บินพม่าทิ้งบอมบ์
ผู้อพยพยังทะลัก

‘ตู่’ ลั่นดูแลผู้อพยพเมียนมา ตามหลักมนุษยธรรม เตรียมพร้อมไว้ล่วงหน้านานแล้ว ล่าสุดกองทัพเมียนมาส่งเครื่องบินรบทิ้งบอมบ์หมู่บ้านกะเหรี่ยงหลายจุด ทำชาวบ้านแห่ข้ามแม่น้ำเมยมาที่แม่สอด ร่วมพันคน ต้องนำไปดูแลที่สนามกีฬาบ้านแม่กุใหม่ท่าซุง ซึ่งเป็นจุดแรกรับ ขณะที่ทอ.ยันไม่มีเครื่องบินเมียนมาล้ำแดนไทย

เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์การสู้พื้นที่รบพื้นที่แนวชายแดนไทย-เมียนมา ระหว่างทหารเมียนมาที่สนธิกำลังกับกองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) ยิงปะทะกับกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNLA) และกองกำลังสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) ที่บริเวณพื้นที่หมู่บ้านเลเกกอและหมู่บ้านมอโท้ตะเล หรือบ้านแม่ทอดตะเล จ.เมียวดี ประเทศเมียนมา ฝั่งตรงข้ามกับบ้านดอนไชยริมเมย หมู่ที่ 6 ต.แม่ตาว อ.แม่สอด จ.ตาก สถานการณ์กลับมาทวีความรุนแรงอีกครั้งและรุนแรงมากที่สุดในรอบสัปดาห์

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า หลังจากกองกำลังทั้ง 2 ฝ่ายหยุดยิงมานาน 3 วัน และเมื่อช่วงเวลา 23.00 น.ของวันที่ 23 ธ.ค. ข้ามมาถึงช่วงเวลา 01.00 น.ของช่วงเช้าวันนี้ มีเครื่องบินรบไม่ทราบจำนวนจากกองทัพเมียนมา มาบินวนเลียบแนวชายแดนหลายรอบ จากนั้นทิ้งระเบิดขนาดใหญ่จำนวนหลายลูก เข้าถล่มพื้นที่เป้าหมายทางทหารและหมู่บ้านชาวกะเหรี่ยง 2 จุดพร้อมกัน ที่หมู่บ้านเลเกกอและหมู่บ้านแม่ทอดตะเล ผลจากการทิ้งระเบิดทำให้บ้านเรือนฝั่งไทยสั่นสะเทือนไปด้วย ชาวบ้านฝั่งตะเข็บแนวชายแดนแม่สอด ที่มีบ้านติดกับพื้นที่แนวยิงปะทะต้องรีบอพยพหนีออกจากบ้านพัก ไปพักอาศัยกับบ้านญาติในเขตปลอดภัยในตัวอำเภอแม่สอดชั่วคราว ท่ามกลางเสียงระเบิดที่ดังอย่างไม่ขาดสาย

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลังเครื่องบินทิ้งระเบิด ทหารฝ่ายเมียนมาภาคพื้นดินได้เปิดฉากระดมยิงถล่มเป้าหมายของทหารเคเอ็นยูทั้ง 2 แห่งด้วยอาวุธหนักเป็นปืน ค.81 ม.ม.และปืน ค.120 ม.ม. โดยระดมยิงอย่างต่อเนื่องนานกว่า 2 ชั่วโมง มีเสียงระเบิดดังสนั่นพื้นที่สนามรบ ซึ่งมีพื้นที่อยู่ตรงข้ามกับ อ.แม่สอด หลังเสียงระเบิดสงบลงชั่วคราวก็เกิดความโกลาหลขึ้นทันที เนื่องตลอดแนวตะเข็บริมแม่น้ำเมย มีชาวบ้านในหลายหมู่บ้านในฝั่งประเทศเมียนมาจำนวนหลายร้อยคน ส่วนใหญ่เป็นเด็กและผู้หญิงต่างรีบว่ายน้ำแม่น้ำเมยที่กั้นแนวพรมแดน หนีตายจากหมู่บ้านของตนเองมาขึ้นฝั่งเขตชายแดน อ.แม่สอด ทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 346 และชุดเคลื่อนที่เร็วกองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอแม่สอดที่ 3 ต้องนำกำลังเข้าไปรับตัวชาวเมียนมา ที่อพยพหนีตาย นำไปรวมตัวที่สนามกีฬาบ้านแม่กุใหม่ท่าซุง หมู่ที่ 9 ต.แม่กุ อ.แม่สอด ซึ่งตั้งเป็นพื้นที่แรกรับปลอดภัย ที่รับตัวผู้หนีภัยการสู้รบเป็นการชั่วคราว ตามแผนที่ฝ่ายความมั่นคงเตรียมการไว้ล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ ซึ่งขณะนี้มีผู้หนีภัยจากการสู้รบรอบล่าสุด พักอาศัยอยู่ในพื้นที่แรกรับบ้านแม่กุใหม่ท่าซุงทั้งสิ้น 223 ราย

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า หลังเสียงปืนจากการยิงปะทะของทหารทั้งสองฝ่ายเงียบลง นานกว่า 10 ชั่วโมง ก็เกิดการยิงปะทะกันอย่างหนักขึ้นในระลอกที่สองของวัน โดยทหารเมียนมาระดมยิงลูกระเบิด ค.81 นับสิบลูกถล่มเข้าไปในหมู่บ้านมินลาป่าน จ.เมียวดี ฝั่งตรงข้ามกับหมู่บ้านแม่โกนแกน หมู่ที่ 2 ต.มหาวัน อ.แม่สอด โดยเสียงลูกระเบิดดังสนั่นพื้นที่แนวระเบิดตกและชาวบ้านฝั่งไทยของหมู่บ้านแม่โกนแกนต่างหวาดกลัวกับเสียงระเบิดที่ตกแนวตะเข็บชายแดนแม่สอด จนหลายคนต้องหาพื้นที่ปลอดภัยกำบังกระสุนปืน หลังการปะทะกันระลอกสองนานกว่า 30 นาที เสียงยิงปะทะจึงยุติลงชั่วคราว ขณะที่ชาวบ้านจากหมู่บ้านมินลาป่าน 470 คน ได้อพยพหนีตายข้ามมาฝั่งหมู่บ้านแม่โกนแกนกันโกลาหล ซึ่งครั้งนี้ผู้อพยพมีทั้งเด็กและคนชรา สาวท้องแก่ใกล้คลอด โดยทีมแพทย์สาธารณสุขอำเภอแม่สอดจึงนำหญิงสาวท้องแก่สองคนส่งไปที่โรงพยาบาลแม่สอดอย่างเร่งด่วน

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า จากการยิงปะทะกัน มีลูกกระสุนปืน ค.81 ม.ม. 2 ลูกลอยข้ามมาตกในพื้นที่ท้ายหมู่บ้านดอนชัย หมู่ที่ 6 ต.แม่ตาว ทำให้ชาวบ้านฝั่งไทยต่างต้องหนีกระสุนปืนกันชุลมุนและคาดว่าการสู้รบจะดำเนินไปจนถึงคืนนี้

ล่าสุดสถานการณ์ทั่วพื้นที่แนวชายแดนอำเภอแม่สอด ซึ่งมีพื้นที่ติดกับจุดระเบิดตกและใกล้พื้นที่แนวยิงปะทะเช้าวันนี้ เสียงปืนและเสียงระเบิดทุกชนิดสงบลงชั่วคราว แต่สถานการณ์ยังไม่น่าไว้วางใจและยังไม่มีรายงานความสูญเสียของทหารทั้ง 2 ฝ่ายในฝั่งประเทศเมียนมา ขณะที่ฝ่ายความมั่นคงอำเภอแม่สอดส่งกำลังเข้าตรึงทั่วพื้นที่แนวชายแดนไทย-เมียนมา พร้อมเตรียมรับผู้หนีภัยจากการสู้รบเพิ่มเติม ซึ่งคาดว่าอาจจะมีชาวบ้านฝั่งประเทศเมียนมา จะทยอยข้ามพรมแดนมายังฝั่งอำเภอแม่สอดเพิ่มเติม เนื่องจากสถานการณ์การสู้รบในพื้นที่ปะทะยังไม่น่าไว้วางใจ โดยเฝ้าติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง

ที่องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวว่า วันนี้ต้องยอมรับว่าการสู้รบกันระหว่างทหารเมียนมากับชนกลุ่มน้อย มีความรุนแรงเกิดขึ้น และมีผู้อพยพเข้าหาพื้นที่ปลอดภัย ซึ่งเราได้มีการเตรียมความพร้อมไว้ล่วงหน้านานแล้ว และดูแลตามหลักมนุษยธรรม ทั้งเรื่องยา การเจ็บไข้ อาหารการกิน และเมื่อการสู้รบเบาบางลงก็จะผลักดันบุคคลเหล่านั้นกลับสู่ประเทศ อย่างไรก็ดีจะไม่ตั้งศูนย์อพยพในประเทศไทย ซึ่งขณะนี้ผู้อพยพในประเทศไทยเหลืออยู่ประมาณ 90,000 คน ที่ผ่านมาได้ทยอยส่งกลับไปบ้างแล้ว แต่ตอนนี้ยังมีปัญหาเกิดขึ้น ขอยืนยันว่า จะดูแลให้ดีที่สุด และส่งเสริมหลักมนุษยธรรมอาเซียน เพื่อให้ผู้แทนพิเศษสามารถเข้าไปช่วยเหลือดูแลได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องความปลอดภัยของประชาชนเมียนมา ส่วนกรณีระเบิดมาตกในฝั่งไทย ก็ต้องแจ้งเตือนให้เขาหยุด แต่จะไม่อพยพประชาชนไทยออกจากแนวชายแดน

พล.อ.ต.ประภาส สอนใจดี โฆษกกองทัพอากาศ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้พบว่ามีเครื่องบิน หรือ อากาศยานที่มีเจตนารมณ์หรือเป้าหมายเข้ามาในประเทศไทย ยังคงประสานงานกับหน่วยป้องกันเฝ้าระวังในพื้นที่ตามปกติ ยืนยันว่า รายงานล่าสุดก็ยังไม่มีบินล้ำเข้ามาในประเทศไทย ทั้งนี้ภารกิจทอ.มีภาระหน้าที่ในการตรวจระบบเฝ้าระวังภัยทางอากาศ ป้องกันภัยคุกคามทั้งหมดของปะเทศ มีสถานีเรดาร์รายงาน 11 แห่งทั่วประเทศ ในด้านตะวันตกนั้น ทอ.มีระบบเฝ้าตรวจ เฝ้าระวัง ค้นหาพิสูจน์ และดำเนินการตามกระบวนการตลอด 24 ช.ม.

หนีสงคราม – ชาวเมียนมาหลายร้อยชีวิตหนีตายเข้ามาฝั่งไทย หลังจากรัฐบาลเมียนมาส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดถล่มฐานกลุ่มกะเหรี่ยงติดอาวุธกลางดึก เจ้าหน้าที่ไทยพาไปพักที่สนามกีฬา บ้านแม่กุใหม่ท่าซุง อ.แม่สอด จ.ตาก เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน