้อได้ การฉีดวัคซีนเป็นตัวแรกที่ต้องช่วยกัน หลุดไม่ได้คือสวมหน้ากาก ล้างมือ เว้นระยะห่าง ต้องปฏิบัติไปก่อนจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ระยะโรคประจำถิ่นจริงๆ

จะเห็นว่าหลายประเทศในยุโรปและอเมริกามีตัวเลขสูงอยู่ และมีผู้เดินทางจากต่างประเทศมาด้วย แม้จะตรวจ RT-PCR มาแล้วก็ตามก็ต้องป้องกันต่อไป ส่วนคนเดินทางจาก 8 ประเทศแอฟริกายังกักตัวอยู่ คนเสี่ยงมากๆ ถูกกักตัวเต็มที่ 63 ประเทศ ระบบ Test&Go มีการรีเช็กด้วย RT-PCR เข้าแซนด์บ็อกซ์ก็ตรวจ 2 ครั้งอยู่แล้ว มั่นใจได้มากขึ้น

ตู่หวังคนไทยมีความสุขปีใหม่

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการรับมือสายพันธุ์โอมิครอนว่า ได้สั่งไปตั้งแต่วันแรกแล้ว ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขยืนยันพร้อมรับมือ ก็ขอให้ฟังการชี้แจงจากกระทรวงสาธารณสุขอีกครั้ง

เมื่อถามว่าจะมีการยกระดับมาตรการการเดินทางเข้าประเทศหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ยังคงเดิมอยู่ จากเดิมจากที่ตรวจแบบ ATK ก็ปรับให้เป็นการตรวจแบบ RT-CPR ทั้งหมด และกักตัวจนกว่าจะทราบผลประมาณ 1 วัน ถึงจะเดินทางต่อไปได้ สิ่งที่เราอยากจะเตือนสถานบริการ ขอให้ความสัมพันธ์กับมาตรการสาธารณสุขคือ เจ้าหน้าที่จะต้องได้รับการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม ต้องจัดสถานที่แบบเว้นระยะห่าง มีการวัดอุณหภูมิ ถ้าท่านไม่ทำแล้วเกิดอะไรขึ้นมาอีกก็โทษรัฐบาลไม่ได้ ส่วนการเปิดสถานบันเทิงอยู่ในขั้นตอนพิจารณภาพรวม

“หวังว่าปีใหม่ปีนี้จะมีความสุข เพราะเราไม่ได้มีความสุขมา 2 ปีแล้ว เนื่องด้วยสถานการณ์โควิด-19 แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับมาตรการ Covid Free Setting และมาตรการอื่นๆ ที่ต้องร่วมมือกัน ถ้ามันไม่แพร่ระบาดใครอยากจะปิด อยากจะล็อกดาวน์ ไม่มีใครอยากทำหรอก ไปกันให้ได้แล้วกัน ช่วยกัน” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์กล่าวในการประชุมคณะรัฐมนตรี ให้ขอความร่วมมือประชาชนรวมถึงผู้ประกอบการปฏิบัติตามมาตรการปลอดภัยในช่วงการเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ พร้อมยืนยันว่าจะยังไม่มีการยกระดับมาตรการ เนื่องจากมาตรการปัจจุบันยังสามารถรับมือได้อยู่ ขณะเดียวกันจะนำเรื่องการแพร่ระบาดของโอมิครอนเข้าหารือในที่ประชุมศบค.ชุดใหญ่ ในวันจันทร์ที่ 13 ธ.ค.นี้

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กล่าวว่า ได้กำชับและป้องกันโอมิครอนอยู่แล้ว โดย ศบค.เตรียมการไว้แล้ว ส่วนแรงงานผิดกฎหมายที่ลักลอบเข้ามาทางเส้นทางธรรมชาติ ตอนนี้จับได้เยอะ เจ้าหน้าที่เข้มงวดอยู่แล้ว

อนุทินยันคัดกรองเข้มข้น

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า เรื่องสายพันธุ์โอมิครอน ถ้าเรารับวัคซีนอย่างเต็มที่ครบถ้วนแล้ว ใช้มาตรการป้องกันตนเองสูงสุดตลอดเวลา ใส่หน้ากาก เว้นระยะห่าง ล้างมือ ก็ทำอะไรเราไม่ได้ อย่ากังวลจนเกินไป ระบบคัดกรองคนเข้าประเทศในระยะนี้ก็เพิ่มความเข้มข้น ทำให้เราคัดกรองจนพบผู้ป่วยรายแรกและนำมารักษาสอบสวนโรค โอมิครอนจะช้าจะเร็วก็ต้องเข้าทุกประเทศ เพราะคนมีการเดินทาง เราก็ตั้งรับไว้ว่ามีการตรวจเชิงรุกให้มากขึ้น และไปนั่งพิสูจน์ความรุนแรงเป็นอย่างไร ทำอย่างไร วัคซีนครอบคลุมได้ระดับไหน ก็จะมีมาตรการรับมือต่อไป

เมื่อถามถึงกรณี นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สธ. ระบุว่าผู้สัมผัสผู้ป่วยโอมิครอนติดเชื้อด้วย นายอนุทินกล่าวว่า ถ้าดูในรายละเอียดต้องเอาตัวอย่างมาปั่นหาเชื้อถึง 36 รอบ หรือค่า CT 36 ถึงจะเจอเชื้อ ถ้าในทางการแพทย์ทั่วไป ถือว่าปลายๆ เชื้อหรือหางเชื้อแล้ว ก็ไม่รู้ว่าเป็นโอมิครอนหรือเป็นเดลตามาก่อนอยู่แล้ว ก็จะเอาเชื้อไปให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ตรวจ แต่การปั่นถึง 36 รอบถึงเจอเชื้อ การตรวจ ATK อาจไม่เจอแล้ว

ซึ่งสมัยก่อนพอตรวจเข้า 36-37 รอบ ทางแพทย์ก็ปล่อยแล้ว เพราะมีโอกาสแพร่เชื้อต่อน้อยมาก ซึ่งการตรวจพบเชื้อปริมาณน้อยอาจเป็นเพิ่งเริ่มติดเชื้อหรือเคยติดเชื้อมาก่อน ขณะนี้กำลังส่งตรวจยืนยันและสายพันธุ์ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งต้องใช้เวลา อย่างกรณีเคสคนอเมริกันยังต้องใช้เวลา 3 วัน เพราะต้องไปปั่นไปแยกเชื้อเพื่อให้เกิดความมั่นใจ

“วันที่ 16 ธ.ค.นี้ เราวางแผนว่าจะเริ่มตรวจ ATK ในระบบ Test&Go แต่พอมีโอมิครอนก็ต้องเลื่อนการใช้ ATK ออกไป กลับมาใช้ RT-PCR ใช้ Thailand Pass อยู่โรงแรม 1 คืนรอผล RT-PCR ถึงไปต่อได้ เราทำอะไรที่ให้เกิดความระมัดระวังเต็มที่ แต่ไม่ใช่จะไปล็อกทุกอย่าง เพราะเพิ่งเปิดมาผู้คนเริ่มทำมาหากินได้ สร้างรายได้ สัญจรไปมาทำธุรกิจต่างประเทศ เราต้องทำให้ทุกอย่าง

เตรียมฉีดบูสต์เข็ม3-เข็ม4

นายอนุทินกล่าวด้วยว่า ขณะนี้ที่คนมาฉีดวัคซีนน้อยลง เนื่องจากมีคนรับวัคซีนเยอะแล้ว ซึ่งประเทศไทยมีคนแค่นี้ 70 กว่าล้านคน ฉีดกลุ่มเป้าหมายเกือบ 100% แล้ว รวมถึงฉีดแรงงานต่างด้าว และคนต่างชาติในประเทศไทยก็ฉีดครบทุกจำพวกแล้ว แต่ยังมีบางกลุ่มที่ลังเลอยู่ ขณะนี้เริ่มรณรงค์ฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 ให้แก่ประชาชน คนที่จะเดินทางไปต่างประเทศก็ไม่ต้องกังวล เพราะวัคซีนทุกชนิดที่ประเทศไทยใช้ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศทั่วโลก แม้กระทั่งยุโรปก็ยอมรับวัคซีนซิโนแวค ซิโนฟาร์มครบ 2 เข็มแล้ว ถึงแม้จะฉีดเข็ม 3 เป็นตระกูลอื่น

นายอนุทินกล่าวต่อว่า จะไปหารือกับอธิบดีกรมควบคุมโรค ให้ผู้ที่รับวัคซีนชนิดเดียวกันซิโนแวค ซิโนฟาร์ม และแอสตร้าเซนเนก้า ตั้งแต่เดือนส.ค.2564 มารับเข็ม 3 ได้ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยยิ่งขึ้น ถ้าเป็นซิโนแวค ซิโนฟาร์มที่เป็นเชื้อตาย ก็อาจเติมด้วยแอสตร้าเซนเนก้า ไฟเซอร์ หรือโมเดอร์นาที่ได้รับบริจาคจากสหรัฐอเมริกาก็ได้

ขอให้ประชาชนเริ่มลงทะเบียน ใน กทม.จัดฉีดที่ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ ต่างจังหวัดก็ตามโรงพยาบาลทั่วไป เดือนนี้เดือนสุดท้าย อย่าไปสร้างความตื่นตระหนกแก่ประชาชนจนเกินไป วัคซีนก็มีครบ พร้อมฉีดเข็ม 3 และเข็ม 4 ก็จะตามมา มีแต่ข่าวดีๆ วัคซีนยังสามารถดูแลโควิดทุกสายพันธุ์ได้ และออปชั่น ที่ประเทศไทยซื้อวัคซีนสำหรับปีหน้าก็สามารถเปลี่ยนแปลง ถ้าผู้ผลิตค้นพบวัคซีนที่จะดูแลสายพันธุ์ที่เพิ่มมากขึ้นได้ กลายพันธุ์ได้ ก็เปลี่ยนวัคซีนได้ตลอดเวลา ก็ไม่มีอะไรที่จะต้องตื่นตระหนกเกินไป ใช้ชีวิตตามปกติแบบนิวนอร์มัล

นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สธ. กล่าวถึงเชื้อโอมิครอนว่า ขณะนี้ข้อมูลยังไม่มากพอที่จะสรุป คาดว่าประมาณ 2 อาทิตย์จะชัดเจนในการประเมินความรุนแรงของเชื้อ ซึ่งไม่ใช่แค่เราที่เดียว แต่องค์การอนามัยโลกและบริษัทที่วัคซีน ก็รอดูข้อมูลเพื่อประเมินเช่นกัน หากมีข้อมูลชัดเจนก็ต้องพร้อมที่จะตัดสินใจในเรื่องนั้นๆ ทันที

สธ.ชี้3เหตุทำลังเลฉีดวัคซีน

วันเดียวกัน พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต แถลงแนวทางสร้างแรงจูงใจสำหรับผู้ที่ยังไม่ได้เข้ารับวัคซีนโควิด-19 ว่า องค์การอนามัยโลกระบุว่า ความลังเลเรื่องการฉีดวัคซีน เป็น 1 ใน 10 ปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญระดับโลก ไม่เฉพาะวัคซีนโควิด-19 เท่านั้น แต่รวมถึงวัคซีนอื่นๆ ด้วย ทั้งนี้ องค์ประกอบที่ทำให้เกิดความลังเลในระดับโลกไม่ได้แตกต่างกับไทย จากการสำรวจประชากรที่ปฏิเสธวัคซีนช่วงแรกที่พบกว่า 1 พันคน โดยเกิดจาก 3 ช. ได้แก่ 1.ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อวัคซีน ซึ่งในกลุ่มเสี่ยง 608 ได้แก่ ผู้อายุมากกว่า 60 ปี ผู้ป่วยโรคเรื้อรังและหญิงตั้งครรภ์ 604 คน พบว่า มีความไม่เชื่อมั่น 53.81% เชื่อมั่น 46.19%

2.ชะล่าใจ พบว่า ผู้ที่รู้ตัวว่าเสี่ยง 19.11% และผู้ปฏิเสธวัคซีน 80.89% มองว่าเรื่องนี้ไม่เกิดความเสียหายต่อตัวเอง ไม่ใช่ปัญหาติดเชื้อหรือความเสี่ยงต่อชีวิต เป็นประเด็นสำคัญที่สธ. เครือข่ายและประชาชนทุกคนต้องช่วยกันดูแลไม่ให้คงความชะล่าเช่นนี้

และ 3.ช่องทางรับวัคซีน ประชาชนที่ยังไม่ได้รับวัคซีนมีความสะดวกในการเดินทางเข้ารับวัคซีนเพียง 61.61% และที่ไม่สะดวกถึง 48.39% โดย สธ.ต้องน้อมรับว่ามีหลายกลไกที่สามารถปรับปรุงได้

สงขลาป่วยใหม่เหลือหลักร้อย

ที่ จ.สงขลา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) สงขลา รายงานว่า พบผู้ป่วยยืนยันรายใหม่ 159 ราย ลดต่ำเหลือหลักร้อยวันแรกในรอบ 3 เดือน อยู่อันดับ 4 ของประเทศ ยอดติดเชื้อสะสมพุ่ง 64,309 ราย ยังพบติดเชื้อเสียชีวิต 1 ราย เสียชีวิตสะสม 279 ราย ซึ่งผู้ติดเชื้ออาการไม่รุนแรงส่งผลให้นอนรักษาตัวในโรงพยาบาลลดลง 4,200 ราย ขณะที่รักษาหายกลับบ้าน 59,800 กว่าคน

ที่ จ.ลำปาง สสจ.ลำปางรายงานว่า พบ ผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ 16 ราย จาก 2 คลัสเตอร์คือ คลัสเตอร์บ้านหนองยาง ต.ชมพู อ.เมืองลำปาง 7 ราย และคลัสเตอร์บ้านจำค่า หมู่ 2 และบ้านปงชัย หมู่ 11 ต.เสด็จ อ.เมืองลำปาง 9 ราย ปัจจุบัน อ.เมืองลำปาง ผู้ป่วยติดเชื้ออยู่ระหว่างรักษาตัว 65 ราย ยอดป่วยสะสมรวม 601 ราย เสียชีวิตสะสม 1 ราย

ด้านนายจรัญ คำเงิน ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 2 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ เปิดเผยว่า กฟผ.แม่เมาะพบลูกจ้างนิติบุคคล 3 ราย ติดเชื้อโควิด-19 เบื้องต้น กฟผ.แม่เมาะได้ประสานกับ สสอ.แม่เมาะ เพื่อคัดกรองผู้สัมผัสผู้ป่วยและดำเนินการตามมาตรการควบคุมโรคของ จ.ลำปาง

โดยมีผู้ที่มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายที่ 12, 13 และ 14 ของ กฟผ.แม่เมาะ เสี่ยงสูง 45 ราย โดยผู้ป่วยทั้ง 3 รายมีความเกี่ยวเนื่องกับคลัสเตอร์เกี่ยวข้าวบ้านสบเติ๋น หมู่ 2 ต.สบป้าด อ.แม่เมาะ เบื้องต้นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงทั้งหมดอยู่ระหว่างรอผลการตรวจหาเชื้อ ด้วยวิธี RT-PCR โดยได้แจ้งให้ผู้สัมผัส เสี่ยงสูงทั้งหมดกักตัวอยู่ที่พักอาศัย และได้ดำเนินการทำความสะอาดฆ่าเชื้อในพื้นที่ที่ ผู้ป่วยติดเชื้อเข้าสัมผัสตามมาตรการสาธารณสุขแล้ว

ร.10-ราชินีพระราชทานเวชภัณฑ์ วันประสูติเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา

เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. เวลา 09.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงห่วงใยและทรงให้ความสำคัญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 ที่มีในประเทศไทย อีกทั้งทรงตระหนักถึงความสำคัญของสุขอนามัยที่ดี และการมีโภชนาการที่ดีของเด็ก เยาวชน ผู้พิการ และผู้สูงอายุ ในโอกาสนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานสิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ แก่สถานสงเคราะห์ต่างๆ

เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา วันที่ 7 ธันวาคม 2564 จำนวน 5 แห่ง ได้แก่ บ้านศิริวัฒนธรรม ต.ดอนกรวย อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี, ศูนย์ที่พักฟื้นผู้สูงอายุ บ้านลุงสนิท อาสนะ ต.คุ้งกระถิน อ.เมืองราชบุรี จ.ราชบุรี, สถานสงเคราะห์เยาวชนมูลนิธิมหาราช ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี, ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุวาสนะเวศม์ ต.บ่อโพง อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา และสถานคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ (บ้านเกร็ดตระการ) ต.เกาะเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน