โอมิครอนคนแรกที่แพร่ สระแก้วคลัสเตอร์ปีใหม่ กทม.ประชุมด่วน50เขต เตรียมพร้อมรับฉุกเฉิน ยอดป่วยกลับมาพุ่ง8พัน ทั่วปท.เร่งสร้างรพ.สนาม
ยอดป่วยโควิดพุ่งพรวด 8,263 คน ตาย 14 ติดเชื้อจากต่างประเทศสูงสุดอีกวัน 351 คน ชลบุรียัง สูงถึง 847 ราย 17 จังหวัดป่วยเกินร้อย นครปฐมพุ่ง 100 คน ในวันเดียว นายกฯ สั่งผู้ว่าฯ-สสจ. เตรียมพร้อม ทั้งเตียง ยา ทหาร-ตำรวจเปิดร.พ.สนาม ก.พ.เตรียมฉีดไฟเซอร์ให้เด็กอายุ 5-11 ขวบ ตามความสมัครใจ ชาวปากน้ำผวาโอมิครอนระบาดหนัก แห่ฉีดวัคซีนแน่นห้าง ตร.แจงปมคลัสเตอร์ย่านถนนข้าวสาร กทม. ไม่ใช่ความบกพร่องของจนท. โฆษกรัฐแจง ยังให้ผู้ได้อนุมัติเทสต์แอนด์โกเข้าไทยได้
โควิดพรวด 8,263-ตาย 14
เมื่อวันที่ 8 ม.ค. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันว่า พบผู้ติดเชื้อใหม่ 8,263 ราย สะสม 2,261,039 ราย หายป่วย 2,865 ราย สะสม 2,191,262 ราย เสียชีวิต 14 ราย สะสม 21,813 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 47,964 ราย มีอาการหนัก 535 ราย และใส่เครื่องช่วยหายใจ 130 ราย
ผู้เสียชีวิตมาจาก 9 จังหวัด ได้แก่ กทม. 3 ราย, ขอนแก่น นครราชสีมา อุบลราชธานี จังหวัดละ 2 ราย และสมุทรสาคร เลย ปัตตานี ยะลา และสระบุรี จังหวัดละ 1 ราย เป็นชาย 8 ราย และหญิง 6 ราย อายุ 29-93 ปี ค่ากลางอายุ 63 ปี โดยเป็นผู้สูงอายุ 60 ปีและมีโรคประจำตัวรวมกัน 88%
ส่วน 10 จังหวัดที่ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ 1.ชลบุรี 847 ราย สะสม 118,091 ราย 2.กทม. 669 ราย สะสม 443,691 ราย 3.อุบลราชธานี 552 ราย สะสม 25,273 ราย 4.สมุทรปราการ 542 ราย สะสม 134,533 ราย 5.ภูเก็ต 385 ราย สะสม 20,089 ราย 6.นนทบุรี 339 ราย สะสม 61,856 ราย 7.ขอนแก่น 329 ราย สะสม 25,796 ราย 8.เชียงใหม่ 304 ราย สะสม 30,531 ราย 9.บุรีรัมย์ 277 ราย สะสม 18,374 ราย และ10.นครศรีธรรมราช 239 ราย สะสม 48,956 ราย
ขณะที่ติดเชื้อเกิน 100 ราย มี 7 จังหวัด คือ ระยอง 140 ราย, อุดรธานี 124 ราย, นครราชสีมา 116 ราย, ศรีสะเกษ 109 ราย, สุราษฎร์ธานี 106 ราย สงขลา 100 ราย และนครปฐม 100 ราย ซึ่งนครปฐมติดเชื้อสูงขึ้นจากเมื่อวานที่พบเพียงหลักหน่วย 9 ราย ส่งผลให้ติดเชื้อเพียงหลักหน่วยเหลือเพียง 2 จังหวัด ได้แก่ แพร่ 9 ราย และอ่างทอง 8 ราย
จากตปท.ป่วย 351 คน
ด้านการติดเชื้อมาจากเรือนจำ 110 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศ 351 ราย ได้แก่ สหราชอาณาจักร 35 ราย, รัสเซีย 32 ราย, ออสเตรเลีย 24 ราย, เยอรมนี สหรัฐอเมริกา ประเทศละ 23 ราย, ฝรั่งเศส 18 ราย, สวิตเซอร์แลนด์ อินเดีย ประเทศละ 17 ราย, สวีเดน 14 ราย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 13 ราย, เดนมาร์ก 12 ราย, อิสราเอล 11 ราย, ไม่ระบุ 10 ราย, คาซัคสถาน 7 ราย, ยูเครน สิงคโปร์ เบลเยียม นอร์เวย์ ประเทศละ 6 ราย, เนเธอร์แลนด์ 5 ราย, ซาอุดีอาระเบีย อิตาลี ฟินแลนด์ ออสเตรีย ประเทศละ 4 ราย, ไอร์แลนด์ เช็ก โครเอเชีย โอมาน ตุรกี ลัตเวีย สเปน เอสโตเนีย ประเทศละ 3 ราย, นิวซีแลนด์ แคนาดา กาตาร์ อิหร่าน ศรีลังกา มองโกเลีย มัลดีฟส์ ประเทศละ 2 ราย และเอธิโอเปีย สโลวีเนีย เมียนมา ญี่ปุ่น ลาว ฟิลิปปินส์ บาห์เรน โปแลนด์ เวียดนาม ไอซ์แลนด์ เกาหลีใต้ และมาเลเซีย ประเทศละ 1รายโดยเข้าระบบ Test&Go 229 ราย แซนด์ บ็อกซ์ 92 ราย ระบบกักตัว 29 ราย และลักลอบเข้าประเทศ 1 ราย
ส่วนผู้เดินทางเข้าประเทศ วันที่ 1-7 ม.ค.2565 มีผู้ติดเชื้อ 1,505 คน คิดเป็น 2.63% มาจากระบบ เทสต์แอนด์โก 985 คน คิดเป็น 2.91% แซนด์บ็อกซ์ 385 คน คิดเป็น 2.14% และกักตัว 135 คน คิดเป็น 2.47%
สำหรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 วันที่ 7 ม.ค. ฉีดเพิ่มขึ้น 533,948 โดส สะสม 105,953,235 โดส แบ่งเป็นเข็มแรก 51,463,230 ราย คิดเป็น 71.4% ของประชากร เข็มสอง 46,704,515 ราย คิดเป็น 64.8% ของประชากร และเข็มสาม 7,785,490 ราย คิดเป็น 10.8% ของประชากร
ก.พ.ฉีดซีนเด็ก 5-11 ขวบ
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลเตรียมพร้อมการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้กับเด็กอายุ 5-11ขวบ ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) คาดว่าจะเริ่มฉีดได้ในช่วงเดือนก.พ. ทั้งนี้การฉีดจะขึ้นอยู่กับความสมัครใจของเด็กและ ผู้ปกครอง ขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) อยู่ระหว่างการสำรวจความสมัครใจ โดยสถานที่ฉีดจะใช้โรงเรียนเป็นจุดฉีดหลัก ร่วมกับจุดฉีดที่โรงพยาบาล และสำหรับเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไปที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน สามารถเข้ารับการฉีดแบบวอล์กอิน ได้ตามสถานพยาบาลที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดและกรุงเทพมหานครกำหนดไว้
น.ส.รัชดากล่าวว่า ตามแผนการฉีดวัคซีนเดิมของปี 2564 รัฐบาลตั้งเป้าไว้ที่การฉีดวัคซีนครอบคลุม 70% ของประชากรไทย 70 ล้านคน คิดเป็นจำนวน 50 ล้านคน ใช้วัคซีน 100 ล้านโดส ซึ่งผลการดำเนินการจริง นับถึง 31 ธ.ค.2564 สามารถฉีดวัคซีนแล้วทั้งหมด 104.4 ล้านโดส และจัดหาวัคซีนรวม 130.6 ล้านโดส
“ในปี 2565 รัฐบาลมีความพร้อมในการจัดหาวัคซีนจำนวน 120 ล้านโดส เพื่อฉีดเป็นเข็มกระตุ้นให้แก่ประชาชน รวมถึงฉีดให้ กับกลุ่มเป้าหมายเพิ่มเติมคือ เด็กอายุ 5-11 ขวบ ขณะเดียวกัน ทาง สธ.ได้สั่งการให้โรงพยาบาลในสังกัดทุกแห่ง ประสานเครือข่ายโรงเรียนแพทย์และโรงพยาบาลภาคี เครือข่ายภาครัฐและเอกชน ให้เตรียมความพร้อมทั้งเตียง ยา วัสดุอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ รองรับผู้ป่วยกลุ่มเด็กให้มากที่สุดหากเกิดกรณีมีการติดเชื้อจำนวนมาก” น.ส.รัชดากล่าว
สั่งทหาร-ตร.เพิ่มร.พ.สนาม
ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม พร้อม ปลัดกระทรวงกลาโหม ได้ร่วมประชุมกับทุกเหล่าทัพ ตำรวจ และ กอ.รมน.ผ่าน ระบบ วีทีซี ที่ศาลาว่าการกลาโหม เพื่อติดตามสถานการณ์และสนับสนุนรัฐบาลแก้ปัญหาวิกฤตโควิด-19 หลังปีใหม่ ที่พบผู้ติดเชื้อ โอมิครอนมากขึ้น โดยรมช.กลาโหม ได้ย้ำ ข้อสั่งการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้ทุกเหล่าทัพ กอ.รมน.และตำรวจ โดยเฉพาะ กองกำลังป้องกันชายแดนทั้งทางบกและทางน้ำ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความไม่ประมาท โดยยังคงตรึงกำลังคุมเข้มมาตรการเฝ้าตรวจ สกัดกั้น ผู้ลักลอบเข้าเมืองและสินค้าผิดกฎหมายทั้งพื้นที่ชายแดนและพื้นที่ชั้นในต่อเนื่องเข้ามา
และขอให้ติดตามสถานการณ์และสนับสนุนมาตรการควบคุม และการปรับระดับพื้นที่ในจว.ต่างๆ ของศบค.รับมือกับการแพร่ระบาดของโรคที่พบผู้ป่วยติดเชื้อมากขึ้น โดยให้ทุกเหล่าทัพยกระดับการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาด เตรียมความพร้อม ร.พ.หลัก ร.พ.สนาม และศูนย์คัดกรอง ที่ปรับเป็นพื้นที่แยกกักตัวชุมชน คอมมูนิตี้ ไอโซเลชั่น (ซีไอ) และให้พร้อมแปรสภาพเป็น ร.พ.สนามได้หากจำเป็น พร้อมทั้งเตรียมระบบการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยแยกจากชุมชนออกสู่การรักษา และขอให้สนับสนุนจัดตั้ง ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (EOC) ระดับพื้นที่ทั้งใน กทม.และจังหวัดต่างๆ เพื่อรองรับสถานการณ์ของโรคที่มีแนวโน้มแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วในวงกว้าง
ขณะเดียวกัน ขอให้จัดกำลังพลหมุนเวียนสนับสนุน ศปม.ในการตรวจตรากิจกรรมและร้านค้าที่มีความเสี่ยง แจ้งเตือนและขอความร่วมมือกับประชาชน และบังคับใช้กฎหมาย หากจำเป็น เพื่อให้มาตรการรับมือและการควบคุมโรคภาพรวมเป็นไปอย่างได้ผล ทั้งนี้ ขอให้ทุกหน่วยทหาร ยกระดับการป้องกันและเฝ้าระวัง ไม่ให้มีการแพร่ระบาดหรือเกิดคลัสเตอร์หมู่ในหน่วยทหาร ซึ่งหากเกิดขึ้นต้องควบคุมและหยุดการแพร่ระบาดให้ได้โดยเร็ว พร้อมทั้งให้สนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนรอบหน่วยทหารในภาพรวมร่วมกัน
จี้ผู้ว่าฯพร้อมรับป่วยพุ่ง
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากจำนวน ผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นเป็นไปตามการประเมินของคณะแพทย์ สธ. สอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดทั่วโลก นายกฯ ได้สั่งการเตรียมความพร้อมทรัพยากรสาธารณสุขล่วงหน้าแล้ว ทั้งบุคลากรทางการแพทย์ เตียง ยาและเวชภัณฑ์ ขณะนี้โควิด-19 สายพันธุ์ โอมิครอน แพร่ระบาดในหลายพื้นที่แล้ว พร้อมกำชับไปยัง ผู้ว่าราชการจังหวัด ทุกจังหวัด รวมทั้งกรุงเทพมหานคร ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อประจำจังหวัด คุมเข้มการปฏิบัติตามมาตรการทางสาธารณสุขและ ศบค. อย่างเคร่งครัด เพื่อควบคุมจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ภายในพื้นที่
สำหรับผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการรุนแรง หรือจัดอยู่ในผู้ป่วยระดับสีเขียว เข้ารับการรักษาในระบบเอชไอ ในส่วนของกลุ่มที่ไม่สามารถดูแลที่บ้านได้ ก็จะเป็นการดูแลในระบบชุมชนแทน ซึ่งผู้ติดเชื้อโควิด-19 ติดต่อ สปสช. เพื่อเข้ารับการรักษาผ่านโทร.สายด่วน สปสช. 1330 กด 14 หรือช่องทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ https://crmsup.nhso.go.th
นายธนกรกล่าวว่า รัฐบาลขอความร่วมมือให้ประชาชนดูแลตนเองตามมาตรการ Universal Prevention ด้วย รวมถึงการ คัดกรองตนเองด้วย แอนติเจน เทสต์ คิต (เอทีเค) อย่างสม่ำเสมอด้วย เชื่อว่าไทยจะควบคุมและเอาชนะการแพร่ระบาดระลอกปัจจุบันได้ เช่นเดียวกับทุกครั้งที่ผ่านมา
ส่วนการเข้าประเทศในรูปแบบเทสต์แอนด์โก มีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติที่ได้ลงทะเบียนรวมทั้งที่ได้รับการอนุมัติแล้วประมาณ 2 แสนราย บางส่วนได้เดินทางเข้าประเทศไทยแล้ว ส่วนที่เหลือจะทยอยเดินทางเข้าประเทศไทยหลังจากนี้ ซึ่งมีจำนวนไม่มากนัก จึงเห็นควรตามมติ ศบค. เมื่อวันที่ 7 ม.ค. ที่ผ่านมา ให้ผู้ที่ได้รับอนุมัติไว้แล้วยังเดินทางเข้ามาได้ตามมาตรการที่กำหนด และตามวันเวลาที่ขออนุมัติ จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
แจงปมคลัสเตอร์ข้าวสาร
ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผบช.น. ในฐานะโฆษกบช.น. กล่าวถึงการปรับเปลี่ยนเวลาการจำหน่ายสุราว่า ขณะนี้ยังรอทาง ศบค. รัฐบาล และกรุงเทพมหานคร ซึ่งขณะนี้กรุงเทพมหานครยังเป็นพื้นที่นำร่องการ ท่องเที่ยว การดำเนินการในส่วนของผับ บาร์ คาราโอเกะ ยังไม่เปิดอยู่แล้ว การดื่มสุราดื่มได้ถึงเวลา 23.00 น. แต่มีข้อมูลว่าอาจจะปรับเวลาเป็น 21.00 น. ขณะนี้ยังคงเหมือนเดิม ทางเจ้าหน้าที่ก็ปฏิบัติไปซึ่งกองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้ประชุมเตรียมความพร้อมไว้แล้ว
โดยทางตำรวจได้เพิ่มกำลังในการตรวจสอบและเพิ่มความเข้มมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.2564 ทั้งนี้เมื่อมีการปรับเวลาก็จะต้องเพิ่มความเข้มให้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้ผู้ประกอบการปฏิบัติภายใต้กรอบของกฎหมาย ที่ผ่านมาตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2565 ได้จับกุมจำนวน 49 ราย เป็นการจำหน่ายสุราในเวลาห้าม 28 ราย และอีก 21 รายเป็นการจำหน่ายสุราโดยไม่มีใบอนุญาตจากสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร จากการกวดขันในระยะหลังไม่ค่อยพบการกระทำความผิด ส่วนใหญ่จะปฏิบัติตามกรอบของกฎหมาย
ส่วนกรณีการเกิดคลัสเตอร์ย่านถนนข้าวสาร พล.ต.ต.จิรสันต์กล่าวว่าในช่วงปีใหม่มีผู้มาใช้บริการแล้วติดส่วนหนึ่ง ซึ่งต้องตรวจสอบว่าหลุดเข้าไปในส่วนจุดไหน แต่มาตรการต่างๆ ที่ทำมาได้เข้มงวดมาโดยตลอด และการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบว่าเป็นความบกพร่องในส่วนของเจ้าหน้าที่
ด้านพ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กล่าวเพิ่มเติมว่า จากมติศบค. ต้องจับตาดูข้อกำหนดที่จะประกาศออกมา โดยเฉพาะเรื่องการแปรสภาพจากสถานประกอบการเป็นร้านอาหาร มีแนวคิดต้องได้รับการเห็นชอบจากคณะกรรมการโรคติดต่อระดับจังหวัด หรือผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นๆ หรือผู้ว่าราชการกรุงเทพ มหานคร ซึ่งต้องไปดำเนินการขออนุญาตตามขั้นตอน เช่น หากเป็นเจ้าของผับจะถือวิสาสะเปิดขายอาหารเลยคงไม่ได้ ต้องไปดำเนินการตามที่คณะกรรมการโรคติดต่อระดับจังหวัดได้กำหนดไว้ด้วย เพราะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ 15 ม.ค. เพื่อดำเนินการขายอาหารได้ตั้งแต่วันที่ 16 ม.ค.เป็นต้นไป

รายแรก – ทีมสืบสวนสอบสวนโรคเข้าดูแลครอบครัวหญิงสาววัย 44 ปี ที่กลับจากทำงานในเมืองพัทยา จ.ชลบุรี แล้วตรวจพบติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอมิครอนเป็นรายแรกของจังหวัด ที่บ้านพักใน อ.วังชิ้น จ.แพร่ เมื่อวันที่ 8 ม.ค.
แพร่เจอโอมิครอนคนแรก
นายกีระติ เวียงนาค สาธารณสุขอำเภอ วังชิ้น จ.แพร่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มงานควบคุมโรค สสจ.แพร่ ร่วมกับ เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 เชียงใหม่ (สคร.) และทีมสืบสวนสอบสวนโรค อำเภอวังชิ้น ลงพื้นที่ติดตามผู้ป่วยโอมิครอน รายแรกจังหวัดแพร่ บ้านวังชิ้น หมู่ที่ 2 ต.วังชิ้น เป็นหญิง อายุ 44 ปี ว่างงาน ฉีดวัคซีนสูตรไขว้แล้ว 2 เข็ม อาศัยอยู่ร่วมกัน 2 คน กับพี่ชาย ก่อนหน้านี้ทำงานเป็น สาวเสิร์ฟที่ร้านแห่งหนึ่งในพัทยา พักอยู่ที่อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
ต่อมา วันที่ 30 ธ.ค. เวลา 19.00 น. นั่งรถทัวร์ (ระยอง-เชียงใหม่) เดินทางกลับ จ.แพร่ ลงสถานีขนส่งจังหวัดลำปาง วันที่ 31 ธ.ค. เวลา 08.30 น. และนั่งรถตู้ต่อ ไปลงบริเวณสี่แยกแม่แขม อ.ลอง จ.แพร่ โดยมีหลานและแฟนของหลาน มารับกลับบ้าน และมีอาการป่วยวันที่ 1 ม.ค. ก่อนจะตรวจพบติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอน จึงขอให้ผู้ที่มีความเสี่ยงตามไทม์ไลน์ไปตรวจหาเชื้อที่ร.พ.ใกล้บ้าน กักตัว 14 วัน ติดต่องานระบาด วิทยาสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแพร่ โทร.06-5123-0608
‘สมุย’พร้อมรับแซนด์บ็อกซ์
นายรัชชพร พูลสวัสดิ์ นายกสมาคม ส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย กล่าวว่า การ เตรียมความพร้อมในการเปิดรับนักท่องเที่ยวในรูปแบบแซนด์บ็อกซ์ ท่ามกลางการแพร่ระบาดของสายพันธุ์โอมิครอน ทางสมาคม ร.พ.เกาะสมุย และสาธารณสุขอำเภอเกาะสมุย ได้ร่วมกันหาผู้ประกอบการในการทำโฮเทลไอโซเลชั่น สำหรับรองรับผู้ป่วยนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะ ขณะนี้มีโรงแรมที่พร้อมแล้ว 7 แห่ง รองรับได้ 500 เตียง ซึ่งจะรองรับนักท่องเที่ยวสมุยพลัส แซนด์บ็อกซ์ และเทสต์แอนด์โก ที่ตกค้างอยู่จำนวน 2,500 คน ที่กำลังจะเดินทางเข้ามาเกาะสมุย
สงขลาเสี่ยงโอมิครอนอีก 100
ด้านสสจ.สงขลา รายงานจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่เพิ่มขึ้น 100 ราย จากกลุ่มสัมผัสผู้ติดเชื้อในพื้นที่สูงสุด 30 ราย และกลุ่มที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด 26 ราย โดยเฉพาะใน ต.วัดจันทร์ อ.สทิงพระ ที่พบผู้ติดเชื้อโอมิครอน ซึ่งเดินทางมาจาก จ.ภูเก็ต มีกลุ่มสัมผัสเสี่ยง 100 กว่าราย
ขอนแก่นเพิ่มอีก 3 ร.พ.สนาม
ที่จ.ขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า คณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อวาระเร่งด่วน ได้มีมติเพื่อสอดรับและยกระดับมาตรการจากสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น ด้วยการอนุมัติให้มีการเปิดโรงพยาบาลสนาม จ.ขอนแก่น 3 แห่งประกอบด้วย ร.พ.สนาม กองพลทหารม้าที่ 3 (พล.ม.3) อ.น้ำพอง, ร.พ.สนามพุทธมณฑลอีสาน และร.พ.สนามวิทยาลัยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 6 ขอนแก่น
ขณะที่งานเทศกาลไหมนานาชาติ ที่กำหนดจัดกิจกรรมในช่วงปลายเดือน ม.ค.นี้ให้เลื่อนออกไปก่อน
อุบลฯของดออกบ้าน 5 ทุ่ม
ด้านนายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผวจ.อุบลราชธานี ซึ่งกำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัดได้ออกประกาศขอความร่วมมืองดออกจากบ้าน เว้นแต่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพระหว่างเวลา 23.00-04.00 น. ตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค. เป็นต้นไป พร้อมสั่งปิด 5 หมู่บ้านใน อ.น้ำขุ่น และอ.นาเยีย ที่พบคนติดเชื้อจำนวนมาก 14 วัน
คลัสเตอร์ผับลาม 745 คน
สำหรับผลการตรวจหาเชื้อเชิงรุกกลุ่มเสี่ยงเฉพาะสถานบันเทิงในเขตอำเภอเมืองที่ศาลาจตุรมุข สวนสาธารณะทุ่งศรีเมือง เทศบาลนครอุบลราชธานี ตลอด 5 วัน พบผลเป็นบวกต่อเนื่อง ทำให้ยอดคลัสเตอร์ร้านอาหารกึ่งผับเอกมัย 487 เพิ่มขึ้นอีก 27 คน รวมเป็น 745 คน กลุ่มเสี่ยงอีก 2,161 คน และยังมีร้านอาหารในพื้นที่ 3 อำเภอที่เชื่องโยงกับคลัสเตอร์นี้ ติดเชื้ออีก 287 คน กลุ่มเสี่ยงอีก 634 คน ได้กตัวควบคุมโรคแล้ว
ปราจีนฯสั่งเปิดร.พ.สนาม
ที่จ.ปราจีนบุรี ระลอกใหม่ พบว่ามีผู้เชื้อโควิด-19 ระลอกใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และพบผู้ป่วยติดเชื้อโอมิครอน แล้ว 1 ราย ติดจากญาติเดินทางมาจากชลบุรี ไปทานข้าวด้วยกันที่จ.สระแก้ว ส่วนผู้ติดเชื้อใหม่ พบเพิ่ม 58 ราย
ด้านสาธารณสุขอำเภอกบินทร์บุรี ได้สั่งการให้ ร.พ.กบินทร์บุรี พร้อมด้วยชุดปฏิบัติการตอบโต้โควิด มูลนิธิสัจจพุทธธรรมแห่งประเทศไทยกบินทร์บุรี เตรียมความพร้อมรับมือกลับมาเปิดร.พ.สนามเพื่อรอรับผู้ป่วยที่กลับมาเพิ่มขึ้น โดยได้บิ๊กคลีนนิ่ง เก็บกวาดทำความสะอาด ส่วนศูนย์พักคอยในหลายพื้นที่ได้ปิดตัวลงแล้ว และอาจกลับมาเปิดใหม่ด้วยเช่นกัน
สาวบาร์แพร่เชื้อป่วย 4 คน
นพ.ประภาส ผูกดวง นพ.สสจ.สระแก้ว กล่าวว่า หลังเทศกาลปีใหม่ 1 สัปดาห์ มีรายงานผู้ป่วยยืนยันรายใหม่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากวันละ 13 ราย วันนี้พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 51 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในจังหวัด 43 ราย และจากจังหวัดอื่น 8 ราย สำหรับคลัสเตอร์ใหม่อยู่ที่หมู่ 9 บ้านท่าเต้น ต.พระเพลิง อ.เขาฉกรรจ์ พบหญิง 27 ปี อาชีพพนักงานบาร์เบียร์พัทยา จ.ชลบุรี มีอาการป่วยแล้วตรวจพบเชื้อโควิด สอบไทม์ไลน์พบว่า ผู้ป่วยได้เดินทางกลับบ้านในช่วงเทศกาลปีใหม่ พร้อมกับร่วมสังสรรค์กับเพื่อนและญาติหมู่บ้านใกล้เคียงมาร่วมด้วย ระหว่างวันที่ 29 ธ.ค. ถึง 1 ม.ค. ต่อมามีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ และวันที่ 3 ม.ค. ตรวจเอทีเค พบผลบวกจึงไปตรวจซ้ำที่ ร.พ.เขาฉกรรจ์ ผลยืนยันเชื้อ โควิด และพบผู้ป่วยเพิ่ม 4 ราย กักตัวกลุ่มเสี่ยงสูงอีกกว่า 30 ราย
นพ.ประภาสกล่าวต่อว่า หลังก่อนหน้านี้ได้ทยอยปิดร.พ.สนามไปเนื่องจากมีจำนวน ผู้ป่วยน้อย วันนี้ จ.สระแก้วได้เปิดร.พ.สนามอีกครั้ง จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ ร.พ.สนาม โรงพยาบาลแพทย์แผนไทยวัฒนานคร อ.วัฒนานคร, ร.พ.สนามวัดตาพระยา อ.ตาพระยา, ร.พ.สนามวัดถ้ำเขาฉกรรจ์ อ.เขาฉกรรจ์ และร.พ.สนามอบจ.สระแก้ว

ผวาโอมิครอน – ชาวบ้านทั้งที่ลงทะเบียนล่วงหน้าและระบบวอล์กอิน ต่อคิวเข้าแถวรับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด พบส่วนใหญ่หวั่นเกรงสายพันธุ์โอมิครอนที่กำลัง แพร่ระบาดอย่างหนัก จนแน่นห้างบิ๊กซีสาขาปากน้ำ จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 8 ม.ค.
ปากน้ำแห่ฉีดวัคซีน
ที่ห้างบิ๊กซี สาขาปากน้ำ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ทางร.พ.สมุทรปราการได้ออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ มาตั้งจุดบริการฉีดวัคซีนให้กับชาวสมุทรปราการ ที่ได้ลงทะเบียนผ่านระบบของร.พ.สมุทรปราการ และ สำหรับผู้วอล์กอินเข้ามา โดยบรรยากาศตั้งแต่เวลา 08.00 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาเจ้าหน้าที่เปิดให้รับบัตรคิว พบว่ามีประชาชนจำนวนมากมายืนรอต่อแถว จนทำให้บริการลานจอดรถชั้น 3 แน่นไปด้วยผู้คน เจ้าหน้าที่ต้องออกมาประชาสัมพันธ์ให้ช่วยเว้นระยะห่างตามมาตร การป้องกันโรค โดยมีวัคซีนให้ผู้ฉีดเลือก คือ แอสตร้าเซนเนก้า ซิโนแวค และไฟเซอร์
จากการสอบถามผู้เข้ามารับฉีดวัคซีน ต่างระบุว่า การที่คนมาเข้าคิวรอฉีดวัคซีนกันเป็นจำนวนมากนั้น เพราะตื่นกลัวการระบาดของสายพันธุ์โอมิครอน ซึ่งติดต่อกันได้ง่าย ประกอบกับสถิติคนติดเชื้อในประเทศหลังจากปีใหม่เพิ่มมากขึ้นวันละเกือบหมื่นราย
กทม.ให้ดื่มในร้านได้ถึง 3 ทุ่ม
ค่ำวันเดียวกัน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. ลงนามประกาศกรุงเทพมหานครเรื่องสั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว(ฉบับที่ 49) มีเนื้อหาระบุ เพื่อให้สอดคล้องกับมติการประชุมของศบค.
โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานครตามมติที่ประชุม ครั้งที่ 1/2565 เมื่อวันที่ 7 ม.ค.2565 จึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้ ให้เจ้าของสถานที่ ผู้ประกอบการ ผู้ใช้บริการ ผู้ร่วมกิจกรรม และบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามที่ระบุไว้ในประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง สั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ 47) ลงวันที่ 29 พ.ย.2564 ต่อเนื่องไปอีก จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง เว้นแต่กรณีดังต่อไปนี้ให้ดำเนินการตามประกาศฉบับนี้
1.ร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม สามารถเปิดให้บริการบริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มในร้านได้ตามเวลาปกติ โดยอนุญาตให้มีการบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้านได้ เฉพาะร้านที่ผ่านการตรวจประเมินตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย (Amazing Thailand Safety and Health Administration) ในระดับ SHA PLUS ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) หรือตามมาตรฐานความสะอาดปลอดภัยป้องกันโรค COVID – 19 รองรับสุขภาพดีวิถีใหม่ (Thai Stop Covid 2 Plus) ของกระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัยแล้วเท่านั้น และให้บริการบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้านได้ไม่เกินเวลา 21.00 น.
หากถูกจับไม่มีสิทธิ์โต้แย้ง
2.สถานบริการ สถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะที่ผู้ประกอบการหรือผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ ได้มีการเตรียมความพร้อมเพื่อปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขแล้วและประสงค์จะปรับรูปแบบของสถานที่ดังกล่าว เพื่อการให้บริการในลักษณะที่เป็นร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มให้ขออนุญาตต่อสำนัก งานเขตพื้นที่ เพื่อตรวจสอบและประเมินความพร้อมของสถานที่ บุคลากร และการจัดการตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคที่กำหนด และต้องได้รับอนุญาตภายในวันที่ 15 ม.ค.2565 ก่อนเปิดให้บริการได้ภายใต้การกำกับติดตามของพนักงานเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด การให้บริการบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในสถานที่ที่ได้รับอนุญาตให้เปิดดำเนินการในรูปแบบเป็นร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มตามวรรคหนึ่ง ต้องดำเนินการตามมาตรการที่กำหนดไว้ในข้อ 1 ด้วย
ผู้ผ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามอาจมีความผิดตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2548 มาตรา 51 มีโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาทหรือมาตรา 50 มีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แล้วแต่กรณี และอาจมีความผิดตามมาตรา 18 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 มีโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
อนึ่ง เนื่องจากเป็นกรณีที่มีความจำเป็นรีบด่วนหากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะก่อให้เกิดผลเสียหายอย่างร้ายแรงแก่สาธารณชนหรือกระทบ ต่อประโยชน์สาธารณะ จึงไม่อาจให้คู่กรณีใช้สิทธิโต้แย้ง ตามมาตรา 30 วรรคสอง (1) แห่ง พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 ประกาศกรุงเทพมหานครฉบับใดขัดหรือแย้งกับประกาศนี้ ให้ปฏิบัติตามประกาศฉบับนี้ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 9 ม.ค.2565 เป็นต้นไป
กำชับ 50 เขตรับมือโอมิครอน
ด้านนายขจิต ชัชวานิชย์ ปลัดกรุงเทพ มหานคร เป็นประธานการประชุมออนไลน์เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน ที่ห้องประชุม สำนักงานเขตดุสิต โดยมีคณะผู้บริหารกทม. สำนักอนามัย สำนักการแพทย์ สำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล ผู้อำนวยการเขต 50 สำนักงานเขต ข้าราชการ และ เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมผ่านออนไลน์
นายขจิต กล่าวว่า ผู้ว่าฯ กทม.มีนโยบายกำชับให้ทุกหน่วยงานยกระดับการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด สายพันธุ์โอมิครอน ที่มีผู้ติดเชื้อจำนวนมากขึ้น โดยยกระดับความเข้มข้นของมาตรการสำหรับสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ และมาตรการป้องกันควบคุมโรคโควิด-19 ในพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยว พร้อมทั้งเร่งรัดดำเนินการป้องกันควบคุมโรคและการดูแลรักษาตามระดับความรุนแรงของอาการ
โดยทบทวนและซักซ้อมการรับผู้ป่วยเข้ามาในระบบการรักษา รวมถึงกระบวนการส่งต่อ ผู้ป่วยให้ราบรื่น โดยมีเป้าหมายลดการรอคอยของผู้ป่วยไม่ให้เกิน 6 ชั่วโมง หรืออย่างช้าภายใน 12 ชั่วโมง จะต้องได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ เพื่อประเมินอาการเบื้องต้น เมื่อผู้ติดเชื้อได้รับการจับคู่ดูแลกับสถานพยาบาลแล้ว
หากผู้ติดเชื้อมีอาการไม่รุนแรงรักษาตัวสถานที่แยกกัก (เฮชไอ) จะมีเครื่องวัดไข้และเครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว ยาฟ้าทะลายโจร และยา พื้นฐานอื่นๆ ในกรณีที่ผู้ติดเชื้อมีอาการเปลี่ยนแปลง ให้แจ้งสถานพยาบาลที่ดูแล เพื่อขอรับยาต้านไวรัสฟาวิพิราเวียร์ หรือส่งศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อ (ซีไอ) หรือส่งไปยังร.พ.สนาม หรือส่งต่อรักษาในโรงพยาบาลตามระดับความรุนแรงของอาการ
เตรียมพร้อมศูนย์ฉุกเฉิน
“ได้มอบหมายให้ 50 สำนักงานเขตเตรียมความพร้อมศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินสำนักงานเขต (Emergency Operation Center : EOC) เพื่อติดตามสถานการณ์โรค โดยบูรณา การร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมความพร้อมแผนเผชิญเหตุ ซักซ้อมขั้นตอนการดำเนินการกรณีเกิดเหตุในสถานการณ์ต่างๆ และสำรวจความพร้อมของสถานที่ อุปกรณ์ บุคลากร การกำกับให้เป็นไปตามมาตรการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรค การเตรียมระบบการคัดกรองและแยกผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็ว การรายงานระบบข้อมูลตลอด 24 ชั่วโมง และทันทีที่พบผู้ป่วยอย่างเป็นระบบ รวมถึงตรวจสอบเลขหมายทดสอบระบบโทรศัพท์และคู่สายต่างๆ เพื่อให้พร้อมใช้งานตอบสนองการให้บริการประชาชนได้ทันเวลา” นายขจิตกล่าว