ชู‘สุรชาติ’ทวงคืนปชต. เจ๊หลีลุยฟ้องอรรถวิชช์
บิ๊กป้อมสวนกลับอู๊ดด้า โต้ลั่นเคลม‘คนละครึ่ง’
‘บิ๊กป้อม’เมิน‘จุรินทร์’กล่าวหาบางพรรครัฐบาล ‘ปล้นกลางแดด’โต้ลั่นไม่เคยเคลมนโยบาย ‘คนละครึ่ง’ว่าเป็นผลงานพลังประชารัฐ ลั่นไม่กังวล ‘ธรรมนัส’ถูกก้าวไกลร้องกกต.สงขลาสอบ ระบุแค่ปราศรัยเรื่องคนจนคนรวย ไม่ได้สัญญาว่าจะให้โฆษกประชาธิปัตย์จี้กกต. เช็กบิลปมแกนนำพปชร.ปราศรัยเลือกตั้งซ่อม ให้ชาวบ้านเลือกคนรวยมีชาติตระกูล แฉอีกผู้มีอำนาจข่มขู่เจ้าหน้าที่รัฐ ให้เลือกผู้สมัครพรรคตัวเองทั้งชุมพร-สงขลา เพื่อไทยจัดทัพใหญ่ขึ้นเวทีหาเสียงหลักสี่วันนี้ ประกาศทวงคืนประชาธิปไตย ‘เจ๊หลี’ยื่นร้องกกต.ฟัน‘อรรถวิชช์’ เข้าข่ายหาเสียงใส่ร้าย ดูหมิ่นเกียรติ ขู่ฟ้องอาญาซ้ำ
กกต.ตรวจความพร้อมลต.ซ่อม
ช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้งซ่อมส.ส.ชุมพร เขต 1 และสงขลา เขต 6 แต่ละพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครต่างหาเสียงกันอย่างเต็มที่ ขณะที่คณะกรรมการการ เลือกตั้ง(กกต.) เตรียมความพร้อมในการ เลือกตั้งที่กำหนดวันอาทิตย์ที่ 16 ม.ค. ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น.
เมื่อวันที่ 13 ม.ค. นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. พร้อมคณะ ตรวจเยี่ยมสำนักงาน กกต.ชุมพร เพื่อรับฟังปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติงานเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งซ่อมส.ส.ชุมพร เขต 1 โดยมี น.ส.จันทิมา พันธมนต์ รองผอ.สำนักงานกกต.ชุมพร รักษาการแทนผอ. เป็น ผู้รายงานผลการปฏิบัติงาน
นายอิทธิพรกล่าวว่า กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง(กปน.) เป็นตัวแทนการทำงาน ถ้ากปน.ทำงานไม่ครบถ้วนหรือไม่ดีความ เสียหายจะเกิดขึ้นกับ กกต.อย่างเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งการเลือกตั้งอบต.ที่ผ่านมา มีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการทำงานของ กปน.สูง ส่วนการเลือกตั้ง ส.ส.ชุมพรที่ผ่านมาคิดเป็นร้อยละ 77.93 ถือว่าดีแล้ว
ที่สำนักงานกกต.สงขลา นายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย กกต. และคณะ ตรวจเยี่ยมการเตรียมความพร้อมการเลือกตั้งซ่อมส.ส.สงขลา เขต 6 พร้อมมอบโยบายการปฏิบัติหน้าที่ โดยมีนายวีระ ยี่แพร ผู้ตรวจการเลือกตั้ง ร.ต.อ.มนูญ วิเชียรนิตย์ ผอ.สำนักสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย 3 นางพะเยีย ศิริโชติ ผอ.กกต.สงขลา และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมและรายงานผลการปฏิบัติงาน
‘บิ๊กป้อม’ไม่กังวลปม‘ธรรมนัส’
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรค พลังประชารัฐ(พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้งซ่อมส.ส.ชุมพร เขต 1 และสงขลา เขต 6 จะมีหมัดเด็ดอะไรทำให้ชนะเลือกตั้งว่า ไม่มีๆ แล้วแต่ประชาชนจะไปเลือกใคร หมัดเด็ดอะไรก็ไม่มี มีแต่หมัดที่ทำงาน เพราะทำงานทุกวันอยู่แล้ว ผู้สื่อข่าวถามว่ามีเครื่องรางของขลังอะไรที่จะทำให้ชนะเลือกตั้ง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ไม่มี ไม่มีเคล็ดลับอะไร ก็พูดกันตามความจริง”
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมส.ส.สงขลา เขต 6 พรรคก้าวไกล(ก.ก.) ยื่นกกต.ตรวจสอบการปราศรัยที่จ.สงขลา ของร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ อาจเข้าข่ายสัญญาว่าจะให้ เพื่อจูงใจไปลงคะแนน พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า แล้วแต่กกต. ส่วนตนไม่กังวลในเรื่องดังกล่าว และร.อ.ธรรมนัส ก็ไม่ได้ว่าอะไร เขาพูดเรื่องคนจนคนรวย ไม่เห็นจะมีสัญญาอะไรเลย ทางพรรคให้ฝ่ายกฎหมายพรรคดูแล้วก็ไม่เป็นอะไร ผู้สื่อข่าวถามว่า ร.อ.ธรรมนัส ปราศรัยพร้อมแสดงท่าทางตบกระเป๋าและถามว่าประชาชนจะเอาหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ผมไม่รู้ สื่อต้องไปถาม ร.อ.ธรรมนัส”
เมิน‘จุรินทร์’ซัดปล้นกลางแดด
ส่วนกรณีที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ปราศรัยหาเสียงเลือกตั้งซ่อมส.ส.ที่จ.สงขลา ระบุโครงการคนละครึ่งเป็นของรัฐบาล หากพรรคใดหาเสียงเป็น ผลงานตัวเองถือเป็นการลักวิ่งชิงปล้นกลางแดด พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ตนบอกว่าโครงการคนละครึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาล และการปราศรัยบอกว่ารัฐบาลทำอะไรไปแล้วบ้าง เช่น นโยบายคนละครึ่ง บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่ได้บอกว่าเป็นผลงานของพรรคพลังประชารัฐ
ผู้สื่อข่าวถามว่าการปราศรัยวิจารณ์กันเองระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลจะเกิดปัญหาภายในรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มี สื่ออย่ามาถามเรื่องนี้ ต่อข้อถามว่าการขึ้นเวทีปราศรัยบ่อยครั้งรู้สึกอย่างไร พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่รู้สึกอะไรเพราะไม่ใช่นักการเมือง
เด็กพปชร.ฉะเลิกสร้างวาทกรรม
นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส. นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า กรณีกลุ่มการเมืองเก่าแก่กล่าวอ้างนโยบายลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชนและฟื้นฟูเศรษฐกิจ พร้อมอ้างอิงเป็นส่วนหนึ่งของ ผลงานที่กลุ่มตนเองมีส่วนร่วมนั้น ขอแนะนำให้หลีกเลี่ยงพฤติกรรมดังกล่าวซึ่งใช้มาตลอดกว่า 30 ปี โดยเฉพาะการคิดประดิษฐ์สร้าง สรรค์วาทกรรมทางการเมือง เพื่อยกตนข่ม ผู้อื่น
ที่ผ่านมาพรรคพลังประชารัฐร่วมทำงานกับพรรคร่วมรัฐบาล 17 พรรคด้วยความเข้าอกเข้าใจ ให้โอกาสและรับฟังความคิดเห็นต่างๆ เป็นอย่างดี ไม่เคยเคลมนโยบายผลงานของพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันมาเป็นผลงาน ตัวเอง เช่น นโยบายปลดล็อกกัญชา หรือการฉีดวัคซีนโควิด-19 ตามเป้าหมาย 100 ล้านโดส ทั้ง 2 โครงการเป็นผลงานของพรรคภูมิใจไทย(ภท.) สิ่งที่ทุกคนเห็นวันนี้คือสินค้าอุปโภค-บริโภคที่ราคาแพงขึ้น ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงหนึ่ง ที่ดูเหมือนทำงานแบบเช้าชามเย็นชาม
“กลุ่มการเมืองที่ออกมาตีโพยตีพาย ขณะที่พรรคอื่นๆ กำลังเดินหน้าพร้อมพัฒนาประเทศ ควรใช้เวลานี้คิดทบทวนการบริหารนโยบายของตนเองที่มักมีวิธีคิดแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ทั้งที่ได้รับโอกาสบริหารกระทรวงมากว่า 2 ปี และยังออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมในสนามเลือกตั้ง หากสุจริตจริงตามที่กล่าวอ้างผมพร้อมยอมรับ แต่กว่า 30 ปี ผมยังไม่เห็นพฤติกรรมดังกล่าว” นาย สัณหพจน์กล่าว
ปชป.แฉผู้มีอำนาจข่มขู่จนท.
นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผอ.เลือกตั้งประสานงานส่วนกลาง ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้อยู่ในช่วงโค้งสุดท้ายของการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งซ่อมส.ส.ชุมพร เขต 1 และสงขลา เขต 6 ผู้สมัครจะเน้นเดินพบปะประชาชนควบคู่กับการจัดเวทีปราศรัย ซึ่งพรรคจะจัดเวทีปราศรัยใหญ่วันที่ 14 ม.ค. พร้อมกันทั้งสองเขต
สำหรับแกนนำพรรคที่ไปร่วมปราศรัย ที่จ.ชุมพร คือ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี อดีตรองนายกรัฐมนตรี พรรคมั่นใจทั้ง 2 เขต ช่วงสุดท้ายของการหาเสียงบุคลากรของพรรคลุยเต็มที่จนถึงเวลา 18.00 น. ของวันที่ 15 ม.ค.
“ขณะนี้บางพรรคยังใช้อำนาจแทรกแซงเจ้าหน้าที่ของรัฐในพื้นที่ บังคับข่มขู่ทั้ง เจ้าหน้าที่รัฐและครอบครัวให้เลือกผู้สมัครของพรรคตนในทั้ง 2 เขต พรรคประชาธิปัตย์กำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด” นายราเมศ กล่าว
จี้กกต.เช็กบิลปราศรัยผิดกม.
นายราเมศกล่าวว่า ส่วนกรณีคณะกรรม การบริหารพรรค (กก.บห.) พรรคหนึ่ง ปราศรัยลักษณะสัญญาว่าจะให้ชัดเจน ซึ่ง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. มาตรา 73 ห้ามไว้ แต่มีการพูดชัดว่าหากเลือกผู้สมัครในวันข้างหน้าจะดูแลประชาชนเรื่องเงินทอง เพราะมีเงิน เรื่องนี้ กกต.สามารถสอบสวนได้ทันทีเพราะมีข่าวปรากฏอยู่ทั่วไป และวินิจฉัยไม่ยากเพราะผิดกฎหมายชัดเจน หากไม่ผิดแสดงว่าต่อไปสามารถพูดจาลักษณะจะให้เงินใน วันข้างหน้าได้เพื่อจูงใจผู้มีสิทธิ์ ต้องฝากความหวัง ไว้กับ กกต.
ส่วนที่ปราศรัยให้เลือกคนมีชาติตระกูลดีและมีเงิน ต้องยอมรับว่าประชาชนในเขต 6 สงขลา มีความรู้สึกกับเรื่องนี้มาก การใช้เรื่องชาติตระกูลและความร่ำรวยมาพูดเสมือนดูถูกประชาชน แบ่งชนชั้น ถ้าเป็นแบบนั้นเชื่อว่าลูกชาวบ้านอย่างนายชวน หลีกภัย ประธานสภา ไม่มีทางได้เป็นส.ส. ไม่มีทางได้เป็นนายกฯ
‘นิพนธ์’ชี้เสนอตรรกะเพี้ยน
ด้านนายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตามภารกิจ กล่าวว่า การปราศรัยหาเสียงในการเลือกตั้งซ่อมว่าควรจะเลือกคนที่มีฐานะทางการเงินดี มีชาติวุฒิดี การเสนอตรรกะอย่างนี้เป็นอันตรายต่อระบอบประชาธิปไตย จะทำลายประชาธิปไตยที่เราเรียกร้องกันมาหลายสิบปีแล้ว เราพัฒนาไปไกลแล้ว แต่วันนี้กลับไปย้อนยุค กลับไปสู่การใช้เงินเป็น เรื่องใหญ่ ถ้าใช้ตรรกะอย่างนี้ เชื่อว่าหลักประชาธิปไตยพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นหลักการเสมอภาคหรือภราดรภาพถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง จะทำให้ระบอบประชาธิปไตยบ้านเราวิบัติอีกครั้งแน่นอน เวลานี้ต้องช่วยกันเดินหน้า และต้องไม่ให้เรื่องเงินเป็นเรื่องใหญ่ในระบอบประชาธิปไตย
ที่จ.สงขลา น.ส.สุภาพร กำเนิดผล ผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.สงขลา เขต 6 พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การหาเสียงช่วงโค้งสุดท้ายยังคงเน้นการเข้าถึงพบปะพี่น้องประชาชนในเขตเลือกตั้งให้มากที่สุด เพื่ออธิบายให้เห็นถึงนโยบายพรรคและความตั้งใจที่จะเข้าไปทำหน้าที่ตัวแทนพี่น้องประชาชนในสภา หากได้รับความไว้วางใจจะไม่ทำให้พี่น้องประชาชนผิดหวัง
ส่วนการหาเสียงของบางพรรคที่ให้เลือกผู้สมัครที่ร่ำรวยนั้น ไม่ขอพูดถึง เนื่องจากแนวทางหาเสียงของแต่ละพรรคแตกต่างกัน แนวทางหาเสียงของตนคือการแสดงความจริงใจ ไม่โอ้อวดและให้เกียรติพี่น้องประชาชนทุกคน ไม่อยากให้แบ่งชนชั้นกัน
ภูมิใจไทยบอก‘รักกันไว้เถิด’
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดินทางเข้าทำเนียบเพื่อเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการ บูรณาการการเชื่อมโยงทางรถไฟระหว่างไทย ลาว และจีน ครั้งที่ 1/2565 โดยปฏิเสธให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวกรณีที่พรรคพลังประชารัฐและพรรคประชาธิปัตย์ มีการตอบโต้กัน เรื่องการใช้โครงการคนละครึ่งมาเป็นนโยบายหาเสียงของพรรคตัวเอง โดยระบุว่า “ขอเข้าประชุมรถไฟทางคู่ก่อน”
ขณะที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ที่เดินตามมา ยิ้มพร้อมกล่าวอย่างอารมณ์ดีว่า “รักกันไว้เถิด”
พท.ปลุกชาวหลักสี่ทวงอำนาจ
น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ในวันที่ 14 ม.ค. เป็นการปราศรัยใหญ่ครั้งแรกของนายสุรชาติ เทียนทอง ผู้สมัครส.ส.กทม. เขต 9 หลักสี่ จตุจักร (แขวงลาดยาว แขวงเสนานิคม และแขวงจันทรเกษม) เบอร์ 3 พรรคเพื่อไทย ในหัวข้อ “ผู้แทนฯ ในยุควิกฤต ความสำคัญของหลักสี่-จตุจักร บทบาทของผู้แทนฯ ในสภา-นอกสภา 17 ปีแห่งความหวัง ทำไมต้องเพื่อไทยเท่านั้น” โดยมี นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค นายสุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพรรค นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง นายจาตุรนต์ ฉายแสง สมาชิกพรรค เข้าร่วมการปราศรัยที่ชุมชนเสนานิคม 2 ซ.พหลโยธิน 34 ตั้งแต่เวลา 18.00 น.เป็นต้นไป
การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นการวัดพลังระหว่างสิทธิและเสียงของผู้มีใจรักประชา ธิปไตย กับอำนาจมืดที่แฝงตัวมาในคราบของนักการเมือง ที่จะเข้ามากัดกินคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน จึงเชิญชวนให้ประชาชนร่วมจับตาการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ ผู้แทนของพรรคใดที่อยู่กับพี่น้องประชาชนตลอด และพรรคใดที่ละทิ้งพี่น้องประชาชน นับตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2562 จนถึงวันนี้ พี่น้องประชาชนจมอยู่กับความทุกข์มาโดยตลอด หากนับรวมกับการรัฐประหารในปี 2557 รวมกว่า 7 ปีที่พวกเราต้องตกทุกข์ได้ยาก มาร่วมกันเพิ่มเสียงในสภา เพิ่มผู้แทนจากฝั่งประชาธิปไตยให้มากขึ้น ทวงอำนาจของประชาชนที่ควรได้กลับคืนมาผ่านการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ด้วยกัน
‘อรรถวิชช์’โวยซื้อเสียงหนัก
เมื่อเวลา 07.00 น. นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมส.ส.กทม. เขต 9 หลักสี่ จตุจักร พรรคกล้า ลงพื้นที่หาเสียงตลาดและชุมชนย่านชินเขต เขตหลักสี่ พร้อมปราศรัยให้ความรู้ด้านเศรษฐกิจ และยอมรับในสถานการณ์โควิดระบาด กังวลว่าคนอาจไม่ออกมาใช้สิทธิ์ ส่วนพรรคกล้าจะปราศรัยใหญ่ 28 ม.ค.
ส่วนกระแสข่าวการซื้อสิทธิ์ขายเสียงในพื้นที่นั้นตลอด 17 ปีของการทำงานการเมือง ไม่เคยได้ยินได้ฟังเรื่องการซื้อเสียงหนักเท่าครั้งนี้ จำนวนเม็ดเงินที่สูงและทั่วถึง แต่ไม่ว่าจะใช้วิธีการใดก็แล้วแต่ มั่นใจคนกทม. มีวิจารณญาณ และต้องดูว่า 30 ม.ค.นี้ มีคนออกมาใช้สิทธิ์มากหรือน้อย ถ้าออกมาใช้สิทธิ์เกินกว่าร้อยละ 70 เชื่อว่าการซื้อเสียงเอาไม่อยู่
‘เจ๊หลี’ร้องกกต.ถูกใส่ร้าย
เวลา 10.30 น. นางสรัลรัศมิ์ เจนจาคะ หรือเจ๊หลี ผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กทม. เขต 9 พรรคพลังประชารัฐ มอบนายสิระ ขาวนุ่น ผู้ช่วย เข้ายื่นเรื่องร้องเรียนต่อ กกต.เพื่อให้ตรวจสอบกรณีนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ให้สัมภาษณ์ในรายการเจาะลึกทั่วไทย ระบุพรรคพลังประชารัฐน่าจะส่งคนที่มีคุณภาพมากกว่านี้มาลงสมัครว่า เข้าข่ายการหาเสียงลักษณะหลอกลวง ใส่ร้ายด้วยความเท็จ หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง ตามมาตรา 73 (5) พ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส.หรือไม่
นางสรัลรัศมิ์ให้สัมภาษณ์ว่า การพูดจาดูหมิ่นเกียรติของตนว่าพรรคน่าจะหาคนที่มีคุณภาพกว่านี้ นายอรรถวิชช์เอาอะไรมาเป็นเกณฑ์ตัดสินศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ว่าใครเก่งหรือไม่เก่ง การพูดเช่นนี้เพราะต้องการทำลายภาพลักษณ์ ซึ่งกำลังให้ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบว่าเข้าข่ายความผิดทางอาญาด้วยหรือไม่ และจะดำเนินคดีเอาผิดนายอรรถวิชช์ ที่ สน.ทุ่งสองห้องต่อไป หากมีความผิดจริง นายอรรถวิชช์ถือเป็น กก.บห.พรรคกล้า ซึ่งอาจมีผลถึงขั้นยุบพรรคด้วย
“ดิฉันยังได้รับเสียงร้องเรียนจากชาวบ้านในชุมชนริมคลองที่ถูกนายอรรถวิชช์พาดพิงว่ามีการซื้อเสียงโดยไม่มีหลักฐาน ชาวบ้านเห็นว่านายอรรถวิชช์ดูถูกและกล่าวหา จนมีการแสดงความคิดเห็นในโลกโซเชี่ยลมากมายว่า อยากเป็นคนหลักสี่ได้เงิน หัวละตั้ง 3,000 บาท
‘มาดามแป้ง’ยังไม่สนใจการเมือง
นางนวลพรรณ ล่ำซำ ผู้จัดการทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่หลายฝ่ายเชียร์ให้ลงสมัครชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.ว่าชื่อของตนเป็นแคนดิเดตมาทุกยุคทุกสมัย ยืนยันว่าถึงวันนี้ยังไม่มีอะไรทั้งสิ้น ความจริงตน ไม่ได้มีความสนใจที่จะลงเล่นการเมือง แต่จะให้ตอบปฏิเสธไปเลยในวันนี้คงไม่ใช่ เพราะบางทีการพูดไปแล้วอนาคตอาจเกิดเป็น โชคชะตา คำพูดก็จะถูกจารึกเป็นประวัติ ศาสตร์ จึงขอพูดว่า ณ วันนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจอะไร และขอขอบคุณทุกคนที่ส่งข้อความผ่านมาทางเพจพี่อยากให้แป้ง ลงชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. วันนี้ขอพาบอลไทยไปบอลโลกก่อน
ผู้สื่อข่าวถามว่าก่อนหน้านี้ได้พบกับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ มีการทาบทาม ให้ลงสมัครในนามพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ นางนวลพรรณกล่าวว่า พล.อ.ประวิตร เพียงแต่แสดงความยินดีกับชัยชนะของฟุตบอลไทยในทุกครั้งที่ลงแข่งขัน ไม่เคยพูดคุยหรือ แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับการเมืองหรือการพัฒนาพื้นที่กทม. ต่อข้อถามว่าพล.อ.ประวิตรยังไม่ได้มีการทาบทามใช่หรือไม่ นางนวลพรรณกล่าวว่า ยังไม่มีอะไร เมื่อถามว่าสรุป ยังไม่มีความสนใจเรื่องการเมืองใช่หรือไม่ นางนวลพรรณกล่าวว่า “แต่แป้งก็อ่านหนังสือพิมพ์การเมืองทุกวัน”
ผู้สื่อข่าวกระเซ้าว่า มีความสามารถขนาดนี้ถ้าไม่ได้เป็นผู้ว่าฯ กทม. คงได้เป็นรัฐมนตรี นางนวลพรรณ กล่าวว่า “ตั้งกระทรวงใหม่ให้ได้หรือไม่คะ” ผู้สื่อข่าวระบุว่า ถ้าลงผู้ว่าฯ กทม. มีแนวโน้มว่าจะได้รับเลือกตั้งแน่นอน นางนวลพรรณกล่าวว่า “เชื่อแป้งไว้ก่อนนะคะ ไม่มีอะไร แล้วคุณจะยิ้มได้ เมื่อภัยมา”
โฆษกรัฐแจงแผนปรับปรุงทำเนียบฯ
วันเดียวกัน นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีเจ้าหน้าที่กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย เข้าสำรวจอาคาร สถานที่ และรั้วบริเวณทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 12 ม.ค.ว่า จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทราบว่า คณะกรรมการที่ปรึกษาปรับปรุงอาคารโบราณสถานและอาคารสถานที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบ ของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ประกอบด้วย ผู้ทรงวุฒิจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรมศิลปากร กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาสำรวจอาคารสถานที่รวมทั้งรั้วโดยรอบทำเนียบฯ เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการบำรุงรักษาอาคารสถานที่ โดยเสนอความเหมาะสมให้คณะกรรมการฯ พิจารณาก่อน
จากนั้นยังต้องนำเสนอให้กรมศิลปากรพิจารณาก่อนจะมีการดำเนินการใดๆ ซึ่งทำเนียบรัฐบาล จะให้ความสำคัญในการจัดลำดับการใช้งบประมาณ ในเรื่องที่รัฐบาลให้ความจำเป็นเร่งด่วนก่อน การปรับปรุงรั้วโดยรอบทำเนียบฯครั้งสุดท้าย เมื่อปี 2546 ในโอกาสที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปก 2003
“การนำเสนอปรับปรุงความสูงของรั้วเป็นเพียงข้อเสนอแนะด้านวิศวกรรมสถานที่ ไม่เกี่ยวข้องกับการที่จะมีรองรับการชุมนุมหน้าทำเนียบฯ เพราะที่ผ่ามา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมให้ความใส่ใจ ให้เจ้าหน้าที่ไปอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยพี่น้องประชาชนที่มาชุมนุมหน้าทำเนียบฯ ส่งผู้แทนไปรับเรื่องราวร้องทุกข์มาโดยตลอด จึง ไม่อยากให้มีการเชื่อมโยงประเด็นที่ไม่เกี่ยวข้อง” นายธนกรกล่าว
ปัดสร้างรั้ว 4 เมตรป้องกันม็อบ
รายงานข่าว เปิดเผยว่า จากที่มีกระแสข่าวว่ามีคำสั่งให้ฝ่ายสถานที่ดำเนินการปรับ ภูมิทัศน์รั้วรอบภายในทำเนียบรัฐบาล ที่จากเดิมสูง 2 เมตรเป็นสูง 4 เมตร โดยให้มีการศึกษาความสูงแบบรั้วขององค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ประจำประเทศไทยเพื่อป้องกันการปีนเข้าภายในทำเนียบฯ ของกลุ่มผู้ชุมนุมนั้น ไม่เป็นความจริง
การเข้ามาตรวจสอบของเจ้าหน้าที่กรมโยธาธิการและผังเมือง เป็นการมาสำรวจตามแผนปรับปรุงทำเนียบฯ ครบ 100 ปีตามปกติ ซึ่งมีการเตรียมทำแผนครั้งใหญ่มาก่อนหน้านี้แล้ว ทั้งการปรับปรุงตึกไทยคู่ฟ้าและตึกบริวารในทำเนียบฯ เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการอนุรักษณ์ของโบราณสถาน ในการดูแลของกรมศิลปากร เรื่องดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์ยังระบุว่า หากมีการทำรั้วสูงจะทำให้บดบังทัศนียภาพของตึกไทยคู่ฟ้าและตึกอื่นๆ ภายในทำเนียบฯ
สำหรับแผนการปรับปรุงทำเนียบฯ ครบรอบ 100 ปี คาดว่าจะไม่สามารถทำแล้วเสร็จภายในรัฐบาลนี้ได้ เนื่องจากยังมีความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันกับเกี่ยวกับการนับปีก่อสร้างของทำเนียบฯ ระหว่าง เจ้าของบ้านนรสิงห์ซึ่งเป็นเจ้าของที่เดิม กับผู้ก่อสร้างอาคารในทำเนียบฯ
จากกระแสข่าวที่เกิดขึ้นจนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ทำให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูง ในทำเนียบฯ ออกมาตำหนิเจ้าหน้าที่จากกรมโยธาธิการและผังเมือง ที่เข้ามาสำรวจโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า ทำให้สื่อมวลชนเกิดความเข้าใจผิด

เจ้าภาพ – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมคุณแม่วิไล สอาดโฉม มารดานางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรคพลังประชารัฐ ที่ศาลา 1 วัดเทพศิรินทราวาส กทม. เมื่อวันที่ 13 ม.ค.