‘พีมูฟ’กดดันรัฐประชิดทำเนียบ

เคลื่อนม็อบจากหน้ายูเอ็นเข้าประชิดทำเนียบ ‘พีมูฟ’ ยื่นหนังสือทวงถึงรัฐบาล เรียกร้อง 12 ข้อบี้ออกโฉนดชุมชนคุ้มครอง 486 ชุมชน ทั่วประเทศ นิรโทษกรรมคดีป่าไม้-ที่ดินจากนโยบายรัฐ รวมถึงยุติการดำเนินคดีชาวบ้านพร้อมเยียวยา อีกทั้งทบทวนพ.ร.บ.อุทยาน-พ.ร.บ.ป่าชุมชน จี้แก้ปัญหาที่ดินรถไฟ ให้ออกกฎหมายกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเลและกะเหรี่ยงบางกลอยด้วย

เมื่อเวลา 08.40 น. วันที่ 20 ม.ค. ที่หน้าสำนักงานองค์การสหประชาชาติ ประเทศไทย ถ.ราชดำเนินนอก กลุ่มขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) หรือพีมูฟ ร่วมชุมนุมกว่า 120 คน โดยนายจำนงค์ หนูพันธ์ ประธานกลุ่มพีมูฟ กล่าวปราศรัยบนรถกระบะติดเครื่องขยายเสียงโจมตีการทำงานของนายกฯ และรัฐบาลชุดปัจจุบันที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ไม่ว่าจะเป็นการระบาดของโควิด-19 และราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่แพงขึ้น ปัญหาปากท้องข้าวของแพง มีแต่กู้เงิน รวมไปถึงปัญหาหมูแพงที่ประชาชนต้องแบกรับภาระ ไม่เคยลงพื้นที่ จึงไม่สามารถตอบปัญหาให้กับประชาชนได้ เรื่องปัญหาหมูก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ พร้อมเรียกร้องให้ยุบสภา และนายกฯ ต้องลาออกจากตำแหน่ง เพื่อแสดงความรับผิดชอบ

จากนั้นเวลา 12.50 น. นายจำนงค์ได้นำมวลชนเดินทางไปยังทำเนียบรัฐบาล เพื่อรอตัวแทนจากพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะประธานกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม มารับหนังสือ ที่เชิงสะพานชมัย มรุเชฐ แยกพาณิชยการ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชน บก.น.1 จำนวน 20 นาย ยืนอยู่หลังแผงเหล็ก เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อย ต่อมาเวลา 13.50 น. นายมงคลชัย สมอุดร รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมารับหนังสือ

สำหรับหนังสือมีข้อเรียกร้องทั้งสิ้น 12 ข้อ มีรายละเอียดบางส่วนดังต่อไปนี้ คือ ให้ยืนยันในการยกระดับการจัดการทรัพยากรที่ดินในรูปแบบ “โฉนดชุมชน” ตามข้อเสนอของขปส.ซึ่งได้รับการคุ้มครองพื้นที่ 486 ชุมชน ให้เป็นหนึ่งในรูปแบบการกำกับดูแลการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินโดยทั่วไป ตามพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ(คทช.) ให้เร่งออกพระราชกฤษฎีกานิรโทษกรรมคดีความที่เกี่ยวกับปัญหาไม้และที่ดินอันเกิดจากการดำเนินการตามนโยบายรัฐ โดยในระหว่างรอการออกกฎหมายดังกล่าว ขอให้ยุติการดำเนินคดีชาวบ้านและเยียวยาประชาชนให้ได้รับความเป็นธรรมและให้กลับไปทำกินในที่ดินเดิมของตนเองได้ ให้แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อทบทวนเนื้อหาของ พ.ร.บ.ป่าชุมชน พ.ศ. 2562, พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 และพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 ให้สอคคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560

สำหรับกรณีการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยในที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย ให้นำมติคณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 13 ก.ย.43 มาเป็นนโยบายการแก้ปัญหาชุมชนทั้ง 36 จังหวัด 397 ชุมชน 39,848 หลังคาเรือน โดยให้นำเข้าสู่การประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อประกาศให้เป็นนโยบายแห่งชาติและกรณีการแก้ปัญหาชาวบ้านที่ถูกรฟท.ดำเนินคดี ขอให้นายกรัฐมนตรี ให้คำรับรอง “ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง พ.ศ. …. (ฉบับที่ประชาชน 16,559 รายชื่อเข้าชื่อเสนอกฎหมาย) เพื่อขับเคลื่อนนโยบายด้านการคุ้มครองและปกป้องวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ รวมถึงข้อเสนอต่อการปฏิรูปที่ดิน ตามกลไกสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน(บจธ.)

ให้พิจารณารับข้อเรียกร้องกลุ่มแม่สอดรักษ์ถิ่น และผลกระทบจากเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด จังหวัดตาก รวม 3 ราย รวมแก้ปัญหาผลกระทบด้านขยะและการเวนคืนที่ดิน ขอให้รัฐบาลสั่งการให้มีการแก้ไขปัญหาที่ดินทุกประเภทที่ประชาชนได้รับผลกระทบให้มีแนวทางที่ชัดเจน เช่น ที่ดินสาธารณประโยชน์ ที่ดินรถไฟ ที่ราชพัสดุ ที่ดินในเขตป่า ที่ ส.ป.ก. และอื่นๆ แต่งตั้งคณะกรรมการระดับชาติ กำกับ ขับเคลื่อนการฟื้นฟูวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเลและกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย ตามมติตลอดจนให้ยุติกระบวนการทางคดีของชาวบ้าน 28 คน ชาวบ้านเยาวชน 2 คน และสมาชิกภาคีเซฟบางกลอย 10 คน

พีมูฟบุก – กลุ่มพีมูฟเคลื่อนขบวนจากหน้าสำนักงานยูเอ็นไปทำเนียบรัฐบาล จี้แก้ปัญหาที่ดินทำกิน, ยุติการดำเนินคดีชาวบ้าน, ทบทวนกฎหมายป่าชุมชน, พ.ร.บ.อุทยานฯ, ฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวเล และกะเหรี่ยงบางกลอย เมื่อวันที่ 20 ม.ค.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน