ฝ่ายค้านนัดเคาะ
ซักฟอกไม่ลงมติ

ผบ.ทอ. เปิดแผนทัพฟ้าเตรียมขอซื้อเครื่องบินเอฟ 35 ครึ่งฝูง คาดใช้งบ 1.85-2.78 หมื่นล.พร้อมชี้แจงเหตุผล เชื่อทัวร์ไม่ลง ‘บิ๊กตู่’ อวยพรปีใหม่คนไทย ขอให้มีสติ สามัคคีปรองดอง ปลื้มโครงการคนละครึ่ง เป็นที่ชื่นชอบมากที่สุดแห่งปี เตรียมเฟส 4 มี.ค.-เม.ย.65 พปชร.อวดผลงาน ‘บิ๊กป้อม’ ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ลดเหลื่อมล้ำ รองเลขาฯ ปชป.อัดนักการเมืองใช้โซเชี่ยลปั่นหัวคนรุ่นใหม่ ทำให้แตกแยก เชื่อมีคนนอกประเทศคอยให้ท้าย ฝ่ายค้านเล็งนัด 4 ม.ค.เคาะยื่นญัตติซักฟอกรัฐบาลแบบไม่ลงมติ ชาติพัฒนาเร่งเฟ้นคนชิงผู้ว่าฯ กทม.

‘บิ๊กตู่’อวยพรปีใหม่คนไทย

เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวคำปราศรัยเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พ.ศ.2565 ผ่านสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศ ไทย ว่า พี่น้องประชาชนชาวไทยที่รักในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2565 ขอเชิญชวนพี่น้องชาวไทยร่วมกันตั้งจิตอธิษฐานอาราธนา คุณพระศรีรัตนตรัยและพลานุภาพแห่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล โปรดอภิบาลประทานพรให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ทรงพระเกษมสำราญสถิตเป็นมิ่งขวัญร่มเกล้าเหล่าพสกนิกรชาวไทยตราบกาลนาน

ในปีพุทธศักราช 2564 ที่ผ่านมา พวกเราชาวไทยต้องพบกับเหตุการณ์ต่างๆ หลายอย่าง เราต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น เราต้องประสบกับอุทกภัยหลายพื้นที่ ผมขอขอบคุณในความร่วมมือร่วมใจของข้าราชการ บุคลากร เจ้าหน้าที่ภาครัฐ องค์กรภาคเอกชน อาสาสมัครและพี่น้องชาวไทย ทุกคน ที่มีส่วนร่วมในการแก้ไขบรรเทาเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งส่งมอบกำลังใจและยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือคนไทยด้วยกัน ทำให้ได้เห็นถึงพลังแห่งความรักและความสามัคคีที่มีอยู่อย่างเต็มเปี่ยมในจิตใจคนไทยทุกคน จนวันนี้พวกเราสามารถเดินหน้าก้าวพ้นอุปสรรคต่างๆ มาได้ด้วยดี

ขอให้มีสติ-สามัคคีปรองดอง

ในศักราชใหม่นี้ถือเป็นการเริ่มต้นสิ่งใหม่ โดยนำเอาประสบการณ์ในปีที่ผ่านมา มาเป็นบทเรียนในการปรับวิถีชีวิต เพื่อที่จะได้ดำรงตนอยู่ด้วยความมีสติ รอบคอบ ไม่ประมาทและตั้งมั่นในความสามัคคีปรองดองเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน อันจะเป็นประโยชน์แก่ตนเองและประเทศชาติโดยรวม ตนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคนจะได้ใช้ช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองนี้ร่วมกับครอบครัวและญาติมิตร รวมทั้งปฏิบัติตนให้อยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ที่สาธารณสุขกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด ตลอดจนการเดินทางสัญจรโดยคำนึงถึงความปลอดภัยทั้งต่อตนเองและผู้อื่น เพื่อทำให้เทศกาลปีใหม่นี้ มีแต่ความสุขความทรงจำที่ดีและก้าวเข้าสู่ศักราชใหม่ด้วยจิตใจที่เปี่ยมล้นด้วยพลังต่อไป

“เนื่องในวาระวันขึ้นปีใหม่พุทธศักราช 2565 ผมขออัญเชิญอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายอีกทั้งเดชะพระบารมีแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี โปรดดลบันดาลประทานพรให้พี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน ประสบแต่สิ่งอันเป็นมงคล ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บและภัยอันตรายทั้งปวง มีพลังกายพลังใจที่เข้มแข็งและสัมฤทธิผลในสิ่งพึงปรารถนาทุกประการโดยทั่วกัน สวัสดีปีใหม่ 2565” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ปลื้มโครงการคนละครึ่ง

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ พอใจมาตรการฟื้นฟูและกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยเฉพาะมาตรการคนละครึ่ง ล่าสุดกรุงเทพโพลโดยมหาวิทยาลัยกรุงเทพเผยผลสำรวจเรื่อง ที่สุดแห่งปี 2021 ได้ทำการสำรวจผลงานของรัฐบาลพบว่าโครงการ/มาตรการช่วยเหลือของรัฐบาลที่ชื่นชอบมากที่สุดแห่งปีคือ โครงการคนละครึ่งเฟส 3 ร้อยละ 49.6 สะท้อนถึงการช่วยเหลือเยียวยาตรงกับความต้องการของพี่น้องประชาชนช่วยลดภาระค่าครองชีพประจำวันได้เห็นผล

ส่วนมาตรการใช้จ่ายลดค่าครองชีพจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ของรัฐทั้ง 4 โครงการได้แก่ โครงการคนละครึ่ง เฟส 3 โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ รวมทั้งเพิ่มกำลังซื้อในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ความคืบหน้า (ข้อมูลวันที่ 29 ธ.ค.2564) ผู้ใช้สิทธิสะสม รวม 41.49 ล้านคน ยอดใช้จ่ายสะสมรวม 251,403.8 ล้านบาท

“ที่ผ่านมาผลงานและนโยบายโครงการต่างๆ เป็นที่ประจักษ์ ทุกกระทรวงทุกหน่วยงานช่วยกันคิด และรับฟังข้อเสนอแนะที่จะเป็นประโยชน์ โดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ดีใจที่ประชาชนตอบรับโครงการคนละครึ่งเป็นอย่างดี ล่าสุด คณะรัฐมนตรีหรือครม.ได้เห็นชอบโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 แล้ว มอบของขวัญปีใหม่ให้คนไทย คาดการณ์ว่าจะเริ่มโครงการในเดือนมี.ค.-เม.ย.2565 เป็นเวลา 2 เดือน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ รักษากำลังซื้อ และทำให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจต่อไป” นายธนกรกล่าว

พปชร.อวดผลงาน‘บิ๊กป้อม’

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้เผยแพร่ผลงานของ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรค ผ่านทางไลน์พรรคว่า ภายใต้การนำของพล.อ.ประวิตร ได้ให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาเพื่อยกระดับความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับประชาชน โดยลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ เพื่อรับฟังความเดือดร้อนและอุปสรรคที่เกิดขึ้นในแต่ละด้าน นำไปสู่การผลักดันภายใต้การดำเนินงานของรัฐบาล

โดยตลอดการดำเนินงานตลอดปี 2564 ของพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งไทยต้องเผชิญความยากลำบากจากการแพร่ระบาดโควิด-19 แต่ทุกฝ่ายได้ร่วมมือกันในการป้องกัน ดูแลเพื่อประคับประคองภาวะเศรษฐกิจ ซึ่ง พล.อ.ประวิตรรับฟังอุปสรรคและแนวทางการแก้ไขปัญหาจากประชาชนทั่วทุกภูมิภาคของไทยและนำมาสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนที่ดีขึ้น เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคม และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ที่มีส่วนสำคัญในการวางโครงสร้างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมที่เข้มแข็งเพื่อเป็นฐานรากที่มั่นคงในการสนับสนุนเศรษฐกิจในปี 2565 ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

‘ธรรมนัส’ลุ้นรัฐบาลฝ่าวิกฤต

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม จะนำพาประเทศให้หลุดพ้นปัญหาต่างๆ ก่อนการเลือกตั้งครั้งหน้าได้หรือไม่ว่า เราต้องเข้าใจผู้บริหาร เวลานี้ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรี หรือนายกฯ ที่บริหารบ้านเมืองในภาวะสถานการณ์ที่บ้านเมืองไม่ปกติ ไม่ว่าจะบริหารดีอย่างไร ถ้าไม่มีเงิน ก็ไปไม่รอด อารยประเทศประสบปัญหาตอนนี้คือเรื่องเงิน หรือรายได้เข้าประเทศ รายได้เราจากการบริหารประเทศปีละ 3.2 ล้านล้านบาท แต่พอมาเกิดการแพร่ระบาดโควิด-19 คนตกงานเยอะ ภาษีได้น้อยกว่าปกติเป็นเรื่องสำคัญ

รัฐบาลชุดนี้บริหารงานย่างเข้าปีที่ 3 ปีแรกไปได้ดี ปีที่ 2 เริ่มมีโควิดเข้ามา และมีสารพัดปัญหาเข้ามา โดยส่วนใหญ่คือเรื่องการแพร่ระบาดของโควิด ต้องใช้งบในการแก้ปัญหา ลองผิดลองถูก ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลบริหารมา ตนไม่ขอวิจารณ์ภายใต้การนำของ พล.อ. ประยุทธ์ แต่ขอให้ดูตอนที่ตนเป็นรัฐมนตรี ทำงานเต็มที่ นำปัญหาของชาวบ้านมาศึกษาและไปแก้ไขอย่างทันท่วงที และเมื่อได้รับมอบหมายงานจากนายกฯ และรองนายกฯ ตนก็ทำอย่างเต็มที่ ติดตามให้บรรลุผลโดยเร็ว เพื่อนำนโยบายภาครัฐไปสู่การปฏิบัติให้เกิดประโยชน์กับประชาชนที่สุด

‘อู๊ดด้า’ไม่มั่นใจรัฐบาลครบเทอม

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเมืองปี 2565 ว่า ที่เห็นชัดเจนที่สุดคือรูปแบบการเลือกตั้งจะเปลี่ยนไปเป็นแบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ทำให้ประชาชนมีอิสระมากขึ้น และเป็นการให้ความสำคัญกับพรรคมากขึ้น จะทำให้มีประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้นตามไปด้วย

ส่วนการเลือกตั้งส.ส.ครั้งหน้าจะมาถึงเมื่อใดคาดการณ์ยาก ส่วนจะเกิดอุบัติเหตุการเมืองในปี 2565 หรือไม่ ก็ตอบยาก อุบัติเหตุทางการเมืองที่จะเกิดขึ้นได้ตามวิถีประชา ธิปไตยในระบบรัฐสภาเกิดได้ 2 ทาง คือ 1.รัฐบาลลาออก และ 2.ยุบสภา แต่ถ้ารัฐบาลอยู่ครบเทอมเส้นขีดชัดเจนต้องมีเลือกตั้ง ในเดือนมี.ค.2566 ในส่วนของพรรคประชา ธิปัตย์เตรียมพร้อมเลือกตั้งไว้แล้วทั้ง ตัวผู้สมัครและนโยบาย โดยตัวบุคคลมีทั้งอดีตส.ส. ส.ส.ปัจจุบัน และมีเลือดใหม่คนรุ่นใหม่จำนวนมาก

เมื่อถามถึงฐานเสียงภาคใต้ซึ่งเป็นฐานเสียงหลักของพรรค ขณะนี้มีพรรคพลังประชารัฐและพรรคภูมิใจไทย (ภท.) มา แบ่งฐานไปด้วย นายจุรินทร์กล่าวว่า สถาน การณ์การเมืองเปลี่ยนแปลง ภาคต่างๆ ไม่มีพรรคใดได้แบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด จึงเป็นเรื่องธรรมดาในการแข่งขันของพรรคต่างๆ

‘ชัยชนะ’อัดกลุ่มปั่นหัววัยรุ่น

ด้านนายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรี ธรรมราช รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงบทบาททางการเมืองของคนรุ่นใหม่ในปี 2564 ที่ผ่านมาว่า คนรุ่นใหม่เริ่มให้ความสนใจ และก้าวเข้ามามีบทบาทมากยิ่งขึ้น เห็นได้จากผลการเลือกท้องถิ่นทุกระดับที่มีคนรุ่นใหม่ได้รับเลือกจากประชาชนมากขึ้น แต่ยังมีกลุ่มการเมืองที่ไม่หวังดีอาศัยธรรมชาติของคนรุ่นใหม่คือ ความมีพลังอย่างแรงกล้าและรักพวกพ้อง รวมทั้ง มองเห็นจุดอ่อนคือขาดประสบการณ์และวิจารณญาณในการไตร่ตรอง นำมาเป็นเครื่องต่อรองทางการเมืองเพื่อไปสู่เป้าหมายที่เป็นไปไม่ได้

โดยอาศัยการปลุกปั่นในโซเซี่ยลมีเดีย โดยเฉพาะอาศัยแฮชแท็กในทวิตเตอร์เพื่อชี้นำทำให้คนรุ่นใหม่หลงผิดไปจากข้อเท็จจริง ทำให้ขณะนี้ยังมีคนรุ่นใหม่จำนวนหนึ่งมีทัศนคติทางการเมืองโดยมองไม่เห็นว่าปัญหาที่แท้จริงคือนักการเมืองที่ขาดคุณธรรมจริยธรรม เอาความไว้วางใจของประชาชนไปใช้ในทางทุจริต และไม่สามารถวางตัวให้เป็นแบบอย่างที่ดีที่จะให้คนรุ่นใหม่ที่จะมีความคาดหวังว่าจะก้าวเข้ามาทำงานทางการเมืองได้

“อยากให้คนรุ่นใหม่มีวิจารณญาณในการพิจารณาข้อมูลข่าวสารมากขึ้น ไม่ใช่เชื่อเรื่องราวประเภท ‘เขาเล่าว่า’ หรือเชื่อในสิ่งที่บุคคลที่ตัวชื่นชอบบอกกล่าวโดยไม่ไตร่ตรองถึงความเป็นไปได้ และขอร้องให้นักการเมืองทุกฝ่ายช่วยสร้างบรรยากาศการทำงานในสภาให้กลับมาเป็นที่พึ่งที่หวังของประชาชนทุกเพศทุกวัย รวมทั้งใครที่มีเจตนาไม่หวังดีต่อประเทศชาติ อาศัยความเป็นคนรุ่นใหม่มาเป็นเกราะกำบังตัวเองอย่างน่าไม่อาย โดยเชื่อว่ามีคนหรือองค์กรนอกประเทศคอยให้ท้ายนั้น ก็ขอให้เลิกล้มความตั้งใจและอย่าปลุกปั่นสร้างความแตกแยกระหว่างวัยและคนไทยด้วยกันด้วย” นายชัยชนะกล่าว

ภท.คุยมีส.ส.-คนดังขอซบอื้อ

นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า มั่นใจว่าการเมืองปีหน้า คงมีความเข้มข้นขึ้น เมื่อเข้าสู่ปีที่ 3 ต้องเข้มข้นทั้งระดับพื้นที่ หรือในระดับส่วนกลาง โดยเฉพาะแต่ละพรรครู้ว่าจะเข้าสู่โหมดการเลือกตั้ง จะต้องช่วงชิงบทบาท การแสดงผลงานต่างๆ ออกมาให้ประชาชนได้เห็นมากที่สุด ขณะเดียวกันเกิดการแข่งขันทับซ้อน เช่น ผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งพรรคภูมิใจไทยคงไม่ลงสนาม เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องของบางพรรคเท่านั้นที่ต้องต่อสู้กัน แต่พื้นที่ที่พรรคภูมิใจไทยมีโอกาสมาก คงทุ่มเทพื้นที่ตรงนั้นมากขึ้น ดังนั้น พื้นที่ที่ดุเดือด เช่น ภาคใต้ หรืออีสาน ที่พรรคมีความคิดขยายฐานส.ส. ในหลายจังหวัดต้องมีความเข้มข้นขึ้น รวมถึงพื้นที่อีสานใต้ที่เราจะต้องมีให้มากขึ้น

“ยอมรับว่ามีผู้สนใจสมัครเป็นสมาชิกพรรค เสนอตัวลงเขตเลือกตั้ง เป็นคนที่มีศักยภาพ และมีส.ส.จากพรรคอื่น ก็เสนอตัวเข้ามา จึงเชื่อว่าโอกาสในการเลือกตั้งครั้งหน้าน่าจะดี เพราะตั้งใจว่าจะทำพรรคให้ใหญ่ขึ้นอย่างแข็งแรงมั่นคง วันนี้สิ่งที่มั่นใจได้คือ เราเป็นพรรคที่มีความเป็นเอกภาพ เอาจริงเอาจังในการทำหน้าที่ ที่สำคัญนโยบายใดๆ ที่พรรคเคยรับปากกับประชาชน นำมาสู่การปฏิบัติแล้วตามสโลแกน พูดแล้วทำ ตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ได้ประกาศไว้ในเวทีการประชุมใหญ่ของพรรค จ.นครราช สีมา เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.” นาย ศุภชัยกล่าว

ฝ่ายค้านถกซักฟอกรบ.หลังปีใหม่

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงการยื่นเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบไม่ลงมติ ตามมาตรา 152 ว่า หลังจากเปิดปีใหม่มา พรรคร่วม ฝ่ายค้านจะเรียกประชุมกันทันที เดิมกำหนดไว้ว่าจะประชุมกันวันที่ 4 ม.ค.2565 แต่กลัวว่าสมาชิกจะสะดวกหรือไม่ จึงกำลังสอบถามว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านสะดวกกันในวันใด สำหรับพรรคเพื่อไทยมีประเด็นในใจอยู่แล้ว เนื่องจากการอภิปรายตามมาตรา 152 เกิดจากการบริหารงานที่ผิดพลาด แล้วเราเข้าไปแนะนำ ก็คงไม่พ้นเรื่องเศรษฐกิจและการบริหารงานของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ

เมื่อถามถึงกรอบแรกที่วางไว้ว่าจะยื่นญัตติภายในวันที่ 15 ม.ค.2565 หรือไม่ นายประเสริฐกล่าวว่า เดิมเราตั้งใจไว้อย่างนั้น แต่ขอเปิดปีใหม่มาก่อน เพราะช่วงนี้ทุกคนกำลังยุ่งอยู่กับช่วงปีใหม่ ขอประชุมกันสักครั้งให้พอเห็นภาพกันก่อน

‘ปิยบุตร’เชื่อยุบสภาปลายปี 65

ส่วนนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ให้สัมภาษณ์ว่า หลายคนมองกันว่าปี 2565 จะมีการยุบสภา แต่ตนเห็นต่าง เพราะ 1.กว่ากฎหมายพรรคการเมืองและกฎหมายเลือกตั้งจะผ่านรัฐสภา ซึ่งสภารอบนี้จะปิดสมัยประชุมในเดือนก.พ.2565 เขาคงเอาวาระหนึ่งเข้าไปก่อน และตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ถ้าไม่ตั้งกมธ.วิสามัญ กว่าจะมา โหวตกันก็ปลายเดือนมิ.ย. แต่ถ้าตั้งกมธ.วิสามัญจะโหวตเดือนเม.ย. และต้องรอลงพระปรมาภิไธยอีก คิดว่ากว่าจะมีกฎหมายทั้ง 2 ฉบับ ก็ในช่วงเดือน มิ.ย. 2.เมื่อถึงเดือนมิ.ย. เชื่อว่าอย่างไรรัฐบาลต้องลากไปให้ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2566 ออกมาให้ได้ก่อน และ 3.พล.อ.ประยุทธ์ฝันอยากเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปกเดือนพ.ย.2565 ด้วยตัวเอง

ดังนั้น 3 กรณีนี้ คิดว่ารัฐบาลจะลากไปให้ได้ แม้อาจจะมีความขัดแย้งกันบ้างพอหอมปากหอมคอ แต่พอถึงเวลาก็จะถูลู่ถูกังลากกันไป กว่าจะยุบสภาได้น่าจะเป็นปลายปี 2565 ซึ่งเกือบครบเทอมแล้ว จึงไม่ต่างกับอยู่ถึง 6 มี.ค.2566 แต่เชื่อว่าแรงกดดันจะเพิ่มมากขึ้นแน่นอนหลังกฎหมายเลือกตั้งผ่าน ซึ่งเขาจะประคองไปได้และยุบกันได้ในช่วงปลายปี

ชพน.เร่งเฟ้นคนชิงผู้ว่าฯกทม.

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) กล่าวถึงการเตรียมพร้อมเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ว่า ขณะนี้ได้หารือกับผู้ใหญ่ และกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ซึ่งทุกคนสนใจเวทีผู้ว่าฯ กทม. เนื่องจากสนามกทม. เป็นเมืองหลวง ที่คนทั่วโลกรู้จัก และเป็นห้องรับแขกของประเทศ ถ้าเราทำ กทม.ให้น่าอยู่ ทันสมัย ความพร้อมของ กทม.ก็คือความพร้อมของประเทศ พรรคต้องดูว่าเราพร้อมแค่ไหนที่จะหาแคนดิเดต ซึ่งคิดว่าเรามีประสบการณ์เรื่องเศรษฐกิจ ถึงแม้ไม่ได้รับเลือก แต่ถ้ามีนโยบายที่ดีให้คนกทม. ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีทั้งนั้น หลังจากนี้ให้ทุกคนไปทำการบ้านว่ามีใครบ้าง หากพรรคประกาศชื่อไปแล้วจะได้รับการยอมรับในระดับหนึ่ง

เมื่อถามว่าจุดแข็งของพรรคในการชิง ผู้ว่าฯ กทม. จะเน้นนโยบายอะไร นายสุวัจน์กล่าวว่า ต้องมุ่งที่การกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อประชาชนเป็นหลัก ส่วนจะส่งใครลงสู้ศึกนี้ ต้องรอกก.บห. ตัดสินใจร่วมกันอีกครั้ง เพราะคนที่จะส่งลงศึกผู้ว่าฯ กทม. ประชาชนต้องยอมรับ และมีผลงานให้เห็น ส่วนรายชื่อ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ในขณะนี้ ตนเห็นว่าเป็นคนที่มีพื้นฐานที่ดี

กกต.นัดเคาะเลือกซ่อมหลักสี่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รักษาการเลขาธิการกกต. ทำหนังสือถึงประธานกกต. และกกต. เพื่อขอให้ประชุมเพื่อกำหนดวันเลือกตั้ง และวันรับสมัครเลือกตั้ง หลังมีพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ให้มีการเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างในเขตเลือกตั้งที่ 9 กทม. หลักสี่ จตุจักร (ยกเว้นแขวงจตุจักรและแขวงจอมพล) แทนตำแหน่งที่ว่างดังกล่าวสืบเนื่องมาจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้สมาชิกภาพความเป็นส.ส.ของนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ สิ้นสุดลงเนื่องจากมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (10) จากเหตุเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีฉ้อโกง

ในการนี้ กกต.ต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อกำหนดวันเลือกตั้งวันสมัครรับเลือกตั้ง ตามมาตรา 12 ภายใน 5 วัน นับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกามีผลใช้บังคับ โดยจะครบ 5 วัน คือวันที่ 4 ม.ค.2565 ทางสำนักงาน กกต.จึงขอเสนอให้มีการประชุมกกต. เพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าวในวันที่ 3 ม.ค.2565 ซึ่งจะประชุมทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยกกต.ได้นัดจะประชุมในช่วงเช้า 10.00 น. วันที่ 3 ม.ค.

ทั้งนี้ ตามแผนจัดการเลือกตั้งที่กกต.กำหนดไว้คาดจะมีการกำหนดให้วันอาทิตย์ที่ 30 ม.ค.2565 เป็นวันเลือกตั้งและเปิดรับสมัครในวันที่ 6-10 ม.ค.2565

‘พรเพชร’สั่งงดประชุมวุฒิฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. น.ส.นภาภรณ์ ใจสัจจะ เลขาธิการวุฒิสภา ได้มีหนังสือแจ้งเรื่องงดการประชุมวุฒิสภา ระบุข้อความว่า ตามที่นายพรเพชร วิชิต ชลชัย ประธานวุฒิสภา มีคำสั่งให้งดการประชุมวุฒิสภา ในวันที่ 3 ม.ค.2565 เนื่องจากเป็นวันหยุดชดเชยวันขึ้นปีใหม่ ซึ่งเป็นวันหยุดราชการประจำปี และมีคำสั่งให้นัดประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ 15 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) ในวันที่ 4 ม.ค.2565 นั้น เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน ซึ่งมีแนวโน้มพบผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น

ประกอบกับเพื่อเป็นการดำเนินการตามมาตรการของข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 40) ข้อ 2 ในการให้ความร่วมมือเพื่อการเฝ้าระวังป้องกันการระบาดของโรคภายหลังช่วงเทศกาลปีใหม่ ประธานวุฒิสภาพิจารณาแล้วจึงมีคำสั่งให้งดการประชุมวุฒิสภา ในวันที่ 4 ม.ค.2565 สำหรับกำหนดการประชุมวุฒิสภาจะมีการปรึกษาหารือในที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภาและจะได้แจ้งให้ทราบต่อไป

สภาก็ด้วย-สกัดโอมิครอน

วันเดียวกัน นายพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ส่งข้อความในไลน์ของผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร (สผ.) ว่า ตามที่มีหนังสือสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แนวปฏิบัติของส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐภายหลังเทศกาลปีใหม่ ลงวันที่ 30 ธ.ค.2564 ประกอบกับนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีดำริงดประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 5-6 ม.ค.2565 จึงขอให้ข้าราชการและบุคลากรปฏิบัติงานนอกสถานที่ WFH เต็มรูปแบบ (100%) ตั้งแต่วันที่ 1-9 ม.ค.2565

ทั้งนี้ บุคลากรสามารถเข้ามาปฏิบัติงานในสำนักงานฯ ได้ตามความจำเป็น ขึ้นอยู่ กับดุลพินิจของผู้อำนวยการและรองเลขา ธิการที่กำกับ โดยไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการดำเนินงานและภารกิจของส่วนราชการ

‘ชวน’ย้ำองค์ประชุม-หน้าที่ส.ส.

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาองค์ประชุมล่มที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาว่า สังเกตว่าองค์ประชุมจะมีปัญหาในช่วงตอนเย็น ซึ่งมีสมาชิกส่วนหนึ่งกลับไปก่อน หรืออยู่ในห้องประชุมแต่ไม่แสดงตน แตกต่างกับสมัยก่อนที่เหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นเฉพาะกรณีฝ่ายค้านถูกรัฐบาลกลั่นแกล้งก่อน แต่ปัจจุบันใช้ฟุ่มเฟือยมากเกินไป อาจทำให้ภาพพจน์สภาเสียหายด้วยกันทุกฝ่าย ทั้งนี้ จะหารือกับผู้นำฝ่ายค้านถึงปัญหาดังกล่าวอีกครั้ง

ส่วนข้อโต้เถียงเรื่องการเป็นองค์ประชุมของฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาลนั้น นายชวนกล่าวว่า โดยหลักการประชุมสภาเป็นเรื่องของทุกฝ่าย ตนย้ำมาตลอดว่ารัฐบาลมีเสียงข้างมาก จึงเป็นภาระเบื้องต้นที่จะต้องนำองค์ประชุมมาให้ครบ ถ้ารัฐบาลมีเสียงข้างน้อยก็อยู่ไม่ได้ แต่ถ้ามองว่าเป็นหน้าที่ของฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ตนขอย้ำว่าเป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายที่จะทำให้องค์ประชุมครบ ถ้ามีการหารือกันก่อนก็จะจบด้วยดี เช่น เรื่องระเบียบวาระ หากต้องการสลับ ควรหารือกันก่อนเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งโดยไม่จำเป็น เพราะจะทำให้เสียเวลา

เพื่อไทยยันตรวจสอบเข้มข้น

ด้าน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า ตนยังมั่นใจว่าการที่สภาล่มบ่อยๆ ทำให้ภาพลักษณ์ของสภาสูงขึ้น ดีขึ้น หากประชาชนเข้าใจการทำหน้าที่ของสภาอย่างลึกซึ้ง ตนเคยหารือกับประธานสภา และคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) สิ่งที่เราออกมาตรการอย่างเข้มข้นคือ ฝ่ายค้านจะตรวจสอบอย่างเข้มข้นตามบทบาทหน้าที่ของเสียงข้างน้อย รัฐบาลต้องแสดงความเป็นเสียงข้างมากอย่างแท้จริง

ระบอบนี้สภาเป็นผู้ออกกติกา เพื่อให้ฝ่ายบริหารนำไปใช้ในการปกครอง ถ้ากฎกติกาที่ออกโดยฝ่ายสภามิชอบ ก็ย่อมนำไปสู่การปกครองที่สมบูรณ์แบบไม่ได้ ส่งผลต่อความต้องการที่จะแก้ปัญหาให้ประชาชนได้ ทุกยุคทุกสมัยยึดถือเป็นหลัก มีเพียงยุคนี้เองที่มีความบิดเบี้ยวของระบบ ถ้าเราไม่ตรวจสอบอย่างเข้มข้น จะทำให้กลไกบิดเบี้ยวไปเรื่อยๆ ดังนั้น การตรวจสอบองค์ประชุมทุกครั้ง เรามุ่งหมายให้แสดงความเป็นเสียงข้างมากอย่างชัดเจนเท่านั้น เสียงข้างมากต้องพร้อมเป็นองค์ประชุม จึงจะเป็นเสียงข้างมากที่แท้จริง

‘บิ๊กป้อง’เปิดแผนซื้อเอฟ 35

พล.อ.อ.นภาเดช ธูปะเตมีย์ ผบ.ทอ. เปิดเผยว่า กองทัพอากาศ (ทอ.) กำลังพิจารณาจัดหาเครื่องบินขับไล่รุ่นใหม่ทดแทนเครื่องบินขับไล่รุ่นเก่าที่ล้าสมัย ซ่อมบำรุงยาก และไม่คุ้มค่า ไม่ปลอดภัยในการบิน โดยเห็นว่าเครื่องบินขับไล่เอฟ 35 ของบริษัท ล็อคฮีท มาร์ติน สหรัฐอเมริกา เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด เพราะปัจจุบันราคาลดลงจากเดิม จากช่วงที่ออกสู่ตลาดใหม่ๆ ราคาเครื่องเปล่า 142 ล้านเหรียญ/เครื่อง เมื่อมีความต้องการและผลิตมากขึ้นทำให้ราคาลดต่ำลง ด้วยกลไกของ การตลาดและการเมืองจากการรวมกลุ่มพันธมิตรทำให้ราคาลดลงเหลือ 82 ล้านเหรียญ ต่อเครื่อง

ขณะที่เครื่องบิน gripen รุ่นใหม่ราคาสูงถึง 85 ล้านเหรียญ/เครื่อง ดังนั้น เอฟ 35 จึงไม่ใช่เครื่องบินที่เราเอื้อมไม่ถึง อยู่ที่การต่อรองราคากับบริษัทให้ได้ราคาต่ำสุด ซึ่งเป็นไปได้ว่าจะได้ในราคาหลัก 70 ล้านเหรียญขึ้นไป เพราะตลาดเครื่องบินรบรายอื่นแทบขายไม่ออก โดยจะริเริ่มตั้งโครงการในแผนงบประมาณ 2566 ทันที เพราะถ้าไม่รีบทำตอนนี้ราคาอาจจะสูงขึ้น และถ้าในที่สุดต้องลุยก็ต้องชี้แจงให้สังคมเข้าใจกระจ่างชัดในทุกประเด็น

หวังประชาชนเข้าใจ-ทัวร์ไม่ลง

“เป็นไปได้ว่าอาจตั้งคณะกรรมการศึกษาควบคู่ไปด้วยในช่วง 5 ปีนี้ เพราะการพัฒนาเทคโนโลยีด้านการบินไปเร็วมาก ซึ่งคำว่าศึกษาก็เหมือนเป็นการเดินเครื่อง ถ้าไปพูดคำว่าซื้อเลย เดี๋ยวจะโดนทัวร์ลง แต่ผมเชื่อยังว่าทัวร์จะไม่ลง ผู้ที่เข้าใจจะสนับสนุนทันที เพราะทอ.ไม่ได้ซื้ออาวุธ แต่ซื้อเครื่องมือเพื่อความปลอดภัยของประชาชน เราเป็นประชาชนคนหนึ่งที่เสี่ยงชีวิตใช้เครื่องมือเพื่อปกป้องท่าน เรารักเครื่องบินเหมือนลูก ไม่ได้ทิ้งขว้าง ถนอมกล่อมเกลี้ยงเหมือนลูก เช็ดถู อาบน้ำทุกวัน ถ้าประชาชนมาเห็นการดูแลเครื่องมือของเราก็จะชอบ ที่สำคัญไม่ได้ซื้ออาวุธมาเข่นฆ่าใคร ซื้อมาเป็นเครื่องมือให้ประชาชน แต่เราเป็นคนใช้แทน” พล.อ.อ. นภาเดชกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการมองว่าเป็นการซื้ออาวุธในช่วงที่ประเทศขาดแคลนงบประมาณ จากผลกระทบของโควิด-19 พล.อ.อ.นภาเดชกล่าวว่า เรายอมรับในความไม่มี รับทราบถึงสถานการณ์ดังกล่าว และเมื่อยอมรับก็ต้องหาหนทางนำไปสู่เป้าหมาย ด้วยการทยอยจัดซื้อครั้งละน้อย แต่เลือกของที่มีคุณภาพสูง และเรียนรู้เทคโนโลยีที่ได้รับ ซึ่งถ้าทำจริงๆ ทอ.ไม่มีวันที่จะทำร้ายประชาชนให้เดือดร้อน เพราะเรารู้สถานการณ์อยู่แล้ว แต่คงต้องถามประชาชนว่ารับได้หรือไม่ อย่างที่บอกว่าตนและ ทอ.รักสิ่งที่เราทำเหมือนลูก และสิ่งที่เรามีไม่ใช่เพื่อตัวเราเองแต่เพื่อประชาชน

คาดใช้งบ 1.85-2.78 หมื่นล้าน

เครื่องบินที่ ทอ.ประจำการอยู่ดีพอใช้ และเมื่อเก่าทรุดโทรมคุณภาพย่อมสู้ของใหม่ ไม่ได้ และยังมีปัญหาเรื่องส่งกำลังบำรุง โดยเฉพาะอะไหล่ ที่ต้องใช้เวลานานในการจัดหามาทดแทน จึงต้องไปกว้านหาซื้อในตลาดมืด อนาคตข้างหน้าหากติดขัดและส่งกำลังบำรุงไม่ได้เพราะไม่มีอะไหล่ หรือเครื่องยนต์ บริษัทหยุดสายการผลิตเครื่องบินก็ทำการบินไม่ได้ ทอ.จึงได้มองอย่างรอบด้าน ทั้งการโมดิฟายด์เครื่องเก่าแก่ และเครื่องกลางเก่ากลางใหม่ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น พร้อมกับมองหาเครื่องบินใหม่ เมื่อเรามีเงินน้อยก็ต้องเลือกสรรอย่างดีและต้องใช้งานได้นาน เหมือนที่เราใช้เอฟ 16 มาถึง 35-40 ปี

จุดเริ่มต้นที่กองทัพอากาศเห็นว่าเอฟ 35 เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เนื่องจากภาพรวมกำลังทางอากาศสำคัญอย่างยิ่งในการรบสมัยใหม่ และที่สำคัญจะรบแพ้ไม่ได้ ไม่เช่นนั้นจะทำให้ข้างล่างแหลกลาญ แต่เราไม่จำเป็นที่จะมีเอฟ 35 เต็มฝูงอาจจะเป็นครึ่งฝูง 8 ถึง 12 เครื่อง แต่เราใช้ Valkyrie เพื่อเป็น wingman ต่อไป ซึ่งจะประหยัดมาก ขณะนี้ยังไม่เป็นที่รู้จักนัก แต่เทคโนโลยีเหล่านี้จะก้าวกระโดด “หาก ทอ.ได้รับการสนับสนุนทั้งจากคนไทยด้วยกัน จากฝ่ายการเมือง และภาคส่วนอื่นๆ ประกอบกับ ถ้าเรามีงบเพียงพอ ก็น่าจะขยับกำลังทางอากาศเข้าสู่ในมิติที่สมบูรณ์ขึ้น มีความเข้มแข็งและก็รบไม่แพ้ เป็นที่อุ่นใจ แต่เรื่องนี้ยังไม่ได้นำเสนอรัฐบาล และพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เพราะการที่ ทอ.จะเสนออะไรต้องคุยกันให้สะเด็ดน้ำก่อน” พล.อ.อ.นภาเดชกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงาน หากซื้อเอฟ 35 ครึ่งฝูง 8 ถึง 12 เครื่อง หากได้ราคาประมาณ 70 ล้านเหรียญสหรัฐ/เครื่อง ก็จะใช้งบราว 1.85 หมื่นล้านบาท ถึง 2.78 หมื่นล้านบาท

‘ราษฎร’จัดเคานต์ดาวน์หน้าคุก

เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. ที่หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร กลุ่มคณะราษฎรยกเลิก 112 รวมตัวกันเคานต์ดาวน์ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับศักราชใหม่ ภายใต้ชื่อกิจกรรม “อยู่เป็นเพื่อน ย้ำเตือนความยุติธรรม” โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 17.00 น. ไปจนถึง 05.00 น. ของวันที่ 1 ม.ค.2565 มีทั้งกิจกรรมแสดงดนตรีจากศิลปินเพลงเพื่อราษฎร การเปิดท้ายขายกุ้งเผาราคา 112 บาท ของกลุ่มวีโว่ และเปิดฟรีไมค์ให้ผู้เข้าร่วมชุมนุมส่งเสียงถึงผู้ถูกคุมขังทางการเมือง และกระบวนการยุติธรรมไทย รวมทั้งจุดพลุ 112 นัด ต้อนรับปีใหม่แห่งการเปลี่ยนแปลง

ผู้สื่อข่าวรายงาน ในการชุมนุมดังกล่าวมี่มี่เยาวชนนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ประกาศโกนผมเป็นครั้งที่ 2 เพื่อเรียกร้องพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลาออก โดยมี่มี่กล่าวว่าที่ต้องโกนผมอีกครั้ง เพราะยังไม่ได้รับความยุติธรรม การเสียสละนี้เทียบไม่ได้กับคนในเรือนจำที่ต้องสูญเสียอิสรภาพ

ต่อมาเวลา 20.00 น. นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข อ่านแถลงการณ์ว่าประชาชนชาวไทยทั้งหลายในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ 2565 คณะราษฎรยกเลิก 112 ขอส่งความปรารถนาดีมาอำนวยพรทุกท่านให้มีความสุข ความสำเร็จสมประสงค์ในสิ่งที่ปรารถนา ในปี 2564 ประเทศไทยเจอวิกฤตการแพร่ระบาดโควิด ทำให้เศรษฐกิจพังพินาศ ประชาชนยากลำบากแสนสาหัส ซ้ำร้ายไปกว่านั้นแทนที่รัฐบาลจะแก้ไขให้ประเทศไทยรอดพ้นจากวิกฤต กลับซ้ำเติมให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก ด้วยการเอื้อประโยชน์ให้พวกเจ้าสัวให้มั่งคั่งมั่งมี อีกทั้งยังใช้อำนาจจับกุมคุมขังประชาชน

ปีใหม่นี้ในนามของคณะราษฎรยกเลิก 112 จึงปรารถนาอย่างยิ่งที่จะได้เห็นคนไทยมีความสุขถ้วนหน้ากัน ด้วยพลังแห่งความร่วมมือร่วมใจในการเคลื่อนไหวต่อสู้เพื่อยกเลิกมาตรา 112 และให้ปล่อยนักโทษการเมืองทุกคน ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยก้าวสู่ความเจริญทันสมัยต่อไป ขออานุภาพแห่งความสามัคคีของประชาชน จงคุ้มครองรักษาท่านทุกคนให้มีความสุข ไม่มีทุกข์ ไม่มีภัย ให้ชาติบ้านเมืองหลุดพ้นจากเผด็จการ ก้าวสู่ประชาธิปไตยและก้าวหน้าต่อไป ด้วยความผาสุกสวัสดีตลอดศกหน้านี้โดยทั่วกัน

จากนั้นกลุ่มมวลชนร่วมกันส่งเสียงปล่อยเพื่อนเรา และจุดเทียน พร้อมฉายคลิปภาพแกนนำที่ยังคงถูกควบคุมอยู่ในเรือนจำ สลับกับการแสดงดนตรี

อยู่เป็นเพื่อน – คณะราษฎรจัดชุมนุมเคานต์ดาวน์ ‘อยู่เป็นเพื่อน ย้ำเตือนความยุติธรรม’ อ่านแถลงการณ์ แสดงดนตรี เปิดท้ายขายกุ้ง และจุดพลุ 112 นัด ต้อนรับปีใหม่แห่งการเปลี่ยนแปลง ที่หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 31 ธ.ค.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน