ประกันสังคมนัด29ธค.
ลิเก-ตลก-พื้นบ้านด้วย
สธ.แจงปม‘หมูกระทะ’
จุดเสี่ยงตอนล้อมวงกิน
บิ๊กตู่วอนการ์ดอย่าตก
ต่อลมหายใจ ‘นักร้อง-นักดนตรี’ ประกันสังคมเยียวยาก้อนแรก 29 ธ.ค.นี้ให้ 5 พันบาท แนะ‘ลิเก-ตลก-ศิลปินพื้นบ้าน’ รีบทำเรื่องรับรอง เพื่อขอรับเยียวยาต่อไป ส่วนแก่เกิน 65 จ่อประสานกระทรวงวัฒนธรรมช่วย สธ.แจง ‘หมูกระทะ’ ไม่เสี่ยง แต่เสี่ยงที่ล้อมวงกิน เตรียมแจ้งเตือนฉีดเข็ม 3 อนุทินจวกเละใบ รับรองวัคซีนปลอม
โควิดติดใหม่ต่ำกว่า 4 พัน
เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันว่า วันนี้ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อใหม่ 3,684 ราย สะสม 2,181,960 ราย หายป่วย 4,531 ราย สะสม 2,115,232 ราย เสียชีวิต 26 ราย สะสม 21,286 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 45,442 ราย อยู่ใน ร.พ. 21,753 ราย ร.พ.สนามและอื่นๆ 23,689 ราย มีอาการหนัก 1,000 ราย และใส่เครื่องช่วยหายใจ 272 ราย ทั้งนี้ ผู้ติดเชื้อมาจากการติดเชื้อในประเทศ 3,519 ราย เรือนจำ 144 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศมี 21 ราย ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย 5 ราย, รัสเซีย 3 ราย, เวียดนาม สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ประเทศละ 2 ราย, ออสเตรีย ซูดานใต้ กัมพูชา สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ออสเตรเลีย ฮังการี คูเวต ประเทศละ 1 ราย โดยเดินทางทางอากาศทั้งหมด เข้าระบบ Test&Go 8 ราย แซนด์บ็อกซ์ 4 ราย และเข้าระบบกักตัว 9 ราย
ส่วนผู้เดินทางเข้าประเทศ วันที่ 1-15 ธ.ค. สะสม 111,303 คน ติดเชื้อ 210 คน คิดเป็น 0.19% ได้แก่ ระบบ Test&Go 96,113 คน ติดเชื้อ 111 คน คิดเป็น 0.12% แซนด์บ็อกซ์ 12,197 คน ติดเชื้อ 31 คน คิดเป็น 0.25% และกักตัว 2,993 คน ติดเชื้อ 68 คน คิดเป็น 2.27% (กักตัว 7 วัน 554 คน กักตัว 10 วัน 2,126 คน และกักตัว 14 วัน 313 คน) โดยเข้ามาผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 79,480 คน ท่าอากาศยานดอนเมือง 796 คน ท่าอากาศยานภูเก็ต 28,777 คน ท่าอากาศยานสมุย 1,707 คน และท่าอากาศยานอื่นๆ 543 คน
สำหรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 วันที่ 15 ธ.ค. ฉีดเพิ่มขึ้น 393,447 โดส สะสม 98,440,417 โดส แบ่งเป็นเข็มแรก 50,204,276 ราย คิดเป็น 69.7% ของประชากร เข็มสอง 43,811,828 ราย คิดเป็น 60.8% ของประชากร และเข็มสาม 4,424,313 ราย คิดเป็น 6.1% ของประชากร
สธ.เร่งแจ้งเตือนฉีดเข็ม 3
วันเดียวกัน นพ.วิชาญ ปาวัน ผอ.กองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค แถลงสถานการณ์ โควิด-19 และการฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มกระตุ้น ว่า นโยบายการบริหารจัดการวัคซีนโควิดของ สธ.เดือน ม.ค. 2565 จากมติที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (อีโอซี) วันที่ 15 ธ.ค.ที่ผ่านมา กำหนด คือ 1.ผู้ที่ไม่เคยรับวัคซีนมาก่อน ให้สามารถฉีดวัคซีนได้ทุกสูตร ทั้งแอสตร้าเซนเนก้า 2 เข็ม, แอสตร้าเซนเนก้า-ไฟเซอร์ หรือซิโนแวค- แอสตร้าเซนเนก้า กรณีอายุ 18 ปีขึ้นไป และสูตรไฟเซอร์ 2 เข็ม ให้อายุ 12-17 ปีเป็นหลัก 2.ผู้มารับวัคซีนเข็มที่ 2 ให้เป็นไปตามกำหนดที่นัดหมายไว้ 3.ผู้ที่ต้องการวัคซีนเข็มกระตุ้น สำหรับผู้ที่ฉีดซิโนแวค-แอสตร้าเซนเนก้า เมื่อ ส.ค.-ต.ค. 2564 พิจารณาฉีดเข็มกระตุ้นด้วยแอสตร้าเซนเนก้าเป็นหลัก, ผู้รับแอสตร้าเซนเนก้า 2 เข็มช่วง ส.ค.-ต.ค. 2564 พิจารณาฉีดด้วยไฟเซอร์ และผู้ที่รับเชื้อตายครบ 2 เข็ม ตั้งแต่ 4 สัปดาห์ขึ้นไป ฉีดกระตุ้นด้วยแอสตร้า เซนเนก้าเป็นหลัก และ 4.ผู้ที่เคยติดเชื้อและต้องการรับวัคซีนเข็มกระตุ้น สามารถใช้แอสตร้า เซนเนก้าเป็นเข็มกระตุ้นได้ในผู้ที่รับวัคซีน ไม่ครบเกณฑ์หรือครบเกณฑ์น้อยกว่า 2 สัปดาห์ก่อนการติดเชื้อ โดยบริหารจัดการ ภายใต้วัคซีนที่จัดสรรและมีในพื้นที่
นพ.วิชาญกล่าวว่า วันนี้กระทรวงสาธารณสุข มีการประชุมผู้ดูแลระบบและเกี่ยวข้องกับระบบ ‘หมอพร้อม’ เพื่อกำหนดแนวทาง การแจ้งเตือนคนฉีดวัคซีนครบกำหนดให้มารับเข็มกระตุ้น ดังนั้น คนฉีดวัคซีนแล้วขอให้ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น ‘หมอพร้อม’ และกรอกข้อมูลให้ครบ เพื่อจะได้แจ้งเตือนได้ทันเวลาและเหมาะสม นอกจากนี้ ที่ประชุมยังสั่งการและแจ้งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ให้แจ้งเตือนการฉีดเข็มกระตุ้นด้วย จัดระบบการลงทะเบียนในพื้นที่ ทั้ง ร.พ. ใกล้บ้าน คิวอาร์โคด หรือแอพพลิเคชั่น ที่หน่วยบริการกำหนด ส่วนที่รับวัคซีนผ่านศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ หรือโครงการพิเศษ ให้ลงทะเบียนตามที่โครงการกำหนด นอกจากนี้ยังสั่งการให้ทุกจังหวัดให้จัดบริการฉีดวัคซีนเชิงรุก เพื่อให้ทุกกลุ่มทั้งคนไทยและไม่ใช่คนไทยเข้าถึงโดยสะดวก เบื้องต้น กทม.จัดจุดฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นประมาณ 6-7 จุดทั่ว กทม. ดังนั้น เรื่องระบบการแจ้งเตือนกำลังหารือ ซึ่งวันที่ 16 ธ.ค. ทีมหมอพร้อมกำลังพิจารณา คาดว่าในสัปดาห์นี้จะชัดเจนในเรื่องระบบการแจ้งเตือน
ชี้หมูกระทะที่เสี่ยงคือล้อมวงกิน
เมื่อถามว่ายังไม่ต้องวอล์กอินเข้าไปขอ ฉีดเข็มกระตุ้นใช่หรือไม่ นพ.วิชาญกล่าวว่า ขอให้รอระบบแจ้งเตือนและนัดหมายจะดีกว่า เพราะเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องวางแผน เพื่อให้เข้าใจตรงกันทั้งระบบ เนื่องจากวัคซีนเข็มกระตุ้นเป็นวัคซีนที่เราต้องรู้ก่อนว่า ใครจะฉีด จะได้จัดแผนกระจายจำนวนวัคซีนอย่างถูกต้อง และเหมาะสมในแต่ละเซ็ตติ้ง การวอล์กอินไปอาจยังไม่ได้ในช่วงนี้ ระบบแจ้งเตือน น่าจะได้ข้อสรุปในสัปดาห์นี้ ส่วนกรณีบางคน ไปฉีดวัคซีนเข็ม 4 ถ้ารีบไปกระตุ้นเข็ม 4 ในระยะห่างเพียง 1 เดือน กรณีนี้ฉีดเข็ม 4 ไปก็แทบไม่มีประโยชน์ ความสำคัญของการฉีดวัคซีนต้องดูระยะเวลาที่เหมาะสม ดูระดับภูมิคุ้มกันของร่างกาย สำหรับการพิจารณาเข็ม 4 จะมีคณะกรรมการพิจารณาในเดือน ม.ค.2565 เพราะสูตรที่ฉีดซิโนแวค 2 เข็มตามด้วยแอสตร้าเซนเนก้าก็ใกล้ครบระยะเวลาแล้ว และจะพิจารณาวัคซีนเด็กด้วย
เมื่อถามถึงกรณี ศบค.เตือนช่วงหยุดยาวระวังคลัสเตอร์ร้านอาหาร โดยเฉพาะร้านหมูกระทะ นพ.วิชาญกล่าวว่า โดยหลักการแล้วหมูกระทะไม่ได้มีความเสี่ยง แต่การกินอาหารร่วมกันโดยขาดการป้องกันคือความเสี่ยง ดังนั้น ไม่ว่าจะกินอะไร ถ้าตั้งวงโดยไม่ระวังป้องกัน อยู่ใกล้ชิด ใช้เวลานาน ไม่ตรวจหาเชื้อเป็นระยะ ไม่ฉีดวัคซีน จึงเป็นความเสี่ยงแพร่ระบาดได้ จึงไม่ใช่กังวลแค่คลัสเตอร์ หมูกระทะ แต่การจับกลุ่มรวมกัน โดยขาดมาตรการป้องกันเป็นความเสี่ยง ดังนั้น เกราะป้องกันตนเองไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมไหน ขอให้ฉีดวัคซีนให้ครบตามกำหนด
เยียวยานักดนตรีก้อนแรก 5 พัน
วันเดียวกัน นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) แถลงภายหลังหารือร่วมกับสมาคมดนตรี แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ หรือสมาพันธ์เครือข่ายคนบันเทิง ที่จดทะเบียน กับกระทรวงมหาดไทยและจดทะเบียนกับกรม พัฒนาธุรกิจการค้า ว่า ที่ประชุมอนุกรรมการกลั่นกรองรับรองการเยียวยาผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ที่ประกอบอาชีพนักร้องกลางคืน โดยนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน จะนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 21 ธ.ค. 2564 เมื่อผ่านการเห็นชอบของ ครม.แล้ว จะเริ่มเยียวยาก้อนแรกวันที่ 29 ธ.ค. 2564 อัตราคนละ 5 พันบาท 1 เดือน ผ่านบัญชีธนาคารที่ผูกกับบัญชีพร้อมเพย์ตามที่สมาคมรับรองมา
“ขอให้คำมั่นสัญญาว่าจะดำเนินการภายใน ธ.ค.นี้แน่นอน เบื้องต้นตัวเลขที่ได้รับรายงานมามีประมาณ 1.2 แสนราย ทั้งนี้โครงการเยียวยาจะแล้วเสร็จใน มี.ค.2565 การเยียวยาจะให้เพียงรอบเดียวเท่านั้น เพราะคิดว่าปัญหาการระบาดโควิดน่าจะไม่มีผลกระทบไปมากกว่านี้แล้ว อย่างไรก็ตามคงต้องดูไปตามสถานการณ์อีกครั้งหนึ่ง อีกเรื่องหนึ่ง ขอฝากผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ขอความร่วมมือเพื่อสิทธิประโยชน์ของท่านขอให้มีการส่งเงินสมทบอย่างต่อเนื่อง เพื่อสิทธิประโยชน์ของท่าน” นายบุญสงค์กล่าว
จี้ลิเก-ตลก-ศิลปินพื้นบ้านยื่นขอ
นางสุดา ชื่นบาน อุปนายกสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทย ผู้แทนศิลปิน กล่าวว่า ขอบพระคุณ สปส.ที่เยียวยาให้ 5,000 บาท เพราะศิลปินคนบันเทิง เป็นคนแรกที่ตกงาน แต่จะเป็นกลุ่มสุดท้ายที่ได้รับการเยียวยา โดยการเยียวยาจะมีหลายรอบ รอบแรกในวันที่ 29 ธ.ค.นี้ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ ส่วนรอบตกขบวนก็จะมีจนถึง มี.ค.2565 โดยรวมถึงลิเก ตลก นักร้อง นักดนตรีพื้นบ้าน พื้นเมือง ซึ่งสามารถยื่นคำขอเข้ามาที่สมาคมได้เพื่อให้การรับรองต่อไป ทั้งผู้ที่อาจจะเคยขาดส่งเงินสมทบ ก็ยังสามารถยื่นเรื่องได้เช่นกัน ส่วนคนอายุเกิน 65 ปีที่ไม่เข้าข่ายได้รับการเยียวยาจาก สปส. เราก็จะรวบรวมรายชื่อ ส่งให้กระทรวงวัฒนธรรมเป็นผู้ดูแลต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในที่ประชุม ได้มีการชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องของการจัดส่งเงินเยียวยาในกลุ่มดังกล่าว โดยระบุว่ารอบแรกจ่ายเยียวยาภายในวันที่ 29 ธ.ค.นี้ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ ให้ส่วนคนที่รายชื่อตกหล่นอาจจะเป็นเพราะยังไม่สมัครหรือยังไม่รับรองมาก็ให้สมัครภายในวันที่ 14 ม.ค.2565 และให้สมาคมรับรองภายในวันที่ 28 ม.ค.2565 ก็จะได้รับการเยียวยาในรอบสอง รอบสามตามที่รับรองมา พร้อมขอย้ำชัดเจนว่าจะขยายให้ถึงแค่วันที่ 28 ม.ค. เท่านั้น โดยเหตุที่ต้องกำหนด ระยะเวลาเพราะเป็นเงินกู้จะต้องมีไทม์ไลน์ให้ชัดเจนว่าจะต้องจ่ายภายในวันไหน ได้ถึงวันไหน
บิ๊กตู่วอนการ์ดอย่าตก
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ยังฝากความห่วงใยมาถึง พี่น้องทั่วประเทศ ซึ่งในช่วงเวลาที่เข้าใกล้ สิ้นปีนี้ หลายคนที่เริ่มวางแผนจัดงานฉลอง ปีใหม่ รวมทั้งอาจมีการนัดกินเลี้ยงสังสรรค์ภายในครอบครัว ที่พักอาศัยหรือตามร้านอาหาร จึงอยากขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน และผู้ประกอบการปฏิบัติตามมาตรการ โควิดฟรีเซ็ตติ้งอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดเป็นคลัสเตอร์ใหม่ และขอให้ประชาชนไม่ประมาท การ์ดอย่าตก เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงการติดเชื้อภายในครอบครัว
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯ ขอบคุณประชาชนที่ร่วมมือกันฉีดวัคซีนด้วยความสมัครใจ นอกจากจะป้องกันตนเองและยังมีส่วนกับรัฐบาลในการควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งนายกฯ มั่นใจว่า ไทยจะบรรลุเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนดให้ได้ 100 ล้านโดสภายในปีนี้ ส่วนแนวทางบริหารจัดการฉีดวัคซีนในกลุ่มประชากรที่เข้าถึงยาก มอบหมายให้แต่ละหน่วยงานร่วมกับคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ร่วมกันบริหารจัดการให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ ดังนี้ 1.แรงงานภาคประมง จังหวัดชายทะเล 21 จังหวัด มอบ ศร.ชล.2.คนประจำเรือไทย หรือผู้ปฏิบัติงานบนเรือไทย บริเวณท่าเรือในพื้นที่จังหวัดต่างๆ มอบกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม 3.แรงงานต่างด้าวในสถานประกอบการ บ้านนายจ้างที่ทั้งขึ้นทะเบียนและไม่ขึ้นทะเบียน มอบ กอ.รมน. กระทรวงแรงงาน กระทรวงมหาดไทย 4.แรงงานต่างด้าว ตามชายแดนไทย มอบ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการ ต่างประเทศ 5.ผู้หนีภัยในพื้นที่พักพิงสำหรับผู้หนีภัยจากการสู้รบ ราชบุรี กาญจนบุรี แม่ฮ่องสอน ตาก มอบกระทรวงมหาดไทย และ 6.กลุ่มประชากรอื่น ที่ไม่ใช่สัญชาติไทยทั้งหมดในทุกจังหวัด มอบกระทรวงมหาดไทย
อนุทินซัดปลอมใบรับรองวัคซีน
ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์กรณีการสอบสวนออกใบรับรองวัคซีนปลอม ว่า ทุกร.พ.ที่มีเรื่องนี้ได้ไปแจ้งความเป็นหลักฐานไว้แล้ว แต่คิดว่ากระแสนี้คงหมดไป คิดว่าเป็นกระแสออกมาก่อความวุ่นวาย เพราะจริงๆ แล้วการไปใช้ใบรับรองวัคซีนปลอมไม่มีประโยชน์อะไรกับใคร เป็นโทษทั้งผู้ออกใบรับรองและผู้ใช้ โดยผู้ใช้ใบรับรองวัคซีนปลอมถือว่าเห็นแก่ตัวที่สุดในโลก และต้องถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องทางกฎหมายและสังคม ถ้าไม่ไปรับวัคซีนแล้ว ไปออกใบรับรองวัคซีนปลอม ถือว่ากำลังเป็นคนที่ทำร้ายคนที่คุณรักไม่ว่าจะมีนิสัยอย่างไรก็ควรต้องรักครอบครัวเป็นหลัก อย่าไปทำ
“คนคิดไปทำไม่ต้องพูด เพราะผิดกฎหมาย อยู่แล้ว ผมคิดว่าคงไม่มีใครรับกระแสอย่างนี้ ออกมาทีคนก็ด่าและประณามกันทั้งเมือง และย้ำว่าตรวจสอบได้ง่าย ไม่ต้องใช้เทคโนโลยีชั้นสูงอะไรเลย เพราะมีคิวอาร์โคดที่บอก ถึงชื่อคนฉีด ประวัติคนรับวัคซีน พยาบาล เจ้าหน้าที่ หรือแพทย์ที่ฉีดให้ บอกยี่ห้อวัคซีน บอกขวดที่ฉีดไปเก็บที่ไหน เช็กได้หมด วันที่ฉีด ฉีดกี่ครั้งกี่หน ฉีดครั้งต่อไปเมื่อไร เพราะฉะนั้นไม่มีประโยชย์ที่จะไปทำ โดน 18 มงกุฎ ต้มตุ๋นเปล่าๆ ไม่มีประโยชน์อะไรทั้งสิ้น ต้องฝากผ่านเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ถ้าเจอกลุ่มคน เหล่านี้ ขอให้ช่วยให้ความร่วมมือกับรัฐบาล กระทรวงสาธารณสุข แจ้งเบาะแส และขอความร่วมมือไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินคดีอย่างรวดเร็วและเฉียบขาด ไม่ให้ ภัยสังคมเหล่านี้อยู่ในประเทศของเรา”
นายอนุทินยังกล่าวถึงผู้ติดเชื้อโควิดโอมิครอน ในประเทศไทย 14 ราย ว่า ขณะนี้เชื้อโอมิครอน ก็ไปทั่วโลกแล้ว ประเทศไทยก็คงไม่ถูกยกเว้น เพราะเราไม่ได้ปิดประเทศ ยังให้คนสัญจรไปมาอยู่ แต่เรามีมาตรการ คนเข้ามาประเทศไทยถ้ามาถูกกฎหมายอย่างไรก็ไม่หลุด ส่วนการลักลอบเข้าผิดกฎหมาย ฝ่ายความมั่นคงก็ดูแลอย่างเต็มที่ การที่พบผู้ป่วยหมายความว่าระบบ การตรวจสอบของเราทำงาน คนที่มาด้วย โอมิครอนก็ถูกกักตัวนำไปรักษา ซึ่งเรารักษาคนต่างชาติได้ เพราะคนต่างชาติที่เดินทางมาต้องซื้อประกันสุขภาพวงเงิน 5 หมื่นเหรียญสหรัฐ หรือล้านกว่าบาท ประเทศไทยก็ไม่เสียประโยชน์ ส่วนคนไทยที่เข้ามามีสิทธิรักษาตามระบบหลักประกันสุขภาพ ก็ต้องยอมรับกติกาแบบนี้ ทั้งนี้ เชื่อว่าวัคซีนที่ประเทศไทยฉีดให้สามารถป้องกันโอมิครอนได้ ความรุนแรง ของโอมิครอนที่ยืนยันมาโดยตลอดก็ไม่ได้รุนแรงมากไปกว่าเชื้อสายพันธุ์อื่นที่ประสบมา อย่างเดลตา อัลฟา ยังมีความรุนแรงใกล้เคียงกัน ทั้งนี้กรมควบคุมโรคกำลังเร่งรณรงค์ให้ประชาชนมารับวัคซีนเข็ม 3 ขอยืนยันก่อนว่า เข็ม 3 ที่จะให้ประชาชนไทยมีแล้ว สามารถมารับได้ตามกำหนด
เชียงใหม่ปิด 6 จุดเสี่ยง
ที่จ.เชียงใหม่ นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผวจ.เชียงใหม่ ลงนามคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ เรื่อง ปิดสถานที่เสี่ยงเป็นการชั่วคราว 6 สถานที่เสี่ยง ทั้งสถานที่ทำงานและหอพัก ในพื้นที่อ.ไชยปราการ อ.สันทราย และอ.สารภี เพื่อให้การควบคุมและป้องกันโรค เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ได้แก่ ร้านดวงทวียนต์ ระหว่างวันที่ 12-25 ธ.ค. 2564, บริษัท เชียงใหม่ โฟรเซ่นฟูดส์ จำกัด (มหาชน) ระหว่างวันที่ 9-22 ธ.ค. 2564, บริษัทโปรอินดัสเทรียล ระหว่างวันที่ 10-23 ธ.ค. 2564, บริษัท จีเอสอี คอร์ปอเรชั่น จำกัด ระหว่างวันที่ 13-26 ธ.ค. 2564, พื้นที่บริษัท ศิริลานนา ระหว่างวันที่ 11-24 ธ.ค. 2564 และพื้นที่หอพัก เลขที่ 147/4 หมู่ที่ 1 ต.หนองผึ้ง อ.สารภี ระหว่างวันที่ 9-22 ธ.ค. 2564 ให้ผู้สัมผัส เสี่ยงสูงทุกรายเข้ารับการตรวจคัดกรองหาเชื้อ โควิด-19 หากผลตรวจเป็นลบให้กักตนเอง (Home Quarantine) เป็นเวลา 14 วัน ส่วนกลุ่มเสี่ยงต่ำให้คุมไว้สังเกตอาการ เป็นเวลา 14 วัน และปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อในพื้นที่อย่างเคร่งครัด พร้อมขอความร่วมมือให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ งดการเดินทางเข้าไปในพื้นที่ ดังกล่าว
ส่วนสถานการณ์การแพร่ระบาดใน จ.เชียงใหม่ วันนี้พบผู้ติดเชื้อลดลงอยู่ที่ 65 ราย ซึ่งต่ำที่สุดในรอบ 2 เดือน โดยเกือบทั้งหมดเป็นผู้ติดเชื้อภายในจังหวัด ซึ่งมาจากคลัสเตอร์ใหม่ และคลัสเตอร์ที่ยังคงมีการระบาดอยู่ 5 ราย ได้แก่ คลัสเตอร์โรงชำแหละไก่สด นครพิงค์ อ.ดอยสะเก็ด 2 ราย, คลัสเตอร์ ไซต์งานก่อสร้างศักดิ์ทองพูน ก่อสร้างอาคารสโมสร และศูนย์บริการทางการแพทย์ ในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 2 ราย และคลัสเตอร์สถานีวิทยุโทรทัศน์เอ็นบีที เชียงใหม่ 1 ราย ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงเดิม นอกจากนี้ยังพบ การติดเชื้อในคลัสเตอร์เดิมที่อยู่ระหว่าง การควบคุมโรค 2 ราย ได้แก่ คลัสเตอร์ตลาดเมืองใหม่ 1 ราย เป็นแม่ค้าขายของแห้ง แผงติดกับผู้ติดเชื้อรายก่อนหน้า และคลัสเตอร์ ห้างบิ๊กซี เชียงใหม่ สาขาดอนจั่น 1 ราย เป็นพนักงานแผนกเสื้อผ้าเด็ก มีอาการระหว่างการกักตัว