ปมต้องคดีอาญาขับชน‘พญ.’ดับ
ชี้ขาดคุณสมบัติ-สั่งให้สึกพ้นผ้าเหลืองแล้วตำรวจคฝ. ซิ่งชนแพทย์หญิงดับ เผย ไม่สามารถบวชได้เพราะคดียังไม่จบ ด้านพระอุปัชฌาย์เผยสาเหตุที่ยอมทำพิธีให้เนื่องจากได้รับการร้องขอจากเจ้าอาวาสที่สนิทสนมกัน อีกทั้งไม่รู้มาก่อนว่าต้องคดีสำคัญ แถมมีนายตำรวจระดับพล.ต.ต.มารับรองถึงโบสถ์จึงดำเนินการให้ พระนรวิชญ์พร้อมพระพ่อ ร่วมฟังสวด ‘หมอกระต่าย’ คืนสุดท้าย ด้านผอ.สำนักพุทธฯ เผยบุคคล 7 ประเภทที่พระอุปัชฌาย์บวชให้ไม่ได้
จากกรณีส.ต.ต.นรวิชญ์ บัวดก ผบ.หมู่ กองร้อยที่ 2 กองกำกับการ 1 กองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน (กก.1 บก.อคฝ.) ขี่บิ๊กไบก์ ดูคาติ ชนพญ.วราลัคน์ สุภวัตรจริยากุล หรือหมอกระต่าย จักษุแพทย์ ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขณะกำลังเดินข้ามทางม้าลาย จนเป็นเหตุให้เสียชีวิต
ต่อมา ส.ต.ต.นรวิชญ์ และ ร.ต.ต.นิคม บัวดก ผบ.หมู่ จร.สน.ปทุมวัน ซึ่งเป็นพ่อบวชอุทิศส่วนกุศลให้กับพญ.วราลัคน์ ที่วัดปริวาสราชสงคราม ถนนพระราม 3 ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
เมื่อวันที่ 25 ม.ค. พระครูสถิตบุญวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดด่าน และเจ้าคณะเขตยานนาวา ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์ เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ เวลา 13.00 น. เจ้าอาวาสวัดปริวาสราชสงคราม ย่านพระราม 3 โทรศัพท์มาบอกกับอาตมาว่าขอให้ช่วยไปทำพิธีบรรพชาอุปสมบทให้ตำรวจทั้งสองนายตอนเวลา 15.00 น. โดยใช้คำว่า “ขอให้ช่วยสงเคราะห์” ซึ่งอาตมากับเจ้าอาวาสวัดปริวาสฯ มีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน จึงไปบวชให้โดยไม่ได้ถามเหตุผลหรือรายละเอียด เพราะปกติแล้วการรับบวชจะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าอาวาสมาแล้ว โดยตำรวจทั้งสองนายบอกว่าจะบวชเป็นเวลา 3 วัน หากยึดตามเงื่อนไขรายละเอียดตามที่กฎมหาเถรสมาคมระบุไว้ ผู้ที่จะมาบวชได้จะต้องตรวจสอบประวัติจากเลขบัตรประชาชนก่อน เพื่อป้องกันบุคคลที่หนีคดีมาบวช และหากเป็นผู้ต้องหาที่อยู่ในระหว่างการดำเนินคดี แม้ศาลจะยังไม่ตัดสินความผิด แต่หากต้องมีนัดรายงานตัว ก็ไม่ควรให้บวช เพราะการห่มผ้าเหลือง ไปรายงานตัวเรื่องทางคดีอาญานั้น ถือว่าไม่เหมาะสม
พระครูสถิตบุญวัฒน์ กล่าวว่าสำหรับกรณีของข้าราชการที่จะบวชตามหลักแล้วต้องได้รับอนุญาตจากหัวหน้างาน โดยต้องมีการเซ็นเอกสารมา และใช้อ่านในโบสถ์ขณะทำพิธีบวชด้วย แต่กรณีของพระนรวิชญ์ ไม่ได้มีเอกสารมา แต่ผู้บังคับบัญชาซึ่งเป็นนายตำรวจยศพล.ต.ต. เดินทางมารับรองในพิธีด้วยตนเอง มีตำรวจมาร่วมพิธีเต็มโบสถ์ ซึ่งอาตมาก็เพิ่งเคยเจอกรณีที่ข้าราชการบวชแล้วผู้บังคับบัญชาเดินทางมารับรองเองเป็นครั้งแรกเหมือนกัน แต่ก็พอจะประเมินได้ว่าเกิดจากความสัมพันธ์อันดี เจ้าอาวาสจึงช่วยสงเคราะห์ เพราะปกติเวลาตำรวจควบคุมฝูงชนมาปฏิบัติงานที่วัดปริวาสฯ ก็จะเอื้อเฟื้อสถานที่ให้พักอยู่เป็นประจำ
“ในการทำพิธีบวชเมื่อวานนี้ อาตมาสังเกตเห็นว่า พระนรวิชญ์แสดงอาการชัดเจนว่ากำลังมีปัญหาอยู่ภายในจิตใจ ดูแล้วน่าเป็นห่วง คล้ายอาการของคนซึมเศร้า ส่วนการที่พ่อบวชด้วยเมื่อวานนี้ หลังจากบวชเสร็จ อาตมาก็ได้เทศน์สอน ว่าการบวชไม่สามารถลบล้างสิ่งที่กระทำลงไปได้ พ่อของพระ นรวิชญ์เองก็ตื้นตันถึงขั้นร้องไห้ออกมา แต่อาตมาก็ไม่ได้ถามอะไร เพราะโดยมรรยาทก็ไม่ควรไปล้วงเรื่องส่วนตัวของผู้ที่จะบวช แต่ก็ได้แนะนำว่าบวชแล้วก็ให้เน้นปฏิบัติธรรมด้วยการเข้ากรรมฐาน เพื่อบำบัดจิตใจ ซึ่งก็ประเมินว่าเหตุที่เจ้าอาวาสอนุญาตให้บวช เป็นเพราะมองเรื่องจิตใจเป็นอันดับแรก เรื่องกฎเกณฑ์มาทีหลัง หลังบวชแล้วปรากฏว่าเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้าง อีกทั้ง เจ้าอาวาสวัดปริวาสฯ ก็ได้รับการติดต่อจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติมา ถึงกรณีที่เกิดขึ้น อาจเป็นเพราะการบวชที่น่าจะไม่ได้เข้าระบบถูกต้อง ซึ่งเจ้าอาวาสเองก็บอกกับอาตมาว่าทางเดียวที่จะระงับปัญหาได้ ก็คือต้องให้พระนรวิชญ์สึกออกไป โดยได้พูดคุยกับเจ้าตัวแล้ว ก็ยินยอมที่จะสึก เบื้องต้นกำหนดไว้ว่าในเย็นวันเดียวกันนี้จะไปร่วมพิธีศพของผู้เสียชีวิตอีก 1 วัน แล้วจะกลับมาสึกที่วัด แต่จะยังคงให้นุ่งขาวห่มขาว ถือศีล 8 ต่อไป ส่วนพระพ่อจะบวชต่อให้ครบกำหนด 3 วัน” เจ้าคณะเขตยานนาวาระบุ
ด้านนายสิทธา มูลหงษ์ ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ (พศ.) ในฐานะโฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวถึงกรณี ส.ต.ต.นรวิชญ์ เข้าพิธีอุปสมบทเพื่อตั้งใจจะอุทิศส่วนบุญกุศลให้แก่หมอกระต่าย ที่เสียชีวิต แต่กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ ผู้ก่อคดีอาญาสามารถบวชเป็นพระภิกษุได้หรือไม่ ว่า กรณีดังกล่าวเมื่อพิจารณาตามพระธรรมวินัยแล้ว ต้องถือว่าไม่สามารถเข้าพิธีบรรพชาอุปสมบทเป็นพระภิกษุได้ ด้วยผู้เข้าอุปสมบท เป็นผู้ต้องคดีอาญาที่ยังไม่สิ้นสุด ซึ่งสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้แจ้งให้เจ้าคณะปกครองในพื้นที่เข้าไปทำความเข้าใจกับพระอุปัชฌาย์แล้ว ล่าสุดทราบว่า พระสถิตบุญวัฒน์ (ชาญ ถิรปุญโญ) เจ้าอาวาสวัดด่าน ในฐานะเจ้าคณะเขตยานนาวา ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์ที่บวชให้กับพระนรวิชญ์และพระนิคม แจ้งว่ากรณีที่เกิดขึ้น อาจเป็นเพราะการบวชไม่ได้เข้าระบบให้ถูกต้อง จึงได้พูดคุยหารือกับพระนรวิชญ์ เพื่อระงับการบวชหรือสึก ซึ่งพระนรวิชญ์ยินยอมที่จะสึก เบื้องต้นกำหนดไว้ว่า ช่วงเย็นจะไปร่วมพิธีศพของผู้เสียชีวิตอีก 1 วัน แล้วจะกลับมาสึกที่วัด
นายสิปป์บวร แก้วงาม ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า ตามกฎมหาเถรสมาคม (มส.) ฉบับที่ 17 พ.ศ.2536 ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนพระอุปัชฌาย์ มส.ได้กำหนดลักษณะของคนที่ต้องห้ามให้งดเว้นจากการบรรพชาอุปสมบทไว้ในข้อ 14 ว่า พระอุปัชฌาย์ต้องงดเว้นการอุปสมบทแก่คนต้องห้ามเหล่านี้ 1.คนทำผิดหลบหนีคดีอาญาแผ่นดิน 2.คนหลบหนีราชการ 3.คนต้องหาในคดีอาญา 4.คนถูกตัดสินจำคุกโดยฐานเป็นผู้ร้ายสำคัญ 5.คนถูกห้ามอุปสมบทเด็ดขาดทางพระพุทธศาสนา 6.คนเป็นโรคติดต่อ เป็นที่น่ารังเกียจ อาทิ วัณโรคในระยะอันตราย และ 7.คนมีอวัยวะพิการจนไม่สามารถปฏิบัติกิจพระศาสนาได้
นายสิปป์บวรกล่าวต่อว่าดังนั้น กรณีส.ต.ต.นรวิชญ์ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาขับรถชนคนจนเสียชีวิต จึงถือว่าอยู่ในกลุ่มคนต้องห้าม ไม่สามารถบวชได้ กรณีพระอุปัชฌาย์บวชให้ทั้งที่รู้ว่าเป็นบุคคลต้องห้าม จะมีความผิด ผู้บังคับบัญชาอาจสั่งพักการปฏิบัติหน้าที่พระอุปัชฌาย์ แต่ไม่ถึงขั้นอาบัติ เพราะถือว่าทำความผิดในฐานะพระอุปัชฌาย์ ส่วนกรณีที่พระอุปัชฌาย์ไม่รู้ว่าต้องโทษแล้วหนีมาบวช ตรงนี้พระอุปัชฌาย์จะไม่มีความผิด แต่เมื่อรู้แล้วจะต้องให้ลาสิกขา
“กรณี ส.ต.ต.นรวิชญ์ ที่ต้องคดีอยู่ ถือ เป็นบุคคลต้องห้ามจากการอุปสมบท พระอุปัชฌาย์ต้องให้ลาสิกขา พ้นจากความเป็นสงฆ์ทันที ที่ผ่านมามีผู้ที่หนีคดีแล้วมาบวชค่อนข้างมาก ส่วนใหญ่จะเป็นกรณีที่ พระอุปัชฌาย์ไม่ทราบ พอทราบก็ให้ลาสิกขาทันที การที่หนีคดีแล้วมาบวช ไม่ใช่ว่าจะ พ้นผิด บางคนอยากบวชเพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้ผู้ที่ถูกกระทำ ซึ่งตรงนี้อยากบอกว่าในฐานะชาวพุทธ ต้องเข้าใจว่ากระทำความผิดระดับใด ไม่สามารถไปบวชได้ แม้จะสำนึกผิด และอยากใช้ศาสนาเป็นที่พึ่ง แต่ขอให้รับโทษทางกฎหมายให้จบก่อน เมื่อรับโทษจบแล้ว อยากจะสร้างบุญให้กับผู้ที่ถูกกระทำ สามารถไปบวชทีหลังได้ ตรงนี้ต้องเข้าใจ และลำดับขั้นตอนให้ดี เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด” นายสิปป์บวรกล่าว
ด้าน พ.ต.อ.บวรภพ สุนทรเรขา ผกก.สน.พญาไท เปิดเผยความคืบหน้าสำนวนคดี ส.ต.ต.นรวิชญ์ ผู้ต้องหาในคดีขับขี่รถจยย.โดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และข้อหาอื่นรวม 7 ข้อหา กรณีขับรถพุ่งชนแพทย์หญิงวราลัคน์ หรือหมอกระต่ายเสียชีวิตว่า การตรวจสอบรถจยย.ของ ส.ต.ต. นรวิชญ์ ได้ส่งไปตรวจสอบที่กองบังคับการตำรวจจราจร ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 22 ม.ค. ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการรอผลตรวจ โดยการตรวจสอบแบ่งเป็นการตรวจสอบเรื่องของสภาพรถ อุปกรณ์ของรถในการขับขี่ว่ามีความสมบูรณ์อย่างไร รวมถึงประเด็นสำคัญคือวิเคราะห์ความเร็ว โดยมีผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบ ในเบื้องต้นภาพจากคลิปวิดีโอและกล้องซีซีทีวีมีการประเมินแล้วว่า สามารถตรวจได้ เพราะจากภาพที่รถวิ่งตามคลิปสามารถตรวจและยืนยันความเร็วได้ แต่ทั้งนี้ต้องรอผลระบุเป็นตัวเลขที่ชัดเจนอีกครั้ง
ผกก.สน.พญาไทกล่าวต่อว่า ส่วนสัญญาซื้อขายรถว่ามีความถูกต้องหรือไม่นั้น ที่ผ่านมาพนักงานสอบสวนได้เรียกตัวผู้ขายรถจยย.บิ๊กไบก์ดูคาติให้กับส.ต.ต.นรวิชญ์ มาสอบสวนแล้ว พบว่ามีสัญญาการซื้อขายจริง ตัวเลขในการซื้อขายตรงกัน ส่วนที่ให้การพาดพิงว่าซื้อมาจากใคร ตำรวจจะออกหมายเรียกมาเพื่อสอบปากคำต่อไป แต่ในส่วนนี้ถือว่าเสร็จสิ้นเรื่องที่มารถของ ส.ต.ต.นรวิชญ์แล้ว การเรียกสอบพยานอีก 2 ปากเป็นเพียงการสอบให้สิ้นข้อสงสัยเท่านั้น ขอให้พยานมาตามหมายเรียกไม่ต้องกลัวว่าจะได้รับการดำเนินคดี หากไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
สำหรับการแจ้งข้อกล่าวหา ส.ต.ต.นรวิชญ์ ได้ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาหลักไปตั้งแต่ วันที่ 21 ม.ค.แล้ว ส่วนข้อหาย่อยอีก 6 ข้อหานั้นได้ดำเนินการแจ้งเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 23 ม.ค. เสร็จสิ้นแล้วจำนวน 7 ข้อหา ขอยืนยันว่าจะสามารถรวบรวมสำนวนการสอบสวนเพื่อส่งให้อัยการได้ภายในวันที่ 11 ก.พ.นี้ สำหรับข้อมูลการสอบปากคำในส่วนของ ส.ต.ต. นรวิชญ์นั้นเพียงพอแล้ว ส่วนการลงโทษทางวินัยอันเป็นการกระทำผิดของตำรวจต้องคดีอาญา เป็นเรื่องของหน่วยงานของ ส.ต.ต. นรวิชญ์ที่จะพิจารณาการสอบสวน
“สุดท้ายนี้ขอฝากญาติของแพทย์หญิง วราลัคน์ว่าพนักงานสอบสวน สน.พญาไทดำเนินคดีอย่างเต็มที่ตรงไปตรงมา ไม่มีการบิดเบือนคดีแต่อย่างใด อย่ามองกระแสใน โซเชี่ยลขอให้เชื่อมั่นการทำงานของตำรวจว่าเราทำงานอย่างเต็มที่” พ.ต.อ.บวรภพกล่าว
ที่วัดปริวาสราชสงคราม พระนรวิชญ์และพระนิคมซึ่งเป็นบิดา เดินทางไปที่วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร บางเขน เพื่อร่วมงานศพของพญ.วราลัคน์ หรือหมอกระต่าย
พระนรวิชญ์กล่าวว่า กำหนดการสึกวันที่ 26 ม.ค. สำหรับสาเหตุนั้น ไม่เกี่ยวกับกระแสดราม่า ส่วนสภาพจิตใจยังไม่ดี ตอนที่เข้าไปหาครอบครัวของหมอกระต่าย ก็ได้ไปขอขมา และขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สำหรับเรื่องรถบิ๊กไบก์ของตน ซื้อมาจากร้านจะครบเดือนแล้ว ยืนยันซื้อมาถูกต้องตามกฎหมาย เอกสารทุกอย่างส่งมอบให้ร้อยเวรหมดแล้ว
ที่ศาลา 3 วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร บางเขน ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศงานสวดอภิธรรม พญ.วราลัคน์ หรือหมอกระต่าย โดยมีกำหนดการพระราชทานเพลิงในวันที่ 26 ม.ค. ซึ่งมีสื่อมวลชนจำนวนมากมาเฝ้าสังเกตการณ์ตั้งแต่ช่วงบ่าย หลังมีกระแสข่าวว่าพระนรวิชญ์ พร้อมกับพระพ่อจะเดินทางมาร่วมงานศพเป็นคืนที่ 2
นพ.อนิรุทธ์ สุภวัตรจริยากุล พ่อของหมอกระต่ายเปิดเผยว่า ทราบจากข่าวเหมือนกันว่าพระนรวิชญ์และพระพ่อจะเดินทางมาร่วมงานศพลูกสาวในวันนี้ด้วย โดยเมื่อวานทั้งคู่ก็มาร่วมงานศพและร่วมฟังสวดด้วยโดยนั่งอยู่ในโซนของพระสงฆ์ การที่ทั้งสองท่านจะมาร่วมงานสำหรับตนถือว่าเป็นเกียรติที่บวชและแสดงเจตจำนงที่จะมาร่วมงานศพ แต่ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นกรณีที่มีการกดดันให้ลาสิกขา เพราะส่วนตัวมองว่าการบวชของพระนรวิชญ์ช่วงที่ถูกดำเนินคดีอาญาเหมาะสมหรือไม่
ต่อมาเวลา 18.10 น. พระนรวิชญ์ พร้อมพระพ่อเดินทางด้วยรถกระบะเพื่อร่วมฟังสวดอภิธรรมหมอกระต่ายเป็นคืนที่ 3 ทั้งนี้พระนรวิชญ์ยังคงพันผ้าพันแผลที่แขนขวาและมีสีหน้าเคร่งเครียด ก่อนจะตอบคำถามสื่อมวลชนสั้นๆ เพียงว่า ขอเข้าไปร่วมงานก่อน และย้ำว่ารถบิ๊กไบก์คันดังกล่าวซื้อขายมาอย่างถูกต้อง จากนั้นพระนรวิชญ์และพระพ่อจึงไปนั่งอยู่นอกศาลาเพื่อฟังการสวดอภิธรรมคืนสุดท้าย