ศาลอาญาถอนประกัน ‘ไดโน่ ทะลุฟ้า’ กับพวก 6 คน จากเหตุขีดเขียนห้องเวรชี้ ระหว่างรอประกันตัว ด้าน ‘พีมูฟ’ พาม็อบบุกไปทำเนียบอีก เรียกร้อง ‘บิ๊กป้อม’ ออกมาพบหรือตอบรับเป็น
ลายลักษณ์อักษร ว่าได้รับข้อเรียกร้องแล้ว พร้อมตั้งโต๊ะเจรจาแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ขณะเดียวกันก็ยื่นเรียกร้องเพิ่มอีก 3 ข้อเพื่อให้รัฐบาลแก้ไขปัญหากลุ่มอื่นๆ ได้อย่างครอบคลุมทุกมิติ พิจารณาให้สัญชาติไทยใน 11 จังหวัด 3 ภาค นอกจากนี้ก็ให้เร่งผลักดันระบบสวัสดิการถ้วนหน้าให้เกิดขึ้นโดยเร็ว

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 21 ม.ค. ที่เชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) นำโดยนายจำนงค์ หนูพันธ์ ประธานขบวนการพีมูฟ ที่ปักหลักตั้งหมู่บ้านบริเวณหน้าองค์การสหประชาชาติ หรือยูเอ็น เป็นวันที่ 2 เพื่อรอประชุมหารือกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม เพื่อแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ที่กำหนดนัดหมายประชุมในวันที่ 31 ม.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล

เวลา 13.30 น. กลุ่มพีมูฟได้เคลื่อนขบวนพร้อมรถปราศรัยมาชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาล แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจประมาณ 1 กองร้อย ได้นำรั้วเหล็กมาปิดถนนราชดำเนินกลาง บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ ทำให้กลุ่มพีมูฟไม่สามารถเคลื่อนขบวนไปที่หน้าทำเนียบรัฐบาลได้ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้ปิดถนนพิษณุโลก ตั้งแต่บริเวณแยกพาณิชยการอีกด้วย ส่งผลให้กลุ่มพีมูฟ ปักหลักและปราศรัยบริเวณกลางสะพานมัฆวานรังสรรค์ พร้อมเรียกร้องให้พล.อ.ประวิตร ออกมาพบ หรือนำเอกสารที่ พล.อ.ประวิตรลงนามรับทราบข้อเรียกร้องทั้ง 12 ข้อ มามอบให้

กระทั่งเวลา 14.25 น. นายมงคลชัย สมอุดร รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้มาพูดคุยและรับเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง แต่กลุ่มพีมูฟก็ยังไม่พอใจ และประกาศ จะปักหลักสะพานมัฆวานรังสรรค์ต่อไป จนกว่าจะได้รับหนังสือดังกล่าวจากพล.อ.ประวิตร หรือพล.ประวิตรออกมาพบปะพูดคุยด้วย

ก่อนหน้านี้ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) ออกแถลงการณ์ เรื่อง รัฐบาลต้องตอบรับข้อเรียกร้องของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรมโดยเร่งด่วน ความว่า ตามที่ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) ได้ยื่นหนังสือถึงพล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการแก้ไขปัญหาของ ขปส. โดยมีข้อเรียกร้องทั้งสิ้น 12 ข้อ ที่ต้องมีแนวนโยบายที่ชัดเจน และนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้มีมติเห็นชอบนั้น ปรากฏว่าไม่มีผู้ได้รับมอบอำนาจจากพล.อ.ประวิตร มารับหนังสือข้อเรียกร้องของประชาชน แสดงให้เห็นถึงความไร้ประสิทธิภาพ และการ เพิกเฉยต่อการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนทั่วประเทศ

ในการปักหลักชุมนุมที่หน้าสำนักงานองค์การสหประชาชาติวันนี้ พวกเราให้เวลารัฐบาลมาตลอดหนึ่งคืนเพื่อรอท่าทีและการประสานงานที่ชัดเจนจากผู้ที่มีอำนาจในการตัดสินใจแก้ไขปัญหาข้อเรียกร้องทั้ง 12 ข้อ แต่ยังไร้วี่แววว่าจะได้รับการตอบสนอง จึงขอแถลงแสดงจุดยืนของ ขปส. ดังต่อไปนี้ 1.ต้องมีหนังสือตอบรับที่ชัดเจนลงนามโดยพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ เพื่อเป็นหลักประกันว่าประธานกรรมการแก้ไขปัญหาของ ขปส. ได้รับข้อเรียกร้องทั้งหมดของ ขปส. ทั้งหมดแล้ว โดยนำหนังสือตอบรับดังกล่าวมาชี้แจงต่อ ผู้ชุมนุม ณ องค์การสหประชาชาติ ภายในเวลา 13.00 น. วันนี้ 2.เพื่อให้การแก้ไขปัญหาของ ขปส. และประชาชนกลุ่มอื่นๆ เป็นไปอย่างครอบคลุมทุกมิติ ขปส.ขอเพิ่มข้อเรียกดังต่อไปนี้

ข้อเรียกร้องที่ 13 สิทธิสถานะบุคคล ให้มีมติคณะรัฐมนตรีสั่งการเร่งรัดแก้ไขปัญหาด้านสิทธิและสถานะบุคคลของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมให้แล้วเสร็จภายในปี 2566 โดยมีกลุ่มเป้าหมายดังนี้ (1) เครือข่ายการแก้ไขสัญชาติไทย 4 จังหวัด ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา (2) เครือข่ายลาวอพยพ จังหวัดอุบลราชธานี (3) เครือข่ายชาวเลอันดามัน จังหวัด พังงา กระบี่ ระนอง สตูล ภูเก็ต (4) เครือข่ายไทลื้อ จังหวัดพะเยา และคนไทยตกหล่นทางทะเบียนราษฎร

ข้อเรียกร้องที่ 14 ผลักดันให้มีระบบสวัสดิการถ้วนหน้า ตามที่ภาคประชาชนเสนอกฎหมายระบบสวัสดิการถ้วนหน้า ข้อเรียกร้องที่ 15 เร่งรัดแก้ไขปัญหาประชาชน ผู้ได้ผลกระทบจากโครงการพัฒนาของรัฐ กรณีอ่างน้ำห้วยฝั่งแดง จ.อุบลราชธานี, กรณีโครงการแก้มลิงทุ่งทับใน จ.นครศรีธรรมราช, กรณีอ่างเก็บน้ำแม่มอก จ.ลำปาง, กรณีอ่างน้ำห้วยน้ำรี จ.อุตรดิตถ์, กรณีโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำแม่งาว จ.ลำปาง และโครงการผันแม่ยวม จ.แม่ฮ่องสอน

3.ขปส. ยืนยันว่าการเปิดโต๊ะเจรจาของคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของ ขปส.ที่มี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธานจะต้องเกิดขึ้นภายในวันที่ 24 มกราคม 2565 เพื่อให้ทันต่อการนำมติเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันอังคารที่ 25 มกราคมนี้

เราขอส่งสัญญาณเตือนไปยังรัฐบาลว่าทุกชั่วโมงของความล่าช้า และเพิกเฉยของรัฐบาล คือเวลาทุกชั่วโมงที่จะเกิดการเดินทางของ พี่น้องเครือข่ายมาร่วมสมทบอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสถานการณ์ความไร้เสถียรภาพ และเอกภาพของรัฐบาลชุดนี้ ทุกนาทีที่ล่าช้าอาจหมายถึงคราวอวสานของรัฐบาล และหากยังไร้ท่าทีที่ตอบสนองต่อข้อเรียกร้องดังกล่าวเราจะเคลื่อนขบวนไปทำเนียบรัฐบาลไปติดตามในเวลา 13.00 น. วันเดียวกันนี้

วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ของศาลอาญา ซึ่งปฏิบัติหน้าที่นิติกรชำนาญการ ได้เสนอรายงานต่อศาล กรณีที่วันเดียวกันนี้ได้รับรายงานจากเจ้าพนักงานตำรวจศาล (Court Marshal) ประจำศาลอาญา ว่า เมื่อวันที่ 18 ม.ค. ระหว่างเวลา 13.00-17.37 น. ขณะที่จำเลย 6 คนในคดีหมายเลขดำ อ.2608/2564 (คดีการชุมนุมที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 4 ยื่นฟ้อง นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน กับพวกรวม 18 คน) ประกอบด้วย นายทรงพล สนธิรักษ์ หรือยาใจ จำเลยที่ 3 นายนวพล ต้นงาม หรือไดโน่ ทะลุฟ้า จำเลยที่ 4 น.ส.วิโรฌา ชัชวาลวงศ์ จำเลยที่ 6 นายพีรพงศ์ เพิ่มพูน จำเลยที่ 8 นายปวรวิศ แย้มยิ่ง จำเลยที่ 12 และนายวชิรวิชญ์ ลิมป์ธนวงศ์ จำเลยที่ 15 อยู่ระหว่างรอฟังคำสั่งขอปล่อยชั่วคราว

โดยจำเลยทั้งหก ได้ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ห้องพิจารณา (เวรชี้) นั้น เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบว่ามีการขีดเขียนข้อความตามบริเวณที่ต่างๆ ในห้องเวรชี้ เช่น รูป, เก้าอี้ที่นั่ง, ที่ฝาประตูห้องน้ำ, ตู้โทรศัพท์, ฝาปิดชักโครก และถังขยะ โดยสำรวจพบความเสียหายที่เก้าอี้ยาวบริเวณพนักพิงหลุด จำนวน 1 ตัว และฉากกั้นมีรอยงัดแงะ และเมื่อได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ไม่มีจำเลยในคดีอื่นที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในห้องเวรชี้ คงมีแต่จำเลยทั้งหกในคดีนี้เท่านั้น และภาพที่ปรากฏในกล้องวงจรปิดเห็นภาพจำเลยบางคนเป็น ผู้ขีดเขียนข้อความต่างๆ โดยมีจำเลยคนอื่น อยู่ร่วมในเหตุการณ์นี้ด้วย ขณะที่ในวันที่ 18 ม.ค. ดังกล่าวจำเลยทั้งหกได้รับการปล่อยชั่วคราวในคดีหมายเลขดำ อ.2608/2564 วงเงินประกันคนละ 70,000 บาท

ศาลพิจารณาพฤติการณ์ข้อเท็จจริงที่ เกิดขึ้นตามรายงานของเจ้าหน้าที่ที่เสนอมาแล้ว วันนี้ จึงมีคำสั่งว่า กรณีตามที่ปรากฏจำเลยดังกล่าวมีพฤติการณ์ที่ถือได้ว่าจะกระทำการผิดเงื่อนไขของศาล ในชั้นนี้จึงให้เพิกถอนการปล่อยชั่วคราวจำเลยทั้งหกดังกล่าว โดยให้นายประกันนำตัวจำเลยดังกล่าวส่งศาลใน วันนี้ ทั้งนี้ตามขั้นตอนเมื่อศาลมีคำสั่งเพิกถอนประกันตัวแล้ว นายประกันต้องส่งตัวจำเลยต่อศาล เพื่อควบคุมตัวไปยังเรือนจำ โดยสิทธิทางคดีตามกฎหมายจำเลยสามารถใช้สิทธิยื่นประกันตัวใหม่ได้

ด้านนายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนกล่าวว่า ขณะนี้ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งถอนประกันดังกล่าวเเล้วเนื่องจากเห็นว่าเป็นคำร้องฝ่ายเดียวจากเจ้าหน้าที่ ยังไม่ได้มีการไต่สวนจึงขอให้ศาลมีคำสั่งให้ปล่อยชั่วคราวเเละนัดไต่สวนข้อเท็จจริง ขณะนี้รอฟังคำสั่งศาลอยู่

ช่วงบ่ายวันเดียวกัน จำเลยทั้ง 6 คน ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวอีกครั้ง ศาลพิจารณาแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง จากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงนำตัวทั้ง 6 คนไปคุมขังยังเรือนจำต่อไป

เผชิญหน้า – กลุ่มพีมูฟเผชิญหน้าตำรวจที่ตั้งแนวบริเวณเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ สกัดไม่ให้เคลื่อนขบวนไปทำเนียบรัฐบาล เพื่อทวงถามรัฐบาลถึงข้อเรียกร้องของประชาชน เมื่อวันที่ 21 ม.ค.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน