จลาจลยุติ
คุกกระบี่
ขนย้ายวุ่น
‘2พันนช.’
กลางดึก

รวบแล้ว 31 หัวโจก ก่อจลาจลเผาโรงนอนเรือนจำกระบี่ ส่งเข้าคุกเขาบินราชบุรี พร้อมแจ้งความดำเนินคดี ระบุต้องโทษคดียาเสพติด และคดีอุกฉกรรจ์ รีบขนผู้ต้องขังกว่า 2 พันราย กระจายไปตามเรือนจำ-สภ.ใกล้เคียง เร่งสำรวจความเสียหายก่อนซ่อมแซม คฝ. สนธิกำลังนาวิกโยธิน และอาสารักษาดินแดน นำกำลัง 300 นายคุ้มกันเข้ม ป้องกันหลบหนี อธิบดีกรมราชทัณฑ์สั่งตั้งกก.สอบสวนหาสาเหตุกลัวโควิดหรือแค่อ้าง เผยเรือนจำกระบี่สร้างมา 80 ปี มีแผนย้ายไปสร้างที่ใหม่ เชื่อ เผาโรงนอนซ้ำอีกรอบหวังหลบหนี ยันไม่มีใครเสียชีวิต แค่บางคนบาดเจ็บ

ย้ายทั้งคืน – เรือนจำจังหวัดกระบี่ขนย้ายนักโทษกว่า 2 พันคน ไปฝากตามเรือนจำใกล้เคียง หลังเกิดเหตุจลาจลเผาเรือนนอน โดยต้องขนย้ายกันทั้งคืน ส่วน 31 หัวโจกส่งไปขังที่คุกเขาบิน จ.ราชบุรี เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.

เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงถึงกรณีการเกิดเหตุจลาจลที่เรือนจำจังหวัดกระบี่ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 ธ.ค. โดยกลุ่มนักโทษออกมาเรียกร้องให้ทางเรือนจำตรวจคัดกรองและคัดแยกผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 ออกไป ซึ่งเหตุการณ์เหมือนจะลุกลามบานปลาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงร่วมกับ เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง รวมถึงหน่วยร่วมปฏิบัติต่างๆ เข้าเจรจาเพื่อคลี่คลายสถานการณ์

จากนั้นได้คัดกรองและเคลื่อนย้ายนักโทษที่ติดเชื้อโควิด-19 จำนวนหนึ่งไปรักษายังโรงพยาบาลสนามและร.พ.กระบี่ โดยพล.ต.อ. สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.รับทราบถึงเหตุการณ์ดังกล่าว และสั่งการไปยัง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ให้ประสานการปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกรมราชทัณฑ์ หน่วยงานความมั่นคง หน่วยงานปกครอง หน่วยงานสาธารณสุข และหน่วยร่วมปฏิบัติอื่นๆ ในการตรวจคัดกรองและเคลื่อนย้ายนักโทษ รวมถึงสนับสนุนกำลังพลและอุปกรณ์ต่างๆ โดยนายอายุตม์ สันธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์เดินทางมายังเรือนจำดังกล่าวเพื่อควบคุมการปฏิบัติด้วยตนเอง

ต่อมาทางหน่วยร่วมปฏิบัติเริ่มตรวจคัดกรองตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 17 ธ.ค.จนถึงเย็น และเมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. กลุ่มนักโทษรวมตัวกันส่งเสียงดังและวางเพลิงโรงนอน ทางเจ้าหน้าที่พยายามใช้รถดับเพลิงฉีดน้ำ เพื่อควบคุมไม่ให้ไฟลุกลาม แต่ไม่สามารถควบคุมไว้ได้ ทำให้โรงนอนถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมด ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุม ฝูงชน (คฝ.) เข้าปฏิบัติการและสามารถควบคุมสถานการณ์ รวมถึงควบคุมตัวนักโทษไว้ได้ ต่อมาเวลาประมาณ 20.00 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมแกนนำนักโทษที่ก่อเหตุจำนวน 31 ราย ไปยังสภ.เมืองกระบี่ เพื่อเตรียมจะเคลื่อนย้ายตัวไปยังเรือนจำอื่นที่มีความมั่นคงสูง

รองโฆษกตร.กล่าวต่อว่า ส่วนนักโทษที่ไม่เกี่ยวข้องเคลื่อนย้ายไปควบคุมตัวยังเรือนจำข้างเคียงเป็นการชั่วคราว เพื่อให้ทาง เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ประเมินความเสียหายอีกครั้งหนึ่ง ในเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีผู้เสียชีวิต มีเพียงผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย และในส่วนของผู้ที่ก่อเหตุทางกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 และกองบังคับการตำรวจภูธรจ.กระบี่ จะตั้งคณะทำงานสืบสวนสอบสวนขึ้นเพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายต่อไป

ขณะที่บรรยากาศที่หน้าเรือนจำ จ.กระบี่ ถนนอุตรกิจ ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.กระบี่ เมื่อเวลา 11.00 น.วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงปิดการจราจรตั้งแต่สามแยกหน้าโรงเรียนอิศรานุสรณ์ไปจนถึงวงเวียนหน้าโรงเรียน อุตรกิจ ห้ามรถทุกชนิดที่ไม่เกี่ยวข้องวิ่งผ่านหน้าเรือนจำจ.กระบี่ เพื่อให้กำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษ พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่กองร้อยควบคุมฝูงชน ทหาร ตำรวจ และอาสารักษาดินแดนจ.กระบี่ได้ปฏิบัติภารกิจในการขนย้ายนักโทษทั้งหมด 2,159 คนไปยังเรือนจำต่างๆ ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา

โดยมีนายอายุตม์ สันธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ นายภักดี แก้วเนียม ผู้บัญชาการเรือนจำภาค 8 พล.ต.ต.ชัยวัฒน์ อุ้ยคำ ผบก.ภ.จว.กระบี่ น.อ.สุรวุฒิ สุขมงคล ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 2 กองพลนาวิกโยธิน นำกำลัง 300 นายคอยคุ้มกันรอบเรือนจำจ.กระบี่อย่างเข้มแข็งเพื่อป้องกันนักโทษหลบหนี

ต่อมาพล.ต.ท.สราวุฒิ การพานิช ผู้ช่วยผบ.ตร. เดินทางมาตรวจสอบความเสียหายของเรือนจำ ทั้งที่เรือนนอน ห้องสมุด และความเสียหายอื่นๆ ร่วมกับนายอายุตม์และแถลงข่าวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

อธิบดีกรมราชทัณฑ์กล่าวว่า หลังจากที่เรือนจำจ.กระบี่ถูกนักโทษเผาทำลายไปบางส่วน เบื้องต้นทางกรมราชทัณฑ์ได้ย้ายนักโทษออกจากเรือนจำจ.กระบี่ทั้งหมดไปไว้ยังเรือนจำใกล้เคียง ขณะนี้ยังเหลือนักโทษอยู่ข้างในอีกประมาณ 400 คน จะทยอยเคลื่อนย้ายให้หมดโดยเร็วเพื่อจะเข้าไปเคลียร์พื้นที่ภายในเรือนจำได้ ในส่วนของแกนนำ 31 คนยังไม่ได้สอบสวน เนื่องจากอยู่ระหว่างการขนย้ายไปยังเรือนจำเขาบิน จ.ราชบุรี หลังจากนี้จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนต่อไป

พร้อมกันนี้ทางกรมราชทัณฑ์จะตั้งกรรมการขึ้นมาอีกหนึ่งชุดจากส่วนกลางเพื่อลงมาสอบสวนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นว่าประเด็นมาจากเรื่องของการหวาดกลัวการระบาดของโรคโควิด-19 หรืออ้างเพื่อต้องการจะหลบหนีออกจากเรือนจำ สำหรับการสอบสวนที่จะเอาผิดกับบุคคลหนึ่งบุคคลใดอยู่ที่พนักงานสอบสวนในการรวบรวมพยานหลักฐานเอาผิดแก่ผู้ก่อเหตุเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม

สำหรับเรือนจำจ.กระบี่สร้างมาร่วม 80 ปี ซึ่งทางกรมราชทัณฑ์มีแผนที่จะย้ายที่ไปก่อสร้างใหม่ที่เรือนจำกระบี่น้อย อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นจะตั้งงบประมาณในการซ่อมแซมส่วนที่เสียหายก่อน และที่ผ่านมาทางกรมราชทัณฑ์ได้ดูแลผู้ต้องขังที่ติดเชื้อ โควิด-19 ตามหลักของกระทรวงสาธารณสุข ส่วนการฉีดวัคซีนให้แก่ผู้ต้องขัง ขณะนี้ ฉีดวัคซีนกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ให้แก่นักโทษ โดยฉีดครบ 2 เข็มไปแล้วกว่า 5 แสนคน

กรณีที่นักโทษอ้างว่าทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้แยกระหว่างผู้ป่วยกับผู้ที่ไม่ป่วยให้อยู่ปะปนกัน เรื่องนี้จะมีการสอบสวนข้อเท็จจริงด้วยว่าเจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติตามกระทรวงกำหนดหรือไม่ และหลังจากที่ย้ายผู้ต้องขังออกไปแล้วจะทำทะเบียนประวัติเพื่อจะได้แจ้งให้ญาติรับทราบได้ว่าผู้ต้องขังที่เป็นญาติของตัวเองไปอยู่ที่เรือนจำไหนจะได้เข้าเยี่ยมได้ และหลังจากนี้จะเคลียร์เรือนจําจ.กระบี่ให้เรียบร้อย เบื้องต้นจะซ่อมแซมขึ้นมาใหม่ หลังจากนั้นวางแผนย้ายเรือนจำไปอยู่ที่แห่งใหม่

ด้านพล.ต.ท.สราวุฒิกล่าวว่า ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทางผบ.ตร.ให้ความสำคัญ 3 เรื่อง เรื่องแรกคือการสืบสวน เรื่องที่ 2 การสอบสวน โดยเฉพาะเรื่องการสอบสวน ผบ.ตร.ได้สั่งการให้มีการบูรณาการกำลังจากทีมสอบสวนภาค 8 เข้ามาคลี่คลายคดีที่เกิดขึ้นโดยเร็วว่ามูลเหตุที่แท้จริงเป็นอย่างไร และประเด็นที่ 3 ในเรื่องของ เจ้าหน้าที่ที่เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ในเรือนจำ ทางผบ.ตร.ได้จัดทีมแพทย์มาตรวจร่างกายให้กับข้าราชการตำรวจที่เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ภายในเรือนจำทุกนาย

สำหรับในทางสืบสวนตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้มีการประชุมกำหนดประเด็นข้อกล่าวหา ซึ่งขออนุญาตไม่พูด มีการสรุปประเด็นไว้เรียบร้อยแล้ว เป็นไปตามตัวบทกฎหมาย ต้องให้ทางพนักงานสอบสวนดำเนินการไปก่อน

สำหรับเหตุนักโทษก่อเหตุวางเพลิงเผาโรงนอนซ้ำเมื่อเย็นวันที่ 17 ธ.ค.ที่ผ่านมา นาย อายุตม์ได้ให้สัมภาษณ์หลังควบคุมสถานการณ์ไว้ได้แล้วว่า หลังจากที่ได้พูดคุยเจรจากับนักโทษที่ก่อเหตุจลาจล เบื้องต้นไม่มีข้อเรียกร้องเพิ่มเติม นอกจากขอให้นำผู้ป่วยโควิด-19 ออกไปรักษาข้างนอกเท่านั้น ซึ่งทางกรมราชทัณฑ์ก็ได้ย้ายนักโทษที่ป่วยออกไปรักษาแล้ว ขณะนี้สามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว เป็นไปได้ว่าการก่อเหตุเผาเรือนนอนไม้ซ้ำอีกรอบ เนื่องจากมีนักโทษบางคนวางแผนต้องการหลบหนีออกจากเรือนจำ หลังจากที่ได้ตรวจหาเชื้อโควิด-19 แล้ว

จากการตรวจสอบกลุ่มนักโทษที่เป็นหัวโจกมี 31 คน หลังจากนี้จะแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป และขอยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ไม่มีนักโทษเสียชีวิต แต่มีบางคนได้รับบาดเจ็บจากการพยายามหลบหนีเนื่องจากถูกลวดหนามบาด หลังจากนี้จะย้ายนักโทษไปไว้ที่อื่นก่อนเพื่อปรับปรุงบริเวณที่เสียหายขึ้นใหม่ ส่วนนักโทษที่ก่อเหตุในครั้งนี้มีทั้งนักโทษคดียาเสพติดและคดีอุกฉกรรจ์รวม 31 ราย ได้ควบคุมตัวไว้ได้ทั้งหมดแล้ว ส่วนผู้ที่บาดเจ็บก็นำตัวไปรักษาที่ร.พ.กระบี่

ต่อมาตำรวจชุดคอมมานโดและตำรวจ ทหาร ควบคุมฝูงชน กว่า 100 นาย พร้อมอาวุธครบมือเข้าไปในเรือนจำควบคุมตัวแกนนำทั้งหมด นำออกมาขึ้นรถเรือนจำและนำไปแยกขังตามสภ.ต่างๆ ของจ.กระบี่ และส่งต่อไปยังเรือนจำเขาบิน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน