ติดโอมิครอนทั้งสามี-ภรรยา
สลดอีกชายชราตายคาบ้าน
สธ.แถลงวันนี้โควิดหลังปีใหม่

โควิดเจออีกเคส หนุ่มฝรั่งเศส-เมียไทย พาลูกมางานรวมญาติที่บ้านภรรยา จ.เลย ลงสุวรรณภูมิ ผ่านเทสต์แอนด์โกเมียนัดกินข้าวกับเพื่อน 10 คนกลางกรุง ก่อนบินต่อไปเจอญาติ สุดท้ายเพื่อนโทร.แจ้งติดโอมิครอน เชียงใหม่เจอแล้ว 2 นักท่องเที่ยวเยอรมัน-อังกฤษ สงขลาพบ รายแรก หญิงไทยกลับจากอิตาลี คลัสเตอร์ผัว-เมียกาฬสินธุ์ลามไม่หยุด ผู้ว่าฯ สั่งงด จัดงานปีใหม่ แพทย์จี้เร่งฉีดวัคซีนในเด็ก โควิดรายวัน พบติดเชื้อใหม่ 2,532 ตาย 22 มาจากต่างประเทศ 60 ราย

มาจากตปท.เจออีก 60 ราย

เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์ โควิด-19 ประจำวันว่า วันนี้ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อใหม่ 2,532 ราย สะสม 2,209,970 ราย หายป่วย 3,771 ราย สะสม 2,152,528 ราย เสียชีวิต 22 ราย สะสม 21,580 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 35,862 ราย อยู่ใน ร.พ. 17,696 ราย ร.พ.สนามและอื่นๆ 18,166 ราย มีอาการหนัก 813 ราย และใส่เครื่องช่วยหายใจ 206 ราย ผู้ติดเชื้อมาจากเรือนจำ 23 ราย

ผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 60 ราย ได้แก่ อังกฤษ 12 ราย, สหรัฐอเมริกา 9 ราย, แอฟริกาใต้ เยอรมนี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประเทศละ 5 ราย, เนเธอร์แลนด์ 4 ราย, สวิตเซอร์แลนด์ ตุรกี ฝรั่งเศส เอธิโอเปีย อินเดีย เกาหลีใต้ ประเทศละ 2 ราย และ มอลตา เดนมาร์ก ญี่ปุ่น ซาอุดีอาระเบีย เบลเยียม รัสเซีย มาเลเซีย และเมียนมา ประเทศละ 1 ราย โดยมาทางอากาศ 58 ราย ได้แก่ เข้าระบบ Test&Go48 รายแซนด์บ็อกซ์ 3 ราย และเข้าระบบกักตัว 7 ราย เข้าด่านพรมแดนทางบก 1 ราย และลักลอบ ช่องทางธรรมชาติ 1 ราย

ส่วนผู้เดินทางเข้าประเทศ วันที่ 1-25 ธ.ค. สะสม 228,534 คน ติดเชื้อ 646 คน คิดเป็น 0.28% ได้แก่ ระบบ Test&Go 195,109 คน ติดเชื้อ 416 คน คิดเป็น 0.21% แซนด์บ็อกซ์ 28,687 คน ติดเชื้อ 64 คน คิดเป็น 0.22% และกักตัว 4,738 คน ติดเชื้อ 166 คน คิดเป็น 3.5% (กักตัว 7 วัน 1,139 คน กักตัว 10 วัน 3,105 คน และกักตัว 14 วัน 494 คน) โดยเข้ามาผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 156,522 คน ท่าอากาศยานดอนเมือง 1,372 คน ท่าอากาศยานภูเก็ต 64,137 คน ท่าอากาศยานสมุย 4,289 คน และท่าอากาศยานอื่นๆ 2,214 คน

กทม.ติดเชื้อสูงสุด

จังหวัดที่ติดเชื้อเกิน 100 ราย เหลือ 3 จังหวัด โดย 10 อันดับที่ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ 1.กทม. 414 ราย สะสม 438,168 ราย 2.ชลบุรี 179 ราย สะสม 111,866 ราย 3.นครศรีธรรมราช 144 ราย สะสม 47,234 ราย 4.สมุทรปราการ 79 ราย สะสม 131,858 ราย 5.ประจวบคีรีขันธ์ 73 ราย สะสม 19,809 ราย 6.เชียงใหม่ 66 ราย สะสม 28,744 ราย 7.สุราษฎร์ธานี 60 ราย สะสม 28,374 ราย 8.กาฬสินธุ์ 55 ราย สะสม 10,227 ราย 9.ตรัง 54 ราย สะสม 17,655 ราย และ 10.ปทุมธานี 51 ราย สะสม 40,868 ราย

ขณะที่ติดเชื้อเพียงหลักหน่วยมี 19 จังหวัด ได้แก่ ตราด สระแก้ว อ่างทอง จังหวัดละ 9 ราย, นครพนม บึงกาฬ พะเยา ระนอง จังหวัดละ 7 ราย, น่าน สมุทรสงคราม จังหวัดละ 6 ราย, สุรินทร์ 5 ราย, มุกดาหาร สุโขทัย อุตรดิตถ์ จังหวัดละ 4 ราย, พิจิตร หนองคาย จังหวัดละ 2 ราย, ชัยนาท ชัยภูมิ แพร่ หนองบัวลำภู จังหวัดละ 1 ราย ส่วนไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อ 5 จังหวัด ได้แก่ ยโสธร สกลนคร สิงห์บุรี อุทัยธานี และอำนาจเจริญ

สำหรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 วันที่ 25 ธ.ค. ฉีดเพิ่มขึ้น 389,218 โดส สะสม 102,561,331 โดส แบ่งเป็นเข็มแรก 51,016,858 ราย คิดเป็น 70.8% ของประชากร เข็มสอง 45,379,446 ราย คิดเป็น 63% ของประชากร และเข็มสาม 6,165,027 ราย คิดเป็น 8.6% ของประชากร

พท.ซัดเทสต์แอนด์โกล่มสลาย

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เน้นให้ ทุกส่วนราชการ เฝ้าระวังสถานการณ์ โควิด-19 แม้ที่ผ่านมาไทยประสบความสำเร็จในการรับมือกับการแพร่ระบาดของ โควิด-19 ระลอกต่างๆ เป็นอย่างดี ทั้งนี้ นายกฯ เตือนว่าสงครามโรคยังไม่สิ้นสุด จึงขอให้ทุกฝ่ายถือเป็นวาระแห่งชาติในการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดและมาตรการสาธารณสุข เพราะโควิด-19 สามารถป้องกันได้ หากทุกคนร่วมมือ ร่วมใจ รับผิดชอบต่อตนเองและสังคม

ที่พรรคเพื่อไทย นายจิรพงษ์ ทรงวัชรา ภรณ์ ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย แถลงว่า วันนี้โควิดสายพันธุ์โอมิครอน ในจ.นนทบุรี มีตัวเลขประมาณ 26 ราย สิ่งที่น่าตกใจคือ ทุกคนได้รับวัคซีนหมดแล้ว สะท้อนนัยยะสำคัญว่า ไม่ว่าจะฉีดวัคซีนสูตรใดก็แล้วแต่ ก็สามารถติดเชื้อสายพันธุ์นี้ได้ และระบบเทสต์แอนด์โกของเราล่มสลายลงในพริบตา เพราะไม่สามารถตรวจจับเชื้อได้ คำถาม คือ รัฐบาลจะดำเนินการอย่างไรต่อไป จะปิดประเทศอีกก็คงเป็นไปไม่ได้ ทางออกที่ดีที่สุดคือ วัคซีน ทุกคนต้องได้รับวัคซีนที่ดีที่สุด

ปัญหาต่อมาคือ บุคลากรทางการแพทย์จะเข้าถึงวัคซีนเข็ม 4 ได้ครบเมื่อใด ตนไม่มีความเชื่อมั่นเลย เพราะรัฐบาลอุ้ยอ้ายไปหมด เหตุใดนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข รวมถึงรมช.สาธารณสุข ไม่ลงมาดูแลเสียที

จี้เร่งฉีดวัคซีนเด็ก

ศ.นพ.มานพ พิทักษ์ภากร หัวหน้าศูนย์วิจัยการแพทย์แม่นยำ คณะแพทย ศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหา วิทยาลัยมหิดล โพสต์ข้อความผ่านทางทวิตเตอร์ manopsi ให้ความรู้เกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโควิดโอมิครอน ความว่า ประเด็นหนึ่งที่คนไม่ค่อยพูดถึงเกี่ยวกับโอมิครอน คือ ข้อมูลในประเทศอังกฤษ พบอัตราเด็กป่วยนอน ร.พ.จากโอมิครอน สูงมากและสูงกว่าทุกระลอกที่ผ่านมา เนื่องจากติดง่ายแพร่ง่าย ผู้ใหญ่ได้วัคซีนเยอะแล้วแถมมีบูสต์อีก ในขณะที่เด็ก ยังไม่ได้วัคซีนหรือได้ไม่ครบ บ้านเราอนุมัติแล้วควรรีบฉีด

นพ.ยงห่วงช่วงเทศกาล

ขณะที่ ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความ ผ่านทางเฟซบุ๊ก Yong Poovorawan ความว่า โควิด- 19 โอมิครอน มาแล้ว ต้องยอมรับกันว่าขณะนี้ โอมิครอน อยู่ในประเทศไทยแล้ว โดยนำมาจากต่างประเทศ ครั้งนี้นำเข้าเร็วกว่าทุกครั้ง เพราะบินมา ไม่ได้เดินมาแบบครั้งก่อน

เราพบผู้ป่วยที่ติดในประเทศ ทั้งที่รู้ต้นตอ ว่าติดจากผู้เดินทางเข้ามาแล้วให้ผลลบในขณะตรวจเทสต์แอนด์โก เพราะอยู่ระหว่างฟักตัว แล้วค่อยอยู่ในระยะติดต่อในภายหลัง ทำให้มีการแพร่กระจายผู้สู่คนไทยและขณะนี้ในบางกลุ่มที่มีการติดต่อกัน ก็ไม่ทราบที่มาชัดเจน ว่าติดต่อ ณ ขณะใด เพราะมีงานเลี้ยงหลายงานเหลือเกิน รวมทั้งงานกิจกรรมต่างๆ ที่ทำให้เกิดมีการติดต่อได้ง่าย จึงเป็นการยากที่จะหาต้นตอว่ามา จากที่ไหน สายพันธุ์ที่พบเป็นสายพันธุ์ โอมิครอน

ทั้งหมดนี้ไม่ได้อยู่เหนือการคาดหมาย ทุกคนคงต้องเคร่งครัดในระเบียบวินัย ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่ได้วางไว้ และสิ่งที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง เทศกาลเฉลิมฉลอง รวมทั้งมีการเคลื่อนย้ายของประชากรจำนวนมาก จะช่วยให้มีการแพร่กระจายของโรคได้เร็วขึ้นอีก

คลัสเตอร์ผัว-เมียลามไม่หยุด

ศูนย์อำนวยการต้านโควิด-19 จ.กาฬ สินธุ์ รายงานสถานการณ์ผู้ติดเชื้อล่าสุด พบมีผู้ป่วยรายใหม่ 57 ราย ซึ่งในจำนวนนี้เป็นคลัสเตอร์เชื่อมโยงกับสองสามีภรรยากลับจากต่างประเทศและตลาดโรงสี เขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ 38 ราย และคลัสเตอร์งานแสดงดนตรีหาดแสงจันทร์ อ.สหัสขันธ์ 12 ราย หลัง ผู้ติดเชื้อเชื่อมโยงกับตลาดโรงสีไปร่วมงาน ส่วนที่เหลือพบในพื้นที่ อ.ยางตลาด อ.นามน และ อ.ท่าคันโท ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 10,510 ราย หายป่วยแล้ว 10,227 ราย กำลังรักษา 210 ราย และมีผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 73 รายเท่าเดิม

ทั้งนี้ทางศูนย์อำนวยการยังได้ประกาศประชาสัมพันธ์สื่อสารความเสี่ยงเพิ่มเติม จากเดิมขอให้ผู้ที่ไปใช้บริการที่ร้านอาหาร สวิกบาร์ ร้านอาหารคิกคาปู้ตลาดโรงสี ในวันที่ 12 ธันวาคม 2564 , สำนักงานที่ดิน จ.กาฬสินธุ์ และสำนักงานบังคับคดี จ.กาฬสินธุ์ ในวันที่ 13 ธันวาคม 2564, ธนาคารกสิกรไทย สาขาบิ๊กซี กาฬสินธุ์ และสำนักงานบังคับคดี ในวันที่ 15 ธันวาคม 2564 ให้เข้ารับการตรวจหาเชื้อแล้ว

ล่าสุดยังประชาสัมพันธ์ไปถึงผู้ที่ไปใช้บริการร้านอาหารพารวย ระหว่างวันที่ 12-22 ธันวาคม 2564 และผู้ที่ไปร่วมงานแสดงดนตรีหาดแสงจันทร์ อ.สหัสขันธ์ ระหว่างวันที่ 17-19 ธันวาคม 2564 รายงานตัวกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่รพ.สต.หรือสถานพยาบาลใกล้บ้าน เพื่อประเมินความเสี่ยงและตรวจหาเชื้อ หลังพบพนักงานของร้านอาหารพารวยไปใช้บริการร้านอาหารในตลาดโรงสีแล้วติดเชื้อโควิดกว่า 10 คน และมีผู้ติดเชื้อโควิดเชื่อมโยงกับร้านอาหารในตลาดโรงสีไปร่วมงานแสดงดนตรีจนมีผู้ติดเชื้อในงานนี้แล้ว 12 ราย

กาฬสินธุ์สั่งงดจัดปีใหม่

นพ.อภิชัย ลิมานนท์ สสจ.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า สำหรับผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 66 รายในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งเป็นสามีภรรยาที่กลับจากต่างประเทศ 2 ราย และกลุ่มผู้ป่วยที่เชื่อมโยงกับร้านอาหารในตลาดโรงสีอีก 64 รายนั้น ผลการตรวจเบื้องต้นของศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ จ.ขอนแก่น พบว่า ส่วนใหญ่เป็นเชื้อที่เข้ากับสายพันธุ์โคมิครอน และน่าสงสัยว่าเป็นสายพันธุ์ โอมิครอน จึงต้องส่งทั้งหมดตรวจยืนยันสายพันธุ์แบบ 100 เปอร์เซ็นต์ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และอยู่ระหว่างการยืนยันอย่างเป็นทางการ

ส่วนยอดผู้ติดเชื้อล่าสุดวันนี้ (26 ธันวาคม 2564) ที่เชื่อมโยงตลาดโรงสี 38 ราย และงานแสดงดนตรีอีก 12 รายนั้น อยู่ระหว่างการส่งตรวจสายพันธุ์ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์ จ.ขอนแก่น พร้อมกับเร่งสอบสวนโรคในกลุ่มเสี่ยงสูงของผู้ติดเชื้อโดยเร็วที่สุด

อย่างไรก็ตามมีรายงานว่านายทรงพล ใจกริ่ม ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ได้ลงนาม คำสั่งจังหวัดกาฬสินธุ์ ฉบับที่ 39/2564 ในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตามมติคณะกรรมการโรคติดต่อ จ.กาฬสินธุ์ โดยเนื้อหาหลักๆ และสำคัญประกอบด้วย 1.สถานศึกษาทุกแห่งในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์จัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์ 2.งดกิจกรรมที่มีคนรวมกันเกิน 100 คน

3.เจ้าหน้าที่ควบคุมโรคติดต่อค้นหาเชิงรุก 1,000 รายต่อวัน 4.ปิดร้านคิกคาปู้บาร์และร้านครัวพารวยถึงวันที่ 6 มกราคม 2565 5.งดดื่มสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้านอาหาร 6.ขอความร่วมมือประชาชนงดจัดงานเทศกาลปีใหม่ 7.หน่วยงานภาครัฐงดจัดงานเทศกาลปีใหม่

บุรีรัมย์ผวาต่างชาติติดเชื้อ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากบุรีรัมย์ว่า มีชายสัญชาติอังกฤษ อายุ 46 ปี เดินทางมาหาภรรยาชาวไทยที่บ้านโคกวัด ต.บ้านด่าน อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ โดยมาถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 20 ธ.ค ที่ผ่านมาผ่านการตรวจ คัดกรองหาเชื้อโควิด -19 แต่ไม่พบเชื้อ จึงเดินทางมาหาภรรยาที่จ.บุรีรัมย์ ต่อมาวันที่ 24 ธ.ค. มีไข้สูง ภรรยาชาวไทยจึงแจ้ง เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลบ้านด่าน เข้ามาตรวจสอบจากการตรวจหาเชื้อพบติดเชื้อโควิด-19 เจ้าหน้าที่จึงส่งต่อไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ และได้ส่งตัวอย่างเชื้อไปตรวจพิสูจน์ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ เขต 9 นครราชสีมา ว่าเป็นเชื้อโควิดสายพันธุ์ โอมิครอนหรือไม่

เบื้องต้นทีมเฝ้าระวังและสอบสวนโรคสาธารณสุขอำเภอและโรงพยาบาลบ้านด่าน ลงพื้นที่ตรวจสอบพบมีกลุ่มเสี่ยงสูงจำนวน 14 ราย ตรวจพบติดเชื้อ 1 ราย เป็นหญิง วัย 80 ปี ที่เหลือเจ้าหน้าที่ให้กักตัวที่บ้านเป็นเวลา 14 วัน โดย 1 ใน 14 รายมีนักเรียนชายชั้นป.2 รวมอยู่ด้วย โดยมีเจ้าหน้าที่อสม. ,สาธารณสุข ฝ่ายปกครอง เฝ้าระวังอย่าง เข้มงวด

ด้านนางหาญ ดีช่อรัมย์ อายุ 58 ปี ชาวบ้านในหมู่บ้านกล่าวว่าเห็นชายชาวอังกฤษมาในหมู่บ้านแต่ไม่ได้แจ้งให้ อสม.ในพื้นที่ทราบว่าเดินทางมาจากต่างประเทศ ตอนนี้รู้สึกวิตกกังวลว่าโควิด 19 ที่ตรวจพบจะเป็นสายพันธุ์โอมิครอนหรือไม่

เชียงใหม่เจอแล้ว 2 ราย

นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผวจ.เชียงใหม่ นพ.วรัญญู จํานงประสาทพร รอง สสจ.เชียงใหม่ พญ.เสาวนีย์ วิบูลสันติ ผอ.สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 แถลงพบนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 2 ราย ที่ผ่านระบบเทสต์แอนด์โก เข้ามาในพื้นที่จ.เชียงใหม่ แล้วตรวจพบว่าติดโควิดสายพันธุ์โอมิครอน รายหนึ่งมาจาก เยอรมัน ส่วนอีกรายมาจากสหราชอาณาจักร ซึ่งตอนนี้เจอตัวแล้ว โดยทีมสอบสวนโรคได้ตรวจสอบโรคให้ทันเหตุการณ์ได้มากที่สุด แต่ขอว่าอย่าตื่นตระหนก

นพ.วรัญญู กล่าวว่า 25 ธ.ค. สสจ.เชียงใหม่ได้รับรายงานว่าตรวจพบผู้ป่วย โควิดโอมิครอน โดยจะรอผล กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ วันที่ 27 ธ.ค. คนแรกเป็นชายชาวเยอรมัน อายุ 22 ปี มาถึงสุวรรณภูมิ วันที่ 17 ธ.ค. ตรวจRT-PCR วันแรกไม่พบเชื้อ อาศัยอยู่ที่ กทม. 17-20 ธ.ค. ก่อนเดินทางมาที่เชียงใหม่ ด้วยสายการบินไทยไลอ้อนแอร์ มาถึงเข้าพักที่คอนโดฯ ย่านช้างคลาน

วันที่ 21 ธ.ค. ท่องเที่ยวส่วนตัวดูช้างและล่องแพ ที่แม่วาง วันที่ 22 ธ.ค.เริ่มมีอาการป่วย ต่อมาวันที่ 24 ธ.ค. จึงเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด ผลการตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด เข้าข่ายเป็นโอมิครอน จึงติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิด เบื้องต้นสัมผัสเสี่ยงสูง 18 ราย เสี่ยงต่ำ 7 ราย ตอนนี้ติดตามได้ทั้งหมดแล้ว

ส่วนผู้ติดเชื้อรายที่ 2 เป็นชายชาวอังกฤษ อายุ 64 ปี เดินทางมาถึงสุวรรณภูมิ ในวันที่ 18 ธ.ค.ที่ผ่านมา ผลตรวจ RT-PCR วันแรกไม่พบเชื้อเช่นเดียวกัน ต่อมาวันที่ 19 ธ.ค. เดินทางต่อมาที่ จ.เชียงใหม่ เข้าพักที่บ้านเช่าใน อ.สันทราย จากนั้นวันที่ 23-24 ธ.ค.มีอาการป่วย จึงตรวจ ATK พบผลเป็นบวก จึงเข้าตรวจ RT-PCR ที่ร.พ.ดอยสะเก็ด จึงทราบผลว่าติดเชื้อ และเข้าข่ายว่าติดโอมิครอน ขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามเพื่อน 3 ราย ส่วน ผู้ที่เดินทางร่วมกันมาในสายการบินอยู่ระหว่างติดตามตัว รวมถึงคนขับแท็กซี่ และบุคคลใกล้ชิด ซึ่งผู้สัมผัสเสี่ยงสูงได้ติดตามมาได้ครบทั้งหมด

สงขลาพบโอมิครอนรายแรก

สสจ.สงขลารายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด 49 ราย พื้นที่ที่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เป็นพื้นที่เดิมๆ เช่น อ.หาดใหญ่ เมือง สิงหนคร และกลุ่มเดิมคือกลุ่มผู้สัมผัสผู้ติดเชื้อในพื้นที่ร้อยละ 65 รองลงมาจากคลินิก คัดกรองโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ ร้อยละ 20 นอกจากนั้นในกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงในตลาด ชุมชน หน่วยงานและห้างร้าน

ขณะที่เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.ที่ผ่านมาคณะกรรมการโรคติดต่อ จ.สงขลา รายงานได้รับรายงานจากศูนย์โควิด จ.สงขลา พบผู้ป่วย โควิดสายพันธุ์โอมิครอน 1 ราย เป็นหญิงไทยอายุ 36 ปี อ.สทิงพระ จ.สงขลา เดินทาจากประเทศอิตาลี ทำงานครัวในร้านอาหาร ได้รับวัคซีนไฟเซอร์จากประเทศอิตาลี 2 เข็ม เมื่อวันที่ 13 ต.ค. ลงเครื่องบินที่สนามบินสุวรรณภูมิ เข้าพักที่โรงแรมกักตัว 1 คืน และรับการตรวจหาเชื้อแบบ RT-PCR ผลไม่พบเชื้อ

เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. เดินทางโดยเครื่องบินมา จ.สงขลา พักบ้านญาติที่ อ.หาดใหญ่ และเดินทางไป อ.สทิงพระ วันที่17 ธ.ค. เริ่มมีอาการปวดเมื่อยร่างกาย จึงไปตรวจ ATK ที่ รพ.สต.ใกล้บ้าน พบผลเป็นบวก รับการตรวจแบบ RT-PCR เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. ผลพบเชื้อ จึงเข้ารักษาที่ห้องแยก ร.พ. สทิงพระและส่งตรวจยืนยันหาเชื้อสายพันธุ์ของเชื้อกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. ผลการตรวจยืนยันเมื่อวันที่ 24 ธ.ค.ผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 สายพันธ์ุโอไมครอน B.l.l.529

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่เร่งควบคุมโรคในพื้นที่ ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงได้แก่ญาติที่ อ.หาดใหญ่ ผู้สัมผัสร่วมบ้านและพนักงานธนาคารที่ใช้บริการ 7 คน เข้ารับการกักตัว ที่ศูนย์กักชุมชนแล้ว ผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำได้แก่เจ้าหน้าที่ธนาคารใน อ.สทิงพระและผู้มารับบริการ กลุ่มสัมผัสเสี่ยงใน อ.สิงหนคร 67 คน ตรวจหาเชื้อแบบ ATK เมื่อวันที่ 21, 23, 24 ธ.ค.และรอผลตรวจกลุ่มผู้เดินทางเที่ยวบินเดียวกับผู้ป่วยที่นั่งแถวเดียวกัน 2 แถวหน้าและ 2 แถวหลังของที่นั่งผู้ป่วย 28 คน ได้ติดตามให้มารับการตรวจหาเชื้อ 24 ธ.ค.-25 ธ.ค. และรอผลตรวจ

พระบึงกาฬเป็นเดลตา

นพ.ปราโมทย์ เสถียรรัตน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เขตสุขภาพที่ 8 กล่าวถึงคลัสเตอร์โควิด -19 สายพันธุ์โอมิครอนในพื้นที่ ว่า เขตสุขภาพที่ 8 พื้นที่ 7 จังหวัดอีสานตอนบน ได้แก่ อุดรธานี สกลนคร นครพนม เลย หนองคาย หนองบัวลำภู และ บึงกาฬ ข้อมูลวันที่ 25 ธ.ค. พบติดเชื้อใหม่ 45 ราย เป็นคนในพื้นที่ 35 ราย และนอกพื้นที่ 10 ราย ส่วนใหญ่ยังเป็นสายพันธุ์เดลตา

ส่วนคลัสเตอร์สถานปฏิบัติธรรม จ.บึงกาฬ พบติดเชื้อโควิดในกลุ่มพระสงฆ์เกือบร้อยรูป ซึ่งตอนแรกกังวลว่าจะเป็นโอมิครอน แต่ได้ส่งตรวจสายพันธุ์ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์เขต 8 จ.อุดรธานี พบว่าทุกคนเป็นเชื้อเดลตา ทางทีมสอบสวนโรคได้แยกกักตัวผู้สัมผัสเสี่ยงแล้ว อยู่ระหว่างการรอตรวจเชื้อซ้ำ

ส่วนคลัสเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับโอมิครอนในเขตสุขภาพที่ 8 มีรายงาน 2 เหตุการณ์ คือ 1.คลัสเตอร์สามีภรรยา จ.กาฬสินธุ์ ที่มีลูกเขยอายุ 22 ปีจาก อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี ไปพบและติดเชื้อ ผลการตรวจสายพันธุ์เบื้องต้นเป็นโอมิครอน

อีกคลัสเตอร์ครอบครัวฝรั่งเศส

นพ.ปราโมทย์กล่าวต่อว่า ส่วนอีกรายเป็นครอบครัวชายชาวฝรั่งเศส ภรรยาชาว จ.เลย และลูกอายุ 2 ขวบ รวมเป็น 3 คน เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. เดินทางถึงไทยลงเครื่องที่ กทม.เข้าโรงแรมกักตัว ตรวจ RT-PCR วันที่ 17 ธ.ค. ผลเป็นลบ จากนั้นภรรยาไปกินข้าวร่วมกับเพื่อน 10 คนในร้านอาหารแห่งหนึ่งใน กทม. สามีและลูกรออยู่ที่โรงแรม หลังจากภรรยากลับมาที่โรงแรมให้ข้อมูลว่า ไม่ได้ออกไปไหน ต่อมาวันที่ 19 ธ.ค. ขึ้นเครื่องบินกลับบ้านที่ อ.เอราวัณ จ.เลย เพื่อมาเยี่ยมแม่

โดยวันที่ 22 ธ.ค. พ่อและพี่ชายจาก อ.นาวัง จ.หนองบัวลำภู เดินทางมาเยี่ยมที่บ้าน วันที่ 23 ธ.ค. ภรรยาทราบว่าเพื่อนที่กินข้าวด้วยกันที่กทม. ติดโควิดตัวเอง สามีและลูกจึงไปตรวจเชื้อ วันที่ 24 ธ.ค. ผลสามีกับภรรยาเป็นบวก ลูกเป็นลบครั้งแรก กำลังกักตัวเพื่อตรวจซ้ำ ผลถอดรหัสพันธุกรรมพบเป็นโอมิครอน อยู่ระหว่างตรวจยืนยันอีกครั้ง ครอบครัวนี้ขอย้ายตัวเองไปรักษาที่ ร.พ.เอกชน จ.อุดรธานี

“ขณะนี้กำลังติดตามผู้ร่วมเดินทางโดยเครื่องบินในแถวที่มีความเสี่ยงตามที่กำหนดให้ตรวจหาเชื้อ ส่วนผู้สัมผัสเสี่ยงสูงจากครอบครัวนี้รวม 4 คนคือ ลูก แม่ที่อยู่บ้านด้วยกันที่ จ.เลย กับพ่อและพี่ชาย ที่เดินทางมาเยี่ยม กำลังกักตัวเพื่อรอผลการตรวจครั้งแรกอยู่ ส่วนจะบอกว่าเพื่อนที่กินข้าวด้วยกันติดมาจากรายดังกล่าวหรือไม่ ต้องมา สอบสวนโรคอีกครั้ง แต่เบื้องต้นเพื่อนก็ติดเป็นสายพันธุ์ โอมิครอนเช่นกัน รายละเอียดต้องรอสอบสวนโรคก่อน” นพ.ปราโมทย์กล่าว

สปสช.ย้ำแพ้วัคซีนไม่รอพิสูจน์

ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในฐานะโฆษก สปสช. เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้มีนโยบายจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นผู้ที่เกิดภาวะไม่พึงประสงค์หลังรับฉีดวัคซีนป้องกันโรค โควิด-19 ตามแผนงานโครงการที่รัฐจัดให้ฟรี เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในการรับบริการ

โดยมอบให้ สปสช. เป็นหน่วยงานดำเนินการ และได้ออกประกาศ สปสช. เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นกรณีผู้รับบริการได้รับความเสียหายจากการรับวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2564 และให้มีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน 2564 เป็นต้นไป นั้น สปสช. ขอทำความเข้าใจกับประชาชนอีกครั้ง ว่า ระบบดังกล่าวเป็นเพียงระบบการชดเชยความเสียหายเบื้องต้นเท่านั้น

ทพ.อรรถพร กล่าวว่า คำว่า “เบื้องต้น” หมายถึง ไม่ต้องถึงขนาดพิสูจน์ถูกผิดจนจบกระบวนการว่าเกิดจากวัคซีนหรือไม่ แต่เมื่อใดที่ไปฉีดวัคซีนแล้วเกิดอาการข้างเคียง หรือแม้กระทั่งเสียชีวิต แต่แพทย์จะระบุสาเหตุการเสียชีวิตจากเรื่องอื่น แต่ถ้าสงสัยว่าจะเกี่ยวกับวัคซีน ก็สามารถยื่นเรื่องขอรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นเข้ามาได้เลย ไม่ต้องรอผลการชันสูตรอะไรทั้งสิ้น สปสช.จะมีคณะอนุกรรมการทั้ง 13 เขตทั่วประเทศ ดำเนินการพิจารณาเรื่องเงินเยียวยาให้และจ่ายเงินภายใน 5 วัน หลังมีมติ และแม้ว่าต่อมาจะพิสูจน์ได้ว่าการเสียชีวิต หรือเจ็บป่วยไม่ได้มาจากวัคซีน ก็จะไม่มีการเรียกเงินคืนแต่อย่างใด

ดับคาบ้านอีกราย

วันเดียวกัน เฟซบุ๊ก สรยุทธ สุทัศนะจินดา โพสต์ระบุว่า พบผู้ติดเชื้อโควิดเสียชีวิต ในบ้าน ที่ชุมชนบ้านครัว ถนนพระราม 6 โดยผู้เสียชีวิตเป็นชายชรา เบื้องต้นพบว่าสมาชิกในบ้านมีทั้งหมด 5 คน ก่อนหน้านี้ทุกคนในบ้านได้ตรวจเชื้อโควิดด้วยชุด ATK ปรากฏว่ามีผู้ติดเชื้อทั้งหมด 4 คน และกลุ่มเส้นด้ายก็ได้พาส่งโรงพยาบาลไปก่อนหนี้นี้แล้ว ส่วนผู้ตายในขณะนั้นไม่พบเชื้อ กระทั่งมาเสียชีวิตในวันนี้ หลังตรวจแบบ RT-PCR พบว่าผู้เสียชีวิตติดเชื้อโควิด

สธ.แถลงแนวโน้มหลังปีใหม่

ด้านนพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เผยว่า วันที่ 27 ธ.ค. ช่วงเช้าในการประชุมอีโอซีกระทรวงสาธารณสุข จะมีการหารือถึงประเด็นต่างๆ รวมถึงมาตรการรับมือโควิด-19 และช่วงบ่ายจะมีการแถลงข่าวอัพเดตฉากทัศน์ (scenario) ของการระบาดโควิด-19 หลังปีใหม่ ซึ่งจะเป็นการคาดการณ์ตัวเลขผู้ติดเชื้อเทียบกับการปฏิบัติตามมาตรการที่แตกต่างกันออกไป เพื่อเฝ้าระวัง ป้องกัน

“โดยปกติเราจะทำใน 3 ฉากทัศน์คือ 1.สถานการณ์แย่ที่สุด (Worst Case Scenario) 2.ฉากทัศน์ที่เป็นไปได้ (Plausible Scenario) และ 3.ฉากทัศน์ที่ดีที่สุด (Best Case Scenario) เพื่อดูว่าหากจะให้สถานการณ์ดีที่สุด ต้องทำอะไรบ้าง ปานกลางต้องทำอะไรบ้าง เพื่อให้เราออกมาตรการออกมาเป็นแนวทางให้ประชาชน” นพ.เกียรติภูมิกล่าว

ด้าน นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า ขณะนี้ทางกรมวิทย์กำลังรวบรวมข้อมูลการถอดรหัสพันธุกรรมของไวรัสของสัปดาห์ล่าสุด ซึ่งจะอัพเดตตัวเลขผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอน และคลัสเตอร์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในพร้อมกับการแถลงฉากทัศน์ ทั้งนี้ ย้ำว่าสถานการณ์ล่าสุดข้อมูลจากประเทศอังกฤษที่ติดโอมิครอนเป็นแสนราย แต่อัตราเสียชีวิตไม่มาก แต่ข้อสรุปเบื้องต้นคือ แพร่เร็วแน่นอนส่วนคนที่เคยติดเชื้ออื่นหรือได้รับวัคซีนป้องกันมาแล้วก็แพร่ได้ แต่วัคซีนช่วยไม่ให้อาการรุนแรงได้

ตรวจATKก่อนร่วมเคานต์ดาวน์

นพ.ศุภกิจ เผยต่อว่า ในปีใหม่ประชาชนเดินทางกันมากขึ้น มีการเข้าร่วมกิจกรรมมากขึ้น ดังนั้น คำแนะนำที่สำคัญคือ การคัดกรองตัวเองด้วยชุดตรวจ ATK สร้างความปลอดภัยได้ระดับหนึ่ง แต่ก็มีข้อจำกัดในตัวเอง หากตรวจไม่ถูกวิธี ตรวจในวันแรกๆ เชื้อน้อยๆ ตามหลักความจริงก็คือ อาจจะหาไม่เจอ ยังไงก็ต้องระวัง แต่ไม่อยากให้ยึดเป็นสรณะ เพราะการตรวจครั้งแรกเป็นลบ แต่ต้องมีการตรวจซ้ำใน 3-5 วันถัดไป ระหว่างนั้นก็ต้องป้องกันตัวเอง หากมีความเสี่ยงก็ควรแยกตัวออกจากผู้อื่นให้มากที่สุด

แต่สำหรับคนที่มีการตรวจเป็นซีเรียล คือตรวจบ่อยทุกๆ 3-5 หรือ 7 วันถือเป็นสิ่งที่ดี ตรวจได้บ่อยก็ยิ่งดี ซึ่งตอนนี้หาซื้อได้ง่ายและมีราคาถูกลง สิ่งที่เน้นย้ำคือ การเก็บตัวอย่างเพื่อตรวจ ต้องมีความถูกต้อง ปั่นไม้ที่จมูกต้องปั่นข้างละ 5 รอบ ให้ติดน้ำมูกที่อยู่ตรงเพดานจมูก ไม่ใช่ปั่นแล้วไม่โดน เวลาตรวจก็อาจจะไม่เจอเชื้อได้

เมื่อถามว่าประชาชนควรจะตรวจ ATK ในช่วงไหน ก่อนการเดินทางหรือเข้าร่วมกิจกรรม นพ.ศุภกิจ กล่าวว่า ประเด็นนี้ก็มีคนถามเยอะว่า หากจะต้องเดินทางวันนี้ จะต้องเมื่อไหร่ ซึ่งอธิบายตามหลักการคือ หากจะเข้าร่วมกิจกรรมกับใคร ก็ขอผลตรวจให้ล่าสุดจะดีที่สุด ส่วนการเดินทางกลับมาจากภูมิลำเนา หรือหลังเข้าร่วมกิจกรรม ก็แนะนำว่าตรวจซ้ำได้ เพราะ ATK ราคาถูก หากมีความเสี่ยงก็ตรวจบ่อยทุก 3 วันก็ได้

“สมมติว่าจะดูคอนเสิร์ตเย็นนี้ ให้ตรวจก่อนเข้างานก็ดีที่สุด ไม่ใช่ว่าตรวจ 3-5 วันที่แล้ว แล้วเอาผลมาขอเข้างาน แบบนี้ก็อาจผิดพลาดได้เยอะ ดังนั้น หากจะตรวจครั้งเดียวให้เอาผลล่าสุด แต่หากตรวจเป็นระยะ เป็นซีเรียล ATK อันนี้ไม่เป็นไร ตรวจบ่อยแค่ไหน ก็ดีมากขึ้นเท่านั้น” นพ.ศุภกิจกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน