ศบค.ถก7มค.-ยกระดับเพิ่ม
ติดเชื้อรายวันเกิน3พัน-ดับ12
จับตาชลบุรีป่วยแซงหน้ากทม.
ผวาโอมิครอนระบาดหนัก ‘บิ๊กตู่’ ให้ขรก. ทำงานแบบเวิร์กฟรอมโฮม จนถึง 14 ม.ค. พร้อมขอความร่วมมือภาคเอกชนด้วย“ศปก.ศบค.” ชงศบค.ชุดใหญ่ 7 ม.ค. ยกระดับเพิ่มมาตรการเข้ม “ตรัง-โคราช-ลำปาง” เจอป่วยโอมิครอนเพิ่ม ขณะที่เคสผัวเมียกาฬสินธุ์ป่วยพุ่ง 249 ไทยติดเชื้อรายวันเพิ่ม 3,112 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 12 ชลบุรียอดติดเชื้อแซงกทม. จนท.สุ่มตรวจร้านอาหารในพัทยา บางละมุง พบป่วย โอมิครอนพุ่ง 81% สธ.เผยลามแล้ว 47 จังหวัด ติดเชื้อ 1,551 ราย จับตาชลบุรี-อุบลฯ
ติดเชื้อรายวัน 3,112-ตายเพิ่ม 12
เมื่อวันที่ 2 ม.ค. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์ โควิด-19 ประจำวันว่า วันนี้ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อใหม่ 3,112 ราย ติดเชื้อสะสม 2,229,558 ราย หายป่วยเพิ่ม 2,921 ราย หายป่วยสะสม 2,174,730 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 12 ราย เสียชีวิตสะสม 21,720 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 33,108 ราย มีอาการหนัก 562 ราย และใส่เครื่องช่วยหายใจ 156 ราย
ทั้งนี้ ผู้เสียชีวิต 12 ราย มาจาก 10 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ 3 ราย, กทม. เลย นครราชสีมา นครสวรรค์ สุโขทัย สุราษฎร์ธานี ชลบุรี สระบุรี และสุพรรณบุรี จังหวัดละ 1 ราย ผู้เสียชีวิตเป็นชาย 6 ราย หญิง 6 ราย อายุ 41-87 ปี ค่ากลางอายุ 73 ปี โดยเป็นผู้สูงอายุ 60 ปี และมีโรคประจำตัวรวมกัน 100%
ชลบุรีติดเชื้อแซงกทม.
จังหวัดที่ติดเชื้อเกิน 100 ราย มี 5 จังหวัด โดย 10 อันดับที่ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ 1.ชลบุรี 442 ราย สะสม 113,754 ราย 2.กทม. 366 ราย สะสม 440,970 ราย 3.อุบลราชธานี 304 ราย สะสม 23,093 ราย 4.นครศรีธรรมราช 128 ราย สะสม 48,116 ราย 5.ขอนแก่น 100 ราย สะสม 24,522 ราย 6.สมุทรปราการ 90 ราย สะสม 132,467 ราย 7.เชียงใหม่ 85 ราย สะสม 29,208 ราย 8.ภูเก็ต 84 ราย สะสม 18,871 ราย 9.อุดรธานี 65 ราย สะสม 21,102 ราย และ 10.ระยอง 57 ราย สะสม 46,268 ราย
ขณะที่การติดเชื้อมาจากเรือนจำ 2 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศ 149 ราย ได้แก่ สหรัฐอเมริกา 30 ราย, สหราชอาณาจักร 18 ราย, รัสเซีย 17 ราย, เยอรมนี 16 ราย, สวีเดน ออสเตรเลีย ประเทศละ 5 ราย, สิงคโปร์ ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ ประเทศละ 4 ราย, สวิตเซอร์แลนด์ เดนมาร์ก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คาซัคสถาน สกอตแลนด์ แคเมอรูน ตุรกี ประเทศละ 3 ราย, มอลโดวา ซาอุดีอาระเบีย อินเดีย สเปน โอมาน ประเทศละ 2 ราย และออสเตรีย สโลวีเนีย ฟินแลนด์ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น มาเลเซีย บังกลาเทศ มาลี ยูเครน โปแลนด์ บาห์เรน กาตาร์ อิสราเอล โรมาเนีย และนอร์เวย์ ประเทศละ 1 ราย โดยเข้าระบบ Test&Go 95 ราย แซนด์บ็อกซ์ 31 ราย เข้าระบบกักตัว 22 ราย และลักลอบเข้าเมือง 1 ราย
นักเที่ยวต่างชาติติดเชื้อพุ่ง 10 เท่า
ส่วนผู้เดินทางเข้าประเทศ วันที่ 1 ม.ค. 2565 มี 7,585 คน ติดเชื้อ 148 คน คิดเป็น 1.95% ได้แก่ ระบบ Test&Go 4,532 คน ติดเชื้อ 95 คน คิดเป็น 2.1% แซนด์บ็อกซ์ 2,551 คน ติดเชื้อ 31 คน คิดเป็น 1.22% และกักตัว 502 คน ติดเชื้อ 22 คน คิดเป็น 4.38% (กักตัว 7 วัน 382 คน กักตัว 10 วัน 111 คน และกักตัว 14 วัน 9 คน) โดยเข้ามาผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 3,750 คน ท่าอากาศยานภูเก็ต 3,634 คน ท่าอากาศยานสมุย 190 คน และท่าอากาศยาน อื่นๆ 11 คน
เมื่อเปรียบเทียบอัตราการติดเชื้อของ ผู้เดินทางจากต่างประเทศตั้งแต่เปิดประเทศ เมื่อวันที่ 1 พ.ย.2564 พบว่า ช่วงพ.ย. เดินทาง 133,061 ราย ติดเชื้อ 171 ราย คิดเป็น 0.13% ส่วนธ.ค. เดินทาง 290,617 ราย ติดเชื้อ 1,300 ราย คิดเป็น 0.45% หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 4 เท่า ขณะที่ม.ค.วันเดียวอัตราติดเชื้ออยู่ที่ 1.95% เพิ่มขึ้นกว่า 10 เท่าจากช่วงพ.ย.
สำหรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 วันที่ 1 ม.ค. ฉีดเพิ่มขึ้น 27,998 โดส สะสม 104,472,167 โดส แบ่งเป็นเข็มแรก 51,301,610 ราย คิดเป็น 71.2% ของประชากร เข็มสอง 46,155,460 ราย คิดเป็น 64.1% ของประชากร และเข็มสาม 7,015,097 ราย คิดเป็น 9.7% ของประชากร

กลับกรุง – ประชาชนส่วนหนึ่งยังคงใช้บริการรถทัวร์เดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร) หรือหมอชิตใหม่ ขณะที่ส่วนใหญ่เลี่ยงการใช้บริการเนื่องจากกลัวการแพร่ระบาดของโควิด เมื่อวันที่ 2 ม.ค.
‘บิ๊กตู่’ให้เวิร์กฟรอมโฮม 14 วัน
ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมสั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจับตาดูสถานการณ์กลุ่มผู้ติดเชื้อโอมิครอนเข้มข้น ป้องกันการไม่ให้เกิดรูปแบบคลัสเตอร์ที่แพร่กระจายเชื้อ ถอดบทเรียนจากคลัสเตอร์กาฬสินธุ์ที่มีผู้ติดเชื้อ โอมิครอนคลัสเตอร์นี้แล้ว 244 ราย จำกัดวงลดการแพร่กระจายเชื้อภายในประเทศให้มากที่สุด
สำหรับรายงานยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 วันอาทิตย์ที่ 2 ม.ค. 2565 พบยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 รวม 3,112 ราย จำแนกเป็นผู้ป่วย จากระบบเฝ้าระวังฯ 2,896 ราย ผู้ป่วย จากการค้นหาเชิงรุก 65 ราย ผู้ป่วยภายในเรือนจำ/ที่ต้องขัง 2 ราย ผู้ป่วยมาจาก ต่างประเทศ 149 ราย ผู้ป่วยสะสม 2,200,695 ราย (ตั้งแต่ 1 เม.ย.64) หายป่วยกลับบ้าน 2,921 ราย หายป่วยสะสม 2,147,304 ราย (ตั้งแต่ 1 เม.ย.64) ผู้ป่วยกำลังรักษา 33,108 ราย และเสียชีวิตเพิ่ม 12 ราย ส่วนภาพรวมยอดฉีดวัคซีน วันที่ 1 ม.ค. 2565 ยอดฉีดสะสม 104,661,310 โดส แบ่งเป็นเข็มที่ 1 รวม 51,272,838 ราย เข็มที่ 2 รวม 46,147,413 ราย เข็มที่ 3 รวม 6,998,205 ราย
นายธนกรกล่าวต่อว่า สำหรับผู้ที่เดินทาง กลับเข้ากรุงเทพฯ ที่สถานีหมอชิต และสถานีหัวลำโพง สามารถรับการตรวจ คัดกรองโรคโควิด-19 ด้วย ATK โดยไม่เสีย ค่าใช้จ่าย เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวง สาธารณสุขและกระทรวงคมนาคม ตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี ถึงวันที่ 3 ม.ค.2565 เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน หลังเดินทางกลับมาทำงานต่อที่กรุงเทพฯอย่างปลอดภัย ขั้นตอนการปฏิบัติมีดังนี้ 1.ลงทะเบียนผ่าน QR Code ICN Tracking มาจากบ้าน หรือวอล์กอินหน้างาน 2.ยื่นบัตร ประชาชน และรหัสลงทะเบียน 4 หลัก ที่ได้จากการลงทะเบียนสำเร็จ
3.รับอุปกรณ์ สว็อบจากเจ้าหน้าที่ 4.เข้ารับการสว็อบ (NPS) ที่รถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย 5.รับทราบ ผลตรวจผ่าน 2 ช่องทางออนไลน์ หรือสแกน QR Code โดยใส่เลขบัตรประชาชน เบอร์โทรศัพท์ กรณีตรวจพบผลบวก ทีมกรมควบคุมโรคจะให้คำปรึกษา และตรวจ RT-PCR ซ้ำ รวมทั้งขอความร่วมมือ หน่วยงานราชการ-เอกชน ให้ข้าราชการ พนักงาน ปฏิบัติงานที่บ้าน หรือเวิร์ก ฟรอมโฮมในช่วง 14 วัน
“นายกฯ ยังเตือนประชาชนในช่วง วันหยุดเทศกาลปีใหม่นี้ หากสงสัยว่าตนเอง จะติดเชื้อโควิด-19 ขอให้งดเดินทางเข้าไปในพื้นที่ งดร่วมกิจกรรมทันที กักตัวเอง ไม่สัมผัสกับผู้อื่น และรีบเข้าสู่กระบวนการ รักษาทันที ปรึกษาแพทย์ เพื่อป้องกัน การแพร่เชื้อไปยังผู้อื่นในสถานที่ต่างๆ ร่วมกันรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม” นายธนกรกล่าว
ด้านสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) มีหนังสือไปหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขอให้เวิร์กฟรอมโฮม 14 วัน ระหว่างวันที่ 1-14 ม.ค.65 เพื่อลดการแพร่ระบาดของ โควิดสายพันธุ์โอมิครอน
ศบค.จ่อยกระดับเรียนออนไซต์
ด้านพล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผอ.ศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับมาตรการในส่วนของสถานศึกษา หลังเทศกาลปีใหม่ว่า โรงเรียนต่างๆ ของกระทรวงศึกษาธิการมีทั้งสิ้นประมาณ 2.9 หมื่นแห่ง ในส่วนของอาชีวศึกษามีประมาณ 1,000 แห่ง ขณะที่ส่วนของภาคเอกชน มี 4,000 กว่าแห่ง ทุกโรงเรียนมีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่เข้มข้น สอดคล้องกับแนวทางของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในฐานะผอ.ศบค.ที่ออกมาอยู่แล้ว
“โดยมาตรการของโรงเรียนต่างๆ คือการเรียนออนไลน์และออนไซต์อย่างละ 50% สำหรับการเรียนออนไซต์ต้อง ดำเนินการตามมาตรการโควิดฟรีเซ็ตติ้ง ที่มีการตรวจคัดกรองกันอย่างเข้มข้น และตรวจหาเชื้อด้วยระบบ ATK กันทุกสัปดาห์ ยืนยันว่าทุกโรงเรียนทำตามมาตรการที่กำหนดอยู่แล้ว โดยวันที่ 3 ม.ค. กระทรวงศึกษาธิการจะประชุมเพื่อเคร่งครัด มาตรการเพิ่มขึ้น อาจมีการยกระดับมาตรการ ขณะที่มาตรการโดยรวมนายกฯ มีนโยบายให้หน่วยงานภาครัฐเวิร์กฟรอมโฮม 14 วันหลังเทศกาลปีใหม่ไปแล้ว โดยวันที่ 5 ม.ค. ทางศปก.ศบค.จะประชุมเพื่อประเมินสถานการณ์และจะมีข้อเสนอต่อที่ประชุมศบค.ชุดใหญ่วันที่ 7 ม.ค.ต่อไป”
ชี้โอมิครอนเหมือนวัคซีนอ่อนฤทธิ์
ด้านศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.วสันต์ จันทราทิตย์ หัวหน้าศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ม.มหิดล ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์โควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนว่า ขณะนี้ประเทศที่ติดเชื้อโอมิครอน มาก่อนอย่างแอฟริกาใต้ สถานการณ์ดีขึ้น ผู้ติดเชื้อรายใหม่และเสียชีวิตลดลงมาก เนื่องจากวัคซีนที่ฉีดกระตุ้นแอนติบอดี IgG และ IgM แม้ประสิทธิผลจะลดลง ครึ่งหนึ่ง แต่ T-Cell ยังมีเต็มประสิทธิภาพ เมื่อติดเชื้อตามธรรมชาติที่จะกระตุ้นแอนติบอดี IgA อยู่ในปอดนานกว่า ทำหน้าที่เสมือนวัคซีนเชื้อเป็นชนิดอ่อนฤทธิ์ เมื่อมีการติดเชื้อตามธรรมชาติกันจำนวนมาก จึงทำให้การติดเชื้อลดลง อย่างอิหร่าน ที่ติดเชื้อตามธรรมชาติจำนวนมากก็เป็นเช่นนี้
“ดังนั้นโอมิครอนดูโดยภาพรวม หลังจากทยอยแพร่ระบาดทั่วโลก จากนั้นอาการและผู้ติดเชื้อจะลดลงอย่างรวดเร็วไม่เหมือนเดลตา ส่วนการใช้วัคซีนต่อไปในอนาคตอาจจะต้องคำนึงเส้นทางการ ติดเชื้อด้วย จะเห็นว่า กรณีที่ใช้ไวรัส เป็นพาหะหรือเป็น mRNA เน้นเฉพาะส่วนของหนามแหลมอย่างเดียว จึงยังมีความสุ่มเสี่ยง เพราะโอมิครอนกลายพันธุ์ ในส่วนหนาม แอนติบอดีจับไม่ได้ แอนติบอดีสังเคราะห์หลายตัวก็ทำงานไม่ได้ ตัวโอมิครอนจึงเปรียบเสมือนตัวที่เข้ามาเติมเต็ม ทำให้กลายเป็นวัคซีนครบสูตร ทั้งเชื้อตาย เชื้อไวรัสเป็นพาหะ mRNA และเชื้อเป็นที่อ่อนกำลัง อาจเรียกได้ว่า เป็นซูเปอร์วัคซีนที่ดึงเอาส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหนามแหลม เปลือกของไวรัส เข้ามาด้วย แล้วฉีดเข้าไป” ศ.เกียรติคุณ ดร.วสันต์กล่าว
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.วสันต์ กล่าวต่อว่า ฐานข้อมูลกลางโควิดโลก หรือ GISAID มีการอัพโหลดเชื้อโควิด-19 กว่า 6.6 ล้านตัวอย่าง เป็นสายพันธุ์โอมิครอนจำนวนกว่าหมื่นตัวอย่าง ส่วนประเทศไทยส่งข้อมูลโอมิครอนเข้าไปยังน้อยอยู่ แต่ที่เห็นตรวจพบจำนวนมากขณะนี้เป็นการตรวจแบบ PCR ยังไม่ถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม ต้องใช้เวลา
ย้ำยังต้องฉีดเข็มกระตุ้น
เมื่อถามว่าหลายคนกังวลฉีดเข็มกระตุ้น ขณะที่โอมิครอนดูเหมือนอาการไม่รุนแรง ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.วสันต์กล่าวว่า หลายประเทศในแอฟริกาประชากรมีอายุเฉลี่ยเพียง 50-60 ปี ยังไม่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ประเทศไทยต้องรอข้อมูลจากอังกฤษและออสเตรเลีย ซึ่งประชากรมีอายุเฉลี่ยมากกว่า 75 ปีว่า ผู้สูงอายุและมีโรคประจำตัว เมื่อติดเชื้อโอมิครอนแล้วมีอาการไม่รุนแรง เช่นกัน ถึงสรุปลงไปได้ว่าโอมิครอนไม่ก่อ โรครุนแรง ช่วงนี้เมื่อครบกำหนดการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นก็ควรไปฉีดกันไว้ก่อน หากกังวลเรื่องผลข้างเคียงอาจพิจารณา ฉีดเข้าผิวหนัง ซึ่งอาจมีอาการคันบริเวณ ที่ฉีดบ้าง แต่ผลข้างเคียงมีน้อยกว่า โควิดเป็นโรคอุบัติใหม่ อย่าประมาท การ์ดต้องไม่ตก เพราะองค์ความรู้เรายังน้อย ขณะนี้นักวิทยาศาสตร์จะตั้งสมมติฐานหรือคาดคะเนจากข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เท่าที่มีอยู่ปัจจุบันได้เท่านั้น
เมื่อถามว่าโอมิครอนมีแนวโน้มที่จะกลาย เป็นโรคประจำถิ่นหรือไม่ ศ.เกียรติคุณ ดร.วสันต์กล่าวว่า หลายฝ่ายเริ่มมองเห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ เพราะตัวโอมิครอนทำให้เกิดการระบาดอย่างรวดเร็ว และติดไปทั่วโลก ทำให้มีการรณรงค์เร่งการฉีดวัคซีน เพราะโอมิครอนไปถึงทุกที่ ขณะที่โอมิครอนก็เป็นส่วนหนึ่งที่ไปสร้างภูมิตามธรรมชาติ จะเห็นข้อมูลจากแอฟริกาใต้ภายใน 1-2 เดือนผู้ติดก็ลดลง ก็เหมือนที่องค์การอนามัยโลก (WHO) คาดคะเนใน 6 เดือนแรกนี้น่าจะเห็นชัดถึงแนวโน้ม และ 6 เดือนหลังจะชี้ชัดได้ว่าจะกลายเป็นโรคประจำถิ่นหรือไม่ ซึ่งมีแนวโน้มว่า จะกลายเป็นโรคประจำถิ่น เพราะขณะนี้ยังมองไม่เห็นว่าจะมีตัวไหนที่จะแพร่ระบาด เข้ามาอีก
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.วสันต์กล่าวด้วยว่า ยังต้องเน้นเรื่องของการฉีดวัคซีนทั่วโลก แม้หลายคนยังกังวลถึงความเสี่ยง แต่ฉีดเป็นการป้องกันการระบาด ป้องกันการเพิ่มจำนวนของไวรัส ที่เราพบไวรัสกลายพันธุ์ก่อนหน้านี้คิดว่าจะจบที่เดลตา แต่กลับมีโอมิครอนขึ้นมา เพราะแอฟริกาใต้ ฉีดวัคซีนน้อยมาก จึงเป็นแหล่งที่ทำให้ไวรัสเพิ่มจำนวนได้ดี ยิ่งไวรัสเพิ่มมาก ก็ก่อให้เกิดการกลายพันธุ์ ดังนั้น วัคซีนนอกจากป้องกันความรุนแรงของโรค ป้องกันการเสียชีวิต ยังช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการกลายพันธุ์ เป็นอีกเหตุผลที่ต้อง ฉีดวัคซีน อาจจะไม่ใช่เพื่อตัวเราเท่านั้น แต่เพื่อคนทั้งโลกไม่ให้เกิดโอมิครอนกลายพันธุ์ซ้ำเข้าไปอีก
สธ.ชงมาตรการศบค. 7 ม.ค.
นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า โควิดสายพันธุ์โอมิครอนยังเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ โรคไม่รุนแรง แต่มีการติดเชื้อมากขึ้น โดยทุกโรคที่กังวลคือติดเชื้อแล้วจะมีการเสียชีวิต แต่ถ้าติดเชื้อแล้วไม่มีอาการ และสร้างภูมิคุ้มกันได้ ก็ไม่เป็นอะไร ทั้งนี้ สธ.จะประเมินสถานการณ์อีกครั้ง ในวันที่ 3 ม.ค. ก่อนสรุปสถานการณ์และมาตรการเพื่อเสนอต่อศบค.ในวันที่ 7 ม.ค.2565
“ภาพรวมของโควิด-19 ในสายพันธุ์ โอมิครอน โรคน่าจะมีการระบาด แต่ขณะนี้ ยังไม่ก่อโรครุนแรง ยังอยู่ภายใต้การควบคุม” นพ.เกียรติภูมิกล่าว
โอมิครอนลาม 47 จว.-ป่วย 1,551
ด้านนพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2564-1 ม.ค.2565 พบผู้ติดเชื้อ โอมิครอนสะสม 1,551 ราย แบ่งเป็น ผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 779 ราย และติดในประเทศ 772 ราย โดยวันที่ 1 ม.ค. เพิ่มขึ้นวันเดียว 189 ราย มาจากต่างประเทศ 68 ราย และติดในประเทศ 121 ราย ขณะนี้พบผู้ติดเชื้อแล้ว 47 จังหวัด กทม.มากที่สุด 395 ราย กาฬสินธุ์ 195 ราย ชลบุรี 148 ราย ภูเก็ต 125 ราย และ ร้อยเอ็ด 119 ราย ตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ว่าจะพบการติดเชื้อ โอมิครอนเพิ่มขึ้นหลังปีใหม่
“ขณะนี้ประชาชนเริ่มกลับมาทำงานแล้ว สธ.ขอความร่วมมือหน่วยงานต่างๆ ให้พนักงานทำงานที่บ้าน (work form home) ให้มากที่สุด เพื่อประเมินสถานการณ์ประมาณ 2 สัปดาห์ ขอความร่วมมือประชาชนตรวจ ATK คัดกรองตนเอง โดยเฉพาะช่วงที่มีอาการระบบทางเดินหายใจ แม้ผลตรวจเป็นลบก็ต้องตรวจซ้ำในช่วง 1-3 วัน และย้ำว่าอยู่ร่วมกันในครอบครัวก็ต้องสวมหน้ากาก” นพ.ศุภกิจกล่าว
สธ.จับตาชลบุรี-อุบลฯ ป่วยพุ่ง
นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ช่วงปีใหม่ประชาชนให้ความร่วมมือดีบ้าง ไม่ดีบ้าง เท่าที่เห็นจังหวัดที่กำลังระบาดเยอะคือชลบุรี และอุบลราชธานี ส่วนกทม.ทรงๆ ตัว และค่อยๆ ลดลง ทั้งนี้เนื่องจากชลบุรีมีคน ค่อนข้างเยอะ ส่วนใหญ่เป็นคนงานในโรงงาน บางครั้งมีการจัดกิจกรรมเลี้ยงสังสรรค์ จึงกำชับให้ระมัดระวังเรื่องของการเดินทางกลับบ้าน และหลังปีใหม่หากเป็นไปได้โรงงานไม่ต้องปิดดำเนินการ แต่ขอให้ตรวจ ATK พนักงานก่อนเข้าทำงาน หลังกลับจากเทศกาลปีใหม่ และสุ่มตรวจเป็นระยะ เพื่อจับสัญญาณการระบาดให้เร็วที่สุด
ส่วนอุบลราชธานี ตนลงพื้นที่มาติดตาม คลัสเตอร์ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับคลัสเตอร์กาฬสินธุ์ คือกรณีร้านอาหารกึ่งผับที่มีคนเข้าไปเที่ยวต่อเนื่องจากผับแห่งหนึ่ง ไปอีกแห่งหนึ่ง ที่จับตาอยู่คือสองจังหวัดนี้เพราะพบมีผู้ติดเชื้อวันหนึ่ง 300 คนขึ้นไป และขึ้นค่อนข้างเร็ว ต้องติดตามรายละเอียดกับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานีอีกครั้งว่าจะต้องมีมาตรการอย่างไร จะต้อง ปิดอะไรบ้าง เพราะฉะนั้นช่วงนี้เป็นช่วงที่คน กำลังเดินทาง ขอให้ตรวจ ATK เป็นระยะ อย่างน้อยกลับมาก็ตรวจ หากมีอาการ ก็ตรวจอีก หรือตรวจหลัง 7 วัน ย้ำเลยว่า ATK ช่วงนี้สำคัญมาก
ถามถึงความเป็นไปได้การฉีดเข็ม 4 ในประชาชนทั่วไป นพ.โอภาสกล่าวว่า นอกจากบุคลากรทางการแพทย์แล้ว ตอนนี้ ก็ฉีดเข็ม 4 ตามแนวทางคือกลุ่มที่มีความเสี่ยงมากกว่า และจะมีการเจาะเลือดตรวจภูมิคุ้มกันอีกครั้ง เพื่อดูว่าฉีดแล้วให้ผล เป็นอย่างไร และดูสถานการณ์โอมิครอนประกอบกัน เรื่องนี้จะประเมินหลังปีใหม่อีกครั้งว่าจะประกาศเพิ่มหรือไม่ก่อน โดยนำเข้าสู่อนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกัน เข้าใจว่าคนที่ฉีดเข็ม 3 ครบ 3 เดือนแล้วน่าจะอยู่ที่ประมาณ 3 เดือนข้างหน้า ส่วนใหญ่อยู่พื้นที่กทม. และตอนนี้ภูเก็ตเป็นอีกพื้นที่ที่มีการฉีดเข็ม 3 ได้ค่อนข้างเร็ว ก็จะใช้ตรงนี้เป็นโมเดลด้วย ทั้งนี้ปัจจุบัน ทั่วโลกยังไม่มีใครฉีดเข็ม 4 ระยะห่าง ยังไม่สามารถบอกได้
ตรังพบป่วยโอมิครอนรายที่ 2
นายแพทย์ตุลกานต์ มักคุ้น นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ โรงพยาบาลตรัง ในฐานะ โฆษกศบค.จ.ตรัง เปิดเผยว่า มีรายงาน ผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนเพิ่มอีก 1 ราย เป็นรายที่ 2 ของจ.ตรัง เป็นหญิง อายุ 33 ปี สัญชาติสวีเดน ไม่มีโรคประจำตัว มีประวัติ ได้รับวัคซีนไฟเซอร์ 2 โดส เดินทางมาเที่ยว ประเทศไทยร่วมกับครอบครัวจำนวน 5 คน ผลการตรวจ ATK เป็นลบทั้ง 5 คน ผู้ติดเชื้อ เข้าร่วมโครงการ TEST&GO เดินทาง มาจากจ.กระบี่ เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. 2564 นั่งรถยนต์ของโรงแรมมายังจ.ตรัง เข้าพักที่รีสอร์ตในเกาะกระดาน จ.ตรัง ระหว่างวันที่ 24-28 ธ.ค. 2564 ผลการตรวจ ATK วันที่ 5 ผลเป็นบวก
วันที่ 29 ธ.ค. เข้ารับการรักษาที่ โรงพยาบาลวัฒนแพทย์ ตรัง และเก็บตัวอย่างตรวจสายพันธุ์ ผลการตรวจเมื่อเย็นวานนี้พบว่าเป็นสายพันธุ์โอมิครอน ซึ่งได้แจ้งสายการบินค้นหาผู้สัมผัสเสี่ยงสูง แล้ว และช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรังเร่งรัดให้มีการตรวจ ATK ครอบคลุมผู้ติดเชื้อ อย่างน้อยผู้ติดเชื้อ 1 ราย จะต้องมีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 10 ราย ได้แก่ผู้สัมผัสที่บ้าน สัมผัสที่ทำงาน ฯลฯ หากผู้สัมผัสเสี่ยงสูงไม่ครบ 10 คน จะมีการ ค้นหาเชิงรุกเพื่อควบคุมโรคในชุมชนอีกด้วย
ภูเก็ตติดเชื้อใหม่ 125
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 125 ราย เป็นผู้ติดเชื้อในจังหวัด 85 ราย ผู้ติดเชื้อ ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ 22 ราย ผู้ติดเชื้อ TEST&GO 18 ราย ผู้ติดเชื้อยังคงรักษาตัวในโรงพยาบาล 612 ราย หายป่วยกลับบ้าน 72 ราย ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 19,924 ราย เป็นติดเชื้อภายในจังหวัด 19,228 ราย ผู้ติดเชื้อโครงการรับกลับมารักษา 42 ราย ผู้ติดเชื้อรับจากต่างจังหวัด 22 ราย ผู้ติดเชื้อลูกเรือต่างประเทศ 19 ราย ผู้ติดเชื้อต่างประเทศ 20 ราย ผู้ติดเชื้อแซนด์บ็อกซ์ 392 ราย ผู้ติดเชื้อ TEST&GO 240 ราย ส่วนยอดผู้เสียชีวิตสะสม 143 ราย
เชียงใหม่ติดเชื้อเพิ่ม 97
ส่วนจ.เชียงใหม่ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 97 ราย เป็นผู้ติดเชื้อในจังหวัด 85 ราย ส่วนอีก 12 ราย เป็นผู้ติดเชื้อจากต่างจังหวัด ผู้ติดเชื้อสะสมตั้งแต่เดือนเม.ย. 2564 จำนวน 29,222 ราย ผู้เสียชีวิตสะสม 184 ราย รักษาหายเพิ่ม 94 ราย รักษาหายสะสม 28,253 ราย ยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ทุกประเภท 767 ราย ส่วนการตรวจ ATK วันนี้ 151 ราย พบมีผลบวก 42 ราย
ลำปางเจอโอมิครอนราย 3
ส่วนจ.ลำปาง พบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ 14 ราย เป็นผู้ติดเชื้อนอกจังหวัด 3 ราย ได้แก่จากจ.ปทุมธานี จ.เชียงใหม่และกลับจากสหรัฐอเมริกา แห่งละ 1 ราย และเป็นผู้ติดเชื้อในจังหวัด 11 ราย โดยเป็นคลัสเตอร์ตลาดเก๊าจาว 4 ราย คลัสเตอร์ครอบครัวพนักงาน เทศบาลตำบลบ่อแฮ้ว 2 ราย เป็นกลุ่มเสี่ยงสูงของผู้ป่วยเดิม 4 ราย และเป็นผู้ป่วยใหม่ 1 ราย ซึ่งอยู่ระหว่างการสอบสวนโรค
สำหรับผู้ป่วยติดเชื้อ อ.แจ้ห่ม 4 ราย เป็นคลัสเตอร์ต.แม่สุก อ.แจ้ห่ม พบผู้ป่วยรายแรกเป็นหญิง บ้านสบสุก ต.แม่สุก นั่งรถตู้หลายคนพร้อมกับเพื่อนบ้าน เดินทางไปงานศพที่จ.แพร่ เมื่อกลับมาจ.ลำปาง เดินทางไปร่วมงานศพ อดีตเจ้าอาวาสวัดทุ่งทอง ต.วิเชตนคร ต่อมาคนที่จ.แพร่ ติดเชื้อโควิดและแจ้งให้ไปตรวจผลพบติดเชื้อ เมื่อวันที่ 31 ธ.ค.64
ต่อมามีการตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงที่เดินทางไปด้วยกัน พบติดเชื้อเพิ่ม 4 ราย และล่าสุดตรวจ คัดกรองชาวบ้านสบสุก ต.แม่สุก กลุ่มเสี่ยง ตรวจด้วยวิธี ATK จำนวน 300 ราย ผลเบื้องต้นพบติดเชื้อ 13 ราย และกระจายไปที่บ้านแม่สุก 1 ราย และบ้านแม่สุกสามัคคีอีก 2 ราย รวมคลัสเตอร์ดังกล่าว มีผู้ติดเชื้อแล้ว 21 ราย 3 หมู่บ้าน
ล่าสุด นายแพทย์ประเสริฐ กิจสุวรรณรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำปาง แจ้งว่า วันนี้ จ.ลำปางพบผู้ป่วยติดเชื้อ โควิดกลายพันธุ์ โอมิครอน รายที่ 3 ของจังหวัด เป็นชายไทย อายุ 38 ปี ชาวต.จางเหนือ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง มีประวัติสัมผัสผู้ติดเชื้อโควิดกลายพันธุ์โอมิครอน ซึ่งเดินทางจากประเทศสหรัฐอเมริกา รายละเอียดไทม์ไลน์ ประวัติการเดินทาง อยู่ระหว่างการสอบสวนโรค
โคราชติดโอมิครอนอีก 2
คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมา รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อ รายใหม่ 32 ราย เป็นการติดเชื้อนอกพื้นที่ 3 ราย และติดเชื้อในพื้นที่ 29 ราย รักษาหาย 33,551 ราย รักษาอยู่ 510 ราย รวมป่วยสะสม 34,341 ราย และเสียชีวิตสะสม 280 ราย
ทั้งนี้พบผู้ป่วยสายพันธุ์โอมิครอนเพิ่ม 2 ราย เป็นหญิงวัยทำงาน สอบสวนโรค มีประวัติสัมผัสเชื้อที่พัทยา จ.ชลบุรี ช่วงเทศกาลปีใหม่เดินทางกลับภูมิลำเนาเดิม ต่อมามีอาการป่วยจึงตรวจ ATK ผลบวก จากนั้นเดินทางไปตรวจยืนยันผลติดเชื้อ โอมิครอน รวมป่วยสะสม 9 ราย เป็นชาย 3 ราย ชาวอังกฤษ 2 ราย คนไทย 1 ราย และหญิงไทย 6 ราย ทั้งหมดรักษาตัวที่ โรงพยาบาลในแต่ละพื้นที่
ขณะเดียวกันมีผู้ป่วยซึ่งเป็นนักศึกษาหญิงสังกัดมหาวิทยาลัยรัฐโพสต์แจ้งเตือนกลุ่มนักเที่ยวที่ไปฉลองปีใหม่ที่เบิร์นบาร์ ตั้งอยู่ละแวกถ.สุรนารายณ์ เขตเทศบาลนครนครราชสีมา ในวันที่ 29 ธ.ค.ที่ผ่านมา ใครอยู่ใกล้ชิดหรือไปเที่ยววันนั้นอย่าลืมตรวจโควิดด้วย
เคสผัวเมียกาฬสินธุ์ป่วยแล้ว 249
ศูนย์อำนวยการต้านโควิด-19 จ.กาฬสินธุ์ รายงานว่า พบผู้ป่วยใหม่ 47 ราย จำนวนนี้เป็นผู้ป่วยคลัสเตอร์สายพันธุ์โคมิครอน เชื่อมโยงกับสองสามีภรรยากลับจาก ต่างประเทศ และร้านอาหารกึ่งผับในตลาดโรงสี 6 ราย พบติดในครอบครัวพื้นที่ ม.10 ต.นามน อ.นามน 7 ราย ร้านตากอากาศ อ.นามน 1 ราย สัมผัสผู้ป่วยยืนยัน 18 ราย มาจากพื้นที่เสี่ยง 6 ราย และอยู่ระหว่างสอบสวนโรครวม 9 ราย โดยจ.กาฬสินธุ์มีผู้ป่วยสะสม 10,885 ราย หายป่วยแล้ว 10,323 ราย กำลังรักษา 489 ราย และมีผู้เสียชีวิตสะสม 73 ราย
ด้านนพ.อภิชัย ลิมานนท์ นายแพทย์สาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์ผู้ป่วยที่เชื่อมโยงกับสองสามีภรรยากลับจากต่างประเทศ และร้านอาหาร กึ่งผับในตลาดโรงสีมีแนวโน้มเริ่มลดลง หลังจากยอดผู้ป่วยทรงตัวในช่วง 3-4 วันที่ผ่านมา สาเหตุเนื่องจากตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการเชิงรุก พร้อมกำหนดมาตรการเข้มทางกฎหมาย และด้านสาธารณสุข โดยผู้ป่วยเข้ารักษา และได้รับการสอบสวนโรค มีการติดตามกลุ่มเสี่ยงทั้งหมด นำเข้าสู่ระบบเฝ้าระวังกักกันตัว ทำให้ช่วงนี้แม้จะพบผู้ป่วยแบบรายวัน แต่ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ติดเชื้อที่สัมผัส กับผู้ป่วยยืนยันที่ใกล้ชิดกันของคนในครอบครัว
สำหรับกรณีคลัสเตอร์ที่เชื่อมโยงกับสองสามีภรรยากลับจากต่างประเทศ และร้านอาหารกึ่งผับในตลาดโรงสี ซึ่งตรวจพบ เชื้อสายพันธุ์โอมิครอนนั้น ตัวเลขล่าสุด มีผู้ป่วยรวม 233 ราย และเชื่อมโยงไปยังงานแสดงดนตรีหาดแสงจันทร์ อ.สหัสขันธ์ อีก 16 ราย รวมทั้งหมด 249 ราย ส่วนผลตรวจยืนยันเป็นสายพันธุ์โอมิครอนอย่างเป็นทางการ 121 ราย แต่คาดว่าน่าจะเป็นสายพันธุ์เดียวกันเกือบทั้งหมด
ชลบุรีติดเชื้อพุ่ง 442-ตาย 1
สาธารณสุขจ.ชลบุรี รายงานว่า พบผู้ติด เชื้อรายใหม่ 442 ราย ยอดติดเชื้อสะสม 113,756 ราย กำลังรักษา 2,360 ราย รักษาหายสะสม 110,226 ราย มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ผู้เสียชีวิตสะสม 794 ราย พบผู้ติดเชื้อกระจาย 8 อำเภอ พบผู้ติดเชื้อมากที่สุดที่อ.บางละมุง 342 ราย เมืองชลบุรี 33 ราย ศรีราชา 32 ราย พานทอง 4 ราย พนัสนิคม 1 ราย สัตหีบ 12 ราย บ้านบึง 2 ราย หนองใหญ่ 3 ราย
มีผู้ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม 1,796,310 คน ซึ่งมีผู้ที่ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มแล้วติดเชื้อ 288 คน ปอดอักเสบ 2 คน และผู้เสียชีวิต 1 ราย
ส่วนผู้ที่ฉีดวัคซีนเพียง 1 เข็ม 116,737 คน และไม่ได้ฉีดวัคซีนอีก 416,026 คน รวม 532,763 คน ในเดือนนี้ พบผู้ติดเชื้อที่ฉีดวัคซีนไม่ครบ 23 คน และไม่ได้ฉีดวัคซีน 420 คน ปอดอักเสบ 2 คน ใส่ท่อหายใจ 1 ราย
พบผู้เสียชีวิตรายใหม่ 1 ราย อายุ 68 ปี มีปัจจัยเสี่ยงร่วมที่ทำให้ความรุนแรงของโรคที่นำไปสู่การเสียชีวิตคือ เป็นผู้สูงอายุ และมีโรคประจำตัวคือ ความดันโลหิตสูง
โอมิครอนลามหนัก‘บางละมุง’
นพ.วิชัย ธนาโสภณ นายแพทย์เชี่ยวชาญ ด้านเวชกรรมป้องกัน รองนายแพทย์ สาธารณสุขจ.ชลบุรี เผยว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 อ.บางละมุงมีการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วในช่วงสัปดาห์นี้ เดือนธ.ค.64 มีผู้ติดเชื้อยืนยัน PCR เฉลี่ยต่อวัน สัปดาห์ที่ 1 58.57 ราย/วัน สัปดาห์ที่ 2 50.4 ราย/วัน สัปดาห์ที่ 3 52.4 ราย/วัน มีค่าเฉลี่ย 3 สัปดาห์แรก 53.79%
ตั้งแต่วันที่ 22 ธ.ค.เป็นต้นมา อ.บางละมุง มีอัตราการติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีการติดเชื้อตรวจด้วย PCR+ATK ตั้งแต่วันที่ 24-26 ธ.ค. 2564 วันละเกือบ 100 ราย และวันที่ 27 ธ.ค. 64 ถึง วันที่ 1 ม.ค.65 มีการติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นเป็นวันละ 136 ราย, 180 ราย, 347 ราย, 396 ราย และ 552 ราย ตามลำดับ
จากการค้นหาเชิงรุกบริเวณตลาด tree town ในวันที่ 30 ธ.ค. 2564 ตรวจ ATK 255 คน ผลบวก 36 คน อัตราพบเชื้อ 14.12% วันที่ 31 ธ.ค.64 ตรวจ ATK คน ผลบวก 31 คน อัตราพบเชื้อ 15.12 % และวันที่ 1 ม.ค. ตรวจ ATK ไปแล้ว 264 คน ผลบวก 67 คน อัตราพบเชื้อ 25.38% ซึ่งจะมีประวัติไปเที่ยววอล์กกิ้ง สตรีต ด้วยจำนวนหนึ่ง มีการสุ่มตรวจหาสายพันธุ์ โอมิครอนในอ.บางละมุง จากการสุ่ม 79 ราย พบสายพันธุ์โอมิครอน 64 ราย เดลตา 9 ราย ตัวอย่างสุ่มไม่มีคุณภาพ 6 ราย ซึ่งพบสายพันธุ์โอมิครอนไม่ต่ำกว่า 81%
“จากข้อมูลสถานการณ์ดังกล่าวจะเห็นได้ชัดว่ามีการแพร่ระบาดโควิด-19 ในอ.บางละมุงอย่างรวดเร็ว พบสายพันธุ์โอมิครอน 81% ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่แพร่ระบาดได้รวดเร็ว ประกอบกับอ.บางละมุงมีกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาด เช่น ร้านอาหารจำหน่ายสุราจำนวนหนึ่งแออัด มีการเปิดบริการคล้ายสถานบันเทิง เบียดเสียด แต่ได้รับความร่วมมือจาก ร้านอาหารจำนวนหนึ่งที่มีการตรวจ ATK ลูกค้าก่อนเข้าร้าน และมีการพูดคุยหารือร่วมระหว่างผู้ประกอบการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วันที่ 31 ธ.ค. 2564 19.00 น. โรงแรมแกรนด์จอมเทียน
โดยผู้ประกอบการ นำกลับไปประชุมกันประมาณ 200 คน ในวันที่ 1 ม.ค. 65 ในประเด็นการตรวจ ATK ลูกค้าก่อนเข้าร้าน นอกเหนือจากการคัดกรองผู้ติดเชื้อไม่ให้แพร่เชื้อในร้าน ยังเป็นการช่วยคัดกรองกลุ่มเสี่ยงและ ผู้ติดเชื้อออกมา ไม่ให้แพร่เชื้อต่อไป”