ญาติอดีต สห.เหยื่อเพื่อนบ้านปืนดุข้องใจตำรวจสงขลาให้ผู้ต้องหาประกันตัว ทั้งที่ก่อคดีโหดเหี้ยมแค่วิวาทเรื่องไก่กับหมา รัว 6 นัดยิงจ่าสิบเอกดับอนาถ พ่อผู้ตายหวั่นมายุ่งเหยิงพยานหลักฐานทำให้ต้องอยู่กันอย่างหวาดระแวง ส่วนลูกสาวระบุยืนคัดค้านแล้ว แต่ตร.ชี้สิทธิ์เพราะเข้ามอบตัวเอง อยากให้ศาลตัดสินคดีจนถึงที่สุด เพราะเอาชีวิตคนไปแลกกับชีวิตสัตว์
ความคืบหน้ากรณีเพื่อนบ้านปืนดุบุกยิงจ่าสิบเอกเรวัต เรืองช่วย อายุ 59 ปี อดีตสารวัตรทหารเสียชีวิตคาม้านั่งหินอ่อนบริเวณคอกเลี้ยงไก่ชนหลังบ้านเลขที่ 126/2 ม.6 บ้านบ่อระกำ ต.พะวง อ.เมือง จ.สงขลา เมื่อคืนวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา ด้วยอาวุธปืนขนาด 9 ม.ม.จากข้างหลัง 6 นัด กระสุนถูกบริเวณหัวไหล่คอ และศีรษะ จากปัญหา ‘หมากับไก่ชน’ ต่อมานายประมุข จิตจันทร์ อายุ 49 ปี ผู้ต้องหาเข้ามอบตัวตำรวจบก.ภ.จว.สงขลา พร้อมอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ ถูกแจ้ง 3 ข้อหาคือ ฆ่าผู้อื่น มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร ตามข่าวที่เสนอไปแล้ว
เมื่อวันที่ 11 ม.ค. นายประมุขผู้ต้องหาได้รับการประกันตัว หลังถูกส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสงขลา โดยญาติยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสดจำนวน 6 แสนบาท พนักงานสอบสวนพิจารณาแล้วเห็นว่าผู้ต้องหาเข้ามอบตัวเองและได้นำทั้งอาวุธปืนของกลางที่ใช้ก่อเหตุมามอบให้กับตำรวจ มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งและไม่มีพฤติกรรมหลบหนี จึงได้รับการประกันตัวออกไปในชั้นพนักงานสอบสวนเมื่อเที่ยงคืนวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา
ส่วนศพจ่าสิบเอกเรวัตญาติเคลื่อนไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดคลองเปล อ.หาดใหญ่ และจะมีพิธีฌาปนกิจในวันที่ 13 ม.ค.นี้ พ่อของจ่าสิบเอกเรวัตเผยว่าตำรวจไม่น่าจะให้ประกันตัว เพราะเป็นคดีที่เหี้ยมโหด ยิงโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและมีความอาฆาต เกรงว่าญาติพี่น้องหรือพยานจะไม่ปลอดภัยจะมายุ่งเหยิงกับพยานและต้องอยู่อย่างหวาดระแวง จะรวบรวมญาติพี่น้องยื่นเรื่องคัดค้านให้มีการถอนประกันตัว
ด้านลูกสาวของจ่าสิบเอกเรวัตเผยว่า รู้เบื้องต้นแล้วว่าผู้ต้องหาได้รับการประกันออกไป ส่วนตัวคิดว่าก่อนที่จะให้ประกันญาติผู้ตายน่าจะได้รับรู้ก่อนและได้คัดค้านการประกันตัวไปยังผกก.สภ.เมืองสงขลา แต่ได้รับคำตอบว่าผู้ต้องหาเข้ามอบตัว รู้สึกว่าคดีนี้มันน่าจะมีอะไรที่ดีกว่านี้เพราะญาติไม่ต้องการให้ได้ประกันตัวออกมา แต่ถ้าได้ประกันออกมาแล้วต้องว่ากันไปตามกฎหมาย ทำอะไรไม่ได้แล้ว กังวลอยู่ว่าถ้าประกันออกมาแล้วไม่รู้ว่าผู้ต้องหาจะอยู่บ้านหรืออยู่ที่ไหน หรือถ้าประกันออกมาแล้วอาจจะหนีญาติคงไม่สบายใจ
“พ่อไม่มีปืนและหากถามรู้สึกไม่อยากพูดอะไรถึงผู้ต้องหา เพราะเอาชีวิตคนไปแลกกับชีวิตสัตว์ที่เขาบอกว่ารัก อยากให้ศาลตัดสินคดีจนถึงที่สุด เพราะลูก 3 คนต้องทนกับความรู้สึกคิดถึงพ่อ ทั้งในวันพ่อและวันเกิดพ่ออีกกี่ครั้งที่ต้องมีคำว่าพ่อ” ลูกสาวของจ่าสิบเอกเรวัตกล่าว