รุดกราบลา‘พระพยอม’
เปิดใจ-อยากดูแลแม่
รับสนใจเล่นการเมือง
พท.อ้าแขนรอพร้อมรับ
รุดกราบขอลา ‘พระพยอม’ ที่วัดสวนแก้ว ‘พระมหาสมปอง’ เปิดใจสึกแน่วันที่ 29 ธ.ค.นี้ ร่นจากกำหนดเดิมเพราะฤกษ์ไม่ดี แพลนหลังสละผ้าเหลือง สู่เพศฆราวาสจะไปดูหนัง แย้มเมนูมื้อเย็นครั้งแรกอยากกินหมูกระทะ อยากทำธุรกิจ นำรายได้ทำธุรกิจทุก 10 เปอร์เซ็นต์มอบให้วัดและโรงเรียน สนใจการเมือง อยากร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย ด้านนพ.ชลน่าน หัวหน้าพรรคยันพร้อมเปิดรับ
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 17 ธ.ค. ที่วัดสวนแก้ว พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต พระนักเทศน์ชื่อดัง จากวัดสร้อยทอง เดินทางมากราบลาพระพระราชธรรมนิเทศ หรือพระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว หลังตัดสินใจเตรียมลาสิกขา
พระมหาสมปองกล่าวว่า อยากจะมาบอกลาพระพยอม เพราะเป็นพระที่เคารพเหมือนพ่อ โดยกำหนดการสึกวันเดิมต้องเลื่อน เพราะฤกษ์เดิมไม่ดี เลยเปลี่ยนมาเป็นวันที่ 29 ธ.ค. ที่วัดสระเกศ และจะไปออกรายการหนึ่งที่เคยรับปากเอาไว้แล้ว ในวันที่ 30 ธ.ค. พร้อมให้สัมภาษณ์เลย ซึ่งสาเหตุที่สึก ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความไม่เป็นธรรมในวงการสงฆ์ ใครจะขึ้นเป็นเจ้าอาวาส ไม่ได้สนใจอยู่แล้ว ความยุติธรรมในโลกนี้ไม่มีร้อยเปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว เราเข้าใจ
“อีกเหตุผลหนึ่งที่อยากจะลาสิกขาคือ รู้สึกอิ่มในพระธรรม พระพุทธศาสนา แต่ทั้งหมดทั้งมวลยังอยู่ในสมอง อยู่ในใจเสมอ และอยากกลับไปดูแลมารดา พร้อมกับคิดว่าถ้าหากลาสิกขาไปแล้ว อาจจะทำให้ได้ทำประโยชน์เพื่อสังคมมากขึ้น ได้หัวเราะมากขึ้น ได้ทำอะไรหลายๆ อย่างมากขึ้น และไม่กลัวว่าจะมีดราม่าอะไร เพราะว่าไพรวัลย์สึกไปก่อนแล้ว และเราก็มองออกว่าอันไหนดี อันไหนไม่ดี ก็จะทำตาม” พระมหาสมปองกล่าว
พระมหาสมปองเปิดเผยว่า แพลนหลังจากนี้ที่จะทำหลังจากสึก ในวันที่ 30 ธ.ค. ก็จะไปดูหนัง และไปกินหมูกระทะในช่วงเย็น หลังจากนั้นวางแพลนทำธุรกิจ ทั้งของใช้ ของกิน เครื่องสำอาง หนังสือและอีกมากมาย โดยรายได้หลังจากนี้จะหักทุกส่วน 10 เปอร์เซ็นต์จากการขาย เพื่อมอบให้กับวัดและโรงเรียน
“ยอมรับว่าสนใจการเมือง เพราะมองว่าการเมืองอยู่รอบตัว แต่ไม่อยากลงส.ส. เพราะอยากเป็นโฆษกพรรคมากกว่า ตอนนี้ได้คุยกับโยมวัน อยู่บำรุงแล้ว ซึ่งยื่นข้อเสนอไป 3 ข้อคือ 1.ใช้หนี้ให้ 10 ล้าน 2.มีขวัญถุงให้ เพราะเราไม่มีเงินเลย และ 3.มีเงินเดือนให้ทุกเดือน เราไม่ต้องแบ่งพรรคแบ่งพวก ข้อเสนอ 3 ข้อที่ยื่นไป ยังรอขั้นตอนการพูดคุยกับผู้ใหญ่ของพรรค ถ้าหากพรรคเพื่อไทยไม่ขยับ ก็มีเบอร์ของนายสิระ เจนจาคะ ก็อาจจะโทร.หาแล้วไปอีกฝั่งหนึ่งเลยก็ได้ โดยที่ตั้งใจไว้คือ ไม่อยากพูดเหมือนนักการเมืองยุคเก่า ที่บอกว่าจะทำเพื่อประชาชนแล้วก็ลืม เอาแต่สนใจผลประโยชน์กันเอง แต่เราอยากออกไปแล้ว จะไม่ทิ้งอุดมการณ์ของตัวเองที่จะไม่ทิ้งประชาชน” พระมหาสมปองระบุ
ด้านพระพยอมกล่าวว่า เมื่อพระมหาสมปองขอลาสึก ยอมรับว่ เสียดายแต่ไม่เสียใจ อยากฝากถึงพระมหาสมปองว่าหากสึกไปแล้ว ขอให้คนมองภาพตัวแลดูดี อยากให้คนพูดถึงเยอะๆ ว่า คนนี้คือคนที่แลดูดี ให้สมกับที่ดีแล้วที่สึก
ด้านนายวัน อยู่บำรุง ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย เปิดใจถึงพระมหาสมปอง ระบุดีลกับพรรคเพื่อไทยว่า ยอมรับความเป็นความจริง เพราะตนก็เป็นแฟนคลับพระมหาสมปอง และท่านก็เป็นเอฟซีของตนด้วย โดยเคยเจอกัน 2-3 ครั้ง ก่อนได้ยินข่าวว่าจะลาสิกขา เมื่อได้ยินข่าวจึงไลน์ไปถามด้วยความเป็นห่วง ก่อนพระมหาสมปองตอบว่าจะสึกจริง และอยากออกมาทำงานกับพรรคเพื่อไทย โดยอยากทำหน้าที่งานโฆษก
นายวันกล่าวว่า เมื่อได้คุยกับพระมหาสมปองในเบื้องต้น จึงนำเรื่องนี้หารือกับนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค ถึงกรณีที่พระมหาสมปองสนใจร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย หากลาสิกขาออกมา แต่ทั้งหมดคงต้องรอให้พระมหาสมปองสึกก่อน จึงจะพาท่านมาพบและพูดคุยกับผู้ใหญ่อีกครั้ง
เมื่อถามว่าพระมหาสมปองยื่น 3 เงื่อนไขในการร่วมงานคือ 1.ใช้หนี้ให้ 10 ล้าน 2.มีขวัญถุงให้ นายวัน ตอบว่า ไม่ทราบและไม่ขอพูดเรื่องนี้ เมื่อถามอีกว่าพระมหาสมปองบอกอีกว่าหากพรรคเพื่อไทยไม่ขยับ ก็มีเบอร์ของนายสิระ เจนจาคะ ก็อาจจะโทร.หาแล้วไปอีกฝั่งหนึ่งเลยก็ได้ นายวันได้เพียงแค่หัวเราะ
ด้านนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทย ทาบทาม พระมหาสมปองร่วมงานพรรคเพื่อไทย หลังลาสิกขาว่า มีการพูดกันเพราะทราบว่าพระมหาสมปองสนใจอยากมาทำงานด้านการสื่อสารกับพรรคเพื่อไทย เช่น การอยู่ทีมโฆษกพรรค ซึ่งพรรคเพื่อไทยยินดีรับทุกคนอยู่แล้ว หากไม่มีลักษณะต้องห้าม หรือไม่มีข้อแทรกซ้อนใดๆ ส่วนมาแล้วจะมีตำแหน่งตรงไหนอย่างไร พรรคก็มีกระบวนการอยู่แล้ว สมมติ หากสนใจทำงานด้านโฆษกจริง เมื่อมีความเหมาะสมก็ไม่ติดขัดอะไร ยกเว้นจะมีข้อจำกัดเรื่องของมุมมองที่อาจจะไปกระทบกระเทือนบุคคลอื่นๆ ก็อาจจะไม่เหมาะสม
นพ.ชลน่านกล่าวว่า ทั้งหมดขึ้นอยู่กับความรู้ความสามารถของพระมหาสมปอง เพราะการสื่อสารทางการเมือง มีหลายมุม ถ้าทำให้คนส่วนใหญ่เข้าถึงรับรู้รับทราบว่าเขาจะได้ประโยชน์อย่างไร ไม่ว่ามุมไหนก็สามารถทำได้ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพราะยุคนี้ปัญหาทางด้านจิตใจมีสูงคนมีอารมณ์รุนแรง หากเรามีกระบวนการที่แต่ละคนถนัด มีการใช้หลักธรรม หรือสิ่งที่แต่ละคนถนัดทำให้ทุกคนกลับมาเป็นปกติได้ ถือว่าเป็นเรื่องดี เพราะถ้าคนจิตใจดี การเมืองก็ดี หากพระมหาสมปองมาร่วม ก็ถือว่ามีประโยชน์ เพราะตอนนี้นโยบายของพรรควางไว้ครอบคลุมคนทุกกลุ่มอยู่แล้ว เหลือแต่การสื่อสารให้เข้าถึงทำอย่างไรให้เข้าถึงก็สามารถมาเติมเต็มงานตรงนี้ได้
“เชื่อว่าหากพระมหาสมปองมากก็คงไม่มีข้อจำกัด หรือข้อแทรกซ้อนอะไร เพราะท่านเป็นบุคคลที่สังคมยอมรับ แต่ก็รู้สึกเสียดายที่ท่านสึกออกมา เพราะอยู่ตรงนั้นก็เป็นประโยชน์กับวงการศาสนาอย่างมาก” นพ.ชลน่านกล่าว
นพ.ชลน่านกล่าวต่อว่า ขณะนี้พรรคเพื่อไทย มีโฆษกที่แต่งตั้งตามกฎหมายอยู่แล้ว หากเข้ามาร่วมแล้วเราพิจารณาเห็นว่าท่านมีความเหมาะสมในด้านอื่น ก็อาจมีตำแหน่งที่สำคัญมากกว่านี้ก็ได้ ไม่จำเป็นต้องอยู่ในทีมโฆษก
นพ.ชลน่านกล่าวอีกว่า สำหรับ 3 เงื่อนไขของพระมหาสมปองเรื่องค่าตอบแทนนั้น ถ้าเป็นเจ้าหน้าที่พรรค ตามกฎหมายมีค่าตอบแทนรองรับอยู่แล้ว ส่วนข้อเรียกร้องการขอให้ใช้หนี้ 10 ล้านบาทและเงินขวัญถุงนั้น ข้อเรียกร้องแบบนี้เราไม่อาจรับได้ เพราะส่อเข้าข่ายให้อามิสสินจ้าง ผิดมาตรา 30 พ.ร.บ.พรรคการเมือง ซึ่งอาจถึงขั้นยุบพรรคได้ ข้อเรียกร้องแบบนี้ พรรคไหนก็คงรับไม่ได้ เนื่องจากอาจมีคนไปร้องยุบพรรค

กราบลา – พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต พระนักเทศน์ดัง เข้ากราบลาพระราชธรรมนิเทศ หรือพระพยอม กัลยาโณ ถึงวัดสวนแก้ว จ.นนทบุรี ก่อนสึกในวันที่ 29 ธ.ค. เผยเส้นทางหลัง เป็นฆราวาสมุ่งธุรกิจและการเมือง เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.