กกต.คาดรู้ผลราว4ทุ่ม ‘ธรรมนัส’นำทีม18สส.เข้าพรรคใหม่-อีก3ชิ่ง สองกุมารลุยเยาวราช

เข้าคูหาหย่อนบัตรวันนี้ เลือกตั้งซ่อมส.ส.หลักสี่-จตุจักร กกต.คาดรู้ผลไม่เป็นทางการ 4 ทุ่ม บช.น. ระดมตำรวจ 800 นายคุมเข้มทุกหน่วย เพื่อไทย-ก้าวไกลตั้ง วอร์รูมมอนิเตอร์นับคะแนน สกัดการโกง ‘อู๊ดด้า’ เตรียมเดินสายเปิดตัวผู้สมัครภาคใต้-อีสาน ‘ธรรมนัส’ นำ 18 ส.ส.เข้าพรรคเศรษฐกิจไทยอย่างเป็นทางการ ส่วนอีก 3 ส.ส.ที่ถูกพปชร.ขับออกพร้อมกันคาดย้ายไปภูมิใจไทย ‘2 กุมาร’ ลุยตรุษจีนเยาวราช ชาวบ้านถามหา ‘สมคิด’ กันอื้ออึง ‘อุตตม-สนธิรัตน์’ ชี้เป็นไปได้ที่จะมาร่วมงานสร้างอนาคตไทย

กกต.คาดใช้สิทธิ์ซ่อมหลักสี่คึก
เมื่อวันที่ 29 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเลือกตั้งซ่อมส.ส.กทม. เขต 9 หลักสี่ จตุจักร (แขวงลาดยาว แขวงเสนานิคม และแขวงจันทรเกษม) แทนตำแหน่งที่ว่าง มีขึ้นในวันที่ 30 ม.ค. โดยประชาชนใช้สิทธิ์ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. ที่หน่วยเลือกตั้งที่มีรายชื่อ

นายสำราญ ตันพานิช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร (ผอ.กกต.กทม.) เปิดเผยว่า การตรวจรับวัสดุอุปกรณ์ เลือกตั้งที่สำนักเขตจตุจักรในวันที่ 29 ม.ค. ถือโอกาสกำชับให้กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ได้รับทราบข้อกฎหมายและข้อปฏิบัติให้ถูกต้องและเข้าใจตรงกัน โดยนำบทเรียนจากการเลือกตั้งซ่อม ในพื้นที่จ.ชุมพรและสงขลาที่ผ่านมา มาปรับปรุงและแก้ปัญหา เช่น การลดจำนวนบัตรเสีย โดยการจัดทำโปสเตอร์ประเภทบัตรดีและบัตรเสียติดประกาศไว้ที่หน่วยเลือกตั้งทุกแห่ง เพื่อแสดงให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่ได้เห็นตัวอย่างที่ถูกต้องซึ่งเรื่องนี้ต้องเน้นย้ำเป็นพิเศษ

“ส่วนการปราศรัยโค้งสุดท้ายเมื่อคืน ที่ผ่านมาให้เจ้าหน้าที่ติดตามอยู่ เบื้องต้นยังไม่พบความผิดปกติ รวมไปถึงในช่วงโค้งสุดท้ายในคืนหมาหอน จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจระดมกำลังเข้าตรวจสอบในทุกพื้นที่ เพื่อป้องปรามไม่ให้มีการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ส่วนวันเลือกตั้ง 30 ม.ค.เชื่อว่าจะมีประชาชนออกมาใช้สิทธิ์กันอย่างคึกคักและตื่นตัวอย่างมาก จากการเลือกตั้งปี 2562 ครั้งที่แล้ว 60.49% แต่ครั้งนี้คาดว่าไม่ต่ำกว่าเดิม และคาดว่าจะทราบผลคะแนนได้ภายใน 22.00 น.” นายสำราญกล่าว

บช.น.จัดตำรวจ 800 นายคุมเข้ม
ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ในฐานะโฆษก บช.น. กล่าวว่า พล.ต.อ. สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจ แห่งชาติ ได้มอบหมายให้พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น. ดูแลรักษาความปลอดภัย เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย การดำเนินการอยู่ในพื้นที่ของสถานีตำรวจ 5 แห่ง คือ สน.ทุ่งสองห้อง สน.พหลโยธิน สน.ประชาชื่น สน.สุทธิสาร และสน.บางเขน

