สั่งลุยตรวจอีกกว่า500แห่ง โอดหมูกรอบพุ่งกก.ละ700 ส.สุกรตรึงหน้าฟาร์ม110บ. ครม.เห็นชอบควบคุม‘ไก่’
เจอหมูในสต๊อกล็อตใหญ่เต็มห้องเย็นอีกกว่า 14 ล้านกิโลฯ รมต.ให้ข้อมูลที่ประชุมครม. จี้ปล่อยขายก่อนตรุษจีน ขณะที่ครม.เห็นชอบแล้วไก่ เนื้อไก่เป็นสินค้าควบคุม กรมปศุสัตว์เตรียมลุยตรวจอีกกว่า 500 ห้องเย็นหมู ทั่วประเทศ ป้องกันกักตุน หลังตรวจไปแล้ว 539 แห่ง ส่วนสมาคมผู้เลี้ยงสุกรฯ มีมติยืนราคาหมูหน้าฟาร์มไม่เกิน 110 บาทต่อก.ก. ไปจนถึงสิ้นเดือนก.พ. ที่ขอนแก่นโอดหมูสามชั้นต้มพุ่งก.ก. 400 บาท หมูกรอบ 700 บาท ประจวบฯ ฝังซากหมูติดเชื้ออหิวาต์ กระทบ 20 หมู่บ้านห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์
ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ครม.เห็นชอบกำหนดสินค้าควบคุมประจำปี 2565 จำนวน 5 รายการ ตามมติคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) แบ่งเป็น 4 สินค้า ซึ่งเป็นสินค้าควบคุมอยู่แล้วในปี 2564 คือ 1.หน้ากากอนามัย 2.ใยสังเคราะห์ ผ้าสปันบอนด์ เพื่อใช้ในการผลิตหน้ากากอนามัย 3.ผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบเพื่อสุขอนามัยสำหรับมือ 4.เศษกระดาษและกระดาษที่นำกลับมาใช้ได้อีก ส่วนที่เพิ่มเติมคือ ไก่ และเนื้อไก่ เพราะปัจจุบันเป็นเนื้ออาหารสัตว์ทางเลือก ช่วงที่เนื้อหมูราคาแพง กกร.จึงเสนอให้ครม.พิจารณา ไก่และเนื้อไก่เป็นสินค้าควบคุมเพิ่มอีกหนึ่งชนิด
น.ส.รัชดากล่าวว่า การที่ไก่และเนื้อไก่เป็นสินค้าควบคุม เท่ากับว่าผู้ทำฟาร์มไก่และ ผู้ประกอบการ ต้องมีหน้าที่รายงานปริมาณการเลี้ยงและต้นทุนราคา โดยกกร.กำหนดให้ผู้เลี้ยงไก่ที่มีปริมาณการเลี้ยงตั้งแต่ 100,000 ตัวขึ้นไป และโรงชำแหละไก่ที่มีกำลังการผลิตมากกว่า 4,000 ตัวต่อวัน ต้องแจ้งปริมาณการสต๊อก และต้นทุนราคาการเลี้ยงสัตว์ ให้คณะกรรมการทราบทุกเดือน เพื่อป้องกันการโก่งราคาและการกักตุน
รองโฆษกรัฐบาลกล่าวอีกว่า ส่วนการตรึงราคานั้น กระทรวงพาณิชย์ประสานผู้ผลิต ผู้ประกอบการ ผู้ค้า และสมาคมต่างๆ ร่วมมือกันตรึงราคาสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิต ประจำวัน เครื่องใช้ไฟฟ้า ซอสปรุงรสต่างๆ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำอัดลม ขณะเดียวกัน สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติประกาศตรึงราคาสุกรขุนมีชีวิตหน้าฟาร์ม ก.ก.ละ 110 บาทจนเสร็จสิ้นตรุษจีน สมาคมผู้เลี้ยงและผู้ส่งออกไข่ไก่ตรึงราคาไข่ไก่เบอร์ 3 ไว้ที่ 2.90 บาท จึงเชื่อว่าต่อไประดับราคาสินค้าเกษตรน่าจะอยู่ ในระดับที่ลดลง ไม่เป็นภาระประชาชน
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า ในการ ประชุมครม.ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ กำชับให้ตรึง ราคาน้ำมันดีเซลอย่าให้เกิน 30 บาทต่อลิตร รวมถึงค่าไฟฟ้าให้ตรึงไปจนถึงวันที่ 31 มี.ค.2565 เพื่อให้ประชาชนมีต้นทุนในการใช้ชีวิตต่ำที่สุด ขณะที่ช่วงหนึ่งนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ รายงานราคาน้ำมันปาล์มที่สูงขึ้น จนทำให้ขาดตลาดว่า หากจำเป็นจะต้องของบฯ มาแก้ปัญหา กระทรวง พาณิชย์ก็จำเป็นต้องขออนุมัติงบฯ อีกครั้ง
ส่วนนายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรฯ รายงานสถานการณ์หมูว่าจากการตรวจสอบ ผู้เลี้ยงรายย่อย รายกลาง และรายใหญ่ พบจำนวน ผู้เลี้ยงเพิ่มขึ้น ลดลงเฉพาะรายย่อย ปริมาณหมูหายไปเพียงแค่ 1 ล้านตัว คิดเป็น 11 เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้หายไป 5-6 ล้านตัว อีกทั้งจากการตรวจสต๊อกหมูในประเทศส่วนหนึ่ง พบสต๊อก 14 ล้านกิโลกรัม จึงตั้งข้อสงสัยว่าทำไมไม่นำส่วนนี้ออกมาจำหน่ายให้หมด และอยากให้นำออกมาจำหน่ายก่อนช่วง ตรุษจีน เพื่อไม่ให้หมูแพง แต่หากไม่นำออกมา จำหน่าย จะต้องสั่งนำเข้าหมูจากต่างประเทศ
ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงเรื่องนี้ว่าหากพบคนอยู่เบื้องหลัง หรือมีเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ให้ดำเนินคดีทั้งหมด อยากให้แก้ปัญหาทั้งระบบและยั่งยืน เช่นเดียวกับสินค้าเกษตรอื่นๆ
ก่อนหน้านี้ น.ส.รัชดาเปิดเผยว่า นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ สั่งกรมปศุสัตว์ติดตามตรวจสอบปริมาณสุกรในห้องเย็นทั่วประเทศอย่างเข้มงวด โดยยอดล่าสุด ณ วันที่ 23 ม.ค. ดำเนินการไปแล้ว 539 แห่ง พบเนื้อสุกร 13.41 ล้านก.ก. และจะเดินหน้าตรวจสอบห้องเย็นที่เหลือให้ครบ มีอีก 500 กว่าแห่ง หากพบกักตุนจะถูกดำเนินคดี ขั้นเด็ดขาด และเนื้อสุกรจะถูกสั่งให้จำหน่ายตามราคาที่ทางการกำหนดต่อไป
น.ส.รัชดากล่าวว่า ควบคู่ไปกับการป้องกัน การกักตุนเนื้อสุกร รัฐบาลเร่งดำเนินการหลายมาตรการเพื่อแก้ปัญหาเนื้อสุกรแพง คือ 1.งดส่งออกสุกรมีชีวิตเป็นเวลา 3 เดือน 2.ช่วยเหลือราคาอาหารสัตว์แก่เกษตรกร 3.จัดสินเชื่อพิเศษเพื่อให้เกษตรกรกลับมา เลี้ยงใหม่ เรื่องเตรียมเข้า ครม. 4.ตรึงราคา ที่เหมาะสมสอดคล้องกับต้นทุน 5.เพิ่มกำลังการผลิตแม่สุกร 6.ส่งเสริมผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 7.เร่งศึกษาวิจัยยาและสารกระตุ้นภูมิ คุ้มกันโรคระบาด 8.ยกระดับมาตรฐานฟาร์มเพื่อป้องกันโรคระบาด และ 9.ส่งเสริมให้ปรับปรุงเป็นฟาร์มที่มีระบบป้องกันโรค

ยิ่งแพง – ร้านขายหมูและเครื่องเซ่นไหว้ ในตลาดสดเทศบาลนครขอนแก่น ปรับราคาเนื้อหมูช่วงใกล้เทศกาลตรุษจีนขึ้นอีก ราคาหมูสามชั้นต้มกิโลกรัมละ 400 บาท หมูกรอบกิโลกรัมละ 700 บาท ขึ้นจากเดิมอีก 100 บาท เมื่อ 24 ม.ค.
สำหรับสถานการณ์ในจังหวัดต่างๆ นั้น จ.ขอนแก่น ที่ตลาดสดเทศบาล 1 เทศบาลนครขอนแก่น ราคาเนื้อหมูปรับขึ้น โดยเฉพาะ หมูสามชั้นต้มปรับขึ้นอีก 100 บาท เป็นก.ก. ละ 400 บาท เช่นเดียวกับหมูกรอบขึ้นอีก 100 บาท เป็นก.ก. 700 บาท โดย น.ส.รุ่งรัตน์ สกุลธรรมโรจน์ เจ้าของร้านอรพิน เจ๊อี่ ขอนแก่น กล่าวว่าไม่เคยขายหมูสามชั้นต้มแพงขนาดนี้ รวมถึงเนื้อหมูอื่น หรือวัตถุดิบต่างๆ แพงขนาดนี้
น.ส.รุ่งรัตน์กล่าวว่า สำหรับของไหว้ตรุษจีน ที่ร้าน เป็ดเชอร์รี่ต้มตัวละ 380-400 บาท เป็ดปักกิ่งต้มตัวละ 300-320 บาท เป็ดบ้านต้มตัวละ 220-250 บาท ไก่บ้านต้มตัวละ 330 บาท ไก่เนื้อต้มตัวละ 200-240 บาท หมูสามชั้นต้มก.ก. 400 บาท หมูกรอบก.ก. 700 บาท หมูตั้งก.ก. 500 บาท และหัวหมูก.ก. 140 บาท จากการสอบถามลูกค้าบอกเลือกที่จะไม่ไหว้ตรุษจีนปีนี้ เพราะค่าใช้จ่ายสูงขึ้น หรือบางคน บอกจากเดิมเคยไหว้หลายจุด ก็เหลือ 2 จุด คือไหว้บรรพบุรุษและไหว้เจ้า
ขณะเดียวกัน จ.ประจวบคีรีขันธ์ จากกรณีพบโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร หรือเอเอสเอฟ ที่ฟาร์มสุกรหมู่ 4 ต.อ่าวน้อย ฟาร์มหมู่ 5 ต.อ่างทอง อ.เมือง และฟาร์มหมู่ 13 ต.นาหูกวาง อ.ทับสะแก รวมทั้งหมด 3 แห่ง ทำให้ต้องทำลายสุกร 117 ตัว พร้อมทั้งประกาศเขตโรคระบาดสัตว์ ควบคุมการเคลื่อนย้ายสุกร หรือซากสัตว์ในรัศมี 5 ก.ม.รอบจุดเกิดโรค เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากสัตวแพทย์ ส่งผลกระทบ 20 หมู่บ้านห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์
ขณะที่เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ออกตรวจฟาร์มในรัศมี 1 ก.ม.รอบจุดเกิดโรค เพื่อตรวจหาเชื้อเก็บตัวอย่าง หากพบสุกรติดเชื้อน้อยกว่า 50 ตัว หรือเป็นเกษตรกรรายย่อย จะต้องทำลายสุกรทุกตัว หากเป็นฟาร์มขนาดกลาง 50-500 ตัว หรือฟาร์มขนาดใหญ่ 500 ตัว ขึ้นไป จะทำลายสุกรเฉพาะในคอกที่ติดเชื้อ ส่วนคอกอื่นๆ จะเก็บตัวอย่างส่งตรวจ โดยใน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีผู้เสี้ยงสุกร 1,000 ราย สุกรกว่า 80,000 ตัว เป็นเกษตรกรรายใหญ่ 25 ราย ที่เหลือเป็นเกษตรกรรายย่อย
ด้าน จ.มุกดาหาร เจ้าหน้าที่นำซากหมูชำแหละแล้ว 24,000 ก.ก. หรือ 24 ตัน ที่นำเข้า อย่างผิดกฎหมายจากประเทศลาว ฝังกลบทำลายเพื่อป้องกันเชื้อโรคที่มากับหมู หลังตรวจพบและจับกุมได้เมื่อวันที่ 23 ม.ค. และจากการตรวจสอบระบุแหล่งผลิต เป็นบริษัทจำหน่ายผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แช่แข็งในประเทศรัสเซีย และบริษัทเอกชนของประเทศ เวียดนามเป็นผู้นำเข้ามาขาย ก่อนถูกลักลอบส่งผ่านประเทศลาวมาประเทศไทย โดยไม่มีเอกสารยืนยันการตรวจโรคสัตว์อย่างถูกต้อง
วันเดียวกัน น.สพ.วิวัฒน์ พงษ์วิวัฒนชัย อุปนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากการประชุมร่วมกันของผู้เลี้ยงสุกรทั่วประเทศ มีมติให้รักษาระดับราคาจำหน่ายสุกรขุน มีชีวิตหน้าฟาร์มเกษตรไว้ที่ไม่เกิน 110 บาทต่อก.ก. ต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 3 โดยราคา ขายปลีกเนื้อสุกรชิ้นส่วนสะโพก หัวไหล่ ในห้างค้าปลีกราคา 175-185 บาทต่อก.ก. ขณะเดียวกันในการหารือร่วมกับกรมการค้าภายใน ทางสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ และกลุ่ม ฟาร์มสุกรครบวงจร โรงเชือดและแปรรูปสุกร เห็นชอบให้ความร่วมมือยืนราคาสุกรขุน ไว้เช่นนี้ ต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นเดือนก.พ.
“ผู้เลี้ยงหมูทุกคนพร้อมใจกันคงราคาหมูเป็นไว้ที่ก.ก. 110 บาท เพื่อไม่ให้เป็นการเพิ่มภาระแก่ผู้บริโภค โดยเฉพาะช่วงตรุษจีน นอกจากนี้ยังสนับสนุนโครงการโมบายพาณิชย์ ลดราคาช่วยประชาชน จำหน่ายหมูเนื้อแดง ก.ก. 150 บาท ที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว เกษตรกรเข้าใจคนไทย ในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ ขณะเดียวกันเรา ไม่อยากตกเป็นจำเลยสังคม ว่าเป็นสาเหตุของปัญหาราคาเนื้อหมูแพงขึ้น” น.สพ.วิวัฒน์กล่าว
อุปนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรฯ กล่าวอีกว่าอย่างไรก็ตามเกษตรกรยังคงต้องการการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการจ่ายเงินชดเชยให้กับเกษตรกรที่ได้รับผล กระทบจากภาวะโรคระบาด ตลอดจนจัดหาแหล่งเงินทุน หรือเงินกู้ยืมดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งจำเป็นต่อการฟื้นฟูการผลิตให้พร้อมที่สุด ด้วยระบบการจัดการและการป้องกันโรค ตามมาตรฐานของกรมปศุสัตว์ เพื่อลดความเสี่ยงในการเลี้ยง และสร้างความเชื่อมั่นให้กับเกษตรกร นอกจากนี้เกษตรกรขอให้ภาครัฐเร่งปราบปรามขบวนการลักลอบนำเข้าเนื้อสุกรจากต่างประเทศ ที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้ เพราะเป็นปัจจัยลบต่อความมั่นใจของภาค ผู้เลี้ยง และฉุดรั้งการแก้ปัญหาที่รัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการอยู่ในขณะนี้