สื่อทำเนียบตั้ง-ป้อม‘รองช้ำ’
หนู ว้ากซีน’-นะจ๊ะวาทะแห่งปี

นักข่าวทำเนียบตั้งฉายารัฐบาล ‘ยื้อยุทธ์’ ‘บิ๊กตู่’ ได้ชื่อ ‘ชำรุดยุทธ์โทรม’ ‘บิ๊กป้อม-รองช้ำ’ เจอปัญหารุมเร้า ต้องแบกความเจ็บช้ำไว้คนเดียว ‘อนุทิน’ แอ่นอกรับ ‘ว้ากซีน’ ด้าน ‘จุรินทร์’ นั่ง ‘นายกฯ บางโพล’ สุพัฒนพงษ์-มหาเฉื่อย 4D ‘สุชาติ’ ขึ้นชื่อ ‘สุชาติ ชมเก่ง’ ‘ศักดิ์สยาม’ หนีไม่พ้น ‘สายขม นมชมพู’ ‘พิพัฒน์’ เจอ ‘ดีลล่มระดับโลก’ วาทะแห่งปี 2564 ‘นะจ๊ะ’ คำพูดติดปากของนายกฯ เพื่อไทย-ก้าวไกล อัดซ้ำยื้อยุดฉุดกระชากจน ‘บิ๊กตู่’ หมดสภาพผู้นำ ‘ส.ว.วันชัย’ ทำนายปีหน้าถกรื้อมาตรา 272 โละอำนาจส.วโหวตนายกฯ ทำรัฐสภาแตกหักแน่

สื่อทำเนียบตั้งฉายารัฐบาล-8 รมต.

เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลถึงการตั้งฉายารัฐบาลและรัฐมนตรี ซึ่งถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติสืบต่อกันมาของสื่อมวลชนประจำทำเนียบ เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของสื่อมวลชนต่อการทำงานของรัฐบาล โดยปราศจากอคติ ได้มีมติตั้งฉายารัฐบาล รัฐมนตรี และวาทะแห่งปี ประจำปี 2564 ร่วมกันดังนี้

ฉายารัฐบาล ‘ยื้อยุทธ์’ ซึ่งเป็นภาพของรัฐบาลที่ยื้อแย่งกันเองทั้งอำนาจ และตำแหน่ง โดยไม่สนใจประชาชนและการเดินหน้าประเทศ การดำรงอยู่ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะผู้นำรัฐบาล จะเป็นประโยชน์มากกว่า จึงต้องทำทุกอย่างเพื่อยื้อให้พล.อ.ประยุทธ์อยู่ต่อไป

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ‘ชำรุดยุทธ์โทรม’ เนื่องจากการบริหารตลอดทั้งปีที่ผ่านมาถูกมองว่าล้มเหลวทุกด้าน แม้จะยังอยู่ในตำแหน่งได้ แต่ก็ทรุดโทรม เสื่อมสภาพไม่ว่าจะเป็นทางร่างกายหรือจิตใจ

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ‘รองช้ำ’ ซึ่งตลอดทั้งปี พี่ใหญ่ในตระกูล 3 ป.ประสบกับเรื่องช้ำๆ ไม่ว่าเรื่องงานหรือการเมือง โดยเฉพาะปัญหาในพลังประชารัฐ สะเทือนถึงพี่น้องอีก 2 ป. สุดท้ายต้องยอมแบกความเจ็บช้ำไว้คนเดียว

‘อู๊ดด้า’นายกฯบางโพล-สุชาติ ชมเก่ง

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ‘ว้ากซีน’ ล้อมาจากคำว่า “วัคซีน” ภาพที่ผู้คนชกต่อยยื้อแย่งวัคซีน เพราะวัคซีนไม่มาตามนัด จนถูกโจมตีโดยเฉพาะในโซเชี่ยลมีเดีย ทำให้นายอนุทินออกมาตอบโต้อย่างดุเดือดทุกครั้งที่มีโอกาส

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ‘นายกฯ บางโพล’ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีโพลบางสำนักเท่านั้น ต้องการให้นายจุรินทร์เป็นนายกฯ คนต่อไป เปรียบได้กับการเป็นนายกฯ แค่บางโพล ไม่ใช่ทุกโพล

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน ‘มหาเฉื่อย 4D’ เนื่องจากเข้ามารับหน้าที่รองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจ แต่ยังแสดงฝีมือการแก้เศรษฐกิจได้ไม่เด่นชัด มอบนโยบายเหมือนบรรยายธรรม โดยเฉพาะนโยบาย 4D ท่องจนเป็นคาถาติดปาก

นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ‘สุชาติ ชมเก่ง’ เนื่องจากเกือบทุกครั้งเมื่อพูดถึงนโยบายรัฐบาลหรืองานในความรับผิดชอบ จะต้องขึ้นต้นด้วยการชื่นชมนายกฯ หรือพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคของตนเอง

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ‘สายขม นมชมพู’ เนื่องจากปัญหารถไฟฟ้าสายสีเขียวคาราคาซังมานาน ยังไม่มีข้อยุติ และมีภาพหลุด เชื่อมโยงคลัสเตอร์โควิด-19 สถานบันเทิงย่านทองหล่อ ก่อนออกมาชี้แจงว่า หนุ่มโสด ร้องคาราโอเกะ ดื่มนมชมพู หาความสุขหลังเลิกงาน

‘นะจ๊ะ’เป็นวาทะแห่งปี

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ‘ดีลล่มระดับโลก’ เนื่องจากออกมาการันตี ลิซ่า แบล็กพิงก์ ศิลปินเกาหลีสัญชาติไทย ตอบรับมาร่วมงานเคานต์ดาวน์เมืองไทย แต่ดีลล่มไม่เป็นท่า ต้นสังกัดออกแถลงการณ์ดับฝัน ทำให้รัฐบาลเสียเครดิต

วาทะแห่งปี 2564 ‘นะจ๊ะ’ เป็นคำพูดติดปากของ พล.อ.ประยุทธ์ ในสถานการณ์วิกฤต โควิด-19 แม้นายกฯ เลือกใช้คำดังกล่าว เพื่อลดอุณหภูมิของสถานการณ์ลง แต่สังคมสะท้อนกลับให้เห็นผ่านเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับ 1 ว่าใช้คำไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ กระทบกระเทือนจิตใจผู้คน โดยเฉพาะการพูดหลังการประชุมวัคซีนและการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.2564 ที่ประชาชนต่างรอคอยการตัดสินใจของนายกฯ พิจารณาข้อเสนอมาตรการล็อกดาวน์ กทม. และปริมณฑล สะท้อนภาวะความเป็นผู้นำ ที่ล้มเหลวในการสื่อสารเมื่อเกิดภาวะวิกฤต

‘เสี่ยหนู’แอ่นอกรับ‘ว้ากซีน’

วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เข้าปฏิบัติหน้าที่ภายในทำเนียบรัฐบาลตามปกติ แต่ไม่มีวาระการประชุมหรือภารกิจอย่างเป็นทางการ ซึ่งตั้งแต่ช่วงเช้า ได้มีหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะหน่วยงานทางทหาร มาเข้าพบเพื่ออวยพรและมอบของที่ระลึกในช่วงเทศกาลปีใหม่

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงฉายา ‘ว้ากซีน’ และฉายารัฐบาล ‘ยื้อยุทธ์’ ว่า ดี ที่มีคำว่า วัคซีน จะว้ากซีนหรือวัคซีนเต็มแขน หากไปเข้าหูประชาชนที่ยังไม่ได้รับเข็ม 3 ให้รีบ ว้ากซีนมา ยิ่งผู้สูงอายุ ผู้ที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ขอให้ลูกหลานพามารับว้ากซีน ก็เป็นสิ่งที่ดี

“ขอบคุณที่เอาผมเป็นสื่อในการใช้ คำว่าวัคซีนกระจายไปยังประชาชนทุกคน ผมยินดี ส่วนที่ฉายายื้อยุทธ์ก็ดี ให้ท่านอยู่ครบเทอม ทุกคนทำงาน ไม่ต้องยื้อ ผลงานถ้าไม่มีดี คงอยู่ไม่ถึงวันนี้ มือเท่าไรก็ช่วยไม่ได้” นายอนุทินกล่าว

เมื่อถามว่าหากมีโอกาสตั้งฉายาให้ตัวเองกับการทำงานที่ผ่านมาอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า อย่าเลย คิดไม่ออก ทำงานทุกวันดีกว่า

‘วิโรจน์’เย้ย‘บิ๊กตู่’หมดสภาพผู้นำ

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ว่า ฉายารัฐบาล ‘ยื้อยุทธ์’ นั้น คิดว่าไม่มีใครยื้อพล.อ.ประยุทธ์ เพราะสภาพไปไม่ได้แล้ว ไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ และการพัฒนาประเทศให้กับประชาชนได้ ดังนั้น ให้เรียกว่า ยุทธ์ยื้อจะดีกว่า

ผู้สื่อข่าวถามว่าฉายา ‘ชำรุดยุทธ์โทรม’ ของพล.อ.ประยุทธ์ ถือว่าตรงหรือไม่ นายวิโรจน์กล่าวว่า ก็ตรงดี เพราะนายกฯ หมดสภาพการเป็นผู้นำแล้ว เมื่อถามว่าปมวาระ นายกฯ 8 ปีจะทำให้พล.อ.ประยุทธ์ พ้นจากตำแหน่งหรือไม่ นายวิโรจน์กล่าวว่า พรรคก้าวไกลไม่ได้สนใจประเด็นนี้เลย พล.อ.ประยุทธ์จะไม่ได้ไปด้วยเรื่องเทคนิคทางกฎหมายแบบนี้ เพราะมีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีที่สามารถโต้แย้งให้ได้หมด แต่นายกฯ จะไปจากตำแหน่งด้วย วีรเวรของตัวเองที่ทำให้คนในชาติสิ้นความหวังและเดือดร้อน

พท.ซ้ำยื้อยุดฉุดกระชากชัดเจน

ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การตั้งฉายาของสื่อมวลชนเป็นสีสันในช่วงท้ายปี เมื่ออ่านแล้วก็ชัดเจน เห็นภาพในหลายๆ ท่าน เช่น ว้ากซีน ตนชื่นชมผู้สื่อข่าวที่หาคำได้อย่างเหมาะสม ส่วนรัฐบาลได้ฉายาว่า ยื้อยุทธ์ ผู้นำรัฐบาลคือพล.อ.ประยุทธ์ การทำงานที่ผ่านมาเป็นการยื้อยุดฉุดกระชากกันอย่างชัดเจน เช่น การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งที่ผ่านมา ที่พล.อ.ประยุทธ์มีโอกาสจะไม่ได้รับการไว้วางใจจากสภา แต่ก็ยื้อกัน นี่คือการประมวลการทำงาน

ส่วนที่นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้เป็นดาวเด่นสภานั้น ต้องขอขอบคุณผู้สื่อข่าว และขอแสดงความยินดีกับนพ.ชลน่าน ซึ่งเมื่อปี 2552 นพ.ชลน่าน เคยเป็นดาวสภามาแล้วครั้งหนึ่ง ด้วยการทำงานที่ต่อเนื่อง และให้ความสำคัญกับการประชุมสภาทุกนัด จึงทำได้อย่างสมบูรณ์ ดังนั้น ฉายาที่ได้รับนี้ถือว่าเป็นของขวัญจากผู้สื่อข่าว และเป็นความภูมิใจของพรรคเพื่อไทย รวมถึงเป็นกำลังใจให้นพ.ชลน่าน และทุกคนในพรรค ทำงานให้ประชาชนต่อไป

‘สมพงษ์’ค้านตกสวรรค์

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงฉายา ‘สมพงษ์ตกสวรรค์’ ว่า ขอขอบคุณสื่อมวลชนที่ยังให้เกียรติและนึกถึง ในฐานะนักการเมืองย่อมต้องยอมรับการวิพากษ์วิจารณ์ แม้จะเป็นคำวิจารณ์ในเชิงลบก็ตาม คำว่าตกสวรรค์อาจจะไม่ตรงกับสถานการณ์ของตนเท่าไร เพราะการทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านไม่ได้สวยหรูดั่งอยู่บนสวรรค์อย่างที่เข้าใจ โดยเฉพาะการทำงานในสภาชุดนี้ ที่มีปัญหาและอุปสรรคนานัปการต่อการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านหรือฝ่ายตรวจสอบที่ถูกปิดกั้นขัดขวางอย่างสิ้นเชิงจากฝ่ายรัฐบาลเสียงข้างมาก

“กรณีของผมน่าจะใช้คำว่าขึ้นจากนรกมากกว่าตกจากสวรรค์ ด้วยอุปสรรคต่างๆ ต่อการทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านในสภา ตลอดจนยอมรับข้อเท็จจริงในแง่ความเหมาะสมของผมต่อบทบาทหน้าที่ ซึ่งไม่ต่างจาก พล.อ.ประยุทธ์ที่ไม่มีความเหมาะสมกับการเป็นนายกฯ ในหลายประการ ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ตอนนี้ก็เหมือนตกอยู่ในนรกเช่นกัน ส่วนการลาออกจากหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่ทำให้พ้นผู้นำฝ่ายค้านด้วย เป็นความตั้งใจไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่ง เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมก็พร้อมเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามาทำหน้าที่” นายสมพงษ์กล่าว

‘ราเมศ’ชู‘ชวน’ทำหน้าที่เยี่ยม

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เลขานุการประธานรัฐสภา ให้สัมภาษณ์ถึงการที่สื่อมวลชนประจำรัฐสภา ตั้งฉายา ‘สภาอับปาง’ ว่า เป็นเรื่องปกติ เข้าใจการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน ส่วนการทำหน้าที่ของนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ได้ประจักษ์ด้วยการทำหน้าที่ที่สมบูรณ์ที่สุด ทุ่มเททำงาน เป็นกลางตรงไปตรงมา รวมถึงเน้นย้ำสมาชิกทุกคนต้องเป็นแบบอย่างที่ดีในการเคารพกฎหมาย ส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีและเรียกความเชื่อมั่นของสถาบันนิติบัญญัติ ซึ่ง วันนี้พิสูจน์แล้วว่าการที่มีนายชวน เป็นประธานรัฐสภา สถาบันนิติบัญญัติมีภาพลักษณ์ที่ดีขึ้น มีความน่าเชื่อถืออย่างมาก สมาชิกบางส่วนที่ไม่สามารถดำรงตนอยู่ได้ด้วยความดี จะเห็นว่าจะถูกคัดกรองออกไป

“เมื่อมีการตั้งฉายาประจำปีนี้ ก็มีประชาชนสะท้อนความคิดเห็นจำนวนมาก จึงได้อธิบายให้ประชาชนเข้าใจถึงการตั้งฉายาว่าเป็นเรื่องปกติ ไม่อยากให้กังวล ฉายาเกิดขึ้นทุกปี แต่ความดีที่จะอยู่ในใจประชาชนทุกเวลาคือสิ่งที่มีค่าที่สุด ส่วนที่สื่อยกเลิกฉายาคนดีศรีสภาไปหลายปีนั้น ส่วนตัวได้สัมผัสและทำงานร่วมกับส.ส.หลายคน รวมถึงประธานรัฐสภา เชื่อว่ามี ส.ส.น้ำดีในสภาชุดนี้ ที่ตั้งใจทำงานให้ประชาชนและประเทศชาติ ขอเป็นกำลังใจส.ส.ที่ทำหน้าที่อย่างแท้จริง” นายราเมศกล่าว

‘ศิริศักดิ์’ทิ้งปชป.-หนุน‘ทนายแดง’

นายศิริศักดิ์ อ่อนละมัย อดีต ส.ส.ชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ตนได้ยื่นใบลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์แล้ว เนื่องจาก ตนไปสนับสนุนนายชวลิต อาจหาญ หรือทนายแดง ลงสมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ชุมพร เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เพราะที่ผ่านมา ตนและนายชวลิตทำงานด้วยกันมาตลอด และนายชวลิตเคยหารือกับตนเรื่องการทำงานทางการเมือง อีกทั้ง ในฐานะที่ตนเป็นส.ส.ชุมพรมา 6 สมัย มีประสบการณ์มากพอที่จะมองภาพบ้านเมืองในหลายมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจ.ชุมพร ควรมีสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อชาวชุมพร และต้องมาก่อนผลประโยชน์ของพรรคการเมือง

ผู้สื่อข่าวถามว่าเรื่องนี้จะส่งผลต่อนายสราวุธ อ่อนละมัย ส.ส.ชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นลูกชายด้วยหรือไม่ นายศิริศักดิ์ กล่าวว่า นายสราวุธอายุเกือบ 50 ปีแล้ว คิดเองเป็น และตนไม่เคยชี้นำอะไรลูก ขอยืนยันว่าตนไม่เคยคิดเนรคุณกับพรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นถิ่นกำเนิดทางการเมืองของตน

ด้านนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้อำนวยการการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ชุมพร เขต 1 พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า คิดว่าเรื่องนี้ไม่มีปัญหาต่อพรรค ยังสามารถรับมือได้ อีกทั้งไม่น่าจะทำให้สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์หันไปสนับสนุนผู้สมัครของพรรคพลังประชารัฐ เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องการเลือกเพื่อตั้งรัฐบาล แต่เป็นการขอคืนความเป็นธรรมให้กับนายชุมพล จุลใส อดีตส.ส.ชุมพร เขต 1 พรรคประชาธิปัตย์ ถูกตัดสิทธิ์จากการออกไปชุมนุมต่อต้านการออกกฎหมายนิรโทษกรรมด้วยการให้โอกาสแก่นายอิสรพงษ์ มากอำไพ ผู้สมัครส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้เป็นส.ส.แทน

สวัสดีปีใหม่ – แกนนำ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน เข้ามอบกระเช้าของขวัญอวยพรปีใหม่นายขรรค์ชัย บุนปาน ประธานเครือมติชน และร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกับคณะผู้บริหารเครือมติชน ที่อาคารมติชน ประชานิเวศน์ 1 กทม. เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.

‘ชลน่าน’ซัด‘วิฑูรย์’ทำพท.เสียหาย

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ นายวิฑูรย์ นามบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ภาคอีสาน ให้สัมภาษณ์สื่อท้องถิ่น อ้างว่าได้ดีลนายเกรียง กัลป์ตินันท์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และนายทักษิณ ชินวัตร หรือ โทนี่ วู้ดซัม ขอตำแหน่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับไม่ต่ำกว่า 30 ในการจะย้ายมาอยู่พรรคเพื่อไทยว่า ยืนยันว่าใครจะมาเป็นสมาชิกหรือผู้สมัครในนามพรรค ต้องมีกระบวนการที่ชัดเจนตามพระราชราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง และข้อบังคับของพรรคเพื่อไทย ใครจะมากล่าว อ้างว่าจะมาเป็นสมาชิกพรรค ผู้สมัครพรรค หมายเลขนั้น หมายเลขนี้ ถ้าไม่ผ่านกระบวนการสรรหา และคณะกรรมการพรรค (กก.บห.) เราไม่รับรู้รับทราบใดๆ ทั้งสิ้น

ผู้สื่อข่าวถามว่าได้ปิดประตูรับนายวิฑูรย์แล้วใช่หรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า หากจะเป็นส.ส.บัญชีรายชื่อ ทางกก.บห. ต้องมาพิจารณาว่าจะจัดลำดับอย่างไร ถ้ามีเงื่อนไขหรือข้อเสนอที่เรารับไม่ได้ กก.บห.ก็รับไม่ได้ โดยเฉพาะเป็นประเด็นที่ทำให้พรรคเสียหาย จะเป็นข้อพิจารณาอย่างแรก ทำให้กรรมการสรรหาไม่รับพิจารณาด้วยซ้ำ ถ้าเจตนาเขาต้องการทำให้พรรคเราเสียหาย ทั้งๆ ที่เป็นนักการเมือง รู้ตัวบทกฎหมายอยู่ การนำมาพูดแบบนี้มันเป็นเงื่อนไข แต่ไม่ได้ต้องการมาอยู่กับพรรคเราหรือไม่เราก็ไม่รู้ แต่เมื่อตีความดูเจตนาต้องการทำให้พรรคเราเสียหาย ซึ่งเราไม่รับรู้อะไรเลย

‘วันชัย’ทำนายปีหน้าแตกหัก

ที่รัฐสภา นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. กล่าวถึงสื่อมวลชนประจำรัฐสภาตั้งฉายาวุฒิสภา ‘ผู้เฒ่าเฝ้ามรดก คสช.’ ว่า ไม่ได้ตำหนิ ถือเป็นการสะท้อนการทำหน้าที่ของส.ว. ซึ่งต้องนำมาปรับปรุงการทำหน้าที่ จากนี้เหลือเวลาอีก 2 ปีกว่า เราต้องปรับเปลี่ยนภาพลบ ต้องแก้ไข และสร้างภาพลักษณ์เชิงบวก

ผู้สื่อข่าวถามถึงการเมืองปี 2565 นายวันชัยกล่าวว่า จะมีประเด็นการแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ยกเลิกอำนาจวุฒิสภา ร่วมเลือก นายกฯ ที่จะเข้ารัฐสภาในสมัยประชุมหน้า กังวลว่าจะเป็นประเด็นแตกหักของรัฐสภา และเป็นความขัดแย้งครั้งใหญ่ เชื่อว่าส.ส.ส่วนใหญ่ ต้องการโหวตนายกฯเอง ขณะเดียวกันอาจมีบางกลุ่ม บางพวก หรือผู้มีอำนาจ ยังคงต้องการให้ ส.ว.ร่วมโหวตนายกฯ

“ประเด็นดังกล่าวกับสถานการณ์อีก 6 เดือนกว่าใกล้เลือกตั้งอาจเกิดปรากฏการณ์ ลำหักลำโค่น เพื่อนำไปสู่ชัยชนะในสภา อาจถึงขั้นแตกหัก ซึ่งการแก้ไขมาตรา 272 แม้จะเคยถูกตีตกมาแล้ว แต่การพิจารณาครั้งใหม่ ไม่มีอะไรการันตีว่าจะตีตกหรือไม่ เนื่องด้วยสถานการณ์การเมืองเปลี่ยนไป หากสภา ผู้แทนราษฎรรวมพลังกันได้เกิน 400 เสียง จะเป็นแรงปะทะใหม่ และส.ว.จะต้องคิดหนัก จึงคิดว่าเป็นเรื่องของการลำหักลำโค่น” นายวันชัยกล่าว

กมธ.ติดตามเงินกู้ป่วนหนัก

ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการทำงานของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาติดตาม ตรวจสอบการใช้เงินตามพ.ร.ก. 3 ฉบับ กู้เงิน 1.9 ล้านล้านบาท เพื่อแก้ปัญหา เยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นประธานกมธ.ว่า หลังจากสภามีมติไม่อนุมัติให้กมธ.ต่ออายุการทำงานออกไปอีก 120 วัน จากที่จะครบวันที่ 2 ม.ค.2565 ทำให้กมธ.ต้องนัดประชุมผ่านระบบออนไลน์เพื่อสรุปรายงานเสนอในวันที่ 29 ธ.ค.

ก่อนหน้านั้นการทำงานของกมธ.มีปัญหาเนื่องจากมีกมธ.ลาออกจำนวนหนึ่งเพราะไม่พอใจที่ขอขยายเวลาพิจารณาออกไป เหมือนถ่วงเวลาไม่ให้รายงานของกมธ.ที่สรุปรายงานการใช้เงินกู้ 1.9 ล้านล้านบาทของรัฐบาลเข้าสภาได้ทันในสมัยประชุมนี้ เพราะกมธ.เคยขอขยายมาแล้ว 3 ครั้ง นับตั้งแต่เริ่มทำงานเมื่อ 18 มิ.ย.2563

แห่ลาออก-ค้านขยายเวลา

ส่วนกมธ.ตรวจสอบการใช้เงินกู้ตาม พ.ร.ก.กู้เงินเพิ่มเติม (5 แสนล้านบาท) ที่มีนายสรอรรถ กลิ่นประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เป็นประธานกมธ.ก็มีส.ส.ไม่เห็นด้วย เช่น นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ได้ยื่นใบลาออก นอกจากนั้นยังพบว่าการประชุมกมธ.บางครั้ง มีกมธ.เข้าเพียง 3-4 คน และประชุมเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับงานกมธ.

นายวิสารให้สัมภาษณ์ว่า ตนไม่เห็นด้วยกับการต่ออายุของกมธ.เพราะทำงานมานานเกือบ 2 ปี จึงควรสรุปรายงานเพื่อเสนอต่อสภา อีกทั้งปัจจุบันมีกมธ.ที่พิจารณาเงินกู้ 5 แสนล้านบาท ซึ่งทำงานเหมือนกันและเรื่องเดียวกัน จึงควรให้กมธ.ชุดดังกล่าวได้ทำงานต่อ ไม่ซ้ำซ้อนกันจะเหมาะสมกว่า

‘บิ๊กป้อม’มอบที่ทำกินชาวโคราช

เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. ที่วิสาหกิจชุมชนไร่นาสวนผสมเกษตรกรฐานรากช่องโคพัฒนา ต.รังกาใหญ่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เป็นประธานในพิธีสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) หรือ บจธ. มอบสิทธิในที่ดินทำกิน ให้เกษตรกร 300 คน

โดยมีร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ครอบครัวรัตนเศรษฐ นำโดยนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นางทัศนียา ภริยา ส.ส.นครราชสีมา นางทัศนาพร เกษเมธีการุณ ส.ส.นครราชสีมา น้องสาวนางทัศนียา ซึ่งทั้ง 3 ถูกคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ นายอภิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม นายเกษม ศุภรานนท์ ส.ส.พปชร. นายสิระ เจนจาคะ นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา นางยลดา หวังศุกกิจโกศล นายก อบจ.นครราชสีมา ผู้แทนส่วนราชการ ผู้นำชุมชน มาต้อนรับอย่างชื่นมื่น

พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ขอบคุณ บจธ.ที่เร่งขับเคลื่อนแก้ปัญหาช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ยากจน ในการแก้ปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล โดยเฉพาะมีความคืบหน้าอย่างมากใน 4 โครงการหลัก ย้ำว่ายังมีเกษตรกรและผู้ยากจนอีกจำนวนมากที่ไร้ที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน ขอให้เร่งขยายผลให้ครอบคลุมทั่วประเทศโดยเร็ว และขอให้ประชาชนนำที่ดินไปทำประโยชน์จริง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและเกิดประโยชน์สูงสุดในการบริหารจัดการที่ดินร่วมกันอย่างยั่งยืน

ร่วมมือ – นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษาฯ และพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ลงนามความร่วมมือการจัดสรรทุนการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแก่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่กระทรวงการอุดมศึกษาฯ เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.

‘เอนก-บิ๊กปั๊ด’ลงนามให้ทุนตร.

วันที่ 27 ธ.ค. ที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.อุดมศึกษาฯ และพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการจัดสรรทุนการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแก่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) โดยมีผู้บริหารระดับสูงของทั้งสองหน่วยงาน ประกอบด้วย นพ. สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวง, นายพาสิทธิ์ หล่อธีรพงศ์ รองปลัดกระทรวง, พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผบ.ตร., พล.ต.ท.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้ช่วยผบ.ตร. ร่วมในพิธีลงนาม

สำหรับบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เกิดจากนโนบายของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ที่ต้องการให้มีการพัฒนาอุปกรณ์การทำงาน และส่งเสริมความรู้เพื่อการสืบสวน พิสูจน์ตัวตนอาชญากรทางเทคโนโลยี พัฒนาความรู้ทางเทคโนโลยีให้กับข้าราชการตำรวจ รวมถึงการให้ทุนการศึกษากับผู้ปฏิบัติงานที่มีความสามารถไปศึกษาต่อเพื่อนำความรู้ที่ได้รับกลับมาใช้ทำงาน เนื่องจากปัจจุบันรูปแบบของการก่อเหตุอาชญากรรมมีความรุนแรง รวมถึงแผนประทุษกรรมที่ซับซ้อนเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม มีการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้เป็นช่องทางในการก่อเหตุอาชญากรรม ทำให้มีผู้หลงเชื่อและตกเป็นเหยื่อเป็นจำนวนมาก

ตร.ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว แต่ยังขาดแคลนบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในด้านนี้ จึงได้บูรณาการความร่วมมือและประสานงานกับกระทรวงการอุดมศึกษาฯ ในการจัดสรรทุนการศึกษาให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเป็นการเสริมสร้างศักยภาพของข้าราชการตำรวจ ให้มีความรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ สามารถนำมาปรับใช้ทั้งด้านการสืบสวนสอบสวนคดีอาชญากรรม รวมถึงนำมาประยุกต์ใช้กับการบริหารงานตำรวจในด้านอื่นๆ เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก

พีมูฟจี้‘ตู่’ระงับกม.คุมเอ็นจีโอ

วันที่ 27 ธ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจำนงค์ หนูพันธ์ ประธานขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) หรือพีมูฟ พร้อมตัวแทน 19 เครือข่ายภาคประชาชน อาทิ องค์กรผู้สูงอายุ ผู้พิการฯ ยื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เพื่อคัดค้านร่างพ.ร.บ.การดำเนินกิจกรรมขององค์กรไม่แสวงหากำไร พ.ศ…. มีนายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนรับเรื่อง

นายจำนงค์ระบุว่า พีมูฟและเครือข่ายฯขอคัดค้าน ในทุกขั้นตอนที่จะนำเสนอกฎหมายดังกล่าว และทราบว่าคณะกรรมการกฤษฎีกา จะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในวันที่ 28 ธ.คนี้ จึงขอคัดค้านเพราะเห็นว่าเป็นการเสนอกฎหมายที่จะเข้ามาควบคุมองค์กร และทำให้ประชาชนไม่สามารถเรียกร้องตามสิทธิที่พึงจะกระทำได้ และยังเป็นการปิดปากประชาชนไม่ให้เคลื่อนไหว นอกจากนั้นกระบวนการเสนอร่างกฎหมายเป็นไปอย่างรวบรัด ไม่โปร่งใส ไม่ได้เปิดเผยผลการรับฟังความเห็นและรายงานวิเคราะห์ผลกระทบ ตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ

ขณะที่เนื้อหาของกฎหมายที่คัดลอกเนื้อหาบางส่วนขาดสาระสำคัญ เรื่องกลไกส่งเสริมสนับสนุนองค์กรภาคประชาชนสังคม ไม่มีการจัดสรรงบประมาณประจำปี และยังมีบทบัญญัติที่จำกัดสิทธิเสรีภาพ ขององค์กรฯ ที่จะทำงานเพื่อสาธารณะ รวมถึงมีบทกำหนดโทษแก่ ผู้ฝ่าฝืน และมาตรการควบคุมเช่นเดียวกับกฎหมายป้องกันการฟอกเงิน การเสนอกฎหมายฉบับนี้สะท้อนเจตนาที่ต้องการควบคุมองค์กรภาคประชาสังคม ไม่สอดคล้องกับสังคมประชาธิปไตย

นายจำนงค์กล่าวเรียกร้องไปถึงพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะประธานกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ให้จัดประชุมคณะกรรมการในรูปแบบปกติที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อพิจารณาแก้ไขปัญหาของพีมูฟที่ยังค้างคาอยู่จากสถานการณ์โควิด-19 ทั้งเรื่องโฉนดชุมชน การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของการรถไฟ รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวกับการคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ เป็นต้น วันนี้พวกเราอยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อให้ทราบถึงความเดือดร้อนของประชาชนที่สะสมมา 7-8 ปี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน