คนซื้อของไหว้น้อยลง 10ล้อนัดฮือ-จี้ลดดีเซล

ตรุษจีนสุดเขียม คนออกมาจับจ่ายแต่ซื้อของน้อยลง เหตุของแพงขึ้นแถมยังไม่มั่นใจภาวะเศรษฐกิจ ร้านค้าที่สงขลาระบุยอดจายลดลงกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ เชียงใหม่หมูกรอบ ก.ก.ละ 700 บาท ส่วนหมูต้มอยู่ที่ 500 บาท ที่ตรังก็แย่เผยขาดหมูตัวเล็กที่ใช้ย่างได้พอดี เพราะโรคระบาด และการห้ามย้ายหมูออกจากพื้นที่ แถม ผู้บริโภคปรับเปลี่ยนไม่สั่งย่างทั้งตัว แต่ซื้อเป็นชิ้นแทน ด้านรมว.มหาดไทย เผยสั่งตั้งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบการกักตุน และควบคุมราคา ระบุหากฝ่าฝืนกักตุนโทษถึงจำคุก ขณะที่ม็อบรถบรรทุกนัดไล่รมว.พลังงาน 8 ก.พ.นี้ หลังไม่ดำเนินการตามข้อเรียกร้องลดราคาน้ำมันดีเซล

ซื้อน้อยลง – บรรยากาศประชาชนจับจ่ายซื้อของในวันจ่ายของเทศกาลตรุษจีน ที่ ตลาดนัดสวนรถไฟ กรุงเทพฯ โดยพบว่าปีนี้ราคาสินค้าของเซ่นไหว้ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้การจับจ่ายซื้อขายลดน้อยลง เมื่อวันที่ 30 ม.ค.

วันที่ 30 ม.ค. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ฐานะประธานกรรมการสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันสถานการณ์ราคาเนื้อสุกรและ โภคภัณฑ์อื่นๆ เช่น ไข่ไก่ น้ำมันพืช และเครื่องอุปโภคบริโภคปรับตัวสูงขึ้นอย่างผิดปกติ ส่งผลให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ได้รับผลกระทบจากปัญหาดังกล่าว กระทรวงมหาดไทยแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ และ ซักซ้อมแนวทางปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์แล้ว เพื่อให้การบังคับใช้มาตรการทางกฎหมายในการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการกักตุนโภคภัณฑ ์ในสถานการณ์ที่เนื้อสุกร และโภคภัณฑ์ บางชนิดมีราคาสูงขึ้นผิดปกติเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์อย่างมีประสิทธิภาพ จึงสั่งการไปยังผู้ว่าฯ ทุกจังหวัด และผู้ว่าฯ กทม.ในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่ ออกประกาศกำหนดให้เนื้อสุกร หรือโภคภัณฑ์อื่นๆ เช่น ไข่ไก่ น้ำมันพืช ยารักษาโรค เวชภัณฑ์เกี่ยวกับการรักษาโรค ซึ่งมีปัญหาการกักตุนหรือเกิด ภาวการณ์ขาดแคลนโภคภัณฑ์ในท้องตลาดอย่างผิดปกติ เป็นโภคภัณฑ์ที่พนักงาน เจ้าหน้าที่ประสงค์จะสำรวจฯ ตามกฎหมายว่าด้วยการสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์ในเขตท้องที่จังหวัดนั้นๆ และดำเนินการบังคับใช้มาตรการทางกฎหมายตามกฎหมายว่าด้วยการสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์ โดยเคร่งครัด

พล.อ.อนุพงษ์กล่าวอีกว่า หากพบผู้ฝ่าฝืนหรือกระทำความผิดให้ดำเนินการตามกฎหมายเด็ดขาด หากผู้ประกอบการหรือผู้ใดไม่ยอมชี้แจงข้อเท็จจริงหรือฝ่าฝืนคำสั่งหรือประกาศของคณะกรรมการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งปรับทั้งจำ และในกรณีผู้ใดขัดขวางการกระทำของคณะกรรมการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือไม่ให้ความสะดวกในการดำเนินการ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือทั้งปรับทั้งจำ และผู้ใดให้ถ้อยคำเท็จแก่คณะกรรมการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือให้ถ้อยคำเท็จในการแจ้งปริมาณหรือสถานที่เก็บโภคภัณฑ์ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือทั้งปรับทั้งจำ หากประชาชนพบเห็นการกระทำที่อาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์ สามารถแจ้งผ่านสายด่วนศูนย์ดำรงธรรม โทร. 1567 ตลอด 24 ชั่วโมง

เนื้อจระเข้ – นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี นำจระเข้มาชำแหละและ แล่เนื้อสดๆ แจกจ่ายให้ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดโควิด-19 ในโครงการ ตู้ปันสุข เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ที่หน้าจวนผู้ว่าฯ เมื่อ 30 ม.ค.

ขณะที่บรรยากาศการจับจ่ายซื้อของเทศกาลตรุษจีน ที่จ.เชียงใหม่ ยังคงคึกคัก แม้ของไหว้เจ้าทุกชนิดจะปรับเพิ่มขึ้น โดยที่ตลาดวโรรส หรือกาดหลวง พ่อค้าแม่ค้าของไหว้หลักๆ อย่างขนมไหว้ ร้านเป็ด ไก่ หมู ต่างก็นำของที่เตรียมไว้ตามออร์เดอร์ของลูกค้ามาจัดเตรียมกันตั้งแต่กลางดึก รวมถึงร้านขนม ที่ปีนี้ราคาต้นทุนทำขนมวัตถุดิบปรับขึ้นทุกอย่าง แป้งทุกชนิดขึ้นกิโลฯ ละ 4-5 บาท น้ำมันพืชขึ้นปี๊บละ 200-300 บาท มีแต่น้ำตาลที่ยังตรึงราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 22 บาท แม้ปีนี้ต้นทุนจะสูงขึ้นแต่ราคาขนมยังไม่ได้ปรับขึ้นตามปีก่อนๆ ขนมเข่งยังอยู่ที่ ลูกละ 10 บาท ขนมเทียนลูกละ 5 บาท ของไหว้อื่นอย่างสาลี่ ถ้วยฟู ขนมเปี๊ยะ ก็ยังอยู่ที่ราคาเดิม

ส่วนร้านจำหน่ายเป็ด ไก่ หมู ปีนี้ยอมรับว่า ต้นทุนสูงขึ้นทุกอย่าง ทั้งหมู เป็ด ไก่ ค่าแก๊ส น้ำมันพืช ขึ้นหมด แต่ในส่วนของไก่ต้มไก่พะโล้ยังอยู่ที่ตัวละ 250-300 บาท ส่วนเป็ดพะโล้อยู่ที่ตัวละ 350-450 บาท ไก่อบกิโลกรัมละ 300 บาท ส่วนหมูแพงสุดเป็นประวัติการณ์ ราคาหมูต้มไปอยู่ที่ 450-500 บาทต่อกิโลกรัม ราคาหมูกรอบกิโลละ 550-700 บาทต่อกิโลกรัม

ที่ตลาดทรัพย์สินพลาซ่า สงขลา อ.เมือง จ.สงขลา ชาวไทยเชื้อสายจีนออกมาจับจ่ายซื้อของเซ่นไหว้เพื่อเตรียมไหว้พระและบรรพบุรุษในช่วงเทศกาลตรุษจีนในวันที่ 31 ม.ค.กันอย่างคึกคัก โดยพบว่าราคาไก่ ซึ่งเป็นตัวหลักในการไหว้เจ้าและบรรพบุรุษ ปรับสูงขึ้น ไก่พื้นเมืองไหว้เจ้า ก.ก.ละ 170 บาท ไก่เนื้อไหว้เจ้า ก.ก.ละ 85 บาท ส่วนหมูสามชั้นปรับขึ้นเป็นก.ก.ละ 220 บาท เนื้อแดง ก.ก.ละ 170 บาท หัวหมูไหว้เจ้าที่ต้มสุกแล้วจะบวกค่าต้ม 50 บาท ราคาหัวแต่ละหัวขึ้นอยู่กับ น้ำหนักเฉลี่ยอยู่ที่หัวละ 650 บาท
ส่วนผัก หัวไชเท้า กิโลกรัมละ 25 บาท ผักกาดขาวกิโลกรัมละ 50 บาท ผักขึ้นฉ่าย กิโลกรัมละ 80 บาท ต้นหอมผักชี กิโลกรัมละ 100 บาทและผักกวางตุ้งกิโลกรัมละ 25 บาท หน่อไม้จีน ก.ก.ละ 220 บาท ขีดละ 25 บาท ส่วนผักอื่นยังราคาปกติ

สำหรับร้านจำหน่ายเครื่องประดับบ้าน และสิ่งของประกอบการไหว้เจ้า อย่าง “ร้านบุญมาพานิช” จ.สงขลา นายธนพงศ์ ชัยหิรัญวงศ์ เจ้าของร้านบุญมาพานิช กล่าวว่า ตรุษจีนปีนี้ สั่งเครื่องประดับบ้านที่เป็นของมงคล เข้ามาเพิ่มขึ้น ปลา โคมไฟ สั่งของมาจากกรุงเทพฯ ไม่ได้สั่งมาจากเมืองจีน เพราะถูกกว่า แต่ช่วงตรุษจีนปีนี้ลูกค้าน้อยลง และยอดขายตกประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ มาจากภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ดี ส่วนราคาสินค้ายังคงเดิม

ที่อ.เบตง จ.ยะลา ชาวไทยเชื้อสายจีนต่างออกมาจับจ่ายซื้ออาหารสด และผลไม้มงคล เครื่องเซ่นไหว้กันอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่คึกคัก ทำให้ยอดขายในปีนี้ไม่ดีเท่าช่วงเทศกาล ตรุษจีนปีที่ผ่านมา สาเหตุมาจากปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง รวมถึงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในระลอกใหม่

ตรุษจีนแพง – บรรยากาศตลาดสดเทศบาล 1 หรือตลาดใต้ อ.เมือง จ.พิษณุโลก มีประชาชนมาซื้อของไหว้ตรุษจีน ขณะที่ราคาสินค้าแพงขึ้น โดยเฉพาะหัวหมู เป็ด ไก่ ทำให้ยอดการจับจ่ายลดน้อยลงมาก เมื่อวันที่ 30 ม.ค.

ที่ตลาดสดในเขตเทศบาลนครพิษณุโลก บรรยากาศคึกคักหนาแน่นไปด้วยประชาชนมาจับจ่ายซื้อของหนาตาตั้งแต่เช้า แม้สินค้าหลายชนิดต้นทุนปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะหมู แต่การซื้อขายก็ยังดีกว่าวันปกติมาก โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดพิษณุโลก กำหนดราคา หมูสามชั้นช่วงสำหรับไหว้ ราคาก.ก.ละ 232 บาท ไก่สดตัวไม่รวมเครื่องในราคา ก.ก.ละ 65 บาท ไข่ไก่ #0 ราคาฟองละ 4.2 แผงละ 126 บาท ไข่ไก่ #1 ราคาฟองละ 4.0 แผงละ 120 บาท ไข่ไก่ #2 ราคาฟองละ 3.5 แผงละ 105 บาท ไข่ไก่ #3 ราคาฟองละ 3.0 แผงละ 90 บาท ไข่ไก่ #4 ราคาฟองละ 2.8 แผงละ 84 บาท ชุดเซ่นไหว้ ซาแซ หมู เป็ด ไก่ ราคาชุดดละ 799 บาท ชุดเซ่นไหว้กระดาษเงิน กระดาษทอง ราคา 199-299 บาท

ที่จ.ตรัง นายสัมพันธ์ ยิ้วเหี้ยง อายุ 50 ปี เจ้าของร้านหมูย่างโกสุ่ย ซึ่งตั้งอยู่บนถนนห้วยยอด เขตเทศบาลนครตรัง หมูย่างเมืองตรัง ระบุว่ากำลังประสบปัญหาอย่างหนัก จากปัญหาหมูเป็นที่มีราคาแพง และขาดแคลน จากปัญหาการเกิดโรคระบาดในหมู ผู้ประกอบการหมูย่างส่วนใหญ่สู้ราคาต้นทุนไม่ไหว ต้องหยุดย่างไปแล้วหลายราย จากเดิมแต่ละรายย่างและขายวันละ 3-4 ตัว เหลือวันละ 1 ตัว

นอกจากนี้ หมูเป็นไซซ์ขนาดเล็กน้ำหนักประมาณ 30-40 กิโลกรัม ที่นำมาย่างแล้วจะเหลือน้ำหนักประมาณ 14-15 กิโลกรัม ซึ่งเป็นที่นิยมของคนที่จะนำไปไหว้เจ้าขาดแคลนมาหลายเดือนแล้ว ประกอบกับทางเจ้าหน้าที่สั่งห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์ข้ามจังหวัดเนื่องจากปัญหาเรื่องโรคระบาด ยิ่งทำให้หมูเป็นมีราคาแพงและขาดแคลน จึงกระทบออร์เดอร์หมูย่างในช่วงเทศกาลตรุษจีนนี้อย่างมาก จากเดิมผู้ประกอบการแต่ละรายจะรับออร์เดอร์หมูย่างประมาณ 50-80 ตัว แต่ปีนี้แทบจะไม่มีใครรับเลย เพราะว่าไม่มีหมูเป็นไซซ์ขนาดเล็กตามที่ต้องการ และแม้จะปรับขึ้นราคาขายหมูย่างจากเดิมกิโลกรัมละ 420-450 บาท มาเป็นกิโลกรัมละ 500-550 บาทแล้วก็ยังแทบจะไม่ได้กำไร
ทั้งนี้ พบว่าประชาชนไม่สั่งหมูย่างทั้งตัว หรือหลายตัวเหมือนที่ผ่านๆ มา แต่จะหันมาซื้อเป็นหมูย่างเป็นชิ้นๆ จากหน้าร้านแทนเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย

ที่ตลาดใหม่แม่กิมเฮง เขตเทศบาลนคร (ทน.) นครราชสีมา นางแสงดาว บุญตาม อายุ 68 ปี เจ้าของร้านเป็ดพะโล้สูตรแป๊ะกิมอี่ (เจ้าเก่า) เปิดเผยว่า ปีนี้ลูกค้ายังแวะเวียนเข้ามาคึกคัก แต่เลือกซื้อในปริมาณที่ลดลงเพราะสินค้ามีการปรับราคาสูงกว่าปีที่ผ่านมา เช่น ราคาหมูสามชั้นต้มและเนื้อสะโพกต้ม ราคากิโลกรัมละ 350 บาท แพงขึ้น 50 บาท แม้กำไรน้อย แต่ก็ขึ้นอีกไม่ได้เพราะลูกค้าไม่มีกำลังซื้อ ส่วนราคาเป็ดพะโล้และไก่ต้มยังขายราคาเดิม จากการประกอบธุรกิจนานกว่า 50 ปี ปีนี้สาหัสที่สุด ยอดขายตกและกำไรน้อยลง รวมทั้งความเสี่ยงที่ต้องแบกรับภาระต้นทุนสูงขึ้นเกือบเท่าตัว หากขายไม่หมดก็ต้องขาดทุน

วันเดียวกัน สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย สมาคมขนส่งทางบกภาคเหนือและเครือข่าย เปิดหนังสือนัดหมายเชิญชวนกันปิดกรุงเทพฯ เพื่อประท้วงและขับไล่รมว.พลังงาน ระบุว่าสนใจปิดกรุงเทพฯ ไล่รมต.พลังงาน เมินการแก้ปัญหาราคาน้ำมัน พร้อมกันที่หน้ากระทรวงพลังงาน วันที่ 8 ก.พ. 2565 เวลา 09.30 น. เป็นต้นไป

สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ได้เรียกร้องราคาน้ำมันดีเซลที่ 25 บาท/ลิตร ตั้งแต่เดือนตุลาคม 64 มีการเจรจากันหลายรอบแล้วในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา โดยมีการจัดกิจกรรม Truck power มาแล้ว 2 ครั้ง เพื่อเป็นการกดดันรัฐบาลและกระทรวงพลังงาน ซึ่งแต่ละครั้งมีค่าใช้จ่ายกว่าล้านบาท และเป็นค่าใช้จ่ายที่เฉลี่ยออกกันเองโดยที่ไม่มีนายทุนหนุนหลังหรือนักการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข
จึงมีมติให้จัดกิจกรรมครั้งสุดท้ายในวันที่ 8 ก.พ. 2565 เป็นการขับไล่รมว.พลังงาน เพื่อแสดงจุดยืนของสหพันธ์และแก้ข้อครหาต่างๆ ในสังคม ทางสหพันธ์ได้ดำเนินการเรียกร้องต่อสู้อย่างเต็มที่แล้ว จากนี้ไปต้องเป็นเรื่องของประชาชนทุกคนที่ต้องออกมาต่อสู้เรื่องนี้กันต่อไป

ทางสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทยขอเชิญชวนประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนจากราคาน้ำมันที่แพง โดยภาครัฐไม่ได้เหลียวแลแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชนจนส่งผลกระทบให้สินค้าส่วนใหญ่ขึ้นราคา และส่งผลกระทบแก่ชีวิตประจำวันของประชาชนทั่วไป
หากประชาชนท่านใดมีความประสงค์จะร่วมรับฟังการชี้แจงเหตุผลในการต่อสู้ของกลุ่มรถบรรทุก ว่าทำไมเราจึงคิดว่ารัฐฯ สามารถลดราคาได้ แต่ทำไมจึงไม่ลด ขอเชิญรับฟังได้ในวันที่ 8 ก.พ. 2565 เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ณ กระทรวงพลังงาน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน