‘บัญญัติ’เชื่อปีเสือเดือด
เมียสิระขอย่าโมกำชัย
‘วิษณุ’ ขอชี้แนะคำตอบวาระ 8 ปี ‘บิ๊กตู่’ ต้องจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ แต่ยังไม่ใช่เวลานี้ที่จะยื่นให้วินิจฉัย ก้าวไกลจี้อย่าลากยาว จะเป็นตราบาป ‘บัญญัติ’ เชื่อปีเสือการเมืองเดือดพล่าน ‘ธรรมนัส’ ตั้งเป้าเลือกตั้งสมัยหน้าพปชร.กวาดส.ส.เพิ่มทั่วประเทศ ‘ชลน่าน’ ลั่นเพื่อไทยไม่ประมาทในภาคเหนือ เร่งทำงานหนักขึ้นเพื่อรักษาเก้าอี้ ‘เมียสิระ’ กราบย่าโมโคราช ขอชนะเลือกตั้งซ่อมเขตหลักสี่ ฝากคู่ต่อสู้แข่งขันอย่างสุภาพบุรุษ มีน้ำใจนักกีฬา
‘วิษณุ’โนคอมเมนต์ 8 ปี‘บิ๊กตู่’
เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีฝ่ายกฎหมาย สภาผู้แทนราษฎร มีความเห็นถึงวาระการดำรงตำแหน่งนายกฯ ครบ 8 ปีตามรัฐธรรมนูญ 2560 ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยให้เริ่มนับตั้งแต่วันโปรดเกล้าฯ วันที่ 9 มิ.ย.2562 ทำให้ดำรงตำแหน่งต่อไปได้จนถึงปี 2570 ว่า ไม่มีอะไรจะพูด เรื่องนี้มาจากสภา ต้องไปถามสภา เพราะเราไม่ได้ส่งไปให้สภาพิจารณา ถ้าจะส่ง ต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญ
ผู้สื่อข่าวถามว่าเหตุผลที่สภาออกความเห็นเช่นนี้ เป็นแนวคิดเดียวกับนายวิษณุใช่หรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่ตอบ เป็นเรื่องของสภา ซึ่งสภาในที่นี้ ไม่ใช่สมาชิกรัฐสภา แต่มาจากฝ่ายกฎหมาย อย่าไปโทษสภา เพราะเป็นเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่ส.ส. 500 คน หรือส.ว. เขามีสิทธิทำการบ้านเสนอผู้บังคับบัญชา เขาเห็นแบบนั้นจะถูกหรือจะผิดก็ช่าง ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ
ต่อข้อถามว่าจะต้องหารือกับพล.อ. ประยุทธ์ หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีอะไรต้องทำ เรื่องนี้มีการตั้งข้อสงสัยมานานแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็มีสิทธิศึกษาและหาคำตอบ เพื่อแจ้งหน่วยงานของตัวเอง ดังนั้น สภาซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องในการเลือก นายกฯ จึงมีสิทธิออกความเห็น แต่หากจะให้เกิดการยอมรับหรือเชื่อถือในสาธารณชน จะต้องมาจากการวินิจฉัยของผู้มีอำนาจองค์กรเดียว คือศาลรัฐธรรมนูญ
รัฐบาลเล็งพึ่งกฤษฎีกา
ในส่วนของรัฐบาล ต้องพึ่งพาสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่มีน้ำหนักระดับหนึ่ง แต่ขณะนี้รัฐบาลยังไม่ได้ส่งเรื่องไปที่กฤษฎีกา โดยจะส่งไปในจังหวะที่เหมาะสม แต่หากจะให้คนยอมรับและยุติ ก็ต้องฟังศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะเป็นคำตอบสุดท้าย และจะต้องมาในจังหวะเวลาที่เหมาะสม หากถามไปตอนนี้ ศาลรัฐธรรมนูญจะไม่ตอบ
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะส่งเรื่องไปที่กฤษฎีกา ในช่วงเดือนส.ค.2565 ที่ฝ่ายค้านระบุวาระ 8 ปีนายกฯ จบช่วงนี้ ใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ต้องเป็นเวลาที่วินิจฉัยออกมาแล้วใช้การได้ หากส่งไปในช่วงใกล้เดือนส.ค.2565 ก็จะสงสัยกันอีก มันมีจังหวะเวลาที่เหมาะสมอยู่ และหากปรึกษากับกฤษฎีกา คาดว่าจะใช้เวลารอคำตอบไม่นาน
ส่วนผู้ที่สามารถยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความได้ มีเฉพาะแค่ส.ส.ใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ใครก็ได้ แต่ศาลรัฐธรรมนูญมีสิทธิไม่รับ เพราะเรื่องยังไม่เกิด และปัญหาคือศาลไม่รับคำถามที่สมมติ แต่ถ้าเรื่องเกิดขึ้นแล้ว ก็จะสายเกินแก้ ฉะนั้นต้องมีจังหวะเวลาที่เหมาะสม ส่วนจะมีเงื่อนไขอะไรที่จะให้ศาลเห็นว่าเป็นประเด็น เอาไว้ค่อยคุยกันอีกที
ชี้คำตอบสุดท้ายอยู่ที่ศาลรธน.
เมื่อถามถึงข้อสังเกตว่าพล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้เป็นส.ส. เหตุใดฝ่ายกฎหมายสภาจะต้องมาออกความเห็น นายวิษณุกล่าวว่า นายกฯ มาจาก ส.ส.เลือกเข้ามา และจะต้องเลือกในครั้งต่อไป จึงต้องเตรียมคิดไว้ ตนถึงบอกว่าโจทย์เรื่องนี้ ถ้าคุยกันในสังคม ใครก็อยากรู้ อาจจะหานักวิชาการมาแนะนำได้ แต่ไม่ใช่ทางการสภาก็เตรียมในส่วนของตัวเองไว้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็จะทำในส่วนของตัวเอง รัฐบาลก็ทำในส่วนรัฐบาล พรรคก็ทำในส่วนของตัวเองเตรียมไว้ แต่ในที่สุด คำตอบ ที่แท้จริงต้องมาจากศาลรัฐธรรมนูญ
ด้านนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า ขณะนี้นักกฎหมายตีความ ต่างกัน แต่ผู้ที่จะตีความได้ คือศาลรัฐธรรมนูญ ใครพูดก็ไม่เกิดประโยชน์ และต้องดูว่ามีประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญจะรับไว้วินิจฉัยหรือไม่ ต้องอ้างเหตุไปยังศาลก่อนด้วย ซึ่งจากการประมวลความเห็นของหลายฝ่าย พบว่าเริ่มนับได้ 3 แนวทาง 1.นับตั้งแต่พล.อ.ประยุทธ์ ช่วงคณะรักษาความสงบ แห่งชาติ (คสช.) เพราะมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเหมือนกัน 2.นับแต่การเลือกตั้งทั่วไปในปี 2562 และ 3.นับตั้งแต่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน เริ่มประกาศบังคับใช้
ก.ก.จี้อย่าลากยาวเป็นตราบาป
นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ฝ่ายกฎหมาย ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านเคยพูดคุยกันเมื่อหลายเดือนที่แล้ว เห็นตรงกันว่าในท้ายที่สุดเรื่องวาระ 8 ปีนายกฯ จะเป็นประเด็นปัญหาข้อขัดแย้งทางกฎหมาย ส่งผลต่อการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ 2560 โดยเฉพาะเจตนารมณ์มาตราที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ ตนเข้าใจว่าถ้านับตั้งแต่ยึดอำนาจปี 2557 ที่พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ จะครบในเดือน ส.ค.2565 เมื่อถึงวันนั้นพรรคฝ่ายค้านคงจะหารือ และหนีไม่พ้นต้องมีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอย่างแน่นอน
ขอเรียกร้องว่าถ้านายกฯ ตระหนักถึงเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ที่ไม่ต้องการให้เกิดการสืบทอดอำนาจจนเกินไป ควรต้องตัดสินใจทางการเมืองก่อนถึงเวลานั้น อาจจะยุบสภา ลาออก หรือวิธีใดๆ ก็สุดแท้แต่ ไม่ควรนำพาประเทศไปให้ถึงวันที่จะมีใครยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เพราะจะกลาย เป็นประเด็นปัญหา และกลายเป็นตราบาป ที่ขัดหรือแย้งต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ที่นายกฯ และพรรคร่วมรัฐบาล พยายามจะบอกมาตลอดว่า รัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ออกแบบมาเพื่อตัวเอง
เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านหารือกันแล้วหรือยังว่าจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญในช่วงใดของปี 2565 นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ปัญหาคือข้อเท็จจริงยัง ไม่เกิด ทำให้เราไม่สามารถยื่นตีความได้จนกว่าข้อเท็จจริงจะครบถ้วนสมบูรณ์ในทางกฎหมายในเดือนส.ค.2565 แต่ขณะนี้เราโฟกัสเรื่องการยื่นอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามมาตรา 152 ในช่วงเดือนม.ค.2565 ก่อน ซึ่งอาจจะเป็น การเปิดแผลนายกฯ จนตัดสินใจลาออกเองก็ได้ แต่หากไม่มีผล คงมาพิจารณากันอีกว่าจะเดินช่องทางไหนต่อ
‘บิ๊กตู่’มอบคำขวัญวันครู
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เข้าปฏิบัติภารกิจตั้งแต่เวลา 08.45 น. โดยไม่มีวาระงานอย่างเป็นทางการ ซึ่งตั้งแต่ช่วงเช้า นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกฯ นำคณะผู้บริหารสำนักเลขาธิการนายกฯ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารหน่วยงานสังกัดสำนักนายกฯ เข้าพบเพื่ออวยพรปีใหม่ พ.ศ.2565
พล.อ.ประยุทธ์ได้มอบกระเป๋าผ้าโอท็อปและผ้าขนหนูลายเสือให้กับคณะที่เข้าพบ พร้อมอวยพรว่า ขอให้ทุกคนไม่ย่อท้อต่อการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งที่ผ่านมามีปัญหาหลายอย่าง ตัวนายกฯเองก็สู้กับปัญหามาตลอด แก้ปัญหาต่างๆ ไม่เคยย่อท้อ และคิดริเริ่มสิ่งใหม่ๆ เพื่อประเทศชาติและประชาชนทุกคน พร้อมอาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดลบันดาลให้กับทุกคนมีความสุขในช่วงเทศกาลปีใหม่ รวมทั้งได้ขอบคุณทุกคนและทุกภาคส่วน
ค่ำวันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ ได้มอบคำขวัญ เนื่องในโอกาสวันครู ครั้งที่ 66 พ.ศ.2565 ความว่า “พัฒนาครู พัฒนาเด็ก เรียนรู้ สู่อนาคต”
‘บิ๊กป้อม’ลั่นดูแลปชช.อยู่ดีกินดี
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวอวยพรวันขึ้นปีใหม่ 2565 ว่า ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรค ขออำนวยพรปีใหม่ให้คนไทย จงประสบแต่ความสุขสวัสดี มีสุขภาพกายที่แข็งแรง สุขภาพใจที่เข้มเข็ง พร้อมก้าวเดินไปข้างหน้า เพื่อช่วยนำพาประเทศไปสู่ความมั่งคั่งและยั่งยืน
ตนพร้อมทำงานดูแลประชาชน ปัญหาปากท้องและความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น ดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม เรื่องบริหารจัดการทรัพยากรน้ำทั่วประเทศ การปราบปรามการค้ามนุษย์ ปัญหาแรงงานต่างด้าว เรื่องที่ดินทำกิน โฉนดที่ดิน แก้หนี้นอกระบบ การพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล โดยรอบปีที่ผ่านมาตนตั้งใจและทุ่มเททำงานเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน เพื่อความอยู่ดีกินดี แก้ปัญหายากจน และลดความเหลื่อมล้ำให้ได้มากที่สุด ซึ่งเป็นการวางรากฐานการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ให้เติบโต และมีความก้าวหน้าต่อไป
‘บัญญัติ’เชื่อปีเสือการเมืองเดือด
ด้านนายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้แต่งกาพย์ยานี 11 เพื่อเป็น ส.ค.ส.2565 ปีเสือ สำหรับคอการเมืองดังเช่นทุกปีที่ผ่านมาว่า ปีนี้หวังให้ประชาชนรู้เท่าทัน การเมืองที่เปลี่ยนแปลงอย่างฉับไว การเมืองนับวันจะเดือดพล่าน และการตลาดนำการเมือง โดยทำทุกเรื่องเป็นเรื่องใหญ่ เพื่อเพิ่มสีสันเข้าไป เพื่อจูงใจประชาชน เห็นคนเป็นสินค้า
ดังนั้น ขอให้ประชาชนทำจิตใจให้ผ่องแผ้ว เพื่อผ่านพ้นโพยภัย และโควิด-19 ไปด้วยดี ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง รู้จักพอประมาณด้วยเหตุด้วยผล เป็นภูมิคุ้มกันให้พลิกฟื้นเศรษฐกิจ ต้อนรับปีใหม่อย่างมีความสุขอย่างยั่งยืนต่อไป
‘นัส’ตั้งเป้ากวาดส.ส.เพิ่มทั่วไทย
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีโซเชี่ยลวิจารณ์การจัดทำปฏิทิน ที่มีข้อความ “ฉันรักธรรมนัส เพราะธรรมนัส สอนให้ฉันรักประชาชน” เป็นข้อความที่คล้ายกับมอตโต้ที่ใช้กันในหมู่นักศึกษาของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่า ตนไม่ได้สั่งให้ทำปฏิทินดังกล่าว และในปี 2565 ไม่ได้จัดทำปฏิทิน ส่วนตัวไม่ได้นิยมอะไรแบบนี้ หลังจากนี้ไม่ได้คิดจะทำปฏิทินแจกในช่วงเทศกาลปีใหม่ ส่วนที่มีผู้นำรูปตนและระบุข้อความแบบนั้น ก็เตรียมแจ้งความดำเนินคดีผู้แอบอ้างต่อไป
ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ส่วนการเตรียมพร้อมเลือกตั้งนั้น ตนเป็นคนภาคเหนือตอนบน บอกเลยว่าไม่ยาก เชื่อมั่นว่าสามารถทำให้สมาชิกเราเป็นส.ส.ได้อีกหลายคน สำหรับภาคอีสาน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค ได้แบ่งโซนให้หัวหน้าภาค และผู้ใหญ่ไปคุมอีกที ดังนั้น ยุทธศาสตร์การเลือกตั้งครั้งต่อไปไม่ธรรมดา เชื่อมั่นว่าจะเข้ามาได้อีกเยอะ โดยเฉพาะภาคใต้ได้วางกลยุทธ์หรือตัวผู้สมัครแทบจะครบ 100 เปอร์เซ็นต์
ผู้สื่อข่าวถามว่ากลุ่มคนรุ่นใหม่จะเป็นอุปสรรคต่อฐานเสียงในการเลือกตั้งครั้งหน้าของพรรคหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ต้องยอมรับว่ามีผลกระทบเหมือนกัน หัวหน้าพรรคได้สั่งการว่าให้ทำอย่างไรเพื่อดึงคนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมและตอนนี้กำลังทำอยู่ โดยเฉพาะว่าที่ส.ก.ร้อยละ 90 เป็นคนรุ่นใหม่ทั้งนั้น
เมื่อถามว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าคิดว่าจะเป็นรัฐบาลพรรคเดียวได้หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่ด้วยประสบการณ์ ทางการเมือง เมื่อกลับมาใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เชื่อมั่นว่าพรรคที่จะมีส.ส.ของตัวเองเหลือ ไม่กี่พรรค แต่จะมีแค่พรรคขนาดกลางและขนาดใหญ่
พท.ไม่ประมาทภาคเหนือ
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึง ร.อ.ธรรมนัส ประกาศจะกวาดที่นั่งส.ส.ในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เข้มแข็งของพรรคเพื่อไทยว่า ต้องยอมรับว่ากระทบพรรคเพื่อไทยแน่นอน เพราะเป็นพื้นที่ที่เรามีความ เข้มแข็งอยู่ ขนาดการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ด้วยระบบการเลือกตั้งแบบนั้นจะทำให้คะแนนเราลดลง แต่ถือว่าได้สัดส่วนผู้แทนเมื่อเทียบกับจำนวนที่นั่งแล้วถือว่าเยอะที่สุดอยู่
“พรรคเพื่อไทยไม่ได้ประมาทในสิ่งที่เขาประกาศ และยิ่งทำให้พวกเราต้องทำงานหนักมากยิ่งขึ้นที่จะบอกกับพี่น้องภาคเหนือว่า พรรคเพื่อไทยเท่านั้นที่จะเป็นความหวัง และเป็นโอกาสของพี่น้องภาคเหนือในการมีชีวิตใหม่ และบุคลากรที่ทำงานในพื้นที่ของเราก็เป็นคนที่ได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจ และเข้าถึงประชาชนได้อย่างดีอยู่แล้ว ต่อมาคือ ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ประชาชนหวังว่าชีวิตเขาต้องฟื้น เขาต้องมีสิ่งที่ดีกว่า 7 ปีที่อยู่ภายใต้การบริหารงานของรัฐบาลจากฝั่ง ร.อ.ธรรมนัสย่อมมีข้อเปรียบเทียบที่ชัด ดังนั้น การที่เขาจะไปคะแนนให้ร.อ.ธรรมนัส เขาคงคิดหนักว่าจะได้ จะอยู่และจะเป็นอย่างไร” นพ.ชลน่านกล่าว
‘เมียสิระ’กราบย่าโม-ขอชนะคู่แข่ง
เมื่อเวลา 14.00 น. ที่จ.นครราชสีมา นางสรัลรัศมิ์ เจนจาคะ หรือเจ๊หลี ว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม. เขต 9 หลักสี่ จตุจักร (ยกเว้นแขวงจตุจักรและแขวงจอมพล) พรรคพลังประชารัฐ เดินทางมากราบสักการะ ท้าวสุรนารี หรือย่าโม
นางสรัลรัศมิ์เปิดเผยว่า มากราบขอขวัญกำลังใจให้ทำงานได้สำเร็จ ในการเลือกตั้ง ครั้งนี้ก็เช่นกัน เพราะตนจะยึดย่าโมเป็น ต้นแบบ ในเรื่องของจิตใจที่เด็ดเดี่ยว เข้มแข็ง และไม่ย่อท้อเมื่อเจอกับอุปสรรค ที่สำคัญ ท่านคือบุคคลในประวัติศาสตร์ไทยในฐานะวีรสตรีมีส่วนกอบกู้เมืองนครราชสีมา
“สนามเลือกตั้งในครั้งนี้ ดิฉันเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียว แต่มั่นใจว่า ความตั้งใจของดิฉันไม่แพ้ผู้ชายอกสามศอกคนไหนแน่นอน รวมถึงการทำพื้นที่ ดูแลชาวบ้านอย่างเข้มแข็ง ลุยเต็มที่เมื่อเจอกับปัญหาและอุปสรรค ดังนั้น ขอฝากไปยังผู้สมัครรายอื่นๆ ให้ลงแข่งขันอย่างสุภาพบุรุษ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี มีน้ำใจนักกีฬาด้วย” นางสรัลรัศมิ์กล่าว
นางสรัลรัศมิ์กล่าวต่อว่า การทำงานของตนที่ผ่านมาได้ประจักษ์ต่อสายตาพี่น้องชาวหลักสี่ จตุจักร มาแล้ว จึงเชื่อมั่นว่าจะให้โอกาสตนเข้ามาดูแลและพัฒนาพื้นที่ต่อไป และเข้าไปทำหน้าที่เป็นปากเสียงแทนในสภาให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน และประเทศชาติอย่างถึงที่สุด
พ.ร.ฎ.เลือกซ่อมเขตหลักสี่
เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ พระราชกฤษฎีกา(พ.ร.ฎ.)ให้มีการเลือกตั้งส.ส.กทม. เขต 9 แทนตำแหน่งที่ว่างแล้ว โดยให้พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
หลังจากนี้กกต.จะได้มีการประชุมภายใน 5 วันนับแต่วันที่มีพระราชกฤษฎีกาเพื่อกำหนดวันเลือกตั้งและวันสมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งตามแผนจัดการเลือกตั้งที่กกต.กำหนดไว้คาดจะมีการกำหนดให้วันอาทิตย์ที่ 30 ม.ค.2565 เป็นวันเลือกตั้งและเปิดรับสมัครใน วันที่ 6-10 ม.ค.2565
สำหรับราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งส.ส.กทม. เขต 9 แทนตำแหน่งที่ว่างดังกล่าว สืบเนื่องมาจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้สมาชิกภาพความเป็นส.ส.ของนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ สิ้นสุดลงเนื่องจากมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101(6) ประกอบมาตรา 98(10) จากเหตุเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีฉ้อโกง
‘ดร.เอ้’ลุยชุมชนสันติชนสงเคราะห์
วันเดียวกัน นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หรือดร.เอ้ ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค และประธาน ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ กทม. นายนภาพล จีระกุล ผู้สมัคร ส.ก. เขตบางกอกน้อย และนายธานี ศรีวรรณยศ ประธานชุมชนสันติชนสงเคราะห์ ลงพื้นที่ชุมชนสันติชนสงเคราะห์ ซึ่งเป็นชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ประสบปัญหาน้ำทะลักเข้าชุมชนมาตลอดทุกปี ตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นมา เพื่อรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับเขื่อนริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีน้ำทะลักในช่วงที่ผ่านมา พร้อมกับไปดูวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 และพาชมสิ่งดีๆ ในเขตบางกอกน้อยที่หลายคนไม่รู้จัก
นายสุชัชวีร์กล่าวว่า การแก้ปัญหาน้ำทะลักท่วมพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาต้องใช้หลักวิศวกรรม โดยจำเป็นต้องสร้างเขื่อนที่มีคุณภาพ พร้อมกับติดตั้งเครื่องสูบน้ำอัตโนมัติ ไม่ใช้แรงงานคนเพื่อเปิดปิดเครื่องสูบน้ำ ตนมั่นใจว่าการเปลี่ยนกทม.ต้องเข้าใจปัญหาให้ลึกซึ้ง แก้ปัญหาด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันตามหลักวิศวกรรม
นอกจากนี้ ในช่วงบ่ายของวันนี้ ตนได้เดินทางไปขอคำแนะนำจากอาจารย์สัตวแพทย์เพื่อดูแลปัญหาสุนัขจรจัด ในอดีตมีข่าวเรื่องการฝังชิพ ตนรู้สึกเสียดายที่ยังมีชิพที่ไม่ได้ฝังอีกจำนวนมาก หากนำมาใช้ในการดูแลติดตามสุนัขจรจัด ทั้งเรื่องการทำหมันและฉีดยาป้องกันพิษสุนัขบ้า จะทำให้สามารถดูแลได้ทั้งสุนัขและพี่น้องประชาชน เพราะในปีที่ผ่านมายังประสบปัญหาโรคพิษสุนัขบ้าอยู่
นัดหน้าครม.ประชุมออนไลน์
รายงานข่าวเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) มีหนังสือด่วนแจ้งไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) ผู้ติดตามครม. ผู้เข้าร่วมประชุมครม. และ ผู้ประสานงานประจำกระทรวง ระบุว่า ในการประชุมครม.ครั้งต่อไป วันที่ 4 ม.ค.2565 จะเป็นการประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์เต็มรูปแบบ จึงขอให้ครม. และผู้เข้าร่วมประชุมทุกคนประชุมในที่ตั้งส่วนราชการ หรือที่พัก หากประสงค์จะเปลี่ยนสถานที่ประชุมครม.ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ สามารถประสานฝ่ายเทคนิคได้
หนังสือดังกล่าวออกภายหลังจากที่ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. มีมาตรการให้ข้าราชการเวิร์กฟรอมโฮม หลังจากหยุดในช่วงเทศกาลปีใหม่ เนื่องจากลดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 โดยเฉพาะสายพันธุ์โอมิครอน ที่เกิดการแพร่ระบาดอยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัด เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อหลังจากที่กลับจากภูมิลำเนา
‘พรเพชร’คาดเปิดวิสามัญถกกม.ลูก
นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ให้สัมภาษ์ถึงการเตรียมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) หรือกฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้งและร่างพ.ร.ป. ว่าด้วยพรรคการเมืองว่า คาดว่าที่ประชุมร่วมรัฐสภา จะพิจารณาในวาระแรกเสร็จทันสมัยประชุมนี้คือภายในก.พ.2565
ส่วนจะเปิดสมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณาในวาระ 2-3 หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ว่าจะพิจารณาเสร็จ หรือไม่ ถ้าเสร็จอาจมีเสียงเรียกร้องให้เปิดวิสามัญ เนื่องจากการปิดสมัยประชุมนี้จะหยุดยาว 2 เดือน ถ้าหยุดเพียง 1 เดือนอาจรอได้
กมธ.โต้ถ่วง-หนีอภิปรายเงินโควิด
นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะโฆษกกมธ.สามัญพิจารณาติดตาม ตรวจสอบ การใช้เงินตามพ.ร.ก. 3 ฉบับ เพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผล กระทบจากการระบาดของโควิด-19 เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. กมธ.ได้พิจารณาเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อจัดทำรายงานสรุปผลการศึกษา เพื่อส่งต่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา โดยมีข้อสังเกตและข้อสรุปเพื่อเสนอให้กับรัฐบาลแก้ไข
ที่ผ่านมา กมธ.ได้ขยายเวลาพิจารณาทั้งหมด 4 ครั้ง เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณมีประสิทธิภาพสูงสุด และให้กมธ.อยู่ทำภารกิจให้เสร็จสิ้นจนงบหมดตามวงเงิน ความจริงกมธ.ยังต้องการต่ออายุของกมธ.ออกไปอีกระยะหนึ่ง เพื่อประเมินการติดตามการใช้งบ แต่เมื่อสภาไม่อนุญาตก็ไม่เป็นไร เพราะกมธ.จะนำส่งเรื่องที่ค้างการพิจารณาอยู่ส่งต่อให้กมธ.สามัญประจำสภาผู้แทนราษฎรและรัฐบาลรับไปดำเนินการต่อ เช่น โครงการที่ส่อทุจริตจะส่งเรื่องต่อให้กมธ.การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ยืนยันว่าไม่มีเจตนาดึงเรื่องหรือเตะถ่วงไม่ส่งเรื่องเข้าสภาให้สมาชิกได้อภิปราย ตามที่มีกมธ.บางคนที่ลาออกไปตั้งข้อสังเกตไว้

ตบเท้าอวยพร – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม เปิดโอกาสให้นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกฯ นำคณะผู้บริหารสำนักเลขาธิการนายกฯ และผู้บริหารสำนักนายกฯ เข้าอวยพรปีใหม่ 2565 ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 30 ธ.ค.