หลังโดนบึ้มราง
ระเบิดทหารอีก
หยุดเดินรถไฟไม่มีกำหนดไป 3 จังหวัดภาคใต้ตั้งแต่ชุมทางหาดใหญ่ไปสุไหงโก-ลก หลังขบวนรถถูกวางระเบิดรางที่โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี จนมี ผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย ปะทุอีกที่สุไหงปาดี คนร้ายใช้ระเบิดถังแก๊สจุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสารดัก บึ้มรถกระบะทหารพรานพังยับ เชื่อเป็นฝีมือกลุ่มก่อเหตุรุนแรง ยะลาสั่งอารักขา-รปภ.เข้มนายกฯ ตู่และคณะลงพื้นที่

ลอบบึ้ม – สภาพรถยนต์ทหารพรานถูกคนร้ายลอบวางระเบิดจนเสียหาย ระหว่างเดินทางไปสมทบไล่ล่ากลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ บริเวณถนนสายชนบท 4266 บ้านตือระ ต.สากอ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส โชคดีเจ้าหน้าที่ปลอดภัย เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.
วันที่ 14 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากเกิดเหตุการณ์การลอบวางระเบิดรถไฟ ขบวนที่ 452 สถานีสุไหงโก-ลก-นครศรีธรรมราช พื้นที่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. ส่งผลให้พนักงานรถไฟบาดเจ็บ 2 ราย ผู้โดยสารบาดเจ็บ 1 ราย ทำให้การเดินรถไฟในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ตั้งแต่สถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ถึงสถานีสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส จะให้บริการเป็นวันสุดท้ายใน วันที่ 14 ธ.ค. ก่อนที่จะหยุดเดินรถทุกขบวนชั่วคราวอย่างไม่มีกำหนดตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค.เป็นต้นไป
สำหรับขบวนรถไฟเที่ยวสุดท้ายที่เปิดเดินรถในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในวันเดียวกันนี้คือขบวนรถเร็วที่ 171/172 กรุงเทพฯ-สุไหงโก-ลก-กรุงเทพฯ ออกจากสถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่เวลา 08.18 น. ซึ่งมีผู้โดยสารมารอเดินทางไปยังปลายทาง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ตั้งแต่เช้า เนื่องจากเป็นขบวนสุดท้าย ก่อนหยุดยาวไม่มีกำหนดเพื่อรอความชัดเจนในเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัยรถไฟในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จากฝ่ายความมั่นคง
ส่วนขบวนรถจากสถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ไปภาคใต้ตอนบน จ.พัทลุง นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ชุมพร และกรุงเทพฯ ยังให้บริการตามปกติทุกขบวน แต่หยุดจะสิ้นสุดการเดินทางที่สถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่เท่านั้น
จากการสอบถามผู้โดยสารที่มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่างกล่าวว่า หากรถไฟหยุดวิ่งจะได้รับความเดือดร้อนเพราะเดินทางมาเรียน มาทำงาน ถือเป็นการเดินทางที่ประหยัดและสะดวก ขอเรียกร้องให้กลุ่มก่อความไม่สงบหยุดก่อเหตุรุนแรงกับรถไฟทุกรูปแบบเพื่อความปลอดภัยของประชาชน
ขณะที่สถานีรถไฟยะลา บรรยากาศ เป็นไปอย่างเงียบเหงา หลังการรถไฟแห่งประเทศไทยมีมติหยุดเดินรถสายใต้จากสถานีต้นทางสุไหงโก-ลกทุกขบวน ยกเว้นขบวนรถเร็ว 171 กรุงเทพฯ-สุไหงโก-ลกที่จะเปิดให้เดินรถมาส่งผู้โดยสารที่สถานีรถไฟสุไหงโก-ลกในวันที่ 14 ธ.ค.เป็นเที่ยวสุดท้าย เพื่อหามาตรการป้องกันการก่อเหตุสร้างสถานการณ์ ความไม่สงบกับขบวนรถไฟ เพื่อสร้างเชื่อมั่นให้กับพนักงานรถไฟและประชาชน สำหรับผู้โดยสารที่จองตั๋วไว้แล้วสามารถขอรับเงินค่าโดยสารคืนได้เต็มจำนวน ณ สถานีรถไฟใกล้บ้าน
สำหรับความคืบหน้าในการติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุนั้น เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวนคดีความมั่นคงระบุว่า ได้นำวัตถุพยานที่รวบรวมในที่เกิดเหตุไปส่งตรวจพิสูจน์เพื่อหาความเชื่อมโยงกับหลักฐานอื่นๆ ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุใดและมีใครเป็นผู้ก่อเหตุ โดยเบื้องต้นสายข่าวมีรายงานก่อนหน้านี้ว่าพบความเคลื่อนไหวของนายอับดุลการิม สตาปอ และนายซัยฟุดดิน หะยีปูเตะ ทั้งสองเป็นแกนนำระดับปฏิบัติการและมีหมายจับคดีความมั่นคง โดยพบว่าทั้งสองมีแผนที่จะก่อเหตุในพื้นที่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี และเขตรอยต่อ อ.เทพา จ.สงขลา
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้จับกุมแกนนำกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ อ.เทพา เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.ที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีรายงานด้วยว่ากลุ่มคนร้ายพยายามที่จะสร้างความวุ่นวายและสร้างสถานการณ์ในห้วงเวลาที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีจะเดินทางลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในวันที่ 15 ธ.ค.นี้ด้วย
ที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กอ.รมน.ภาค 4 สน. พล.ต.ปราโมทย์ พรมอินทร์ รองผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่าพล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4/ผอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า สั่งการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนที่จะต้องเดินทางไปยังที่ต่างๆ โดยจัดรถบัสเพื่อช่วยสนับสนุนในเบื้องต้นลำเลียงประชาชนไปยังพื้นที่ปลายทาง ส่วนมาตรการการรักษาความปลอดภัยขณะนี้มีกองร้อย อส.รถไฟประจำอยู่ทุกขบวนรถไฟอยู่แล้ว
พล.ต.ปราโมทย์กล่าวต่อว่า ส่วนของอส.รถไฟได้เน้นย้ำมาตรการปฏิบัติจะต้องมีการตรวจสอบและประสานกับหน่วยภาคพื้นคือ ฉก.ประจำพื้นที่ ในการดูแลความปลอดภัยรถไฟเพื่อที่จะได้เฝ้าระวังและตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา โดยเน้น 3 ส่วนคือ การรักษาความปลอดภัยโดยเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นหน้าที่ของหน่วยเฉพาะกิจประจำในพื้นที่ที่ได้กำหนดรับผิดชอบในการดูแลเส้นทางตลอดเส้นทาง การเข้ามาร่วมดูแลในชุมชนหรือผู้นำในพื้นที่ โดยเฉพาะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่มีการมอบหมายภารกิจในการมาบูรณาการกับกำลังของฉก.ประจำพื้นที่ เพื่อแบ่งเบาภาระและช่วยสังเกตสิ่งผิดปกติ และการดูแลความปลอดภัยโดยเจ้าหน้าที่ อส.รถไฟ ที่จะดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับผู้โดยสารที่อาศัยอยู่ในขบวนรถไฟ ซึ่งพยายามที่จะดำเนินให้เกิดความรัดกุมและรอบคอบที่สุด โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยง
เมื่อเวลา 09.05 น. วันเดียวกัน ร.ต.อ.สมภพ เกษรมาศ รองสารวัตรสอบสวน สภ.สากอ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารพราน กองร้อยทหารพรานที่ 1005 กรมทหารพรานที่ 10 บนถนนสายชนบท 4266 ช่วงบริเวณบ้านตือระ ม.1 ต.สากอ ทำให้รถยนต์กระบะได้รับความเสียหาย จึงพร้อมด้วยพ.ต.ท.ลัทธวิชย์ แคยิหวา สว.สภ.สากอ เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้ และทำลายวัตถุระเบิด ตชด.447 เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และกำลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่ง รุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พบที่บริเวณผิวยางมะตอยริมถนนซึ่งเป็นจุดคนร้ายลอบวางระเบิด ยางมะตอยแตกกระเด็นหลุดลุ่ยเป็นรัศมีกว้าง 100 ซ.ม. ลึก 30 ซ.ม. และมีซากเศษชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สปิกนิกหนัก 25 ก.ก. จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนนและพงหญ้ารกทึบริมทาง นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบซากเศษชิ้นส่วนของกระสอบปุ๋ยสีขาว และรถยนต์กระบะตกกระจายอยู่จำนวนหนึ่ง ส่วนรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์ ทะเบียน 3 ฒช 3042 กทม. ซึ่งถูกแรงระเบิดได้รับความ เสียหายที่บริเวณกันชนหน้า กระจังหน้า ฝา กระโปรงหน้า และกระจกหน้าแตกละเอียด จอดห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 800 เมตร
จากการสอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ทหารพราน กองร้อยทหารพรานที่ 1005 ซึ่งตั้งฐานปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่ อ.สุคิริน จำนวน 24 นาย กระจายกันนั่งโดยสารรถยนต์บรรทุก 6 ล้อ จำนวน 3 คัน และนั่งรถยนต์กระบะจำนวน 3 คัน ออกจากฐานฯ เพื่อเดินทางไปสนับสนุนกำลังพลให้กับชุดเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 48 ในการเปิดแผนยุทธการกดดันไล่ล่ากลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง
โดยเจ้าหน้าที่ทหารได้ขับรถยนต์ตามไล่หลังกันมาจำนวน 6 คัน เมื่อถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในป่ารกทึบริมทาง ได้ใช้วิทยุสื่อสารจุดชนวนระเบิดที่นำบรรจุไว้ในกระสอบปุ๋ยสีขาวที่คนร้ายนำไปตั้งไว้แบบเร่งด่วนริมถนนจนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
ในขณะที่รถยนต์กระบะของ เจ้าหน้าที่ทหารที่ขับปิดท้ายขบวนได้รับความเสียหาย พลขับจึงได้รีบขับรถยนต์กระบะออกจากจุดเกิดเหตุไปไกลประมาณ 800 เมตร จึงได้จอดขบวนรถในการตรวจสอบความ เสียหายและได้แจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนที่จะแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบเหตุที่เกิดขึ้น
สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงเพื่อลอบดักสังหารเจ้าหน้าที่รายวัน
ด้านจังหวัดปัตตานีเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทั้ง 3 ฝ่าย นายนิพันธ์ บุญหลวง ผวจ.ปัตตานี พล.ต.คมกฤช รัตนฉายา ผบ.ฉก.ปัตตานี และพล.ต.ต.นรินทร์ บูสะมัญ ผบก.ภ.จว.ปัตตานี ต่างเตรียมความพร้อมคุ้มกันเข้มทั้ง 3 ด้าน ทางบก ทางอากาศ และทางทะเล ฝ่ายปกครองได้กำชับให้ปล่อยรถ เรือ เจ้าหน้าที่ขับลาดตระเวนตลอดทั้งวัน
โดยเฉพาะที่บริเวณบ้านโต๊ะโสมย่านริมทะเลอ่าวปัตตานีและบริเวณรอบนอก เป็นจุดที่นายกรัฐมนตรีและคณะร่วมกิจกรรมที่บ้านโต๊ะโสม ต.บางปู อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานีนั้น ให้เจ้าหน้าที่ตรึงกำลังทุกจุดทั้งทางบกและทางทะเล เนื่องจากเมื่อวานนี้คนร้ายก่อเหตุการณ์ป่วน วางระเบิด ขว้างไปป์บอมบ์หลายจุด ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างติดตามตัวกลุ่มคนร้ายที่ระเบิดรถไฟที่อำเภอโคกโพธิ์อยู่ด้วย
ด้านนายสมนึก พรหมเขียว รองผวจ.ปัตตานี ฝ่ายปกครอง เปิดเผยว่าเราเตรียมการต้อนรับนายกรัฐมนตรี เมื่อวานนี้ได้ประชุมเรื่องคุ้มกันรปภ.โดยเฉพาะ จัดแนวป้องกัน 3 ชั้น ทั้งแนวป้องกันชั้นนอก แนวป้องกันชั้นกลางและชั้นใน แบ่งหน้าที่การทำงานและแนวป้องกันรปภ.ของนายกฯ เอง โดยป้องกันอย่างพิเศษ
นอกจากนี้ จึงได้จัดการป้องกันกลุ่มเป้าหมาย หน่วยราชการ พี่น้องประชาชนที่เตรียมต้อนรับ ทั้งนี้ เรายังอยู่ในช่วงสถานการณ์ โควิดอยู่ จึงต้องเตรียมเข้มตามมาตรการด้วย ทุกคนที่เข้ามาต้องมีการตรวจ มีใบรับรองการผ่านการตรวจโควิดชัดเจนทุกราย ตัวแทนชาวบ้านกลุ่มกิจกรรมเลี้ยงปูดำ และสมาชิกทุกคนต้องตรวจหมด และจะมีการยื่นหนังสือตรงถึงนายกรัฐมนตรี เบื้องต้นมี 2 เรื่องคือ กลุ่มเกษตรกรรมเลี้ยงปูดำ และกลุ่มท่องเที่ยวชุมชนด้วย ส่วนในกลุ่มอื่นๆ ยังไม่มีการติดต่อมาว่าจะมีกลุ่มไหนมาอีก แต่ถ้าต้องการยื่นหนังสือ เราให้มาที่ศูนย์ดำรงธรรมก่อน
ด้านหน่วยข่าวกรองยังมีรายงานข่าวลือว่ากลุ่มจะนะรักษ์ถิ่น และกลุ่มเยาวชนปลดแอกชู 3 นิ้ว อาจมีการรวมตัวอย่างเงียบๆ รวมตัวกัน เตรียมต้อนรับ และเพื่อมาขับไล่นายกฯ แล้วขี่มอเตอร์ไซค์มาชุมนุมเรียกร้องให้ พลเอกประยุทธ์ลาออกด้วย ซึ่งทุกฝ่ายๆ ได้เตรียมความพร้อมไว้หมดทุกๆ ด้านแล้วเช่นกัน