โดยใช้กำลังพล 800 นาย หน่วยเลือกตั้ง 280 หน่วยได้จัดเจ้าหน้าที่ไปดูแลรักษาความปลอดภัยหน่วยละ 2 นาย และมีชุดเคลื่อนที่เร็วทั้งระดับสถานีตำรวจและกองบังคับการ ในกรณีที่อาจจะมีเหตุความรุนแรงได้เตรียมตำรวจควบคุมฝูงชนไว้ 1 กองร้อย เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อย ซึ่งเป็นการจัดเตรียมกำลังตามแผนปฏิบัติการตามปกติ โดยผบช.น. ได้มอบหมายให้พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์

สำหรับการระดมกวาดล้างก่อนการเลือกตั้งที่ผ่านมาตั้งแต่วันที่ 21-30 ม.ค. ได้ระดมกวาดล้างกวดขันจับกุมไป 1,760 คดี เป็นการจับกุมตามหมายจับ 283 คดี อาวุธปืน 26 คดี การจับกุมดังกล่าวยังไม่มีคดีที่เชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ส่วนคดีที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งมีการแจ้งความที่สน.ทุ่งสอง ห้อง 1 คดี เป็นกรณีที่พรรคการเมืองแจ้งความอีกฝ่ายหนึ่งไม่ให้เข้าไปหาเสียงในเขตเลือกตั้งของเขตชุมชน ซึ่งอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานว่าเป็นความผิดหรือไม่ และมีการร้องเรียนเกี่ยวกับการเลือกตั้งซึ่งเป็นการร้องเรียนที่กกต. 2 เรื่อง สถานการณ์ในภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และจากข้อมูลการข่าวยังไม่ปรากฏว่าจะเกิดเหตุความวุ่นวายและใช้ความรุนแรง

4 พรรคชิงเก้าอี้กันเดือด
สำหรับผู้สมัครมี 8 รายคือ หมายเลข 1 นายพันธุ์เทพ ฉัตรนะรัชต์ พรรคไทยภักดี (ทภด.), หมายเลข 2 นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี พรรคกล้า, หมายเลข 3 นายสุรชาติ เทียนทอง พรรคเพื่อไทย (พท.), หมายเลข 4 น.ส.กุลรัตน์ กลิ่นดี พรรคยุทธศาสตร์ชาติ (ย.ศ.ช.), หมายเลข 5 นายรุ่งโรจน์ อิบรอฮีม พรรคไทยศรีวิไลย์ (ทศล.), หมายเลข 6 นายกรุณพล เทียนสุวรรณ พรรคก้าวไกล (ก.ก.), หมายเลข 7 นางสรัลรัศมิ์ เจนจาคะ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และหมายเลข 8 นายเจริญ ชัยสิทธิ์ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน (ค.พ.ช.)

อย่างไรก็ตาม เป็นที่รู้กันว่าการแข่งขันครั้งนี้มี 4 พรรคการเมืองที่มีฐานเสียงในพื้นที่ จะชิงเก้าอี้กันอย่างเข้มข้น ได้แก่ พรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรคกล้า และพรรคก้าวไกล

พท.เปิดวอร์รูมมอนิเตอร์คะแนน
ที่หน้าวัดเสมียนนารี นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ขอทุกคนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งกันอย่างพร้อมเพรียง หากออกมาใช้สิทธิ์กันน้อย เราจะไม่สามารถสู้กับฝ่ายที่ใช้วิธีนอกประชาธิปไตยได้ การเลือกตั้งครั้งนี้นอกจากจะได้คนตั้งใจเข้ามาทำงานแล้ว ขอให้เลือกพรรคที่มีประสิทธิภาพมารับใช้ คืนชีวิตใหม่ให้ทุกคนก็คือพรรคเพื่อไทย ที่สำคัญจะเป็นการสั่งสอนพรรคการเมืองที่ใช้วิธีการนอกประชาธิปไตย

นพ.ชลน่านกล่าวว่า นอกจากนี้ ใน วันที่ 30 ม.ค. พรรคเพื่อไทยจะเปิดวอร์รูม รับศึกเลือกตั้งสองจุด คือที่ทำการพรรคและร้านก๋วยเตี๋ยวตุ๋นหม้อไฟ ซ.งามวงศ์วาน 47 ซึ่งจะเป็นจุดที่ผู้สมัครของเราประจำการ ในส่วนของวอร์รูมนั้น ตนพร้อมด้วยแกนนำพรรคจะเข้าไปประจำการตั้งแต่เวลา 17.00 น.เป็นต้นไป ซึ่งเราเปิดเป็นศูนย์ติดตามการนับคะแนน “โกงไม่ได้ เพื่อไทยนับเอง” โดยจะมอนิเตอร์นับคะแนนแต่ละหน่วยเลือกตั้งแบบเรียลไทม์ หากพบความผิดปกติของการนับคะแนนในหน่วยใด เราจะมีผู้สังเกตการณ์การนับคะแนนหน่วยละ 2 คนประจำทุกหน่วยเลือกตั้ง ที่พร้อมจะทักท้วงและรายงานความผิดปกติต่อเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งทันที

ด้านนายสุรชาติ เทียนทอง ผู้สมัครพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่โพลหลายสำนักยกให้ตัวเต็งว่า ตนทำทุกอย่างให้เต็มที่ มั่นใจว่าจะสามารถคว้าชัยในการเลือกตั้งครั้งนี้ เพราะมั่นใจในสิ่งที่ทำมา เชื่อว่าประชาชนจะให้โอกาส

‘มาดามหลี’มั่นใจชาวบ้านรัก
ที่บริเวณตลาดริมบึง ซอยแจ้งวัฒนะ 14 นางสรัลรัศมิ์ เจนจาคะ หรือมาดามหลี ผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ตนกำลังใจดี ไม่มีความกดดัน เพราะจากผลงานที่ผ่านมา ทุกคนอยากให้เราทำงานต่อ และมั่นใจว่าเราจะสามารถดูแลพวกเขาได้ เชื่อว่าประชาชนต้องการคนที่สามารถเข้ามาช่วยเหลือ แก้ปัญหา และคอยประสานงานดูแลพวกเขาได้ จุดเด่นตรงนี้เรามั่นใจว่าประชาชนรักและเลือกเรา

นายสิระ เจนจาคะ อดีตส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ สามีนางสรัลรัศมิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่หน่วยงานด้านข่าวกรอง ได้ประเมินแนวโน้มจากการติดตามข่าวสารข้อมูลระบุว่าฐานเสียงจากกลุ่มนายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าฯ กทม. อดีตแกนนำกปปส.ที่เคยสนับสนุนตนเองอาจเทไปให้นายอรรถวิชช์ ว่า อย่ามาอ้างว่าเป็นคะแนนของใคร ประชาชนคือประชาชน ไม่ใช่ประชาชนของใคร ถ้าเขามั่นใจทำไมถึงไม่ลงรับสมัครเป็น ส.ส.ด้วยตนเอง ถ้าคิดว่าเก่ง ประชาชนจะเลือก ก็มาลงเองเลย ตนเห็นเป็นรองผู้ว่าฯกทม.มาตั้งนาน เคยลงพื้นที่หลักสี่กี่ครั้ง ตนไม่สนใจใคร วันนี้ตนยึดโยงกับประชาชน ที่ผ่านมาตนและนางสรัลรัศมิ์แก้ไขปัญหาให้ประชาชนทุกเรื่อง ปัญหาทุกอย่างจบที่สิระและมาดามหลี ไม่เคยปฏิเสธ

“ครั้งนี้นางสรัลรัศมิ์จะได้คะแนนเสียงมากกว่า 35,000 คะแนนแน่นอน เพราะครั้งนี้ประชาชนรู้แล้วว่าเราดูแลพวกเขามาอย่างไร ครั้งที่แล้วตนชนะเลือกตั้งได้เข้าไปเป็น ส.ส.ก็เพราะนางสรัลรัศมิ์ ซึ่งประชาชนชาวหลักสี่-จตุจักร ได้เห็นการทำหน้าที่ของนางสรัลรัศมิ์ ตลอดระยะเวลาที่ตนปฏิบัติหน้าที่อยู่ในสภา” นายสิระกล่าว

ก้าวไกลสู้จนนาทีสุดท้าย
ที่ตลาดเคหะทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ นายกรุณพล เทียนสุวรรณ หรือเพชร ผู้สมัครพรรคก้าวไกล ในวันที่ 30 ม.ค. เราจะมีผู้แทนคนใหม่ ถึงเวลาเเล้วที่เสียง อันทรงอำนาจสูงสุดกลับมาเป็นของประชาชน ขอให้พี่น้องประชาชนให้โอกาสพรรคก้าวไกล ที่พร้อมชนในทุกปัญหา ประชาชนต้องการผู้แทนที่ร่วมต่อสู้เคียงข้างประชาชน หรือประชาชนต้องการผู้แทนที่ไม่สนปัญหาของประชาชน เป็นสิทธิ์ของพวกท่าน เป็นคนเลือกเอง

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชี รายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า เลือกตั้งครั้งนี้ต้องสู้ด้วยความหวังไม่ใช่การกลัว เราขอสู้จนนาทีสุดท้ายให้นายกรุณพลเข้าสภา

ด้านนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ตั้งแต่ตนร่วมประชาสัมพันธ์ช่วยหาเสียงให้นายกรุณพล จากการไปในพื้นที่ต่างๆ พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่เอาพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีคนนี้แล้ว และการเลือกตั้งครั้งนี้ จะเป็นการเลือกตั้งเพื่อส่งเสียงว่าเราไม่พอใจรัฐบาล จะเลือกผู้แทนไปตรวจสอบรัฐบาล โดยเฉพาะการพิจารณางบประมาณก้อนใหญ่สุดท้ายที่จะเกิดขึ้น

สำหรับนายกรุณพล พร้อมนายพิธา และแกนนำพรรคก้าวไกล จะใช้ร้านอาหารบ้านจิตประภัสสร ถ.ประชานิเวศน์ ย่านประชาชื่น ของมารดานายกรุณพล เป็นศูนย์ประสานงานเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กทม. เขต 9 ตั้งแต่เวลา 08.00 น. วันที่ 30 ม.ค. จนกระทั่งการนับคะแนนเสร็จสิ้น

‘อู๊ดด้า’จ่อเดินสายเปิดตัวผู้สมัคร
วันเดียวกัน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อมด้วยนายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำ น.ส.สุภาพร กำเนิดผล ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ คนล่าสุด และเป็นส.ส.หญิงคนแรกของ จ.สงขลา ขึ้นรถแห่ขอบคุณประชาชนในเขตเลือกตั้งที่ 6 จ.สงขลา หลังจากได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งซ่อมที่ผ่านมา

นายจุรินทร์ให้สัมภาษณ์ว่า ขอถือโอกาสนี้ขอบคุณประชาชนในเขตเลือกตั้งที่ 6 จ.สงขลาอีกครั้ง และขอขอบคุณประชาชนในเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.ชุมพร ด้วย สำหรับกรณีจ.สงขลาถือเป็นความกรุณาของชาวสงขลา และเป็นเสียงสวรรค์ที่ชาวสงขลามอบให้พรรคประชาธิปัตย์และน.ส.สุภาพร ขณะเดียวกัน ตนได้กำชับส.ส.คนใหม่แล้วว่าจะต้องตั้งใจและมุ่งมั่นทำหน้าที่ให้สมกับที่ประชาชนให้ความไว้วางใจ และต้องทำหน้าที่ให้ครบถ้วนสมบูรณ์ ทั้งงานในพื้นที่และในสภาผู้แทนราษฎร

นอกจากนี้ จากผลการเลือกตั้งดังกล่าวช่วยให้ชาวประชาธิปัตย์ในภาคใต้และทุกภาคมีความภูมิใจและมีขวัญกำลังใจดีขึ้นมาก รวมทั้งผู้ที่สนใจจะมาร่วมงานกับพรรคประชาธิปัตย์ ก็มีความมั่นใจขึ้นในทุกภาคเช่นกัน สำหรับในภาคใต้จากนี้ไปตนจะทยอยเดินทางไปเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค ซึ่งที่ตั้งใจไว้แล้ว คือจ.นครศรีธรรมราช กระบี่ พัทลุง และใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งภาคอีสานด้วย

ยอมรับพื้นที่อีสานเป็นโจทย์ใหญ่
ผู้สื่อข่าวถามว่านายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.สงขลา เขต 6 พรรคพลังประชารัฐ จะมาร่วมงานกับพรรคประชา ธิปัตย์ รวมถึงกรณีของคนที่เคยย้ายออกไปอยู่พรรคพลังประชารัฐ และขอ กลับมาพรรคประชาธิปัตย์ จะพิจารณาอย่างไร นายจุรินทร์กล่าวว่า จะต้องพิจารณาทุกคน ตนขอไม่พูดถึงกรณีของนายอนุกูล เพราะต้องให้นายเดชอิศม์ ขาวทอง รองหัวหน้าพรรค ดูแลภาคใต้ รายงานอย่างเป็นทางการก่อนว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ส่วนผู้ที่สนใจจะลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคประชาธิปัตย์นั้น เราเปิดกว้าง และยินดีต้อนรับทุกคนที่มีคุณสมบัติเหมาะสม

ต่อข้อถามว่าจากการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ครั้งที่ผ่านมา จะเป็นตัวชี้วัดว่าพรรคประชาธิปัตย์จะกลับมาทวงพื้นที่ในภาคใต้ได้อีกหลายจังหวัดใช่หรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า เป็นตัวชี้วัดหนึ่งเท่านั้น เราไม่ได้ประมาทและไม่ได้เหลิง พวกเราเจียมตัวเสมอ และยังต้องทุ่มเททำงานหนักต่อไปให้ปรากฏผลเป็นรูปธรรม ทั้งในพื้นที่และทั่วประเทศ รวมถึงในฐานะที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล

เมื่อถามว่าภาคอีสานถือเป็นโจทย์หลักของพรรคหรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า ภาคอีสานยังเป็นโจทย์ใหญ่ ยังไม่อยากพูดว่าเป็นโจทย์หลัก เพราะในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ตนลงพื้นที่ร่วมกับทีมงานในพรรคประชาธิปัตย์ก็มีเสียงตอบรับในภาคอีสานดีขึ้น และได้ตัวผู้สมัครที่มีศักยภาพมากขึ้นในหลายพื้นที่

‘ธรรมนัส’นำ 18 ส.ส.สังกัดศท.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) มีหนังสือถึงสำนักงานเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 26 ม.ค.เพื่อแจ้งรายชื่อ ส.ส. 18 คน ได้ยื่นใบสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคแล้ว เมื่อวันที่ 20 ม.ค. ได้แก่ 1.นายเกษม ศุภรานนท์ ส.ส.นครราชสีมา 2.นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร 3.ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา 4.นายสะถิระ เผือก ประพันธุ์ ส.ส.ชลบุรี 5.นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 6.นายจีรเดช ศรีวิราช ส.ส.พะเยา 7.นายพรชัย อินทร์สุข ส.ส.พิจิตร 8.นายปัญญา จีนาคำ ส.ส.แม่ฮ่องสอน 9.นายธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ ส.ส.อุบลราชธานี 10.นายวัฒนา สิทธิวัง ส.ส.ลำปาง

11.พล.ต.อ.ยงยุทธ เทพจำนงค์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 12.น.ส.จอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ส.ส.สมุทรสาคร 13.นางทัศนาพร เกษเมธีการุณ ส.ส.นครราชสีมา 14.นายธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ ส.ส.ตาก 15.นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ส.ส.ตาก 16.นายยุทธนา โพธสุธน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 17.นายสมศักดิ์ คุณเงิน ส.ส.ขอนแก่น 18.นายณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ ส.ส.สุรินทร์

ทั้ง 18 ส.ส. ถูกพรรคพลังประชารัฐมีมติขับออกจากสมาชิกพรรคเมื่อวันที่ 19 ม.ค. ขณะที่อีก 3 ส.ส.คือ สำหรับมติของพรรคพลังประชารัฐ เมื่อ 19 ม.ค. ขับ 21 ส.ส.ให้พ้นจากสมาชิกพรรค และยังมี ส.ส.ที่หนังสือของพรรคเศรษฐกิจไทย ไม่แจ้งว่าย้ายเข้าสังกัด ได้แก่ นายวัฒนา ช่างเหลา ส.ส.ขอนแก่น และนายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายสมศักดิ์ พันธ์เกษม ส.ส.นครราชสีมา โดยทั้ง 3 คนนั้นคาดว่าจะย้ายเข้าสังกัดพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ตามที่มีกระแสข่าวก่อนหน้านี้

2 กุมารลุยเยาวราช-โชว์ผู้สมัครคนแรก
เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ถนนเยาวราช กทม. นายอุตตม สาวนายน และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ แกนนำและผู้ร่วมก่อตั้งพรรคสร้างอนาคตไทย (สอคท.) นายสันติ กีระนันทน์ อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ที่ออกมาอยู่กับพรรคสร้างอนาคตไทย ลงพื้นที่เพื่อพบปะและรับฟังปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชนและพ่อค้าแม่ค้า พร้อมเปิดตัวนายอาทิตย์ ชุณหชัชราชัย หรือ ตี้ ว่าที่ผู้สมัครส.ส.กทม.เขต 1 ซึ่งเป็นว่าที่ส.ส.กทม.คนแรกของพรรค โดยได้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์หลายแห่งเพื่อความเป็นสิริมงคล

ในช่วงเดินพบปะประชาชนและพ่อค้าแม่ค้าย่านถนนเยาวราช ช่วงหนึ่งชาวบ้านได้เข้ามาทักพร้อมถามหา นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ด้านนายสนธิรัตน์และนายอุตตมกล่าวตอบว่า ท่านไม่ได้มาแต่ฝากความคิดถึงและท่านเองก็เป็นตึ่งนั้ง ยืนยันท่านพร้อมทำงานเต็มที่

นายอุตตมให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้มา สวัสดีพี่น้องชาวเยาวราช และถือโอกาสรับฟังปัญหาความคิดเห็นของประชาชน ผู้ค้าขายที่มาจับจ่ายช่วงตรุษจีน ทุกคนทราบดีว่าวันนี้เศรษฐกิจปากท้องเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งพรรคของเรามุ่งมั่นแก้โจทย์เศรษฐกิจ ผู้สื่อข่าวถามว่ามีประชาชนหลายคนถามหานายสมคิด นายอุตตมกล่าวว่า “เป็นความตั้งใจของพวกเราอย่างแท้จริงที่เชิญนายสมคิดมาทำงานแก้เศรษฐกิจปากท้องให้ประชาชน และมีความเป็นไปได้สูงที่ท่านจะร่วมงานกับพรรค ที่ผ่านมาได้พบปะพูดจากับนายสมคิดเป็นประจำอยู่แล้ว เราสร้างทีมงานพรรคสร้างอนาคตไทย ซึ่งนายสมคิดให้การสนับสนุนเป็นอย่างมาก วันนี้ภารกิจยิ่งใหญ่ฟื้นฟูเศรษฐกิจ จึงจำเป็นระดมทุกคน ทั้งคนที่มีประสบการณ์ คนรุ่นใหม่ทุกเพศทุกวัยมารวมพลังกัน

ชาวบ้านถามหา‘สมคิด’
ด้านนายสนธิรัตน์กล่าวว่า “เมื่อได้ลงพื้นที่พบกับพี่น้องประชาชนพบว่ามีความยากลำบากจริงๆ โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบหลายเรื่อง จึงมีหลายคนเรียกร้องนายสมคิดว่าจะมาช่วยหรือไม่ เมื่อได้รับฟังเช่นนี้เราจะไปขอความเห็นจากนายสมคิด อยากให้มาช่วย เพราะประชาชนถามถึงทุกที่ ย้ำว่าปัญหาปากท้องเป็นปัญหาใหญ่และพรรคก็ตั้งใจเรื่องนี้ จึงจะไปหารือนายสมคิดว่าประชาชนลำบาก เพื่อขอคำแนะนำและมีโอกาสมาช่วยพวกเรา”

ผู้สื่อข่าวถามว่าที่ผ่านมานายสมคิดได้ให้คำแนะนำอะไรหรือไม่ นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ท่านให้กำลังใจเต็มที่บอกว่าบ้านเมืองเป็นภาวะไม่ปกติ เป็นภาวะที่ยากลำบาก ขอให้ทุกคนช่วยทุ่มเทเพื่อชาติบ้านเมือง ส่วนท่านก็พร้อมช่วยทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองเช่นกัน เมื่อถามว่าสถานการณ์การเมืองขณะนี้รัฐบาลควรยุบสภาหรือไม่ นายอุตตมกล่าวว่า ในส่วนของพรรควันนี้มุ่งเน้นทำงานเข้มข้นเพื่อประชาชน เพื่อฟื้นเศรษฐกิจ ส่วนเรื่องการเมืองเราก็เตรียมความพร้อมเต็มที่ เชื่อว่าเมื่อไหร่มีการยุบสภาเราพร้อมที่จะลงสนาม ยิ่งมาวันนี้ยิ่งสร้างกำลังใจให้พรรค ประชาชน พ่อค้าแม่ค้า จับมือเชียร์พวกเราเพราะเห็นว่าเป็นพรรคใหม่ที่มีอุดมการณ์ สามารถแก้ปัญหาเรื่องปากท้องได้ ส่วนใหญ่เชียร์พรรคสร้างอนาคตไทย ทุกคนเอาใจช่วย ยืนยันว่าพรรคพร้อมจริงๆ

มท.จ่อบริการงานทะเบียนดิจิตอล
เมื่อวันที่ 29 ม.ค. นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย (มท.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 รัฐบาลโดยศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 (ศบค.) มีนโยบายมุ่งเน้นการลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เน้นย้ำให้ทุกส่วนราชการปรับรูปแบบการให้บริการของหน่วยงานเพื่ออำนวยความสะดวก สร้างความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนที่ติดต่อรับบริการของภาครัฐ

ซึ่งพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ได้สั่งการให้กรมการปกครอง ในฐานะสำนักทะเบียนกลาง ปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อรองรับการให้บริการด้านการทะเบียนราษฎรให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อเพิ่มช่องทางในการปฏิบัติงานด้วยระบบดิจิตอล เพื่อให้สะดวก รวดเร็ว ลดความแออัดที่จะต้องเดินทางมาขอรับบริการ ณ สำนักทะเบียน และพล.อ.อนุพงษ์ได้ลงนามในกฎกระทรวงกำหนดการปฏิบัติงานการทะเบียนราษฎรด้วยระบบดิจิตอล พ.ศ.2565 เมื่อวันที่ 26 ม.ค. ขณะนี้ได้ประสานสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป กฎกระทรวงฉบับนี้จะมีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 30 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

สำหรับประชาชนที่ประสงค์จะใช้บริการการทะเบียนราษฎรผ่านระบบดิจิตอลตามกฎกระทรวงนี้ ต้องยื่นคำขอลงทะเบียนเพื่อพิสูจน์ตัวตนและกำหนดรหัสลับประจำตัวด้วยตนเองต่อนายทะเบียน ณ สำนักทะเบียนอำเภอ สำนักทะเบียนท้องถิ่น หรือตามที่ผอ.ทะเบียนกลางกำหนด โดยต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชนเพื่อให้นายทะเบียนตรวจสอบข้อมูลก่อนการลงทะเบียน โดยยกเว้นค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการทะเบียนราษฎรที่จะต้องเรียกเก็บจากผู้ใช้บริการด้วยระบบดิจิตอลตามกฎกระทรวง ฉบับนี้เป็นระยะเวลา 1 ปีนับตั้งแต่วันที่มีผลใช้บังคับ สามารถติดต่อสอบถามได้ทางศูนย์ตอบปัญหางานทะเบียนและบัตร สายด่วน 1548

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน