บิ๊กตู่เรียกศบค.ประชุมด่วน
ขอมาไทยแล้ว9หมื่น-กักตัว
ทุ่มซื้อวัคซีนอีก3.5หมื่นล้าน
‘ฮู’วอนเลิกจัดฉลองปีใหม่

ปิดรับนักท่องเที่ยวเข้าไทย มีผลทันที ‘ตู่’ ประชุมด่วนศบค. ก่อนสั่งระงับเทสต์แอนด์โก ส่วนที่ขออนุญาตเข้ามาแล้ว ใช้กักตัว 7 วัน สธ.แจงแค่ระยะสั้น เหตุ กลุ่มเสี่ยงโอมิครอนโผล่ 97 ราย ส่วน 5-11 ขวบจำเป็นฉีดวัคซีน ครม.อนุมัติ 3.5 หมื่นล้าน ซื้อวัคซีน 90 ล้านโดส หลังพบเด็กเสี่ยงติดโอมิครอน ‘ฮู’ วอนเลิกเที่ยว-ฉลองปีใหม่ ลดระบาด

เทสต์แอน์โกเจอโควิด 22 ราย

เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันว่า วันนี้ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อใหม่ 2,476 ราย สะสม 2,196,529 ราย หายป่วย 3,649 ราย สะสม 2,136,197 ราย เสียชีวิต 32 ราย สะสม 21,440 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 38,892 ราย อยู่ในร.พ. 18,833 ราย ร.พ.สนามและอื่นๆ 20,059 ราย มีอาการหนัก 880 ราย และใส่เครื่องช่วยหายใจ 237 ราย ทั้งนี้ ผู้ติดเชื้อมาจากเรือนจำ 47 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศ 30 ราย ได้แก่ สหรัฐอเมริกา 8 ราย, ซาอุดีอาระเบีย 6 ราย, อังกฤษ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เดนมาร์ก ประเทศละ 3 ราย, เนเธอร์แลนด์ รัสเซีย โอมาน เยอรมนี ฟินแลนด์ สโลวีเนีย และกัมพูชา ประเทศละ 1 ราย โดยมาทางอากาศ 29 ราย ได้แก่ เข้าระบบ Test&Go 22 ราย แซนด์บ็อกซ์ 2 ราย และเข้าระบบกักตัว 4 ราย และเข้ามาด่านพรมแดนทางบก 1 ราย

ส่วนผู้เดินทางเข้าประเทศ วันที่ 1-20 ธ.ค. สะสม 171,780 คน ติดเชื้อ 377 คน คิดเป็น 0.22% ได้แก่ ระบบ Test&Go 147,291 คน ติดเชื้อ 227 คน คิดเป็น 0.15% แซนด์บ็อกซ์ 20,504 คน ติดเชื้อ 50 คน คิดเป็น 0.24% และกักตัว 3,985 คน ติดเชื้อ 100 คน คิดเป็น 2.51% (กักตัว 7 วัน 848 คน กักตัว 10 วัน 2,731 คน และกักตัว 14 วัน 406 คน) โดยเข้ามาผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 119,521 คน ท่าอากาศยานดอนเมือง 1,022 คน ท่าอากาศยานภูเก็ต 47,008 คน ท่าอากาศยานสมุย 3,147 คน และท่าอากาศยานอื่นๆ 1,082 คน

สำหรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 วันที่ 20 ธ.ค. ฉีดเพิ่มขึ้น 273,326 โดส โดยเป็นเข็มแรกเพียง 50,876 ราย สะสม 100,171,841 โดส แบ่งเป็นเข็มแรก 50,604,144 ราย คิดเป็น 70.2% ของประชากร เข็มสอง 44,487,133 ราย คิดเป็น 61.8% ของประชากร และเข็มสาม 5,080,564 ราย คิดเป็น 7.1% ของประชากร

‘ฮู’ขอให้เลิกเที่ยวปีใหม่

ขณะที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ออกมาร้องขอให้ผู้คนยกเลิกแผนการในช่วง วันหยุดยาวปีใหม่บางอย่าง เพื่อปกป้องระบบสาธารณสุข หลังจากที่โควิดกลายพันธุ์ โอมิครอนแพร่ระบาดไปทั่วโลกในขณะนี้ โดยนายทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก กล่าวว่า การยกเลิกการจัดงานดีกว่าการเสียชีวิต พร้อมทั้งระบุว่าจำเป็นต้องมีการตัดสินใจที่ยากลำบากในบางกรณี ซึ่งอาจหมายถึงการยกเลิกหรือเลื่อนการจัดงานออกไปก่อน ขณะนี้มีหลักฐานที่บ่งชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า โอมิครอนกำลังแพร่ระบาดไปด้วยความรวดเร็วอย่างมีนัยสำคัญมากกว่าโควิดกลายพันธุ์เดลตา ประเทศจีนซึ่งพบโควิด-19 เป็นที่แรกของโลกเมื่อปี 2019 จะต้องแบ่งปันข้อมูลต่างๆ ที่มีเกี่ยวกับโควิด-19 เพราะเราจำเป็นจะต้องสืบค้นต่อไปจนกว่าเราจะรู้ถึงต้นตอของมัน และเราต้องเรียนรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเพื่อที่จะทำให้ดีขึ้นในอนาคต

“พวกเราทุกคนรู้สึกรำคาญใจกับการแพร่ระบาด เราทุกคนต้องการใช้เวลาร่วมกับเพื่อนและครอบครัว เราทุกคนต้องการกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ แต่วิธีที่เร็วที่สุดที่จะทำอย่างนั้นได้คือต้องมีการตัดสินใจที่ยากลำบากเพื่อปกป้องตัวเราและคนอื่นๆ มันจะดีกว่าถ้าเรายกเลิกในขณะนี้และไปเฉลิมฉลองในเวลาให้หลัง มากกว่าที่จะเฉลิมฉลองในขณะนี้แล้วค่อยไปเสียใจทีหลัง” นายกีบรีเยซุสกล่าว

ดร.สมยา สวามินาธาน หัวหน้าทีม นักวิทยาศาสตร์ขององค์การอนามัยโลก กล่าวว่า ไม่ฉลาดเลยถ้าเราจะเร่งสรุปจากข้อมูลเบื้องต้นว่าโอมิครอนเป็นไวรัสที่ไม่รุนแรงเมื่อเทียบกับตัวก่อนหน้า พร้อมกับเตือนว่าเมื่อตัวเลขผู้ป่วยพุ่งสูงขึ้นระบบสาธารณสุขทั้งหมดก็จะต้องตกอยู่ในภาวะตึงมือ

เข้มโควิด – นักท่องเที่ยวต่างชาติ 117 คน เดินทางจากประเทศสิงคโปร์ มาถึงสนามบินสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เข้ารับการตรวจเข้มข้นสกัดโควิดสายพันธุ์ โอมิครอน ผลเบื้องต้นไม่พบผู้ติดเชื้อ เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.

สธ.เผยคนไทยยังห่วงระบาด

ด้านนพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย แถลงข่าวครอบครัวปลอดภัย ต้อนรับปีใหม่ ปลอดภัยจาก โควิด-19 ว่า อีก 10 กว่าวันจะถึงช่วง เฉลิมฉลองปีใหม่ 2565 ที่จะมีการกลับภูมิลำเนาพบปะญาติพี่น้องเพื่อนฝูง หรือเดินทางท่องเที่ยว แม้ขณะนี้โรคโควิด-19 จะดีขึ้นต่อเนื่อง และรับวัคซีนถึง 100 ล้านโดสแล้วก็ตาม แต่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ยังต้องเฝ้าระวังการระบาดต่อไป เพื่อให้ปีใหม่เริ่มได้อย่างปลอดภัยต่อตนเองและครอบครัว ทั้งนี้จากผลสำรวจอนามัยโพล วันที่ 1-20 ธ.ค. 2564 เกี่ยวกับความกังวลต่อการระบาดของโควิดช่วงเทศกาลปีใหม่ พบว่า ร้อยละ 82 รู้สึกกังวลใจ สาเหตุมากกว่าร้อยละ 70 คิดว่าเป็นช่วงที่รวมกลุ่มทำกิจกรรม สังสรรค์ ท่องเที่ยว มีโอกาสเกิดการแพร่ระบาดระลอกใหม่ได้ และกลัวว่าจะมีการระบาดของสายพันธุ์ใหม่ ‘โอมิครอน’ ขึ้นภายในประเทศ ส่วนประชาชนที่ไม่รู้สึกกังวลให้เหตุผลว่า เพราะจะต้องอยู่ร่วมกับโรคให้ได้ โดยใช้ชีวิตตามปกติ ส่วนหนึ่งมั่นใจการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันของสถานประกอบการต่างๆ

สำหรับกิจกรรมที่คิดว่าจะทำให้เกิดการระบาดโควิด 5 อันดับ คือการรวมกลุ่มในสถานประกอบการต่างๆ ร้อยละ 67, การเดินทางกลับภูมิลำเนา/ไปเที่ยวด้วยรถส่วนตัวร้อยละ 67, กลับภูมิลำเนา/ท่องเที่ยวด้วยขนส่งสาธารณะร้อยละ 58, การเดินทางจากต่างประเทศร้อยละ 56 และการลักลอบเข้าประเทศร้อยละ 51 ส่วนสถานที่ที่ประชาชนคิดว่าจะทำให้เกิดการระบาด คือ สถานบันเทิงผับบาร์คาราโอเกะร้อยละ 64, สถานที่ท่องเที่ยวร้อยละ 59, ตลาดร้อยละ 48, ห้างสรรพสินค้าร้อยละ 44 และขนส่งสาธารณะร้อยละ 44 อย่างไรก็ตาม เมื่อสอบถามพบว่าเกือบร้อยละ 85 มีแผนฉลองปีใหม่ที่บ้าน ฉลองที่ร้านอาหารร้อยละ 17 หรือร่วมอีเวนต์ต่างๆ ร้อยละ 16 ทั้งนี้ขอให้ทุกฝ่ายร่วมกันเคร่งครัดต่อมาตรการป้องกัน เพราะตบมือข้างเดียวไม่ดัง ก็จะได้มีปีใหม่ได้อย่างปลอดภัย

ร้องนายกฯ – กลุ่มผู้ประกอบการที่เดือดร้อนจากโควิดยื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เรียกร้องทบทวนมาตรการปิดประเทศและการกักตัวนักท่องเที่ยว รวมทั้งมาตรการงดเคานต์ดาวน์ปีใหม่ ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.

ผู้ประกอบการวอนอย่าล็อกดาวน์

วันเดียวกัน ที่ศูนย์เรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล ชมรมผู้ประกอบการที่เดือดร้อนจากโควิดยื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ผ่านนายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อเรียกร้องให้ทบทวนมาตรการปิดประเทศและการกักตัวนักท่องเที่ยว โดยระบุว่า ทางชมรมตั้งขึ้นมาอย่างเฉพาะกิจในกลุ่มที่ทำมาหากิน อาชีพเดียวกัน คือเป็น ผู้ประกอบการด้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยว สายการบิน และการจัดงานอีเวนต์ การรวมตัวเฉพาะกิจครั้งนี้เพื่อเรียกร้องอย่างสันติ ขอให้นายกฯ ในฐานะ ผอ.ศบค. ทบทวนนโยบายการกับตัวนักท่องเที่ยว รวมถึงมาตรการที่ให้งดจัดงานเคานต์ดาวน์เฉลิมฉลองปีใหม่ในหลายพื้นที่ เนื่องจากจะส่งผลให้ประชาชน และธุรกิจการท่องเที่ยว เดือดร้อนถึงขีดสุด ที่สำคัญทางชมรมกลัวเหลือเกินว่ารัฐบาล และศบค. จะมีนโยบายให้ล็อกดาวน์ จนนำไปสู่การปิดประเทศอีกครั้ง หากเป็นเช่นนั้น ผู้ประกอบการและประชาชนจะเดือดร้อนอย่างมาก จนแทบสิ้นเนื้อประดาตัว สิ่งที่กลัวที่สุดคือการสร้างกระแสให้เกิดความหวาดกลัวเกินเหตุ จนแทบไม่มีข่าวใด ให้หลงเหลือความเชื่อมั่นในระบบการ ท่องเที่ยวได้เลย ขอร้องว่า โปรดอย่า บริหารนโยบายผิดซ้ำ ด้วยการล็อกดาวน์ประเทศไทยอีกเลย

จากนั้นชมรมผู้ประกอบการที่เดือดร้อนจากโควิด ประมาณ 30 คน เดินทางมายังกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เพื่อยื่นหนังสือถึงนพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัด สธ. เพื่อคัดค้านไม่ให้มีการล็อกดาวน์ เนื่องจากได้รับความเดือดร้อน หลังมีกระแสจะชะลอการเดินทางเข้าประเทศแบบ Test&Go โดยมีการ ชูป้ายข้อความเรียกร้องต่างๆ

น.ส.อริศรา ยืนยาว ผู้แทนชมรมผู้ประกอบ การฯ กล่าวว่า ประเทศไทยฉีดวัคซีนแล้ว กว่า 100 ล้านโดส ไม่ได้แปลว่าโควิดจะไม่มี แต่ต้องอยู่กับมันให้ได้ ต้องหามาตรการตรงกลาง โดยเฉพาะช่วงนี้เป็นไฮซีซั่น เปิดประเทศมาคาดหวังจะไม่กลับไปสู่จุดเดิมอีก เพราะบางคนใช้เงินก้อนสุดท้ายมาสู้ธุรกิจอีกครั้ง โดยหวังจะจัดงานช่วงปีใหม่ หากมีการยกเลิก Test and Go แล้วกลับไปใช้การกักตัว 14 วัน ก็จะทำให้นักท่องเที่ยวไม่อยากมา และทำให้ขาดความเชื่อมั่นทั้งต่อนักท่องเที่ยวและนักลงทุน และเป็นสัญญาณที่อาจจะนำไปสู่การล็อกดาวน์อีก

สธ.ชงหันมาใช้กักตัว 7 วัน

ด้านนพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงการยกระดับมาตรการป้องกันโควิดสายพันธุ์โอมิครอน ว่า สธ.เสนอให้ชะลอการรับผู้เดินทางเข้าประเทศรูปแบบเทสต์แอนด์โก และปรับมาใช้รูปแบบกักตัว 7 วัน ซึ่งมีผลบังคับใช้กับทุกประเทศ โดย ผู้จะเข้ามาต้องตรวจ RT-PCR ไม่พบเชื้อก่อนมาถึงไทย 72 ชั่วโมง มาถึงแล้วพักในโรงแรมกักกันโรคตามกำหนด และตรวจ RT-PCR ซ้ำอีก 2 ครั้ง คือวันแรกที่มาถึงและวันที่ 7 ก่อนออกจากการกักตัว อย่างไรก็ตาม ต้องรอศบค.เคาะก่อน ซึ่งนายกฯเรียกประชุม วันนี้ ย้ำว่าเป็นการชะลอไปก่อน หากสถานการณ์ดีขึ้น ก็ค่อยปรับกลับมาใช้ใหม่ เราต้องปรับตามสถานการณ์

เมื่อถามว่าขณะนี้พบผู้ติดเชื้อโอมิครอนในประเทศ จะมีมาตรการอย่างไรช่วงปีใหม่ นพ.โอภาสกล่าวว่า เราเสนอ 1.ชะลอเทสต์แอนด์โกออกไปก่อน 2.คนที่เข้ามาแล้วต้องตรวจ RT-PCR อย่างน้อย 2 ครั้ง 3.ทุกจังหวัดเข้มงวดมาตรการป้องกัน เช่นหากพบเคสจะต้องสอบสวนโรคละเอียดถึงต้นตอและ สายพันธุ์ เข้มมาตรการ COVID Free Setting หรือมาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร และ 4.ขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันสูงสุด

“ขณะนี้เคสโอมิครอนมาจากต่างประเทศ ดังนั้นกิจกรรมปีใหม่ในประเทศ ไม่ชะลอเพียงแต่ให้จัดตามมาตรการปลอดภัยสาหรับองค์กร ให้เว้นระยะห่าง ต้องไม่หนาแน่น เป็นเรื่องที่ต้องย้ำทางจังหวัดให้กำกับให้ดี หากปฏิบัติได้ ก็ดำเนินการจัดกิจกรรมได้” นพ.โอภาสกล่าว

ศบค.ระงับเทสต์แอนด์โกมีผลทันที

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานประชุม ศบค.ว่า การพิจารณามาตรการต่างๆ โดยแนวทางการปฏิบัติ ผู้ปฏิบัติมีอยู่แล้ว สรุปง่ายๆ ขณะนี้นักท่องเที่ยวที่เข้ามาท่องเที่ยวในไทยแล้ว 1.1 แสนคน จากที่ขออนุมัติเข้ามาประมาณ 2 แสนราย เข้ามาทั้งช่องทางแซนด์บ็อกซ์ และเทสต์แอนด์โก ดังนั้นที่เหลือประมาณ 9 หมื่นรายนั้น จำเป็นต้องดูแล ติดตาม เพราะได้ขออนุญาตมาก่อนในช่วงที่ผ่านมา แต่จะไม่ให้มีการลงทะเบียนเพิ่มอีกแล้ว จนกว่าจะมีการพิจารณาสถานการณ์ หลังช่วงวันที่ 4 ม.ค.2565 สำหรับคนที่ลงทะเบียนขออนุญาตเข้ามา เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าจะสามารถรองรับได้ ข้อสำคัญที่สุดคือ ความรุนแรงยังค่อนข้างจะควบคุมได้อยู่ โดยเฉพาะสายพันธุ์โอมิครอน ติดเชื้อเร็วแต่รักษาได้ง่ายกว่า และไม่มีผลกระทบรุนแรงถึงชีวิตมากนัก โดยต้องฟังทั้งสองทาง ทั้งจากหมอและในเชิงบริหาร

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ตั้งแต่วันนี้ไม่รับนักท่องเที่ยวใหม่แล้ว นอกจาก 2 แสนคนที่ขึ้นทะเบียนไว้ สำหรับคนไทยที่เข้ามาก็เช่นเดียวกัน ที่มีการยื่นไว้แล้ว หลังจากวันนี้จะต้องเข้ามาในระบบใหม่ คือกลับมาที่เดิม ในเรื่องการกักตัวต่างๆ ตามระยะเวลา 7 วัน 10 วันก็ว่ากัน ส่วนมาตรการเพิ่มเติมที่จะดูแล 2 แสนคนนั้น ยังไม่มีอะไรเพิ่มเติม เพียงแต่ต้องติดตามคนเหล่านี้ ที่เข้ามาจากช่องทางต่างๆ

เมื่อถามว่าช่วงการกักตัว 4 วัน อาจจะไม่พบเชื้อ อย่างในกรณีโอมิครอน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เอาแค่ตรงนี้ก่อนว่าจะแก้ปัญหากันอย่างไร ที่บอกว่าเชื้อโรคอาจจะพัฒนาสายพันธุ์ใหม่ที่จะรุนแรงขึ้นเป็นอีกเรื่อง ทั้งนี้ต้องแก้ปัญหาตรงนี้ให้ได้ก่อน เพราะไม่ได้ทราบมาก่อนว่าโอมิครอนจะมาช่วงเวลานี้ ดังนั้นสิ่งที่วางไว้แล้วเดิม เขาเรียกว่า พันธสัญญาใช่หรือไม่ แต่รัฐบาลต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของคนในประเทศ ต้องแก้ปัญหาตรงนี้ สำหรับกิจกรรมต่างๆ ในประเทศไทย ยังไม่ได้งดอะไร

ฮึ่มฟันตร.ปล่อยมีบ่อน-ข้ามแดน

รายงานข่าวแจ้งว่า ในที่ประชุมครม. พล.อ.ประยุทธ์ได้หารือถึงมาตรการคุมเข้มบริเวณชายแดน ที่ยังมีปัญหาการลักลอบเข้าเมืองรวมถึงบ่อนการพนัน โดยกำชับว่า หากพบว่าพื้นที่ใดยังมีปัญหาให้เพิ่มมาตรการลงโทษเจ้าหน้าที่ตำรวจจากเดิม ที่จะย้ายนายตำรวจระดับ 5 เสือชั่วคราวทั้ง ผกก. รองผกก. ฝ่ายป้องกันและปราบปราม รองผกก. ฝ่ายสืบสวน สารวัตรป้องกันและปราบปราม และสารวัตรสืบสวน เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ให้เปลี่ยนเป็นสั่งย้ายขาด พร้อมคาดโทษผู้บังคับ การจังหวัดด้วย และยังปรารภถึงกรณีการ จัดงานช้างที่จังหวัดสุรินทร์ ขอให้ทุกๆ จังหวัดเคร่งครัดเรื่องโควิดฟรีเซ็ตติ้ง

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า ในที่ประชุมศบค.ชุดใหญ่ ยังมีมติให้คงภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ไว้แห่งเดียวนั้น แม้นายอนุทินจะเสนอให้คงพื้นที่แซนด์บ็อกซ์อื่นไว้ด้วย โดยพล.อ.ประยุทธ์ ย้ำว่า “เรารับผิดชอบร่วมกัน ผมไม่ใช่คนโยนความรับผิดชอบให้ใคร”

สธ.แจงแค่มาตรการระยะสั้น

นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงผลการประชุม ศบค.วาระพิเศษที่ระงับการเข้าประเทศ รูปแบบเทสต์แอนด์โก และแซนด์บ็อกซ์ ว่า ขณะนี้เป็นการระงับการลงทะเบียนเพิ่มกรณีที่จะเข้ามาผ่านระบบเทสต์แอนด์โก และแซนด์บ็อกซ์ ตั้งแต่วันที่ 21 ธ.ค.-4 ม.ค. 2565 เท่านั้น ส่วนภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์และระบบกักตัวยังสามารถเดินทางเข้ามาได้ตามปกติ ส่วนผู้ที่ลงทะเบียนผ่านระบบเทสต์แอนด์โก และแซนด์บ็อกซ์ก่อนวันที่ 21 ธ.ค. ซึ่งมีประมาณ 2 แสนคน ยังอนุญาตให้เข้ามา แต่ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานควบคุมป้องกันโรคคือตรวจ RT-PCR ก่อนเดินทาง 72 ชั่วโมง ฉีดวัคซีนครบ มีประกันสุขภาพ เข้ามาแล้วต้องตรวจ RT-PCR อีก 2 ครั้ง จากเดิมตรวจเพียง 1 ครั้ง โดยจะเข้ามาถึงประเทศไทยวันสุดท้ายคือ 10 ม.ค. 2565

เมื่อถามว่าที่ประชุม ศบค.อนุญาตให้คนที่ลงทะเบียนไว้ 2 แสนคนเข้ามาได้ เพราะยังมั่นใจว่าดูแลได้ นพ.เกียรติภูมิกล่าวว่า จากการพิจารณาตามข้อมูลการติดเชื้อของผู้เดินทางมาจากต่างประเทศพบว่า มีอัตราการติดเชื้อโควิดราวๆ 0.1-0.2% ซึ่งเป็นการตรวจเจอตั้งแต่แรกอยู่แล้ว จึงเห็นว่า 2 แสนคนที่ขออนุญาตเข้ามาแล้ว หากคิดตามอัตรานี้น่าจะมีผู้ติดเชื้อราวๆ 100 คน ถือว่ารับมือไหว แม้ว่าจะมีอัตราการติดเชื้อไม่มาก แต่เนื่องจากตอนนี้มีเชื้อโอมิครอนระบาดในหลายประเทศ และเป็นสายพันธุ์ที่เรายังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมันมากนัก จึงต้องรอบคอบเอาไว้ก่อน ส่วนที่ ผู้ประกอบการมองว่าหากระงับการเดินทางเข้าไทยผ่านระบบเทสต์แอนด์โก เท่ากับปิดประเทศนั้น เราเข้าใจแต่เป็นเพียงมาตรการ ระยะสั้นๆ 21 ธ.ค. 2564-4 ม.ค. 2565 เท่านั้น

อนุทินชี้ใช้ระบบกัก 7 วันแทน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข กล่าวถึงมาตรการควบคุมและเฝ้าระวังโควิด-19 ในช่วงปีใหม่ ว่า ที่ ประชุมศบค.ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด คณะกรรมการโรคติดต่อประจำจังหวัด และสาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด จะเป็นผู้ออกมาตรการตามสถานการณ์ของแต่ละพื้นที่โดยมาตรการทุกอย่างยังเป็นไปเหมือนเดิม ซึ่งนายกฯ กำชับในที่ประชุมเรื่องฉีดวัคซีนเข็ม 3 ให้ประชาชนอย่างเร่งด่วน และกำชับเรื่องความปลอดภัยการจัดกิจกรรมของแต่ละจังหวัดในช่วงปีใหม่ อย่าให้เกิดเหตุแบบ งานช้าง จ.สุรินทร์

นายอนุทินกล่าวต่อว่า ในที่ประชุมศบค.หารือกรณีผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ และมีข้อสรุปให้ปิดรับผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศไว้ชั่วคราว เพื่อดูสถานการณ์ไปจนถึงวันที่ 4 ม.ค.2565 และจะประเมินสถานการณ์อีกครั้งหลังปีใหม่ ส่วนคนที่ลงทะเบียนขอเข้าประเทศ มีตัวเลขจนถึงวันที่ 20 ธ.ค. ประมาณ 2 แสนคน ได้รับอนุมัติแล้วกว่า 110,000 คน รอการอนุมัติกว่า 90,000 คน โดยมีข้อสรุปว่าผู้ที่ลงทะเบียน จองตั๋วและที่พัก แต่ยังไม่ได้รับการอนุมัติเข้าประเทศ ในกรณีที่เป็นคนไทยจะอนุญาตให้เข้ามาได้ในระบบเทสต์ แอนด์ โก ได้กำหนดต้องตรวจด้วยวิธี RT-PCR วันแรกที่มาถึงและวันที่ 7 รวม 2 ครั้ง และให้มารายงานตัว และระบบแซนด์บ็อกซ์

ยันล็อกดาวน์ทางเลือกสุดท้าย

“ถือว่าเราได้เตรียมรับสถานการณ์และตอบสนองได้ทันต่อสถานการณ์ ทั้งนี้ช่วงนี้เป็นฤดูกาลท่องเที่ยว ถ้าเราช่วยกันควบคุมสถานการณ์ได้ ก็พร้อมจะปรับเปลี่ยนมาตรการที่ออกไปได้ และการที่เราปรับมาตรการให้สอดคล้องกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงถือเป็นสิ่งดี เพราะจะได้ไม่ต้องเกิดความกังวลว่าจะต้องหยุดกิจการอะไรอีก ส่วนเรื่องล็อกดาวน์จะเป็นสิ่งสุดท้ายที่จะพิจารณา ขอย้ำว่าเราจะป้องกันให้มากที่สุด และต้องทำให้ประเทศไทยปลอดภัยแต่จะไปป้องกันทั้งหมดเป็นไปไม่ได้”

นายอนุทินยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายกสมาคมโรงแรมไทยไม่เห็นด้วยกรณีสาธารณสุขเตรียมเสนอ ศบค.ยกเลิกเทสต์แอนด์โก ว่า จะต้องคิดถึงทุกมิติ รวมถึงมิติด้านเศรษฐกิจ แต่สิ่งที่สำคัญมากกว่าคือคำนึงความปลอดภัยของประชาชนและประเทศไทย เมื่อมีเชื้อโควิดสายพันธุ์โอมิครอนเข้าประเทศ และล่าสุดพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 97 ราย ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบสายพันธุ์ว่าเป็นโอมิครอนหรือไม่ ทำให้เราต้องเพิ่มความระมัดระวัง

แห่ฉีด – ชาวนนทบุรีจำนวนมากแห่เข้าคิวฉีดวัคซีนเข็ม 2 เข็ม 3 ไฟเซอร์และ โมเดอร์นา จัดโดยอบจ. นนทบุรี เนืองแน่น พื้นที่ที่เวสต์เกต ฮอลล์ ชั้น 4 ห้างเซ็นทรัล เวสต์เกต อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เมื่อ 21 ธ.ค.

สธ.รับ 5-11 ขวบจำเป็นต้องฉีด

วันเดียวกัน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีวัคซีน ไฟเซอร์ได้รับทะเบียนอย.ให้ฉีดในกลุ่มอายุ 5-ขวบ ปีได้ ว่า ขณะนี้นัดหมายคณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรควันที่ 22 ธ.ค. เพื่อหารือร่วมให้คำแนะนำและให้ความเห็นในการปรับมาตรการฉีดวัคซีน พร้อมประสานบริษัทผู้ผลิตในเรื่องสัญญาซื้อ ให้ดำเนินการส่งมาตามสัญญา เนื่องจากวัคซีนที่มีขณะนี้เป็นสูตรทั่วไปฉีดอายุ 12 ปีขึ้นไปตามที่ขอขึ้นทะเบียน จึงต้องประสานบริษัทว่า หากจะนำมาฉีดให้อายุ 5 ขวบขึ้นไปจะต้องใช้วัคซีนในสูตรเด็กเฉพาะเลยหรือไม่ ต้องขอความชัดเจนกับผู้เกี่ยวข้องก่อน ทั้งนี้แม้จะอนุมัติขยายอายุการใช้วัคซีน แต่ยังไม่ได้ประกาศให้เข้ามาฉีด โดยต้องประสานกับกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ก่อน เพื่อจัดทำแผนเตรียมความพร้อมและเช็กจำนวนเด็กในช่วงอายุดังกล่าว เบื้องต้นจะใช้รูปแบบเดิมเป็นหลัก และขอย้ำว่าเป็นการฉีดโดยความสมัครใจของผู้ปกครอง

เมื่อถามถึงการใช้วัคซีนในเด็กที่อายุน้อยมีความจำเป็นอย่างไร นพ.โอภาส กล่าวว่า มีความจำเป็น เพราะมีข้อมูลว่าสายพันธุ์ โอมิครอนติดในเด็กเยอะขึ้น แม้อาการไม่รุนแรง แต่ต้องประเมินควบคู่กันไป ซึ่งจะต้องใช้เวลาดำเนินการ คิดว่าคงไม่ช้าเกินไป

นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า วัคซีนไฟเซอร์ที่ขยายการใช้ในเด็กอายุ 3 ขวบขึ้นไป ตัวยาที่ ผู้ผลิตนำไปศึกษาและฉีดเป็นตัวยาเหมือนกับผู้ใหญ่ แต่การฉีดให้เด็กอายุ 5-11 ขวบ จะใช้ปริมาณ 10 ไมโครกรัม หรือ 1 ใน 3 และฉีดเข็มที่ 2 ห่างออกไป 21 วัน ดังนั้นสามารถใช้วัคซีนที่เรามีในปัจจุบันได้ ส่วนอาการไม่พึงประสงค์ก็น้อยลง สหรัฐอเมริกาใช้ไปแล้ว 7 ล้านคน มีผลข้างเคียงน้อย ไม่มีอาการรุนแรง อย.จึงอนุมัติขยายการใช้ เพราะประโยชน์การฉีดให้เด็กมากกว่าความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น

ครม.ทุ่มซื้อวัคซีนอีก 3.5 หมื่นล.

ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ครม.เห็นชอบการใช้เงินกู้ภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มเติม พ.ศ.2564 กรอบวงเงินรวม 35,967 ล้านบาท ประกอบด้วย 3 โครงการหลัก ดังนี้

1.โครงการจัดหาวัคซีนป้องกันโรค โควิด-19 ประจำปี 2565 รวม 90 ล้านโดส กรอบวงเงิน 35,060 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น 1.วัคซีนไฟเซอร์ 30 ล้านโดส 2.วัคซีน แอสตร้าเซนเนก้า 60 ล้านโดส

2.โครงการเยียวยาผู้ประกันตน ในกิจการสถานบันเทิงและผู้ประกอบการอาชีพอิสระ ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับสถานบันเทิงที่ได้รับ ผลกระทบจากมาตรการของรัฐ กรอบวงเงิน 607.15 ล้านบาท ดำเนินการโดยสำนักงานประกันสังคม เยียวยาแก่ผู้ประกันตนในอัตรารายละ 5,000 บาท ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายโครงการทั้งสิ้น 121,431 คน แบ่งเป็น ผู้ประกันตนมาตรา 33 จำนวน 10,762 คน และผู้ประกันตนมาตรา 39 และมาตรา 40 อีก 110,669 คน รวมวงเงิน 607 ล้านบาท

3.โครงการ Thailand Festival Experience กรอบวงเงิน 300 ล้านบาท ดำเนินการโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางของนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติไม่น้อยกว่า 2 แสนคนต่อครั้ง และสร้างรายได้สู่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการบริการไม่น้อยกว่า 2,347 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วย 3 โครงการย่อย

คนกลางคืนขอบคุณเยียวยา

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน นำคณะคนบันเทิง ได้แก่ นายนรินทร ณ บางช้าง (ช อ้น ณ บางช้าง) นายคฑาวุธ ทองไทย หรือ อาจารย์ไข่ นักร้องนำวงมาลีฮวนน่า ในฐานะประธานสมาพันธ์เครือข่ายคนบันเทิงอาชีพแห่งประเทศไทย นางสุดา ชื่นบาน อุปนายกสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ นายบริพันธ์ ชัยภูมิ นายกสมาคมนักเพลงลูกทุ่งแห่งประเทศไทย ฝอยทอง เชิญยิ้ม สมาคมศิลปินตลก (ประเทศไทย) นายวรพจน์ นิ่มวิจิตร ตัวแทนผู้จัดคอนเสิร์ต นายวีรวัฒน์ รัตนะ เลขานุการสมาพันธ์เครือข่ายคนบันเทิงอาชีพแห่งประเทศไทย เข้าพบพล.อ.ประยุทธ์ เพื่อขอบคุณที่ให้ความช่วยเหลือเยียวยา อันเนื่องมาจากผลกระทบจากสถานการณ์ โควิด-19 และเสนอตั้งสภาศิลปะและวัฒนธรรมแห่งชาติ ที่จะเป็นการรวบรวมศิลปินทุกอาชีพ

นายสุชาติ ชมกลิ่น กล่าวว่า วันนี้ทางศิลปินทุกสมาคม ตั้งใจนำดอกไม้มาขอบคุณ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ได้ดูแลเยียวยาช่วยเหลือ ซึ่งเป็นอาชีพสุดท้ายที่เหนื่อยและลำบากมาก ในส่วนที่มีรายชื่อในมาตรา 40 ซึ่งอยู่ในอาชีพของศิลปินอยู่แล้วก็สามารถจ่ายได้เลยภายในปีใหม่นี้ คาดว่าวันที่ 29 ธ.ค.นี้ จะจ่ายเงินงวดแรกและเยียวยาอยู่ในกรอบ 5,000 บาท ทั้งนี้ต้องดูว่าที่ 16 ม.ค. 62 จะเปิดผับบาร์ คาราโอเกะได้หรือไม่ ซึ่งต้องรอศบค.และถ้าเปิดไม่ได้ก็ต้องเสนอขยับวันไปอีก ข้อมูลต่างๆ ที่ผ่านมาเป็นเรื่องที่ยากมาก สำหรับการพิสูจน์ว่าใครเป็นศิลปิน ทั้งนี้ เราอยากเยียวยาแต่เราไม่รู้ว่าจะเอาข้อมูลตรงไหนใครจะรับรอง วันนี้ก็ได้นายกสมาคมแต่ละสาขาเป็นผู้รับรอง ทำให้มีข้อมูลชัดเจนและเยียวยาได้ ส่วนคนที่อยู่นอกมาตรา 40 ก็สามารถมาสมัครได้โดยให้ทางสมาคมรับรอง แต่ถ้า อายุเกิน 65 ปี ก็ใช้โมเดลเดียวกับแท็กซี่ โดยกระทรวงวัฒนธรรมจะต้องเป็นหน่วยงานที่ต้องพิสูจน์และจ่ายเงินเยียวยา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน