จี้ให้หยุดคุกคาม ย้ำอีก15ข้อเสนอเข้าครม.จันทร์นี้

119 เครือข่ายร่วมพีมูฟ แถลงการณ์เรียกร้องรัฐบาลนำ 15 ข้อเรียกร้องแก้ไขปัญหา ประชาชน เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีภายในวันที่ 24 ม.ค.นี้ รวมทั้ง จี้พล.อ.ประวิตรมาพูดคุยกับกลุ่มผู้ชุมนุม ด้วยตัวเอง เผยการสกัดกั้นไม่ให้ประชาชนเคลื่อนไปที่ทำเนียบเมื่อวันที่ 21 ม.ค.ชี้ชัดแล้วว่าเป็นบรรยากาศการเมืองเผด็จการ ไม่ฟังเสียง ประชาชน ระบุหากไม่นำปัญหามาสู่การแก้ไข จะนัดเคลื่อนไหวใหญ่ เพื่อทวงคืนสิทธิ สร้างอำนาจกำหนดชีวิตประชาชน

จี้นำเข้าครม. – พีมูฟแถลงการณ์จี้รัฐบาลนำ 15 ข้อเรียกร้องเข้าสู่การพิจารณาของครม. ภายในวันที่ 24 ม.ค.นี้ หากยังเพิกเฉยจะระดมเครือข่ายประชาชนทุกกลุ่มยกระดับการเคลื่อนไหวอย่างถอนรากถอนโคน ที่ถนนราชดำเนิน หน้าสำนักงานยูเอ็น กทม. เมื่อ 22 ม.ค.

วันที่ 22 ม.ค. ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) หรือพีมูฟ ออกแถลงการณ์ เรื่อง ประกาศจุดยืนพีมูฟทวงสิทธิ ข้อเรียกร้องทั้ง 15 ต้องเข้า ครม.โดยเร็วที่สุด โดยระบุว่า เข้าสู่วันที่ 3 ของการปักหลักชุมนุมที่หน้าองค์การสหประชาชาติ พวกเราขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) ที่ยังคงยืนยันเจตนารมณ์เดิมว่าเป็นการ “ทวงคืนสิทธิ” อันพึงมีของพวกเราในนามประชาชนผู้ทรงสิทธิ์บนผืนแผ่นดินนี้ โดยมีข้อเรียกร้องเชิงนโยบายทั้งหมด 15 ข้อที่เป็นข้อเรียกร้องที่ ขปส. เรียกร้องให้แก้ไขปัญหามาอย่างยืดเยื้อ ยาวนาน แต่ยังไม่ปรากฏการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ท่ามกลางสถานการณ์ความเดือดร้อนของพี่น้องในพื้นที่ชุมชนทั่วประเทศ

ภายหลังยังไม่ได้รับการตอบรับจากพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการแก้ไขปัญหาของ ขปส. เราจึงยกระดับเคลื่อนขบวนไปที่ทำเนียบ รัฐบาล แต่กลับถูกสกัดกั้นโดยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ ทำให้ไม่สามารถเคลื่อนขบวนไปติดตามความ คืบหน้าในการแก้ไขปัญหาของพี่น้องได้ และต้องปักหลักอยู่บนสะพานกว่า 3 ชั่วโมง

ในที่สุดพล.ต.อ.ธรรมศักดิ์ วิชชารยะ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ที่อ้างตนว่าได้รับมอบหมายจากพล.อ.ประวิตร มารับหนังสือข้อเรียกร้องเพิ่มเติมของ ขปส. และยืนยันว่าไม่สามารถนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีได้ภายในวันจันทร์ที่ 24 ม.ค.นี้

ขปส. เห็นว่า ภาพการสกัดกั้นขบวนของเรา เป็นภาพสะท้อนชัดเจนที่สุดว่าบรรยากาศการเมืองแบบเผด็จการนั้น ปิดทางประตูสู่การแก้ไขปัญหาของขบวนการภาคประชาชนทุกกลุ่ม ตลอดจนการส่งผู้แทนหน้าใหม่มาเจรจากับ ขปส. นั้น อาจหมายถึงการต้องเริ่มต้นกระบวนการแก้ไขปัญหาใหม่ ทั้งที่เราได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาร่วมกับรัฐบาลมาแล้วอย่างต่อเนื่อง เมื่อเป็นเช่นนี้ ขปส. จึงขอประกาศ เจตนารมณ์และแสดงจุดยืนของเราในวันนี้ 2 ข้อ ได้แก่

1.พล.ต.อ.ธรรมศักดิ์ วิชชารยะ รองเลขาธิการ นายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ในฐานะผู้มารับข้อเรียกร้องทวงสิทธิของ ขปส. ต้องแถลงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาตามข้อเรียกร้องทั้งหมดอย่างเป็นทางการ และต้องทำหน้าที่ประสานงานให้พล.อ.ประวิตร มาพบกับ ขปส. ณ ที่ปักหลักชุมนุม ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 24 ม.ค.นี้

2. ขปส. ยืนยันว่า ข้อเรียกร้องทวงคืนสิทธิทั้งสิ้น 15 ข้อ จะต้องเข้าสู่การพิจารณาให้ความ เห็นชอบของคณะรัฐมนตรีในวันที่ 24 ม.ค.นี้เท่านั้น

เมื่อการเคลื่อนไหวครั้งนี้ พวกเรามาเพื่อทวงสิทธิและสร้างอำนาจกำหนดชีวิตประชาชน เราจึงขอส่งสัญญาณเตือนไปยังรัฐบาลนี้ อีกครั้งว่าหากยังเพิกเฉยต่อข้อเรียกร้อง วันนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการระดมพี่น้องเครือข่ายประชาชนทุกกลุ่ม และจะยกระดับการเคลื่อนไหว เพื่อทวงคืนชีวิตของพวกเรากลับคืนอย่างถอนรากถอนโคนแน่นอน เชื่อมั่นในพลังประชาชน สร้างอำนาจกำหนดชีวิตตัวเอง

ต่อมาเวลา 18.30 น. ที่หน้าองค์การสหประชาชาติ มีแถลงการณ์แนวร่วมพีมูฟทวงสิทธิ เรื่อง “ขอประกาศเข้าร่วมการเคลื่อนไหว กับพี่น้องขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ทวงคืนสิทธิ สร้างอำนาจกำหนดชีวิตประชาชน” ดังปรากฏการเคลื่อนไหวของ พีมูฟ ซึ่งเป็นขบวนการภาคประชาชนที่ต่อสู้เพื่อสิทธิในที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัย และการจัดการทรัพยากร อันเป็นปัจจัยหลักในการดำรงชีวิตในฐานะมนุษย์ ตลอดช่วงเวลา หลังการรัฐประหารเมื่อปี 2557 ภาคประชาชนหลายกลุ่มต้องเผชิญกับสถานการณ์ทางนโยบายที่ทำให้เกิดปฏิบัติการละเมิดสิทธิชุมชน อพยพ ไล่รื้อ ดำเนินคดีชาวบ้าน ยังไม่รวมถึงความพยายามในการผลักดันโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ของรัฐ และความพยายามตัดตอนช่องทางเสนอกฎหมายและนโยบายใหม่ๆ โดยภาคประชาชน

พีมูฟ ประกาศปักหลักชุมนุมอยู่ ณ หน้าองค์การสหประชาชาติ ถ.ราชดำเนินนอก ตั้งแต่ ม.ค. 2565 ยื่นข้อเรียกร้องเชิงนโยบายทั้งสิ้น 15 ข้อต่อรัฐบาล ยืนยันต้องนำข้อเรียกร้องทั้งหมดเข้าสู่การประชุม ครม.ให้มีมติเห็นชอบเท่านั้น จนถึงขณะนี้ยังไม่มีท่าทีตอบรับจากรัฐบาล เพิกเฉยต่อการแก้ไขปัญหาของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศโดยสิ้นเชิง

พวกเราในนาม “แนวร่วมพีมูฟทวงสิทธิ” จึงขอประกาศสนับสนุนขบวนการเคลื่อนไหวของพีมูฟและข้อเรียกร้องทั้งหมดที่หากสามารถ ผลักดันจนสำเร็จ จะเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาของประชาชนทั่วประเทศ เราจึงมีข้อเรียกร้องดังต่อไปนี้

1. รัฐบาลต้องตอบรับข้อเรียกร้องของ พีมูฟทั้ง 15 ข้อโดยทันที และต้องนำเข้าสู่ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้มีมติเห็นชอบ โดยเร็วที่สุด 2. ในระหว่างนี้ รัฐบาลต้องไม่ใช้ ความรุนแรงสลายการชุมนุม ตลอดจนการใช้มาตรการทางกฎหมายรังแกพี่น้องพีมูฟและประชาชนกลุ่มอื่นที่มาให้การสนับสนุน

พวกเรายืนยันว่า การต่อสู้ของพีมูฟครั้งนี้ที่ชูประเด็นเชิงนโยบาย คือการทวงสิทธิของประชาชน และเป็นการต่อสู้เพื่อจัดความสัมพันธ์ทางอำนาจใหม่เพื่อให้ประชาชน มีอำนาจและเป็นผู้ทรงสิทธิ์โดยแท้ในการออกแบบชีวิตตนเอง โดยเฉพาะในด้าน การเข้าถึงและการจัดการที่ดินและทรัพยากร พวกเราจึงขอประกาศสนับสนุนและจะเข้าร่วมเคลื่อนไหวกับพีมูฟนับแต่บัดนี้เป็นต้นไป

โดยมีเครือข่ายและองค์กรร่วมลงนาม 119 องค์กร ทั้งเครือข่ายเกษตรกร เครือข่ายด้านสิ่งแวดล้อม เอ็นจีโอด้านเด็ก-สตรี เครือข่ายเรียกร้องประชาธิปไตย กลุ่มเยาวชน กลุ่มสตรี อาทิ เครือข่ายสลัมสี่ภาค เครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน กลุ่มบางกลอยคืนถิ่น ภาคี Save บางกลอย เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น มูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว ทะลุฟ้า ชมรม ชาวประมงพื้นบ้านจังหวัดตรัง เครือข่ายผู้รักประชาธิปไตยแพร่ สภาประชาชนภาคใต้ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม คณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (ครช.) กลุ่ม นักกฎหมายอาสา (Law Long Beach) สมัชชาองค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ดาวดิน สามัญชน ขบวนการอีสานใหม่ ธรรมศาสตร์และการชุมนุม เฟมินิสต์ปลดแอกอีสาน กรีนพีซ ประเทศไทย ทะลุแก๊ส

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน