นนทบุรี6-อยุธยา1-ปัตตานี1
ยังรอผลตรวจยืนยันอื้อ
สธ.เร่งฉีดเข็ม3สกัดด่วน
สั่งบขส.ตรวจ‘เอทีเค’ ปีใหม่
‘โอมิครอน’ ลามหนัก ไทยติดเชื้ออีก 8 คน เป็นคณะกลับจากแสวงบุญประเทศซาอุดีอาระเบีย เข้ามาทางสนามบินสุวรรณภูมิ 7 คน ส่งรักษาร.พ.ในกทม.แล้ว ส่วนอีก 1 คนบินลงสนามบินภูเก็ต กลับไปรักษาที่ร.พ.โคกโพธิ์ ปัตตานี รองผู้ว่าฯ นนท์แจงมีคนท่าอิฐ ปากเกร็ด ร่วมคณะไป 21 คน พบติดเชื้อพันธุ์โอมิครอนแล้ว 6 คน เดลตา 8 รอผลอีก 2 ที่พบเชื้อแต่ยังระบุสายพันธุ์ไม่ได้ ส่งทีมสอบสวนโรคลงพื้นที่กักตัวกลุ่มเสี่ยงสูง เผยคณะบินไปแสวงบุญที่ซาอุฯ มีทั้งหมด 137 คน นายกฯ จี้ฉีดบูสต์เข็ม 3 สกัดเชื้อโอมิครอน ศบค.แถลงโควิดขาลงต่อเนื่อง ป่วยเหลือ 2,899 ราย เสียชีวิต 22 ราย
โควิดขาลง 2,899-ตาย 22
เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันว่า พบ ผู้ติดเชื้อใหม่จำนวน 2,899 ราย สะสม 2,191,528 ราย หายป่วย 4,389 ราย สะสม 2,128,358 ราย เสียชีวิต 22 ราย สะสม 21,377 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 41,793 ราย อยู่ใน ร.พ.20,466 ราย ร.พ.สนามและอื่นๆ 21,327 ราย มีอาการหนัก 928 ราย และใส่เครื่องช่วยหายใจ 249 ราย
ผู้ติดเชื้อมาจากการติดเชื้อในประเทศ 2,824 ราย เรือนจำ 21 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศ 54 ราย ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย 14 ราย, อังกฤษ สหรัฐอเมริกา ประเทศละ 8 ราย, มาเลเซีย 4 ราย, รัสเซีย ฝรั่งเศส สวีเดน กัมพูชา แคนาดา เดนมาร์ก ลาว ประเทศละ 2 ราย และเนเธอร์แลนด์ ออสเตรีย ไอซ์แลนด์ ไนจีเรีย เคนยา และโปแลนด์ ประเทศละ 1 ราย โดยมาทางอากาศ 49 ราย ได้แก่ เข้าระบบ Test&Go 37 ราย แซนด์บ็อกซ์ 7 ราย และเข้าระบบกักตัว 5 ราย และเข้ามาด่านพรมแดนทางบก 5 ราย
ผู้เสียชีวิต 22 ราย มาจาก 17 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่สูงสุด 3 ราย, สมุทรปราการ กระบี่ ยะลา จังหวัดละ 2 ราย และกทม. นครปฐม ปทุมธานี บุรีรัมย์ หนองบัวลำภู ตาก นครศรีธรรมราช พังงา สงขลา สตูล เพชรบุรี ลพบุรี และสมุทรสงคราม จังหวัดละ 1 ราย เป็นชาย 7 ราย หญิง 15 ราย อายุ 29-88 ปี ค่ากลางอายุ 71 ปี โดยเป็น ผู้สูงอายุ 60 ปี และมีโรคประจำตัวรวมกัน 96% ไม่มีโรคเรื้อรัง 4%
ป่วยเกิน 100 เหลือ 5 จว.
จังหวัดที่ติดเชื้อเกิน 100 ราย เหลือ 5 จังหวัด โดย 10 อันดับที่ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ 1.กทม. 395 ราย สะสม 435,072 ราย 2.ชลบุรี 197 ราย สะสม 110,686 ราย 3.นครศรีธรรมราช 185 ราย สะสม 46,177 ราย 4.สมุทรปราการ 133 ราย สะสม 131,045 ราย 5.ขอนแก่น 115 ราย สะสม 23,575 ราย 6.สงขลา 97 ราย สะสม 64,685 ราย 7.กระบี่ 86 ราย สะสม 11,578 ราย 8.ราชบุรี 73 ราย สะสม 41,862 ราย 9.สุราษฎร์ธานี 72 ราย สะสม 27,957 ราย และ 10.พระนครศรีอยุธยา 65 ราย สะสม 32,523 ราย
ขณะที่ติดเชื้อเพียงหลักหน่วยมี 23 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี 9 ราย, นครพนม 8 ราย, น่าน 8 ราย, หนองคาย 7 ราย, กำแพงเพชร 6 ราย, ชัยภูมิ 6 ราย, ระนอง 6 ราย, บุรีรัมย์ 5 ราย, สุรินทร์ 5 ราย, หนองบัวลำภู 5 ราย, ตราด 4 ราย, แพร่ 4 ราย, เลย 4 ราย, สมุทรสงคราม 4 ราย, ชัยนาท 3 ราย, พิจิตร 3 ราย, สิงห์บุรี 3 ราย, สุโขทัย 3 ราย, อุทัยธานี 3 ราย, กาฬสินธุ์ 2 ราย, อุตรดิตถ์ 2 ราย, ยโสธร 1 ราย และพะเยา 1 ราย ส่วนไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อ 3 จังหวัด ได้แก่ มหาสารคาม มุกดาหาร และอำนาจเจริญ
ฉีดเข็มแรกแล้ว 50 ล้านโดส
สำหรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 วันที่ 18 ธ.ค. ฉีดเพิ่มขึ้น 376,281 โดส โดยเป็นเข็มแรกเพียง 89,262 ราย สะสม 99,761,523 โดส แบ่งเป็นเข็มแรก 50,527,523 ราย คิดเป็น 70.1% ของประชากร เข็มสอง 44,332,226 ราย คิดเป็น 61.5% ของประชากร และเข็มสาม 4,901,343 ราย คิดเป็น 6.8% ของประชากร
ส่วนผู้เดินทางเข้าประเทศ วันที่ 1-18 ธ.ค. สะสม 146,781 คน ติดเชื้อ 306 คน คิดเป็น 0.21% ได้แก่ ระบบ Test&Go 126,649 คน ติดเชื้อ 180 คน คิดเป็น 0.14% แซนด์บ็อกซ์ 16,511 คน ติดเชื้อ 42 คน คิดเป็น 0.25% และกักตัว 3,621 คน ติดเชื้อ 84 คน คิดเป็น 2.32% กักตัว 7 วัน 743 คน กักตัว 10 วัน 2,511 คน และกักตัว 14 วัน 367 คน โดยเข้ามาผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 103,502 คน ท่าอากาศยานดอนเมือง 892 คน ท่าอากาศยานภูเก็ต 38,916 คน ท่าอากาศยานสมุย 2,415 คน และท่าอากาศยาน อื่นๆ 1,056 คน
เพิ่มจุดฉีดเอื้อทุกกลุ่ม
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ติดตามสถานการณ์โควิด-19 อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการฉีดวัคซีนให้กับประชาชน ย้ำกระจายการฉีดวัคซีนให้เกิดความครอบคลุมทั่วถึงประชาชนทุกกลุ่ม ซึ่งนายกรัฐมนตรียังฝากขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ อาสาสมัครทุกฝ่ายที่ร่วมมือกันให้บริการฉีดวัคซีน รวมทั้งพี่น้องประชาชนที่เข้ารับการฉีดวัคซีนทุกคน
สำหรับกรุงเทพมหานครได้เตรียม เพิ่มจุดบริการฉีดวัคซีนโควิดให้กับประชาชนทุกกลุ่ม ทุกสัญชาติ ผ่านแอพพลิเคชั่น “QueQ” ทั้งวัคซีนเข็มที่ 1 สำหรับ ผู้ที่ยังไม่เคยได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มที่ 2 สำหรับผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ชนิดใดก็ตามมาแล้ว 1 เข็ม และเข็มที่ 3 สำหรับผู้ที่ได้รับการ ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบ 2 เข็ม รวมถึงเข็มกระตุ้นหลังติดเชื้อ
ทั้งนี้ ผู้ลงทะเบียนเลือกสถานที่ฉีดวัคซีนได้ตาม แอพพลิเคชั่น ระบุ ได้แก่ 1.ศูนย์ฉีดวัคซีนป้องกันโรค โควิด-19 กรุงเทพมหานคร ณ อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนไทย-ญี่ปุ่น เขตดินแดง 2.โรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานคร ทั้ง 11 แห่ง และ 3.ศูนย์บริการสาธารณสุข สำนักอนามัย 6 แห่ง รวมทั้งหมด 18 แห่ง
กำชับฉลองปีใหม่เข้มโควิด
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ นายกฯ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนในการเดินทางกลับภูมิลำเนา เพื่อเฉลิมฉลองในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2565 และได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้มงวดมาตรการต่างๆ ในทุกกิจกรรมที่จัด ควบคู่ควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 เพื่อสร้างความอุ่นใจของประชาชน ผบ.ตร. สั่งตำรวจออกนอกพื้นที่อวยพร ผู้บังคับบัญชา ลดเสี่ยงแพร่เชื้อโควิด-19 ช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2565
ขณะที่ พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กล่าวว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ขอให้ข้าราชการตำรวจงดเดินทางออกนอกพื้นที่ เพื่อเข้าอวยพรปีใหม่ ผู้บังคับบัญชา เนื่องในเทศกาลปีใหม่ 2565 เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงโรคโควิด-19 และให้อยู่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ที่รับผิดชอบ เพื่อป้องกันปราบปรามอาชญากรรม อำนวยความสะดวกการจราจร งานบริการ หรือช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน เพื่อเป็นการสร้างความ เชื่อมั่น เป็นที่พึ่งให้กับประชาชน และถือว่าเป็นการมอบของขวัญปีใหม่ที่ตำรวจทุกนายมอบให้แก่พี่น้องประชาชนอีกด้วย
ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กล่าวว่า ขณะนี้ถือว่าสถานการณ์โควิดของไทยดี แต่เข้าใกล้ปีใหม่คนทำกิจกรรมเยอะ ดังนั้นจึงมีความเสี่ยงที่ตัวเลขจะเพิ่มได้ ซึ่งการประเมินสถานการณ์หลักๆ เราไม่ได้ดูแค่ตัวเลขติดเชื้อ โดยจะดู 1.ศักยภาพ ร.พ.รองรับผู้ป่วยอาการหนักไหวหรือไม่ ภาพที่เคยเห็นเตียงไอซียูเต็ม เตียงเต็มแบบนั้นรับไม่ได้ 2.ระบบสาธารณสุขรองรับ ผู้ติดเชื้อได้ เช่น อาการไม่หนัก คนป่วยไม่ล้น และ 3.อัตราเสียชีวิตไม่สูงพุ่งมาก ทั้งนี้ เราเคยทำโพลสำรวจประชาชนว่ารับได้กับสถานการณ์อย่างไร เรามีตัวเลขอยู่ แต่เรากำลังจะทำใหม่อีกครั้ง
เมื่อถามว่าหากหลังปีใหม่ตัวเลขติดเชื้อ ไม่เพิ่มขึ้นสูง คาดการณ์การระบาดอย่างไร นพ.โอภาสกล่าวว่า ขณะนี้กำลังคำนวณการระบาดรอบใหม่ว่า หลังปีใหม่จะเป็นอย่างไร เป็นแบบจำลองอันใหม่ เพื่อให้ประชาชนเห็นภาพ และใส่ในการอ้างอิงสถานการณ์ แต่ต้องใช้เวลาในการใส่ตัวแปร คาดว่าสัปดาห์หน้าจะแล้วเสร็จ
ให้บขส.ตรวจเอทีเค
เมื่อถามถึงคำแนะนำสำหรับผู้เดินทางกลับบ้านช่วงปีใหม่ นพ.โอภาสกล่าวว่า หากโดยสารด้วยรถสาธารณะ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กำลังประสานกับกระทรวงคมนาคมและบขส.ว่า หากรถขนส่งสาธารณะที่ต้องนั่งนานเกิน 4 ชั่วโมงขึ้นไป ควรมีการตรวจแอนติเจนเทสต์คิต (เอทีเค) ผู้โดยสารก่อนขึ้นรถ ทุกคน ส่วนพนักงานต้องตรวจอยู่แล้วตามมาตรการ รวมถึงตรวจใบรับรองการฉีดวัคซีนด้วย ซึ่งเป็นพื้นอยู่แล้วว่า ฉีด 2 เข็มก็มีความปลอดภัย
เมื่อถามถึงมาตรการที่อาจจำกัดเฉพาะผู้ได้รับวัคซีนเข้าร่วมเท่านั้น นพ.โอภาสกล่าวว่า หากทางภาครัฐ หรือศบค.ออกมาบังคับก็อาจเกิดปัญหาในทางปฏิบัติได้ แต่หากเอกชนดำเนินการเอง เช่น เจ้าของร้านอยากสร้างความปลอดภัยให้ร้าน ผู้ใช้บริการอื่นๆ แล้วจะกำหนดในเรื่องต่างๆ ก็เป็นสิทธิของทางร้าน ซึ่งบังคับได้ง่ายกว่า เข้าใจว่าเรื่องการฉีดวัคซีนเข้าสถานที่ต่างๆ ในต่างประเทศทำเยอะ มีความยอมรับของประชาชน แต่หากเราออกกฎหมายบังคับจะมีผลในภาคปฏิบัติ ดังนั้น ถ้าเอกชนทำเอง แล้วรัฐสนับสนุน เช่น การตรวจเอทีเค ให้สะดวกและ ง่ายขึ้น
เมื่อถามว่า หากมีการติดเชื้อสายพันธุ์ โอมิครอนในไทย จะมีผลกระทบต่อมาตรการช่วงปีใหม่หรือไม่ นพ.โอภาสกล่าวว่า สายพันธุ์โอมิครอนกระจายไป ทั่วโลก ดังนั้น โอกาสเจอในไทยมากขึ้นก็เป็นไปได้ เพราะมีคนเดินทางเข้าไทยมากขึ้นเรื่อยๆ แต่เราตรวจจับได้ ซึ่งตอนนี้เรายังเจอการนำเข้าจากต่างประเทศ เราก็ควบคุมไม่ให้เกิดระบาดวงกว้าง ดังนั้น ความร่วมมือประชาชนสำคัญมาก
หากพบโอมิครอนก็เหมือนสายพันธุ์อื่น ถ้าไม่รุนแรงมาก ก็ยอมรับได้ เรากังวลเรื่องคนไข้ล้นร.พ. ไอซียู รักษาไม่ไหว แต่ถ้าระดับที่รักษาคนไข้ได้ คนไข้ไม่ล้น ร.พ. ส่วนกิจการต่างๆ สังเกตได้ว่าหลายประเทศก็ไม่ได้ปิดประเทศแล้ว ส่วนประเทศที่เคยปิดก็กลับมาเปิด หลายประเทศเชื่อว่ามาตรการปิดประเทศไม่ส่งผลดี ปิดๆ เปิดๆ ดังนั้น ปิด 100% คงไม่ได้ แต่เปิดหมดก็ไม่ได้ มาตรการสำคัญคือ การฉีดวัคซีนป้องกัน รวมถึงเข็ม 3 มาตรการโควิด ฟรี เซ็ตติ้ง ทุกคนร่วมมือกันปฏิบัติตามคำแนะนำ

ตรวจเชื้อ – เจ้าหน้าที่สาธารณสุขตรวจคัดกรองผู้เดินทางกลับจากแสวงบุญที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย พบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอน 1 ราย ที่สนามบินนานาชาติภูเก็ต และที่สนามบินสุวรรณภูมิพบอีก 7 ราย เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.
กลับจากซาอุป่วยโอมิครอน 7
วันเดียวกัน นายปรีดา เชื้อผู้ดี ที่ปรึกษาจุฬาราชมนตรี อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ท่าอิฐ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เปิดเผยว่า ขณะนี้พบผู้ที่เดิน ทางกลับจากการแสวงบุญที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์ โอมิครอนแล้ว 7 คน และกลุ่มเสี่ยงสูง อีก 6 คน โดยลงเครื่องบินที่สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 15 ธ.ค. จากนั้นคณะทั้งหมดได้เข้ากักตัวที่โรงแรมอัลมาส ซอยรามคำแหง 5 ต่อมาแพทย์จาก ร.พ.วิภาราม มาตรวจให้คณะทั้งหมดที่โรงแรมผลตรวจออกมาเวลา 21.00 น. วันดังกล่าว ตอนแรกตรวจพบ 6 คน ต่อมาเพิ่มอีก 1 คน รวมเป็น 7 คน และมีกลุ่มผู้เสี่ยงสูงอีก 6 คน ขณะที่พบว่ามีบางคนติดเชื้อสายพันธุ์เดลตาด้วย
“ทั้งหมดที่บินมาเที่ยวนี้มี 30 กว่าคน ที่เดินทางไปแสวงบุญเล็กที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย จากนั้นแวะที่ประเทศ กาตาร์ ก่อนเดินทางถึงประเทศไทย และเดินทางเข้ากักตัวที่โรงแรมอัลมาสทันที โดยหลายคนเริ่มมีอาการตั้งแต่อยู่ประเทศซาอุดีอาระเบียแล้ว มีอาการตัวร้อนและไข้ขึ้น ก็มีมาจากหลายพื้นที่ทั้งใน จ.นนทบุรี พระนครศรีอยุธยา และอีกหลายที่ โดยในจำนวนนี้มีหลานผมติดด้วย 1 คน ขณะนี้ทั้งหมดรักษาตัวอยู่ที่โรงแรมอัลมาส ซึ่งโรงแรมมีคอนเน็กชั่นกับร.พ. โดย ห้ามออกจากห้องพักภายในโรงแรมโดย เด็ดขาด เพราะเชื้อตัวนี้ติดเร็วมาก” นายปรีดากล่าว
นนท์ไป 21 คนป่วย 16
ด้านสสจ.นนทบุรี เปิดเผยว่า มีกลุ่ม ผู้แสวงบุญ 14 ราย จาก 21 ราย ในพื้นที่ตำบลท่าอิฐ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ติดเชื้อโควิด กลับมาจากนครเมกกะ ประเทศซาอุดีอาระเบีย โดยตรวจพบเชื้อเมื่อวันที่ 15 ธ.ค จากนั้น พบว่าป่วยสายพันธุ์โอมิครอน 6 ราย และเดลตาอีก 8 ราย โดยทั้งหมดถูกนำตัวส่งรักษาตัวที่ ร.พ.วิภาราม รามคำแหง ตั้งแต่วันที่ 18 ธ.ค. ส่วนนักแสวงบุญอีก 7 ราย ที่ตรวจไม่พบเชื้อนั้นได้เดินทางกลับยังที่พักในพื้นที่ต.ท่าอิฐ
นายอภิชัย อร่ามศรี รองผวจ.นนทบุรี กล่าวว่า เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผวจ.นนทบุรี ได้มอบหมายให้ตนและทีมสอบสวน สสจ.นนทบุรี ลงพื้นที่สอบสวนโรคในกลุ่มนักแสวงบุญ 7 คน ที่เดินทางกลับเข้าที่พักในต.ท่าอิฐอีกครั้ง พบว่า 2 ราย ติดเชื้อโควิด แต่ยังไม่ทราบสายพันธุ์ที่แน่นอน จึงได้นำตัวส่งเข้ารักษาที่โฮสเทลในพื้นที่จ.นนทบุรี ทันที และรอผลตรวจยืนยันจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
ส่วนอีก 5 ราย ซึ่งเป็นผู้มีความเสี่ยงสูงได้ส่งไปกักตัวที่วิทยาลัยเทคโนโลยีทางการแพทย์และสาธารณสุข กาญจนาภิเษก (วทก.) ไทรน้อย เพื่อเฝ้าดูอาการและตรวจหาเชื้ออีก 14 วัน นอกจากนี้ยังพบว่ามีผู้เสี่ยงสูงอีก 2 รายใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ รวมแล้วมีผู้ที่มีความเสี่ยงสูงถูกกักตัวในขณะนี้รวม 7 ราย
“จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโอมิครอน ทางจังหวัดนนทบุรีมีการเฝ้าระวังมาโดยตลอด ซึ่งเมื่อเริ่มพบว่ามีการระบาดในพื้นที่ จึงได้ประชุมเตรียมมาตรการรับมือการแพร่ระบาดในทันที ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก เนื่องจากทีมสอบสวนโรค สสจ.นนทบุรีได้ลงพื้นที่ควบคุมการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว โดยได้นำตัวผู้ติดเชื้อและกลุ่มผู้มีความเสี่ยงสูงไปเข้ารับการรักษาและกักตัวดูอาการอย่างใกล้ชิดทั้งหมดแล้ว จึงขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในแนวทางป้องกันของจังหวัด” นายอภิชัยกล่าว
อยู่ปัตตานี 1 ราย
นพ.อนุรักษ์ สารภาพ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ปัตตานี กล่าวยืนยันว่า พบผู้ติดเชื้อโควิดโอมิครอน 1 คน ซึ่งเป็นคณะอุมเราะห์กลับมาจากประเทศซาอุดีอาระเบีย ได้ลงเครื่องบินที่ จ.ภูเก็ต จริงและเข้าภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ พบผู้ติดเชื้อ 5 คน โดย 1 คนติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอน ส่วนอีก 4 คนติดเชื้อสายพันธุ์เดลตา ซึ่งผู้ติดเชื้อทุกคนได้อยู่ในความดูแลของทีมแพทย์อย่างใกล้ชิด
สำหรับผู้ที่เดินทางไปอุมเราะห์ (การแสวงบุญเล็ก) รอบนี้มีทั้งหมด 137 คน เป็นโครงการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบของศอ.บต.ก่อนจะกลับมาได้มีการตรวจ อาร์ที-พีซีอาร์ ที่ซาอุฯ แล้ว และกลับมาตรวจอีกครั้งที่จ.ภูเก็ต โดยก่อนกลับบ้านเมื่อวันศุกร์ได้มีการตรวจเอทีเค ก่อนเดินทางอีกด้วย และทั้งหมดที่เหลือไม่มีใครตรวจพบเชื้อแต่อย่างใด
ส่วนผู้ป่วยรายแรกที่ติดเชื้อโอมิครอนนั้น ต้องการมารักษาตัวที่บ้าน ทีมแพทย์จึงได้จัดส่งแบบกักตัวบนรถคันเดียวแยกเดินทางมาเข้ารับการรักษาตัวที่ร.พ. โคกโพธิ์แล้วเมื่อคืนนี้ และอยู่ระหว่างสอบสวนโรคเพิ่มเติม ส่วนคนที่เหลือ ทางจังหวัดได้มีรายชื่อทุกคน และให้ทีมพยาบาล อนามัยชุมชนคอยติดตาม ดูอาการอย่างใกล้ชิดอีกครั้ง เราได้ทำตามมาตรการควบคุมโรคอย่างเข้มงวดอยู่แล้ว คาดว่าน่าจะควบคุมได้ ไม่บานปลาย และทางศบค.จะประชุมและวางมาตรการ การจัดการภายในจังหวัดอีกครั้ง ด้านศอ.บต. หลังจากปัญหาที่เกิดขึ้น จึงเตรียมตัวรับมือปรับแผนใหม่อีกครั้ง
ขณะเดียวกัน สสจ.ปัตตานี ได้ออกประชาสัมพันธ์ผ่านเพจเฟซบุ๊ก กรณีพบ ผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอมิครอน จากการเดินทางเข้าประเทศ จากจุดคัดกรองด่านเข้าประเทศ ขอให้คนปัตตานีอย่าตื่นตระหนก
มั่นใจคุมได้-กักกลุ่มเสี่ยง
ด้านนพ.มูฮำหมาด ละใบจิ รองผอ.ร.พ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี และเป็นทีมแพทย์ที่เดินทางร่วมคณะไปแสวงบุญ ที่ประเทศซาอุฯ กล่าวว่า เมื่อวานเวลา 13.00 น. ทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อมูลเข้ามา ซึ่งช่วงแรกที่เข้าแซนด์บ็อกซ์ พบผู้ติดเชื้อ 3 คน จากนั้นทุกคนได้อยู่ในความดูแลของทีมแพทย์อย่างใกล้ชิดมาตลอดตอนอยู่ที่จ.ภูเก็ต ในส่วนคนอื่นๆ ได้ตรวจอาร์ที- พีซีอาร์ ไม่พบผลเชื้อ รวมทั้งไม่มีอาการ เข้ากักตัว พร้อมได้มีมาตรการระดับจังหวัดอย่างเข็มงวด โดยได้มีการเฝ้าระวังอย่างเต็มที่และต่อเนื่องในการกักตัว จนถึงวันที่ 27 ธ.ค. ขอให้มั่นใจ สำหรับผู้ที่ผลเป็นลบได้รับการกักตัวตลอดระยะเวลา 5 วันแล้ว
ในเบื้องต้นสำหรับผู้ที่ไม่มีอาการได้ผ่านพ้นระยะฟักตัวของเชื้อแล้ว คาดว่าไม่มีเชื้อโควิดแล้ว แต่เพื่อความรัดกุมและปลอดภัยให้มากที่สุด พวกเราจะกักตัวเองและสังเกตอาการต่อจนครบ 14 วัน ซึ่งสร้างความปลอดภัยให้ตัวเองและพี่น้องของเราอย่างเต็มที่
รายงานข่าวระบุว่า ในจำนวนผู้ร่วมเดินทางครั้งนี้ หลังจากตรวจที่ประเทศซาอุฯ ไม่พบเชื้อ เมื่อมาถึงสนามบินนานาชาติภูเก็ตได้ตรวจ อาร์ที-พีซีอาร์ ซ้ำ พบว่าเป็นบวก 5 ราย และได้ตรวจยืนยันซ้ำอีกครั้งพบว่าเป็นบวกเพียง 3 ราย เป็นชาวปัตตานี 2 ราย แต่เป็นเชื้อโอมิครอน 1 ราย และชาวนราธิวาส 1 ราย
ผู้ป่วยไม่มีอาการ
ผู้เดินทางไปอุมเราะห์ครั้งนี้ทั้งหมด 137 คนแยกการเดินทางออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรก 50 กว่าคน และกลุ่ม 2 อีก 70 กว่าคน ทั้ง 2 กลุ่มแยกเดินทางคนละวัน โดยเริ่มเดินทางตั้งแต่วันที่ 9 ธ.ค. จากนั้นวันที่ 17 ธ.ค. ทั้งหมด เดินทางกลับภูมิลำเนา พร้อมกักตัวที่บ้านอีก 14 วัน โดยรวมจากการตรวจสอบข้อมูลยังไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม และทั้งหมดมีสุขภาพปกติทุกอย่าง
นพ.กู้ศักดิ์ กู้เกียรติกูล นพ.สสจ.ภูเก็ต กล่าวว่า ทั้ง 5 รายจาก 137 คนที่กลับจากแสดงบุญ ที่ติดเชื้อโควิดได้กักตัวและเข้ารับการรักษาในพื้นที่จ.ภูเก็ต โดยอยู่ในความดูแลของทีมแพทย์อย่างใกล้ชิดตลอดระยะเวลาที่อยู่ภูเก็ต เป็นเวลา 5 วัน เป็น กลุ่มผู้ป่วยสีเขียวที่ไม่มีอาการ และได้ขอเดินทางกลับไปรักษาในพื้นที่ชายแดนใต้
โดยสสจ.ภูเก็ตได้ประสานกับจังหวัดปลายทาง ให้ผู้ป่วยกลุ่มนี้ได้กลับไปรักษาภายใต้การดูแลจากทีมแพทย์ตามมาตรการระดับจังหวัดอย่างเข็มงวด ต่อมาในวันที่ 17 ธ.ค. ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ภูเก็ต ว่า 1 ใน 5 ราย เป็นผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอน หลังจากที่ได้เดินทางกลับไปรักษาตัวในพื้นที่แล้ว
ส่วนจ.ภูเก็ต พบผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ 35 ราย จากในจังหวัด 28 ราย จากต่างประเทศ 2 ราย และจาก test & go 5 ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย
จี้ฉีดเข็ม 3 สกัดโอมิครอน
ที่อินดอร์สเตเดี้ยม (ชาติชาย ฮอลล์) จ.นครราชสีมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข กล่าวถึงกรณีพบผู้ป่วยโควิดสายพันธุ์โอมิครอนกลับจากแสวงบุญที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย ว่า เราได้คัดกรองเฝ้าระวังอย่างเต็มที่ และพยายามศึกษาอยู่ตลอดเวลาว่าพิษสงเป็นอย่างไร วัคซีนที่ประชาชนได้รับไปแล้ว มีความสามารถที่จะป้องกันการติดเชื้อได้ระดับไหน แต่สิ่งที่ค่อนข้างจะมั่นใจ คือวัคซีนช่วยลดการเข้าไปทำลายเนื้อเยื่อในปอดได้ในระดับหนึ่ง และลดอาการป่วยหนัก และเสียชีวิตได้อย่างครอบคลุม จึงต้องมีมาตรการจากภาครัฐให้เร่งฉีดวัคซีนเข็ม 3
โดยวันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ นายกฯ สั่งการมาทางไลน์ของตน ให้เร่งฉีดวัคซีนเข็ม 3 ให้เร็วกว่านี้ เพื่อเสริมภูมิคุ้มกัน โดยขณะนี้ฉีดเข็ม 3 ได้มากกว่า 7 ล้านคนแล้ว ขณะเดียวกัน ภาพรวมการฉีดวัคซีนก็ทะลุ 100 ล้านโดสแล้ว ซึ่งน่าจะมีความปลอดภัยในระดับหนึ่ง แต่ก็ต้องไม่ประมาท โดยต้องได้รับความร่วมมือที่ดีจากพี่น้องประชาชนด้วย
ส่วนที่ช่วงนี้มีการนำคำพูดของนายอนุทิน และพล.อ.ประยุทธ์ ไปเป็นประเด็นดราม่า นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่เป็นไร เพราะนายกฯ ตั้งใจทำงานเต็มที่หวังดีต่อประชาชนที่สามารถพิสูจน์ได้ ขอติดรถทัวร์ เพื่อสร้างความป๊อปปูลาร์ให้กับตัวเอง โดยการด่าคนอื่นก็ไม่เป็นไรถือว่าทำบุญ
ชี้บทเรียนคอนเสิร์ตสุรินทร์
เมื่อถามถึงคอนเสิร์ตที่จัดขึ้นในงานช้างแฟร์ จ.สุรินทร์ ที่พบว่ามีความแออัดของประชาชน นายอนุทิน ยอมรับว่า เป็นการฝ่าฝืนมาตรการ โดยได้ตักเตือนผู้ที่เกี่ยวข้องแล้ว เชื่อว่ากรณีนี้จะเป็นบทเรียนให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกแห่ง ในฐานะที่เป็นประธานคณะกรรมการการจัดงานได้ตระหนัก โดยรัฐบาลมีหน้าที่ออกมาตรการให้เท่านั้น ส่วนการบังคับใช้ขึ้นอยู่กับทางจังหวัด
ขณะเดียวกัน ยังเสนอให้ใช้มาตรการเฝ้าระวัง กำหนดจำนวนผู้เข้าร่วมงานตามความปลอดภัย ซึ่งติดตามได้จากนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด อย่างไรก็ตามเห็นใจทุกฝ่าย เพราะประชาชนก็อยากออกมาข้างนอกเช่นกัน และย้ำว่าจัดงานได้ แต่ต้องอยู่ในกรอบของความปลอดภัย
หลวงพ่อมรณภาพฉีดเข็ม 3
ที่จ.เพชรบูรณ์ มีพระสงฆ์ที่วัด พื้นที่ต.ในเมือง อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ มรณภาพ หลังจากฉีดวัคซีนโควิดได้ 2 วัน โดยญาติได้นำศพไปประกอบพิธีทางศาสนา และฌาปนกิจวันที่ 20 ธ.ค. ที่วัดในต.หินฮาว อ.หล่มเก่า
นายวันเฉลิม อ่อนอิงนอน อายุ 42 ปี บ้านเลขที่ 100 หมู่ 10 ต.หินฮาว อ.หล่มเก่า เปิดเผยว่า พระอายุ 68 ปี ที่มรณภาพ เป็นพ่อของตน ได้บวชมาแล้ว 7 พรรษา โดยจำพรรษาอยู่ที่วัดช้างเผือก ต.ในเมือง อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งตนก็ไปเยี่ยมไปกราบอยู่อย่างต่อเนื่อง หลวงพ่อมีสุขภาพแข็งแรง โรคประจำตัวมีเพียงความดันเท่านั้น ได้ฉีดวัคซีนซิโนแวคเข็มแรก เมื่อวันที่ 24 ส.ค. เข็ม 2 ฉีดแอสตร้าเซนเนก้า วันที่ 14 ก.ย.
จากนั้นวันที่ 14 ธ.ค. ได้บูสต์เข็ม 3 ด้วยไฟเซอร์ ตนก็ได้โทรศัพท์สอบถามอาการโดยตลอด ซึ่งหลวงพ่อก็แจ้งว่ามีแค่อาการเวียนหัวนิดหน่อย คาดว่าน่าจะเป็นอาการข้างเคียงของวัคซีน กระทั่งประมาณ 02.41 น. วันที่ 16 ธ.ค. หลวงพ่อได้โทรศัพท์มาหาให้มารับพาไปโรงพยาบาลเนื่องจากมีอาการแน่นหน้าอก เวียนหัว คลื่นไส้ อาเจียน มึนหัวไปหมด
จากนั้นตนก็ได้ยินเสียงเหมือนหายใจเข้าเฮือกใหญ่ และปลายสายก็เงียบไปเลย ตนจึงรีบเดินทางจากบ้านไปถึงวัดประมาณตี 3 ก็พบร่างของท่านนอนฟุบไร้ลมหายใจอยู่กับเตียงนอนภายในกุฏิเพียงลำพัง เชื่อว่ามรณภาพเนื่องมาจากวัคซีนอย่างแน่นอน จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจง หรือสรุปสาเหตุการมรณภาพของหลวงพ่ออย่างแท้จริง