คาดหลังปีใหม่แรงขึ้น
วันละ3หมื่น-ตาย180
หนุ่มติด-โยงงานช้าง
คนดูคอนเสร์ต-ระทึก
แต่ผู้ว่าฯยืนยันไม่เกี่ยว
ติด ‘โอมิครอน’ พุ่งครึ่งพันแล้ว ลาม ‘สุรินทร์’ พบหนุ่ม 16 ปีป่วย เชื่อมโยงคอนเสิร์ตงานช้างแฟร์ แต่ผู้ว่าฯ ยันไม่เกี่ยวข้อง เพราะสั่งยกเลิกคอนเสิร์ตไปก่อนที่คนติดเชื้อมาเที่ยว ที่ ‘อุบลฯ’ ก็เจอนักท่องเที่ยวออสเตรเลีย ส่วน ‘เลย’ พบ 2 ราย ขณะที่ ‘มหาสารคาม’ วุ่น ติดรวดเดียว 21 ราย กลุ่มเสี่ยงอีกเพียบ ศบค.-สธ.รับมือเชื้อแพร่ระบาดหลังปีใหม่ คาดเลวร้ายสุดอาจติดวันละ 3 หมื่น เสียชีวิต 170-180 คนต่อวัน แต่ยังมีเตียงรองรับได้สูงถึงวันละกว่า 5 หมื่น ขณะที่ยอดติดเชื้อใหม่เพิ่มอีก 2.4 พัน เสียชีวิต 18 ราย
ติดโควิดอีก 2.4 พัน-ตาย 18
เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือศบค. แถลงว่าพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2,437 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสมยืนยันตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 2,212,407 ราย หายป่วยเพิ่มขึ้น 3,845 ราย อยู่ระหว่างรักษา 34,436 ราย อาการหนัก 752 ราย และใส่ท่อช่วยหายใจ 179 ราย เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 18 ราย ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 21,598 ราย
สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดวันที่ 27 ธ.ค. ได้แก่ กทม. 427 ราย นครศรีธรรมราช 150 ราย ชลบุรี 138 ราย ขอนแก่น 96 ราย สมุทรปราการ 88 ราย เชียงใหม่ 57 ราย ตรัง 56 ราย ฉะเชิงเทรา 54 ราย สงขลา 53 ราย และสุราษฎร์ธานี 52 ราย โดยพบคลัสเตอร์หลายพื้นที่ ทั้งคลัสเตอร์โรงงาน ตลาด พิธีกรรมทางศาสนา เช่น มีผู้เดินทางจาก จ.ขอนแก่น ไปร่วมงานศพที่ จ.เลย คลัสเตอร์สถานศึกษา โรงเรียนที่จ.แม่ฮ่องสอน ศรีสะเกษ นนทบุรี ลำปาง คลัสเตอร์ร้านอาหารและสถานบันเทิง โดยหลายพื้นที่พบการลักลอบขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะที่ จ.เชียงใหม่
‘โอมิครอน’ทะลุแล้วครึ่งพัน
พญ.อภิสมัยกล่าวว่าส่วนสถานการณ์เชื้อกลายพันธุ์โอมิครอน วันที่ 27 ธ.ค. มี 514 ราย ก้าวกระโดดจากสัปดาห์ที่แล้ว จำนวนนี้ 2 ใน 3 เป็นผู้เดินทางเข้าประเทศ และ 1 ใน 3 เป็นผู้สัมผัสผู้ติดเชื้อ คลัสเตอร์ใหญ่อยู่ที่ จ.กาฬสินธุ์ เป็นเคสสามีภรรยาและที่เดินทางกลับจากเบลเยียม จากไทม์ไลน์มีการรับประทานอาหารในผับ และเดินทางไปตลาดโรงสี ทำให้มีนักดนตรี พนักงาน ลูกค้าที่รับประทานอาหารในขณะนั้น เป็นผู้เสี่ยงสูงทั้งหมด 125 ราย เฉพาะที่ร้านอาหารมีผู้ติดเชื้อแล้ว 21 ราย และมี 97 ราย รอยืนยันว่าติดเชื้อหรือไม่ คลัสเตอร์นี้ยังเชื่อมโยงไปยัง จ.ลำพูน ที่พบผู้ติดเชื้อแล้ว 4 ราย และ จ.อุดรธานีอีก 6 ราย
นอกจากนี้ยังพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์ โอมิครอน จ.สุรินทร์ 1 ราย เป็นการสัมผัส ผู้ติดเชื้อที่เดินทางกลับจากประเทศเดนมาร์ก และยังพบที่ จ.ภูเก็ต และกระบี่ จังหวัดละ 1 ราย เป็นการสัมผัสจากแม่บ้านที่ทำงานในโรงแรมที่ผู้ติดเชื้อพักอาศัย ส่วนที่ จ.ปัตตานี พบ 7 ราย เป็นการสัมผัสผู้ติดเชื้อที่เดินทางกลับจากการแสวงบุญที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย ขณะที่ กทม.พบ 2 ราย เป็นการสัมผัสผู้ติดเชื้อที่เป็นสามีประกอบอาชีพนักบินเดินทางกลับจากไนจีเรีย
แนะแมสก์ 2 ชั้น-เร่งบูสต์วัคซีน
ผู้ช่วยโฆษกศบค.กล่าวว่า ข้อมูลเบื้องต้นอาการของผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอน 41 ราย พบว่ามีอาการไอมากที่สุดถึงร้อยละ 54 รองลงมาคือ เจ็บคอ และเป็นไข้ ส่วนอาการที่พบน้อยที่สุดคือการรับรู้กลิ่นน้อยลงมีเพียง 1 ราย โดยโอมิครอนเป็นการติดเชื้อทางเดินหายใจในส่วนบน ไม่ลงปอด จึงเป็นการยากที่จะสังเกตอาการคนใกล้ชิด กระทรวงสาธารณสุขจึงแนะนำให้สวมหน้ากากอนามัยสองชั้นเพื่อป้องกัน และจากสถานการณ์ โอมิครอน ทั้งไทยและหลายประเทศมีมาตรการตอบโต้ โดยแนะนำให้ประชาชนฉีดบูสเตอร์เข็มสาม เป็นอาวุธที่มีประสิทธิภาพและหลายประเทศเห็นพ้องแนวทางนี้
ส่วนของไทยอัตราการบูสเตอร์เข็มสามยังน้อยมาก เพียง 6,226,249 รายเท่านั้น คิดเป็น 8.6 เปอร์เซ็นต์ของประชากร จึงขอให้เร่งรณรงค์ดำเนินการเรื่องเหล่านี้ สำหรับผู้ที่ฉีดเข็มที่หนึ่งและสองเป็นซิโนแวค หรือ ซิโนฟาร์ม ให้ฉีดบูสเตอร์เข็มสามหลังจากฉีดเข็มที่สองแล้ว 4 สัปดาห์ ส่วนผู้ที่ฉีดแอสตร้าเซนเนก้าเข็มที่สองแล้ว ให้รอ 3 เดือน จึงไปกระตุ้นเข็มที่สาม เช่นเดียวกับผู้ที่ติดเชื้อแล้วให้รอหลังจากหายแล้ว 3 เดือน และศบค.ชุดเล็กยังมีความห่วงบุคลากรทางการแพทย์ ผู้สูงอายุ และ 7 กลุ่มโรค จึงขอให้ไปฉีดเข็มที่สี่
รับมือเชื้อระบาดหลังปีใหม่
พญ.อภิสมัยกล่าวอีกว่า นอกจากนี้กระทรวงสาธารณสุขยังประกาศให้ร.พ.ทั่วประเทศเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์การแพร่ระบาดหลังปีใหม่ รวมถึงเตรียมพร้อมระบบการกักตัวที่บ้าน หรือศูนย์พักคอยชุมชน พร้อมฝากสถานประกอบการ โรงงาน ให้จัดสัดส่วนพื้นที่กักกันในบริษัทสำหรับบุคคลที่เดินทางกลับจากช่วงปีใหม่ ที่มีประวัติเสี่ยงกับผู้ติดเชื้อ ให้สถานประกอบการและบริษัทเข้มงวดในการตรวจคัดกรอง โดยใช้เวลา 2 สัปดาห์หลังปีใหม่ตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อ หรือผู้ป่วยที่ในระยะแรกอาจไม่แสดงอาการ หากค้นพบจะได้นำเข้าสู่ระบบการรักษาทันที เพื่อจะได้ไม่แพร่เชื้อกระจายเป็นวงกว้าง
“นายกฯ ย้ำให้การเที่ยวปีใหม่ในกลุ่มเล็ก หรือการสังสรรค์ในครอบครัว เพื่อนสนิทสถานที่ทำงาน ให้ตรวจเอทีเค ทั้ง ผู้จัดและ ผู้ร่วมงาน จะทำให้ยอดผู้ติดเชื้อหรือเสียชีวิตไม่เพิ่มมาก จนถึงขั้นที่ระบบสาธารณสุขดูแลได้ลำบาก” พญ.อภิสมัยกล่าว
โอมิครอนลามถึง‘อุบลฯ’
สำหรับสถานการณ์ในจังหวัดต่างๆ นั้น จ.อุบลราชธานี พบผู้ติดเชื้อโควิดโอมิครอน 1 ราย นับเป็นรายแรกของจังหวัด เป็นผู้ชายชาวออสเตรเลีย อายุ 49 ปี เดินทางเข้าประเทศในรูปแบบเทสต์แอนด์โกเมื่อวันที่ 11 ธ.ค. โดยไม่ต้องกักตัว ตรวจหาที่สนามบินไม่พบติดเชื้อ จึงพักอาศัยยู่กรุงเทพฯ ช่วงหนึ่ง ก่อนเดินทางด้วยเครื่องบินมาลงที่ จ.อุบลราชธานี ต่อรถไปหาแฟนสาวที่ อ.เสนางคนิคม จ.อำนาจเจริญ พักอยู่กับแฟนสาว พบปะเพื่อนฝูงที่บ้านแฟนสาวและที่ จ.อุบลราชธานี 10 คน
ต่อมามีอาการป่วย วันที่ 21 ธ.ค. ตรวจหาเชื้อด้วยวิธีอาร์ที-พีซีอาร์ ที่ร.พ.เอกชน อ.เมืองอุบลราชธานี ผลติดเชื้อโควิด ส่งรักษาที่ร.พ.50 พรรษามหาวชิราลงกรณ และเมื่อวันที่ 23 ธ.ค. ผลตรวจยืนยันเป็นเชื้อโควิดโอมิครอน จึงให้ผู้ใกล้ชิด 10 คน เข้ารับการตรวจหาเชื้อด้วยวิธีอาร์ที-พีซีอาร์ ผลเป็นลบ แต่กักตัว ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงทั้งหมดไว้ก่อน ส่วนผู้โดยสาร 23 คน ที่เดินทางด้วยเครื่องบินมาพร้อมกับผู้ป่วย เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทั้งหมดสังเกตอาการและเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิดทุกคน
‘สุรินทร์’เจอรวดเดียว 3 คน
จ.สุรินทร์ พบผู้ติดเชื้อโควิด โอมิครอน 3 คน เป็นผู้หญิงไทยอายุ 40 ปี อยู่บ้านโคกสง่า ต.แนงมุด อ.กาบเชิง กับสามีอายุ 58 ปี ชาวเดนมาร์ก ทั้งคู่เดินทางกลับมาเยี่ยมบ้าน และแพร่เชื้อติดนักศึกษาชายอายุ 16 ปี ซึ่งเป็นหลานผู้หญิงไทย มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูงรวม 49 คน และสัมผัสเสี่ยงต่ำ 23 ราย
โดยเฉพาะผู้ป่วยที่เป็นนักศึกษาอายุ 16 ปี เดินทางไปชมการแสดงดนตรีภายในงานช้างแฟร์ เมื่อคืนวันที่ 17 ธ.ค. เป็นการแสดงคอนเสิร์ต มีประชาชนเข้าชมนับหมื่นคนอีกด้วย โดยมีอาการไข้ ไอ น้ำมูกและเจ็บคอ หลังจากไปชมคอนเสิร์ตได้เพียงแค่ 2 วันเท่านั้น ตรวจพบเชื้อยืนยันจากร.พ.เอกชน อ.เมือง จ.สุรินทร์ เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.
เฝ้าระวังกลุ่มเที่ยวงานช้าง
นพ.สินชัย ตันติรัตนานนท์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า ผู้หญิงไทยและสามีชาวเดนมาร์กมาถึงไทยวันที่ 16 ธ.ค. เข้าระบบเทสต์แอนด์โก ตรวจอาร์ที-พีซีอาร์ไม่พบเชื้อ มาถึง จ.สุรินทร์ วันที่ 18 ธ.ค. รับประทานอาหารในครอบครัว และเชื่อมโยงกับงานช้างสุรินทร์ แต่ ผวจ.สุรินทร์สั่งยกเลิกคอนเสิร์ตวันที่ 17 ธ.ค. โดยที่ไม่รู้เลยว่าเชื้อ โอมิครอนจะมาหรือไม่ แต่กิจกรรมรวมกลุ่มเป็นความเสี่ยง จึงต้องยุติ เพราะฉะนั้นกลุ่มคนที่สงสัยว่าไปเที่ยวงานช้างวันที่ 17-20 ธ.ค.นั้นไม่เกี่ยวข้อง เพราะว่ากลุ่มนี้ไม่ได้เข้ามาในงาน
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์กล่าวอีกว่า เพราะฉะนั้นตั้งแต่วันที่ 18-20 ธ.ค.ยังไม่แสดงอาการ โอกาสที่จะติดเชื้อน้อยมาก แต่เพื่อความไม่ประมาทจึงแจ้งไปว่าไม่ว่าจะงานช้าง กิจกรรมรวมกลุ่ม หรือบุคคลที่สงสัย สามารถติดต่อร.พ.แต่ละอำเภอเพื่อตรวจหาเชื้อ ขณะที่ผู้ป่วย 3 รายนั้น เข้าสู่ระบบของการรักษาร.พ.แล้ว ส่วนกลุ่มคนใกล้ชิดนั้น ทางสาธารณสุขสั่งเฝ้าระวังทั้งหมดแล้ว
‘เลย’ก็เจอโอมิครอน 2 ราย
ด้าน จ.เลย นพ.ชาญชัย บุญอยู่ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเลย เปิดเผยว่าพบผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอมิครอนเดินทางมา จ.เลย เป็นผู้หญิงมีภูมิลำเนาอยู่ อ.เอราวัณ สามีเป็นชาวฝรั่งเศส อายุ 32 ปี เดินทางมาไทยตั้งแต่วันที่ 16 ธ.ค. ตรวจอาร์ที-พีซีอาร์เป็นลบ รับประทานอาหารกับเพื่อนที่ร้านอาหารในกรุงเทพฯ พักที่โรงแรมกับสามีและลูกสาวอายุ 2 ขวบ วันที่ 20 ธ.ค. เวลา 12.00 น. เดินทางมา จ.เลย ด้วยสายการบินไทยแอร์เอเชีย แม่ขับรถไปรับที่สนามบินกลับบ้าน อ.เอราวัณ อยู่บ้านตลอดเวลา
ต่อมาเพื่อนที่ไปรับประทานอาหารร่วมกันที่กรุงเทพฯ โทร.มาบอกว่าติดเชื้อโควิด ผู้หญิงกับสามีจึงไปตรวจที่ร.พ.เอราวัณ ผลเป็นบวก ส่งตัวอย่างไปตรวจที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พบเป็นสายพันธุ์ โอมิครอนทั้ง 2 คน รักษาตัวอยู่ที่ร.พ.เอกชน จ.อุดรธานี ส่วนลูกสาว แม่ รวมทั้งพ่อและพี่ชายที่เดินทางมาจาก อ.นาวัง จ.หนองบัวลำภู มาเยี่ยมหลาน และบุคคลในครอบครัวที่สัมผัสเสี่ยงสูงทุกราย ผลตรวจไม่พบเชื้อ ให้กักตัว 14 วัน นัดตรวจหาเชื้อครั้งที่ 2 วันที่ 30 ธ.ค. และครั้งที่ 3 วันที่ 7 ม.ค.2565
‘สารคาม’วุ่น-ติดเพียบ 21 ราย
ส่วน จ.มหาสารคาม นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผวจ.มหาสารคาม ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด โดยที่ประชุมรายงานว่าพบผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่จำนวน 42 ราย แบ่งเป็นป่วยจากการสัมผัสผู้ป่วยยืนยัน และระบบเฝ้าระวัง 41 ราย ผู้ป่วยมาจากพื้นที่เสี่ยงอยู่ระหว่างกักตัว 1 ราย โดยในจำนวนนี้ผลตรวจยืนยันจากศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 7 ขอนแก่น แจ้งพบสายพันธุ์โอมิครอนถึง 21 ราย
โดยในเบื้องต้นส่งทีมสอบสวนโรคเข้าตรวจสอบ และจำแนกผู้ติดเชื้อ พบเป็นการระบาดกลุ่มก้อน หรือคลัสเตอร์ใหม่ 6 กลุ่ม โดยมีอายุตั้งแต่ 16-82 ปี ส่วนใหญ่มีประวัติเคยเดินทางไปสังสรรค์ในพื้นที่ จ.ขอนแก่น จ.ร้อยเอ็ด และบางส่วนเข้าไปสังสรรค์ในสถานบริการพื้นที่ อ.เมืองมหาสารคาม และ อ.กันทรวิชัย ทางจังหวัดสั่งการให้สถานบริการที่พบผู้ติดเชื้อ ปิดทำความสะอาดและควบคุมเชื้อโรคติดต่อเป็นเวลา 7 วัน และขอให้ประชาชนที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ เข้ารับการตรวจหาเชื้อที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน หรือผู้ที่ไปใช้บริการสถานประกอบการต่างๆ ตามไทม์ไลน์ขอให้กักตัว 14 วัน
คาดติดโอมิครอนวันละ3หมื่น
ขณะเดียวกัน นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข แถลงว่าจากการระบาดของโอมิครอน จึงมอบให้กรมควบคุมโรคจัดทำฉากทัศน์ เพราะโอมิครอนแพร่ได้เร็วกว่าเดลตา แต่รุนแรงน้อยกว่า เราต้องพยายามป้องกันการติดเชื้อให้มาก ไม่ให้เกิดแพร่ระบาดรวดเร็วเกินไปนัก เพราะหากแพร่ระบาดมากจะกระทบต่อระบบการดูแลของสาธารณสุข เกิดการเสียชีวิตได้มากขึ้นเช่นกัน ขณะนี้สถานการณ์จริงเรามาถึงจุดที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ควบคุมโรคและเปิดประเทศ ถือว่าประเทศไทยทำได้ดี ทำให้ระดับการติดเชื้อไต่เส้นพยากรณ์ แต่ตอนนี้มาถึงทางแยกอีกครั้งจากการะบาดของโอมิครอน
นพ.เกียรติภูมิกล่าวว่าฉากทัศน์มี 3 รูปแบบ คือ 1.ฉากทัศน์ที่ไม่อยากให้เป็น หากเราไม่ทำอะไรเลย ปล่อยให้เกิดการแพร่เชื้อง่าย ประชาชนไม่ร่วมมือ จะทำให้เกิดปัญหาในการควบคุมโรค ควบคุมได้ยาก ใช้เวลา 3-4 เดือนในการควบคุม อาจติดเชื้อรายวันถึง 3 หมื่นรายต่อวัน และเสียชีวิตอาจสูงถึง 170-180 คนต่อวัน 2.แบบปานกลาง ถ้าทำได้ปานกลางก็จะอยู่ที่ 1.5-1.6 หมื่นรายต่อวัน และค่อยๆ ทรงตัวและลดลงในที่สุด และ 3.ฉากทัศน์ที่ดีที่สุด หากเราควบคุมได้ดี อาจจะมีผู้ป่วย 1 หมื่นรายต่อวัน และควบคุมโรคได้เร็ว 1-2 เดือน ตัวเลขจะลดลง อาจเสียชีวิต 60-70 รายและลดลง
ห่วงหลังปีใหม่-ระบาดอื้อ
ขณะที่ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่าแม้โอมิครอนรุนแรงเหมือนจะน้อยกว่าเดลตา แต่เพื่อความไม่ประมาท เนื่องจากมีผู้เดินทางจากต่างประเทศและติดเชื้อเข้ามา แม้จะมีมาตรการคัดกรอง วันนี้พบถึง 92 คน เพราะต่างประเทศยังระบาดรุนแรง เป็นสัญญาณที่เราต้องระวังตัว รวมถึงยังพบการระบาดเป็นคลัสเตอร์เป็นระยะ โดยเฉพาะช่วงใกล้ปีใหม่ที่มีการเดินทาง รวมกลุ่มรับประทานอาหาร ดื่มสุรา หลายครั้งเป็นร้านอาหารระบบปิด บาร์ที่เปลี่ยนเป็นร้านอาหาร ทำให้เกิดคลัสเตอร์ขึ้น หรือกิจกรรมอื่นๆ จึงความร่วมมือย้ำมาตรการวัคซีน ป้องกันตนเองสูงสุด โควิดฟรีเซ็ตติ้ง และตรวจเอทีเค
ผู้สื่อข่าวถามว่าอังกฤษติดโควิดวันละแสนราย ขณะที่ไทยประมาณการสูงสุดตามฉากทัศน์ 3 หมื่นรายต่อวัน และอะไรทำให้ไทยติดเชื้อต่ำกว่าอังกฤษ 3 เท่า นพ.โอภาสกล่าวว่าสิ่งที่ไทยอังกฤษคล้ายกันคือประชากร 60-70 ล้านคน ครอบคลุมวัคซีนใกล้เคียงกันทั้งเข็ม 1 และ 2 แต่ที่เราน่าจะดีกว่าคือความร่วมมือของประชาชน อย่างวัคซีนคนเริ่มมาฉีดเข็ม 3 เยอะขึ้น แต่ละวันคนฉีดวัคซีนเข็ม 3 มากที่สุด ไม่ว่าชนิดไหน ยี่ห้อไหน ผ่านไป 3 เดือน ภูมิเริ่มตก ตอนภูมิตกจะทำให้ติดเชื้อมากขึ้น แม้การป่วยเสียชีวิตจะน้อยลง ที่ต่างกันคือเราเร่งกระตุ้นเข็ม 3 และการป้องกันตนของประชาชน
ขอให้‘เวิร์กฟรอมโฮม’ต่อ
“คนไทยไปที่สาธาณะหาคนไม่ใส่หน้ากากยากมาก ต่างจากที่อังกฤษ หากดูฟุตบอลสนามบอลไหนคนดูใส่หน้ากากเกิน 10 เปอร์เซ็นต์ ก็แทบไม่มี ไม่ใส่หน้ากากกันเลย และโควิด ฟรีเซ็ตติ้งใกล้เคียงกันในการเข้มข้น ส่วนเอทีเค เราตรวจด้วยตัวเองค่อนข้างเยอะ ทำไมเราประเมินต่ำกว่า เพราะเราให้ความร่วมมือในการควบคุมโรคได้เข้มข้นกว่าหลายๆ ประเทศที่ผ่านมา” นพ.โอภาสกล่าว และว่าก่อนกลับมาทำงานหลังเทศกาลปีใหม่ อาจมีการระบาดมากขึ้น ขอให้ทำงานที่บ้านอย่างต่อเนื่อง และตรวจคัดกรองก่อนเข้าทำงาน
ต่อข้อถามถึงความเสี่ยงในเด็กกลุ่มอายุ 5-11 ขวบ ในต่างประเทศติดโควิดสูง ในไทยจะปรับมาตรการฉีดวัคซีนอย่างไร นพ.โอภาสกล่าวว่า ขณะนี้มีวัคซีนไฟเซอร์ ที่องค์การอาหารและยา (อย.) อนุญาตให้ฉีดได้ในเด็กอายุ 5-11 ขวบ ซึ่งคณะอนุกรรมการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคให้คำแนะนำในการฉีดแล้ว จะเป็นเด็กประถมศึกษาและอนุบาล จากการประเมินเด็กที่ต้องรับวัคซีนมีประมาณ 5 ล้านคน ทุกอย่างต้องเป็นไปตามความสมัครใจ การฉีดครั้งนี้จะใช้โรงเรียนเป็นหลัก หรือโรงพยาบาลเป็นจุดฉีดกรณีเด็กป่วยไปโรงเรียนไม่ได้ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการสอบถามความสมัครใจของผู้ปกครอง หรือแสดงความประสงค์เข้ามา และหลังปีใหม่จะเริ่มฉีดได้
โอมิครอน 100 คนยังไม่มีตาย
ส่วน นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่าข้อมูลวันที่ 27 ธ.ค. จากการรวบรวมข้อมูลทั้งต่างประเทศและในประเทศ พบว่าอาการของโอมิครอนมักเป็นอาการทางเดินหายใจส่วนบน ไอ เจ็บคอ มีไข้ บางรายอาจปอดอักเสบ แต่ไม่มาก เกือบทุกประเทศรายงานตรงกันว่าไม่รุนแรงไปกว่าเดลตา บางประเทศบอกรุนแรงน้อยกว่า เดลตาพอสมควร ส่วนประเทศไทยใช้ฟาวิพิรา เวียร์เป็นหลัก เมื่อให้เร็วใน 3 วันผู้ป่วยอาการดีขึ้น โดยข้อมูลการรักษาโอมิครอน 100 รายแรกในไทย เป็นผู้เดินทางจากต่างประเทศ 99 ราย ในประเทศ 1 ราย อายุ 34-77 ปี ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ 48 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ 11 เปอร์เซ็นต์ กำลังรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม และ 41 เปอร์เซ็นต์ มีอาการไม่มาก
“100 รายแรกยังไม่มีรายใดใส่ท่อช่วยหายใจและไม่มีรายใดเสียชีวิต แต่มีปอดอักเสบ 7 ราย แต่ 5 รายปอดอักเสบแล้วออกซิเจนไม่แย่ลง คือเป็นปอดอักเสบ น้อยๆ มี 2 รายออกซิเจนแย่ลง แต่ไม่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ โดย 7 รายที่ปอดอักเสบรับวัคซีนมาแล้วอย่างน้อย 2 โดส จึงย้ำว่าอยากให้ทุกคนถ้าฉีดเข็ม 2 เกิน 3 เดือนแล้ว การฉีดกระตุ้นมีผลป้องกันเชื้อโอมิครอนดีขึ้น” นพ.สมศักดิ์กล่าว
เตียงรองรับได้วันละ 5 หมื่น
อธิบดีกรมการแพทย์กล่าวอีกว่าสำหรับเตียงในร.พ.เรามี 1.7 แสนเตียง โดยเตียงเฉพาะปอดอักเสบรุนแรงที่ออกซิเจนแย่ลง คือเตียงระดับ 2.2 และระดับ 3 ทั้งประเทศมี 11,000 เตียง เป็นระดับ 2.2 จำนวน 6 พันเตียง ระดับ 3 จำนวน 5 พันเตียง จะรับ โอมิครอนมากแค่ไหน หากพิจารณาว่าอาการรุนแรงปอดอักเสบอยู่ ร.พ.อย่างน้อย 14 วัน รองรับอาการรุนแรงได้ประมาณ 785 คนต่อวัน เมื่อคิดกลับมาเป็นผู้ป่วยทั้งหมด เตียงทั่วประเทศรับผู้ป่วยได้ประมาณ 52,300 คนต่อวัน และกรณีฉากทัศน์แย่ที่สุดประมาณว่ามี 3 หมื่นคน สถานการณ์เตียงจึงดูไม่มีปัญหาอะไร และเตียงยังสามารถเพิ่มเติมขึ้นมาได้
นพ.สมศักดิ์กล่าวว่า สำหรับ กทม.และปริมณฑล เตียงระดับ 2.2 และ 3 นั้น ถ้ามี ผู้ป่วยโควิดไม่เกิน 8 พันคนต่อวันก็ไม่มีปัญหา ซึ่งผู้ป่วยในกทม.ที่เคยมีมากที่สุดตอนกลางเดือนส.ค.คือประมาณ 5 พันคน ถ้าตามนี้ผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อ 8 พันกว่าคน อาการรุนแรง 100 กว่าคนต่อวัน จำนวนเตียงเราน่าจะพอไหว และยังสามารถเพิ่มขยายเตียงระดับ 2.2 และ 3 นี้ได้อีก
หน้ากากผ้าป้องกันไม่ได้
วันเดียวกัน เพจเฟซบุ๊กศูนย์ข้อมูลโควิด-19 โพสต์เตือนหน้ากากผ้ากันโอมิครอนไม่ได้ โดยระบุว่าผู้เชี่ยวชาญแนะนำใช้หน้ากากอนามัยทางการแพทย์แทน แต่สามารถสวมหน้ากากผ้าทับหน้ากากอนามัยได้
แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน และศาสตราจารย์รับเชิญของวิทยาลัยสาธารณสุขสถาบัน มิลเคนแห่งมหาวิทยาลัยจอร์จวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่าหน้ากากอนามัยแบบผ้าไม่มีประโยชน์เมื่อต้องรับมือกับโอมิครอน และแนะนำให้ใช้หน้ากากอนามัยทางการแพทย์แบบ 3 ชั้นแทน ต้องสวมหน้ากากอนามัยคุณภาพสูง สามารถสวมหน้ากากผ้าทับหน้ากากอนามัยได้