ชวนลงทุนเงินดิจิทัล
พบหมายจับอื้อ14คดี

กองปราบฯ บุกจับ ‘พ่อมดคริปโตเคอเรนซี่’ แก๊งคนไทยและเวียดนามร่วมกันฉ้อโกง อ้างเป็นนักค้าเงินดิจิทัล หลอกให้เหยื่อลงทุนเงินดิจิทัลสกุลต่างๆ รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 500 ล้าน อ้างผลตอบแทนสูง กำไรดี ลงทุน 200 วันได้กำไรทันที 400% เปิดแพลตฟอร์มขายสินค้าเงินดิจิทัล ก่อน ชิ่งหนีคดีระหว่างประกันตัว สอบประวัติพบหมายจับอื้อ 14 คดี สอบสวนยังปฏิเสธ ส่งตัวดำเนินคดี

พ่อมดคริปโตฯ – ตำรวจกองปราบฯ จับกุมนายมานะ จูเมือง อายุ 50 ปี หรือพ่อมดคริปโตเคอเรนซี่ ตุ๋นลงทุนเงินดิจิทัล มูลค่าความเสียหายกว่า 500 ล้านบาท โดยรวบตัวได้ที่หน้าบ้านย่านรามอินทรา เขตบางเขน กทม. ส่งไปดำเนินคดีที่ จ.พิจิตร เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.

เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. ที่กองบังคับการปราบปราม พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พล.ต.ต. มนตรี เทศขัน ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.เผด็จ งามละม่อม ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ต.เดชวุฒิ อุตรศาสตร์ สว.กก.1 บก.ป.นำกำลังจับกุม นายมานะ จูเมือง อายุ 50 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดพิจิตร ที่ 157/2564 วันที่ 23 ธ.ค.2564 ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ได้ที่หน้าบ้านพักของผู้ต้องหา ภายในซอยรามอินทรา 34 แยก 22 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม.

สืบเนื่องจาก เมื่อปี 2561-2562 นายมานะ ผู้ต้องหา ร่วมกับพวกทั้งคนไทยและเวียดนาม อ้างตัวเป็นนักค้าเงินสกุลดิจิทัล หรือ “คริปโตเคอเรนซี่” โดยจะมีผู้ร่วมขบวนการ ที่มีทั้งผู้คอยเปิดบัญชี, เจรจาหลอกลงทุน และ ผู้ควบคุมเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิด ส่วนตัวนายมานะนั้นเป็นหัวหน้าขบวนการ ที่อ้างตัวเป็น “พ่อมด คริปโตเคอเรนซี่” (ผู้ที่ชำนาญด้านการค้าเงินสกุลดิจิทัล) เพิ่มความน่าเชื่อถือ คอยชักจูงกลุ่มผู้เสียหายให้ร่วมลงทุนในเงินสกุลดิจิทัลต่างๆ ได้ง่าย โดยมักอ้างกับเหยื่อว่าเงินที่มาร่วมลงทุนจะได้รับผลตอบแทนสูงและกำไรดี เช่น ลงทุนเงินเพียง 200 วัน จะได้กำไรทันที 400%

นอกจากนี้ กลุ่มผู้ต้องหายังชักชวนผู้เสียหายให้ลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลสกุล “เงินวันคอยน์” อ้างว่าได้เปิดแพลตฟอร์มไว้สำหรับซื้อขายสินค้าขึ้นมา ที่เปิดให้ใช้เงินดิจิทัล สกุลวันคอยน์โดยเฉพาะ ซึ่งในแพลตฟอร์มดังกล่าวจะมีสินค้ามาลงประกาศขายเป็นจำนวนมาก อาทิ บ้านพักอาศัย, รถยนต์, ที่ดิน, ทองคำ, อาหารเสริม, เครื่องสำอาง และเสื้อผ้า โดยนายมานะอ้างว่า ผู้ร่วมลงทุนจะได้ค่าตอบแทนสูง และยังมีโปรโมชั่นที่น่าสนใจในการแลกสินค้าต่างๆ เช่น ทองคำ, รถเบนซ์ หรือบ้านเดี่ยว ทำให้มีผู้หลงเชื่อเป็นจำนวนมากทั้งชาวไทยและต่างประเทศ จนมีการร่วมลงทุนเป็นเงินมากกว่า 500 ล้านบาท

ต่อจากนั้นในช่วงแรกๆ ก็มีการจ่ายเงินปันผลจริง แต่เมื่อมีเหยื่อหลงเชื่อเพิ่มมากขึ้น กลุ่มผู้ต้องหาก็เริ่มไม่จ่ายค่าตอบแทน ก่อนที่จะตัดขาดการติดต่อหนีไปในที่สุด จนกลุ่มผู้เสียหายต้องเข้าแจ้งความตำรวจในท้องที่ต่างๆ จนมีการออกหมายจับ ก่อนที่นายมานะถูกกองปราบปรามตามจับกุมตัวไว้ได้เมื่อปลายปี 2562

ภายหลังการจับกุม หลังจากคดีขึ้นสู่ชั้นศาลแล้ว นายมานะได้ขอประกันตัวสู้คดี แต่หลังจากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวแล้ว กลับหลบหนีการพิจารณาในชั้นศาล จนถูกออกหมายจับ จนถูกตามจับกุมตัวไว้ได้อีกครั้ง สอบสวน นายมานะ ให้การปฏิเสธ และไม่ขอให้รายละเอียดใดๆ ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติ พบนายมานะยังมีหมายจับคดีลักษณะเดียวกันติดตัวอีกถึง 14 คดี จึงนำตัวส่งศาลจังหวัดพิจิตรดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน