ธรรมนัส-สมศักดิ์-สันติ
เพื่อไทยลั่นให้บทเรียน
พิษเลี้ยงไก่-บิ๊กตู่งดจ้อ
บิ๊กป้อมไม่รู้‘มาดามแป้ง’
มีชื่อโผล่ชิงผู้ว่าฯกทม.

สภาป่วนอีก องค์ประชุมล่ม 2 ครั้ง ในรอบ 1 สัปดาห์ รัฐบาลโยนบาปฝ่ายค้าน มี 208 คนแต่กดบัตรแสดงตัวแค่ 14 คน ‘ชลน่าน’ ยืดอกรับ ฝ่ายค้านตั้งใจให้บทเรียน จนกว่าจะปรับตัวหรือยุบสภา ‘ประธานชวน’ กรีดรัฐบาล ต้อง เตรียมคนให้พร้อมเพราะมีเสียงข้างมาก เผย 19 พปชร.ไม่กดบัตรแสดงตน ทั้ง‘ธรรมนัส- สมศักดิ์-สันติ-สุริยะ-อธิรัฐ’ พิษไอเดียแนะชาวบ้านเลี้ยงไก่ ‘บิ๊กตู่’ งดจ้อสื่อ บ่นบางเรื่องแค่พูดเล่น แต่ไปตีความกันบานปลาย ‘บิ๊กป้อม’ บอกไม่รู้มาดามแป้ง มีชื่อชิงผู้ว่าฯ กทม. แบ่งรับแบ่งสู้ พปชร.ส่งผู้สมัครซ่อมชุมพร-สงขลา หรือไม่ โยนกก.บห.พรรคประชุมชี้ขาด 21 ธ.ค.

‘บิ๊กตู่’งดจ้อ-เซ็งถูกตีความเยอะ

เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานและสักขีพยานการลงนามบันทึกการส่งมอบ-รับมอบสวนป่า “เบญจกิติ” ระยะที่ 2-3 บางส่วน เขตคลองเตย กรุงเทพฯ ระหว่างกองทัพบกกับกรมธนารักษ์ และกรมธนารักษ์กับกรุงเทพมหานคร เป็นที่น่าสังเกตพล.อ. ประยุทธ์ ไม่ได้กล่าวบนเวทีในงานนี้ คาดว่าอาจมาจากสาเหตุที่ถูกโซเชี่ยลจับคำพูดบนเวทีในการลงพื้นที่ จ.ยะลา และปัตตานี เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.ไปโจมตีอย่างหนัก กรณีแนะชาวบ้านเลี้ยงไก่ 2 ตัว เพื่อแก้ความยากจน และเรื่องมีบุตรมากขาดแคลเซียม

หลังเป็นสักขีพยานแล้ว พล.อ.ประยุทธ์เดินเยี่ยมชมนิทรรศการภาพภายในสวนเบญจกิติ ช่วงหนึ่งได้ถามหาพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. ที่เดินตามอยู่ข้างหลังและกระเซ้าว่า “ไปไหน ไม่รักกันเหรอ” เรียกเสียงหัวเราะจากผู้ร่วมคณะ จากนั้นเดินชมทัศนียภาพบนทางเดินลอยฟ้าของโครงการ และระหว่างถ่ายภาพช่างภาพแนะนำให้นายกฯ ถอดแมสก์เพื่อบันทึกภาพ พล.อ.ประยุทธ์ถามกลับว่า “ถอดแมสก์แล้วจะเป็นไรหรือเปล่า เธอไม่เป็น แต่เดี๋ยวก็มีคนเล่นงานฉันอีก คนสั่งนายกฯ ได้ มีสื่อและช่างภาพนี่แหละ”

ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจ ผู้สื่อข่าวพยายามตั้งคำถาม พล.อ.ประยุทธ์ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ใดๆ โดยพูดเชิงน้อยใจเมื่อเห็นกลุ่มผู้สื่อข่าวว่า “ไม่เอา พูดเล่น ไปตีความกันเยอะแยะ”

‘ป้อม’โยนถาม‘มาดามแป้ง’ชิงกทม.

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงการส่งตัวผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ว่า ยังไม่มีการพิจารณา ในการประชุมกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) วันที่ 21 ธ.ค.นี้ โดยจะต้องหาคนที่เหมาะสม ผู้สื่อข่าวถามว่ามีกระแสข่าวที่มีชื่อนางนวลพรรณ ล่ำซำ หรือมาดามแป้ง ผู้จัดการฟุตบอลทีมชาติไทย พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ให้ไปถามมาดามแป้งเอง จะมาถามอะไรตน ผู้สื่อข่าวถามว่าชื่อของมาดามแป้งอยู่ในรายชื่อพิจารณาหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ถามซ้ำๆ อย่างนี้ไม่ควรถาม

ต่อข้อถามว่าถ้าพรรคจะเปิดตัวผู้สมัคร ผู้ว่าฯ กทม.จะทำให้สังคมว้าวและคนเลือกแน่นอนใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ยังไม่ทราบ ต้องให้กก.บห.ดู ตนไม่ได้ดู เมื่อถามว่าอยากได้สเป๊กผู้ว่าฯ กทม.แบบไหน พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า อยากได้คนดีและโปร่งใส แล้วทำงาน คนรุ่นใหม่หรือคนรุ่นเก่าก็ได้ขอให้ทำงานได้ และต้องแข็งแรงไม่ใช่อย่างตน ตอนนี้ยังไม่มีใครในใจ บอกแล้วให้เป็นอำนาจกก.บห.พรรค

21 ธ.ค. เคาะเลือกตั้งซ่อม

ผู้สื่อข่าวถามถึงการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมส.ส.ชุมพร เขต 1 และสงขลา เขต 6 ที่มีชื่อนายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ เปิดตัวลงสมัครที่สงขลาในนามพรรคพลังประชารัฐ พล.อ. ประวิตรกล่าวว่า ยัง ไม่มีๆ ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรคจะส่งผู้สมัครเลือกตั้งซ่อมเพียงส่งจังหวัดเดียวหรือไม่ โดยไม่ส่งชุมพร เขต 1 พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ยังไม่รู้ ยังไม่ส่ง ยังไม่มี ตอนนี้ยังไม่ได้ประชุมพรรค จะประชุมวันที่ 21 ธ.ค. และจะสรุปว่าจะส่งหรือไม่ส่ง บางทีอาจไม่ส่งเลยหรือส่งทั้งสองคน บางที ก็ส่งคนเดียว แล้วแต่พรรคพิจารณา

พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงการประชุมสภา ผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 15 ธ.ค. ในช่วงขอมติจะส่งร่างพ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการกลับไปให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาหรือไม่ ซึ่งมีการนับองค์ประชุมแต่องค์ประชุมไม่ครบ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาคนที่ 1 ในฐานะประธานที่ประชุมจึงสั่งปิดประชุมว่า สภาไม่ได้ล่ม เนื่องจากประธานให้เวลาในการนับองค์ประชุมน้อย แค่ 2.10 นาทีมันน้อย เกินไป ส.ส.อยู่ในสภากันทั้งหมด แต่อยู่ที่ห้องของเขาและเดินมาไกล กำลังจะเข้าห้องประชุม ซึ่งขาดไปเพียง 10 คน เท่านั้น ไม่ได้สภาล่ม รับทราบตามนี้

ประชุมสภาโหวตจัดการลุ่มน้ำ

เมื่อเวลา 10.40 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม เมื่อเข้าสู่ระเบียบวาระ นายศุภชัย ขอมติ เรื่อง รายงานการพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบ ที่กรรมาธิการ (กมธ.) ที่มี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พรรคพลังประชารัฐ เป็นประธานพิจารณาเสร็จแล้ว เนื่องจากมีสมาชิกอภิปรายทั้งเห็นด้วยและ ไม่เห็นด้วยไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว วันนี้จึงเป็นการลงมติ

นายศุภชัยได้กดออดเรียกสมาชิกมาเสียบบัตรแสดงตนเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมประมาณ 2 นาที สมาชิกทยอยเข้าห้องประชุมแต่ยังบางตา แต่นายศุภชัยยังคงกดออดเรียกอยู่หลายครั้ง พร้อมแจ้งให้รีบเข้าห้องประชุมเนื่องจากเป็นเรื่องสำคัญมาก จำเป็นต้องขอ มติจากที่ประชุมก่อนนำส่งให้รัฐบาล

ด้านนายวิรัช พันธุมะผล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ลุกขึ้นกล่าวตำหนิ ส.ส.ว่า เวลาไม่ได้เป็น ส.ส.ก็อยากจะแย่งกันเป็น แต่พอมาเป็น ส.ส.ก็ขี้เกียจไม่มาประชุม อ้างเหตุลาประชุม ตนเห็นว่าประธานอย่าอนุญาต ถ้าลาครบ 4 ครั้งก็ให้พ้นสมาชิกภาพ ส.ส.ไปเลย ขอตำหนิ ส.ส.พวกนี้ ประชาชนอย่าไปเลือก เข้ามากินเงินเดือนแต่ไม่ยอมทำหน้าที่

สภาล่ม – นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ประธานวิปรัฐบาล โทรศัพท์ตามส.ส.เข้ามาในห้องประชุมสภา ท่ามกลางวิปรัฐบาลหารือกันอย่างเคร่งเครียด สุดท้ายสภาก็ล่มเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 3 วัน เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.

เช็กชื่อวุ่น-องค์ประชุมล่มจนได้

ขณะที่ นายอรรถกร ศิริลัทยากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะเลขา นุการคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) ขอเวลาให้สมาชิกได้เข้าห้องประชุม ทำให้นายศุภชัย กล่าวขึ้นว่า “หากองค์ประชุมไม่ครบก็ล่มอีก อายชาวบ้าน จากการเช็กชื่อประชุมมีทั้งหมด 260 คน หาก ส.ส.ที่ยู่ในห้องประชุมช่วยกดบัตรตรวจสอบองค์ประชุม ช่วยๆ กัน ครบแน่ๆ แต่บางครั้ง ส.ส.แสดงความจำนงไม่เช็กองค์ประชุมให้ถือเป็นสิทธิของ ส.ส.” ในที่สุดนายศุภชัยสั่งพักการประชุม เป็นเวลา 30 นาที

เวลา 11.25 น. กลับมาเปิดประชุมอีกครั้ง นายศุภชัยกดออดเรียกสมาชิกให้เข้าประชุม ขณะที่น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทร สงคราม พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เสนอให้เช็กองค์ประชุมแบบขานชื่อ ซึ่งนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย (พท.) สนับสนุน พร้อมกล่าวว่าการรักษาองค์ประชุมเป็นหน้าที่ของส.ส.ฝั่งรัฐบาล น.ส. รังสิมา แย้งว่า ไม่ถูกต้อง เพราะความจริงการรักษาองค์ประชุมเป็นหน้าที่ของ ส.ส.ทุกคน

ทำให้สมาชิกต่างถกเถียงกัน กระทั่งเวลา 11.39 น. นายศุภชัยให้สมาชิกเสียบบัตรแสดงตน แต่ผ่านไป 11 นาที สมาชิกในห้องประชุมยังคงบางตา นายศุภชัยจึงแจ้งผลการนับองค์ประชุมว่ามีเพียง 235 คน จากสมาชิกทั้งหมด 476 คน ไม่ถึงครึ่งหนึ่ง ถือว่าองค์ประชุมไม่ครบ นายศุภชัยสั่งปิดประชุมในเวลา 11.50 น.

เปิดชื่อส.ส.ไม่แสดงตน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับส.ส.ที่ไม่กดบัตรแสดงตนเป็นองค์ประชุม ส่วนใหญ่เป็น ส.ส.ฝ่ายค้าน โดยมีส.ส.ฝ่ายค้านเพียง ส่วนน้อยที่ร่วมกดบัตรแสดงตน อาทิ พรรคเพื่อไทย 5 คน คือ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ นายนพคุณ รัฐผไท ส.ส.เชียงใหม่ นายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร ส.ส.ลำปาง นายภณณัฏฐ์ ศรีอินทร์สุทธิ์ ส.ส.นนทบุรี นายสิรินทร รามสูต ส.ส.น่าน

ส่วน ส.ส.พรรคก้าวไกล ที่กดบัตรแสดงตน มี 6 คน คือ นายเกษมสันต์ มีทิพย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายขวัญเลิศ พานิชมาท ส.ส.ชลบุรี นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ (แสดงตัวไปอยู่พรรคภูมิใจไทย) นายเอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส.เชียงราย (แสดงตัวไปอยู่พรรคภูมิใจไทย) นายพีรเดช คำสมุทร ส.ส.เชียงราย และนายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ ส.ส.กทม. (แสดงตัวย้ายพรรค)

พปชร.19 คนนิ่ง-‘ธรรมนัส’ด้วย

สำหรับส.ส.รัฐบาลพร้อมใจกันกดบัตรแสดงตนเป็นองค์ประชุม ยกเว้น ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ 19 คน อาทิ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ส.ส.บัญชีรายชื่อ รมว.ยุติธรรม นายสันติ พร้อมพัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รมช.คลัง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รมว.อุตสาหกรรม นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รมว.ดีอีเอส น.ส.ตรีนุช เทียนทอง ส.ส.สระแก้ว รมว.ศึกษาธิการ นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ส.ส.นครราชสีมา รมช.คมนาคม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา เลขาธิการพรรค น.ส.ไพลิน เทียนสุวรรณ ส.ส.สมุทรปราการ น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ

ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ไม่กดบัตรแสดงตน 9 คน อาทิ น.ส.จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ส.ส.ตาก นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี

ด้านส.ส.พรรคภูมิใจไทย ไม่กดบัตรแสดงตน 6 คน คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณ สุข นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รมว.คมนาคม ขณะที่พรรคชาติไทยพัฒนา มีส.ส.ไม่กดบัตรแสดงตนเป็นองค์ประชุม เกินครึ่งพรรค คือ 8 คน จากส.ส.ที่มี 12 คน

‘ชวน’จี้รบ.เตรียมคนให้พร้อม

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้เกิดปัญหาองค์ประชุมขาด เท่าที่ตรวจสอบสมาชิกกดบัตรไม่ครบ แต่คนครบ ฝ่ายค้านกดบัตรไม่กี่คน ทำให้องค์ประชุมขาด ส่วนตัวไม่ขอวิจารณ์ แต่รัฐบาลต้องเตรียมคนให้พร้อม แต่ก็ไม่เป็นไร หากไม่เกิดบ่อย องค์ประชุมเป็นหน้าที่ของสภาทั้งหมด แต่ระบบรัฐสภา รัฐบาลมาจากเสียงข้างมาก ดังนั้นฝ่ายรัฐบาลต้องมีความรับผิดชอบในเบื้องต้น ต้องพยายามทำให้องค์ประชุมให้ครบ แต่ฝ่ายค้านก็มีหน้าที่ร่วมกัน

ส่วนการขอตรวจสอบองค์ประชุมสามารถทำได้ในบางเรื่อง ถ้าตรวจสอบองค์ประชุมทุกเรื่องจะทำให้มีปัญหา แต่ภาพรวมการทำงานของสภายังผ่านไปได้ด้วยดี ไม่มีตัน แต่บางวาระที่เป็นเรื่องกมธ. ซึ่งเป็นเรื่องของสมาชิกทุกพรรค ไม่ควรมีปัญหาประท้วง จนทำให้ไม่ครบองค์ประชุม เพราะจะเป็นการเสียโอกาสทั้ง 2 ฝ่าย ภารกิจสภามีมากและมี ข้อจำกัดในการบริหารเวลาให้สอดคล้องกัน เช่น เรื่องกระทู้ถาม กระทู้ถามแยก ที่รัฐมนตรีต้องไปตอบ และขอขอบคุณรัฐบาลที่ไม่เคยมาทำอะไรให้เสียหายกับกระบวนการของ นิติบัญญัติ โดยให้บริหารตามกลไกของ รัฐธรรมนูญ

“ยอมรับว่ามี ส.ส.บ่น หลังเพิ่มวันประชุมเป็นวันศุกร์ เพราะต้องการไปต่างจังหวัด แต่การนัดประชุมเป็นความเห็นชอบร่วมกัน สัปดาห์หน้าจะมีการประชุมสภา วันอังคาร พุธ พฤหัสบดี และจะเพิ่มศุกร์ โดยจะไปหยุดวันที่ 29-30 ธ.ค.เพื่อให้ ส.ส.กลับต่างจังหวัด ซึ่งการตกลงเพิ่มวันประชุมเป็นภาระทุกฝ่าย แต่เป็นงานส่วนรวม” นายชวน กล่าว

‘ไพบูลย์’ฟ้องปชช.-ซัดฝ่ายค้าน

นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ แถลงภายหลังการประชุมสภาล่มว่า การประชุมวันนี้เป็นการพิจารณาเรื่องศึกษาแนวทางบริหารจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบ ซึ่งเป็นของกมธ.ของส.ส.ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลที่ร่วมกันเป็นกมธ. ไม่ได้ เป็นกฎหมายของฝ่ายรัฐบาลอย่างเดียวทั้งสิ้น ซึ่งทุกฝ่ายต้องร่วมกันทำงานอยู่แล้ว แต่ เมื่อตรวจสอบองค์ประชุมกลายเป็นว่าพรรคเพื่อไทยมีส.ส. 131 คน มาออกเสียงเพียง 5 คน พรรคพลังประชารัฐมีส.ส. 117 คน ออกเสียง 98 คน

ส่วนพรรคภูมิใจไทยมีส.ส. 59 คน ออกเสียง 52 คน พรรคก้าวไกล (ก.ก.) มีส.ส. 52 คน ออกเสียง 6 คน ซึ่งส.ส.พรรคก้าวไกล ตนเห็นบางคนก่อนโหวตยืนอภิปรายแต่กลับไม่ออกเสียง ตนเข้าใจว่าส.ส.ซีกฝ่ายค้านที่มาแต่ไม่ออกเสียงมีความเข้าใจผิดอะไรหรือไม่ในเรื่องหน้าที่ ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ส.ส. 49 คน ออกเสียง 40 คน พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ส.ส. 12 คน ออกเสียง 4 คน ถือว่าน้อยมากในฐานะเป็นพรรคร่วมรัฐบาล

ฝ่ายรัฐบาลมีส.ส. 268 คน มาออกเสียง 219 คน แต่ส.ส.ฝ่ายค้านมี 208 คน มาออกเสียงเพียง 14 คน ถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็นต์อยู่ที่ 6.73 ตนว่าเราจ่ายเงินเดือนตามเปอร์เซ็นต์ดีหรือไม่ เรื่องนี้จะอ้างว่าเป็นเรื่องของรัฐบาลก็ไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องศึกษาของกมธ.ของส.ส.ทั้งสภา แต่ต้องชื่นชมรองประธานสภาที่พยายามให้เวลาอย่างเต็มที่กับส.ส.ที่จะมาออกเสียง แต่ส.ส.ฝ่ายค้านที่เห็นอยู่เต็มสภา กลับออกเสียงเพียง 14 คน จึงอยากฝากไปถึงประชาชนผู้เสียภาษีมาเป็นเงินเดือนให้ส.ส. แต่ปรากฏว่าการทำหน้าที่ออกมาเป็นเช่นนี้จึงขออนุญาตฟ้องประชาชนให้ตรวจสอบ

‘ชินวรณ์’จี้ทุกฝ่ายร่วมมือกัน

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรี ธรรมราช ประธานวิปพรรคประชาธิปัตย์แถลงว่า ่เรื่ององค์ประชุมถือเป็นความรับผิดชอบของทุกฝ่าย เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดชัดเจน ส.ส.มีฐานะเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย และต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต

วันนี้มีการพิจารณาเรื่องญัตติที่กมธ.พิจารณาเสร็จแล้ว เมื่อตรวจสอบญัตตินี้เกือบทุกพรรคเสนอเข้ามา จึงเป็นเรื่องพิจารณาของฝ่ายนิติบัญญัติโดยเฉพาะ ไม่ใช่เรื่องขัดแย้งของฝ่ายค้านและรัฐบาล หรือไม่ใช่เรื่องขัดแย้งในข้อกฎหมายของครม.และเสียงข้างน้อยในสภา จึงขอเรียกร้องให้ใช้กลไกวิปสองฝ่ายเพื่อพูดคุยกัน

“ถ้าฝ่ายค้านจะไม่แสดงตนหรือวอล์กเอาต์ ให้ดำเนินการในกรณีที่รัฐบาลและฝ่ายค้าน ขัดแย้ง หรือรัฐบาลเสนอกฎหมายโดย ไม่เคารพเสียงข้างน้อย เพราะประชาชนอาจจะมองว่าเป็นเกมการเมือง รวมทั้งสภายุคนายชวน หลีกภัย ประธานสภา พยายามทำงานให้มีคุณภาพมากขึ้น จึงขยายเวลาให้มีการประชุมสภาในวันศุกร์ ดังนั้น ส.ส.ควรให้ความร่วมมือพิจารณาเรื่องที่ค้างอยู่ให้เกิดความรวดเร็ว” นายชินวรณ์กล่าว

พท.-ก้าวไกลรุมซัดกลับรัฐบาล

เวลา 12.00 น. ที่รัฐสภา ส.ส.ฝ่ายค้าน นำโดย นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานวิปฝ่ายค้าน นางมนพร เจริญศรี ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย และนายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ร่วมแถลง

นายสมคิดกล่าวว่า สถานการณ์ของสภาวันนี้บ่งบอกถึงความไม่พร้อมของรัฐบาล เราให้เวลาและให้โอกาส แม้กระทั่งจะนับองค์ประชุมแบบขานชื่อเราก็ยอม ซึ่ง 2 ปีครึ่งที่ผ่านมาเราช่วยเป็นองค์ประชุมตลอด แต่เห็นได้ชัดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นแม้กระทั่งกฎหมายตัวเอง รัฐบาลก็ไม่รับผิดชอบ ที่สำคัญคือเป็นสัญญาณมา 2-3 สัปดาห์แล้ว ยืนยันว่าที่องค์ประชุมครบบางครั้งเราก็ช่วยประคอง อยากให้สภาเดินหน้าได้ แต่วันนี้เหตุเกิดโดยที่เราก็เห็นความผิดปกติในการไม่มาประชุม หากไปตรวจสอบว่าพรรครัฐบาลจำนวนมากที่ไม่เข้าร่วมประชุมเป็นใคร จะทราบว่าอะไร เกิดขึ้น ไม่ใช่ฝ่ายค้านจะเล่นเกม ฝ่ายค้านคือตัวนั่งประชุม แต่ทางการเมืองนั้นไม่อยากให้รัฐบาลเอาเปรียบเราตลอดเวลา

ด้านนางมนพรกล่าวว่า อยากย้ำเตือนอีกครั้งว่าพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้านได้ทำหน้าที่ส.ส. ที่เป็นเงาสะท้อนประชาชนในการเป็นองค์ประชุม และหวังว่าจะนำไปสู่วาระพิจารณารับทราบของวันนี้ให้เสร็จสิ้น แต่สมาชิกฝ่ายรัฐบาลไม่เข้าร่วมเป็นองค์ประชุม และหลายคนก็มีกรณีกดบัตรแทนกันด้วย พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้านยึดมั่นในระบบรัฐสภา และเราจะทำหน้าที่เป็นตัวแทนประชาชนในการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนต่อไป

จวกประธานไม่เป็นกลาง

นายณัฐวุฒิกล่าวว่า เราเห็นสถานการณ์แบบนี้มาตลอดสมัยประชุมที่ผ่านมา แต่ความจริงคือเสียงของพรรครัฐบาลมีมากกว่า ฝ่ายค้าน แต่เสียงที่มีจำนวนมากกลับไม่สะท้อนความเป็นเอกภาพของพรรครัฐบาล และยิ่งเป็นการตอกย้ำให้เห็นว่ามีความขัดแย้งอย่างมากในพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมด ซึ่งประชาชนต้องติดตามว่าการทำหน้าที่บนพื้นฐานความขัดแย้งนั้น ประโยชน์จะเกิดต่อประชาชนได้อย่างไร

ส่วนการทำหน้าที่ของประธานในการประชุมสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างเป็นปกติมากนัก ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นการแบกพรรคร่วมรัฐบาล คิดว่าประธานต้องมีความเป็นกลางมากกว่านี้ การประชุมสภาล่มในวันนี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องทบทวนตัวเองว่าสาเหตุที่แท้จริงเป็นเพราะสิ่งใด แต่ย้ำว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านพร้อมทำหน้าที่อย่าง แข็งขันต่อไป โดยเฉพาะการประชุมร่วมรัฐสภาและประชุมสภาที่จะมีขึ้นในวันที่ 21-24 ธ.ค. เราทำหน้าที่อย่างเต็มที่ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจะเป็นอุบัติเหตุหรือความตั้งใจ เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องตอบต่อประชาชน ไม่ใช่ฝ่ายค้าน

‘ชลน่าน’ยอมรับเกมการเมือง

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า หากมีการมองว่าเป็นเกมการเมือง ตนก็ไม่เถียง เพราะเราเล่นเกมการเมืองแบบโปร่งใสให้เห็นกัน ไม่ใช่แอบเล่น ถ้าแอบเล่นเราคงอยู่เป็นองค์ประชุมเพื่อเข้าสู่วาระ แล้วออกจากองค์ประชุมตอนลงมติ จะทำให้กฎหมายที่เสนอมาถูกตีตกไปด้วย ยืนยันฝ่ายค้านมีความจำเป็นที่จะต้องตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มข้น หากไม่เข้มข้นจะเกิดผลเสียทั้งระบบ และเพื่อประโยชน์โดยรวม หากฝ่ายค้านปล่อย ไม่ขันนอตในสภา จะทำให้ประชาชนยากลำบากมากขึ้น

สภาล่ม 4 ครั้งในสมัยประชุมนี้ ถือว่าไม่ใช่เรื่องธรรมดาในการพิสูจน์ความสามารถของรัฐบาล จะมาโทษฝ่ายค้านคงไม่ได้ เพราะรัฐบาลมีหน้าที่เป็นฝ่ายรักษาองค์ประชุมในฐานะเสียงข้างมาก ดังนั้นรัฐบาลต้องพร้อม แม้หน้าที่มาประชุมเป็นของทุกคน แต่ระบบรัฐสภา เป็นระบบเสียงข้างมาก จะเอาเสียงข้างน้อยมาอ้างไม่ได้

ตั้งใจให้บทเรียนจนยุบสภา

“ยืนยันว่าฝ่ายค้านจะให้บทเรียนรัฐบาลแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะปรับตัวเอง หรือจนกว่าจะยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชนตัดสิน เพราะฝ่ายค้านไม่อยากเห็นสภาที่เป็นเป็ดง่อยทำอะไรไม่ได้เลย แม้แต่ พ.ร.ก.เงินกู้ รัฐบาลยังไม่กล้าเอาเข้าสภา แล้วจะบริหารประเทศไปได้อย่างไร ตอนนี้มีปัญหาเงินกู้ กยศ. ก็ยังไม่ออก เพราะรัฐบาลไม่มีเงิน จะเอาเงินกู้มาช่วยก็ทำไม่ได้เพราะกลัวสภาล่ม ยืนยันว่าฝ่ายค้านไม่กลั่นแกล้ง แต่เราต้องการประสิทธิภาพ และความรับผิดชอบของฝ่าย เสียงข้างมาก” นพ.ชลน่านกล่าว

นพ.ชลน่านกล่าวถึงทางออกของเรื่องนี้ว่า ได้หารือเบื้องต้นกับ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาแล้ว นายชวนเห็นว่าขอให้เว้นวันศุกร์ไว้ เพราะเป็นการพิจารณารายงานศึกษาที่สภาทำงานร่วมกัน และเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์กับประชาชน ดังนั้นเบื้องต้นในสัปดาห์ต่อไปฝ่ายค้านพร้อมที่จะทำงานอย่างเต็มที่ เฉพาะเรื่องนี้ เรื่องที่เป็นผลงานของสภา แต่การประชุมวันพุธ พฤหัสบดี ยังเข้มข้นเหมือนเดิม ส่วนวันศุกร์ ฝ่ายค้านยินดีให้ความร่วมมือไม่ตรวจสอบองค์ประชุม

‘ชินวรณ์’ยันชิงรองหน.ปชป.ใต้

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรี ธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ในวันที่ 18 ธ.ค. พรรคประชาธิปัตย์ จะมีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี โดยมีวาระพิเศษเลือกตั้งรองหัวหน้าพรรค ดูแลพื้นที่ภาคใต้ และรองเลขาธิการพรรค ในฐานะที่ตนเสนอตัวเป็นรองหัวหน้าพรรคภาคใต้นั้นเมื่อวันที่ 16 ธ.ค. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ได้เชิญตน และนายเดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา เข้าพบ เราทั้งสองคนยืนยันจะต่อสู้ตามวิถีทางประชาธิปไตยในพรรค และไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไรก็ยืนยันจะร่วมกันทำงานต่อไป

ส่วนตนได้พูดกับนายจุรินทร์ว่า นายเดชอิศม์เป็นส.ส.หนึ่งสมัย เหมาะสมเป็นรองเลขาธิการพรรคมากกว่า สำหรับตนเป็นส.ส.มา 9 สมัย จึงอาสาและตั้งใจจะเป็นรองหัวหน้าพรรคดูแลภาคใต้ในครั้งนี้ ซึ่งหัวหน้าพรรคได้เน้นย้ำว่า ขอให้ทั้งสองคนต่อสู้กันอย่างเต็มที่ เป็นไปตามวิถีประชาธิปไตยในพรรคเช่นกัน ดังนั้นตนขอความร่วมมือและความเมตตาจากทุกท่านในที่ประชุมใหญ่ช่วยสนับสนุนด้วย

“ผมประกาศชัดเจนว่ามียุทธศาสตร์ 4 ด้าน คือ 1.สร้างเครือข่ายอุดมการณ์ประชาธิปไตยทุกรุ่นในภาคใต้ให้มีความเข้มแข็งขึ้นมาอีกครั้ง 2.สร้างเครือข่ายยุทธศาสาตร์ ที่มีแนวคิดแบบเดียวกัน เพื่อขับเคลื่อนเป็นแนวนโยบายทันสมัย 3.จัดทีมเพื่อเตรียมดำเนินการนโยบายทันสมัยของภาคใต้ โดยเฉพาะเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว และ 4.รณรงค์ ชูนายจุรินทร์เป็นนายกฯ เพราะถือว่ามีคุณสมบัติพร้อม” นายชินวรณ์กล่าว

‘อุตตม’โพสต์โชว์คุย‘สนธิรัตน์’

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ อดีตรมว.พลังงาน และอดีตเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ โพสต์ภาพขณะนั่งจิบกาแฟ พูดคุยกับนายอุตตม สาวนายน อดีตรมว.คลัง และอดีตหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมโพสต์ข้อความ “คุยกันหลายเรื่องครับ มุมมองของเราทั้ง 2 ยังคงเป็นเรื่องอนาคตประเทศ ไทย แล้วจะมาเล่าให้ฟังต่อๆ ไปนะครับ” #สนธิรัตน์

ต่อมากลางดึกวันที่ 16 ธ.ค. นายอุตตม โพสต์ภาพอีกมุมหนึ่งที่มีการพูดคุยกับนายสนธิรัตน์ พร้อมข้อความว่า “มาจิบกาแฟกันครับ… ก็ได้พูดคุยเรื่องอนาคตของประเทศ ซึ่งผมเชื่อว่าคนไทยคงคิดถึงเรื่องนี้กันมาก โดยเฉพาะในช่วงเวลานี้ที่ใกล้จะหมดปีแล้ว คิดว่าคนไทยต้องการเห็นโอกาสใหม่ๆ ต้องการมีความหวัง และเมื่อมีความหวัง ทุกคนก็จะสามารถร่วมกันสร้างความหวังนั้นให้เป็นความจริง ผมคงมีเรื่องมาแลกเปลี่ยนกันหลังปีใหม่อย่างแน่นอนครับ”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเคลื่อนไหวของ นายอุตตมและนายสนธิรัตน์ ถูกจับตามองเป็นการส่งสัญญาณการตั้งพรรคการเมือง ที่มีข่าวจะเปิดตัวปลายม.ค.2565 ขณะที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตส.ส.พัทลุง อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ลาออกจากสมาชิกพรรค และมีข่าวมาร่วมพรรคใหม่ด้วยกัน

‘ชวน’คาดถกกม.ลูกเลือกตั้งม.ค.

ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ให้สัมภาษณ์หลังจากพรรคเพื่อไทยยื่นร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) หรือกฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. และร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ขั้นตอนหลังจากนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายจะตรวจสอบความถูกต้องก่อนบรรจุเข้าสู่วาระการประชุม แต่ยังต้องรอร่างกฎหมายของครม. และของพรรคร่วมรัฐบาลด้วย หากมีร่างกฎหมายที่เสนอเข้ามาเพิ่มเติมและมีสาระสำคัญเดียวกัน ก็สามารถนำมาพิจารณาร่วมกันได้

“คาดว่าอย่างเร็วที่สุดที่ประชุมรัฐสภาจะพิจารณาเรื่องนี้ระหว่างเดือนม.ค.หรือก.พ.2565 ซึ่งเป็นช่วงก่อนปิดสมัยประชุม และไม่ยืนยันว่าร่างกฎหมายดังกล่าวจะแล้วเสร็จในวาระที่ 3 ทันในสมัยประชุมรัฐสภานี้หรือไม่ เนื่องจากต้องรอพิจารณาอีกครั้งว่าที่ประชุมจะพิจารณาได้เร็วหรือไม่” นายชวนกล่าว

นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค ก้าวไกล เปิดเผยว่า ร่างกฎหมายลูกทั้ง 2 ฉบับของพรรคก้าวไกลเสร็จแล้ว กำลังส่งร่างให้พรรคร่วมฝ่ายค้านบางส่วนพิจารณารายละเอียด เพื่อขอเสียงสนับสนุนให้เกิน 50 เสียง คาดว่าจะยื่นต่อสภาในสัปดาห์หน้า

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน