191จับ2หนุ่มจีน คุมโอนย้ายเงิน
191 รวบ 2 หนุ่มจีนแก๊งหลอกลงทุนออนไลน์ มีผู้เสียหายกว่าพันคน เงินหมุนเวียนกว่า 2 พันล้านให้การอ้างแค่รับจ้างทำหน้าที่โอนเงินไปมา พฤติกรรมตามสูตร ส่งลิงก์หลอกซื้อของแลกกับค่าคอมมิชชั่น มีปันผลสูง พอเหยื่อตายใจเพิ่มเงินลงทุน ก็จะเชิดเงินหนี

ตุ๋นโอนเงิน – พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว ผบก.สปพ., พ.ต.อ.เด่นหล้า รัตนกิจ ผกก.สายตรวจ และชุดสืบสวนงานสายตรวจ 1 จับกุมผู้ต้องหาจำนวน 2 ราย สัญชาติจีน พร้อมด้วยของกลางจำนวนมาก คดีร่วมกันต้มตุ๋นหลอกโอนเงินมีผู้ตกเป็นเหยื่อกว่า 1 พันราย ความเสียหายเกือบ 2 พันล้าน เมื่อวันที่ 31 ม.ค.
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 31 ม.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น. พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว ผบก.สปพ. พ.ต.อ.ประสงค์ อานมณี รอง ผบก.สปพ. พ.ต.อ.เด่นหล้า รัตนกิจ ผกก.สายตรวจ พ.ต.ท.จักริน พิริยะจิตตะ พ.ต.ท.โชติช่วง รัศมี พ.ต.ท.คงศักดิ์ ศรีโหร รอง ผกก.สายตรวจ และ พ.ต.ต.ไพบูลย์ สอโส สว.งานสายตรวจ 1 กก.สายตรวจ บก.สปพ. และชุดสืบสวนงานสายตรวจ 1 ร่วมจับกุมนายอี้หรง อายุ 34 ปี สัญชาติจีน และนายปิน อายุ 20 ปี สัญชาติจีน พร้อมด้วยของกลาง เครื่องคอมพิวเตอร์ 4 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 10 เครื่อง สมุดบัญชีธนาคาร พร้อมบัตรเอทีเอ็มและซิมโทรศัพท์ของบุคคลอื่น 57 ชุด จับกุมได้ที่ห้อง 66/134 ชั้น 4 อาคารซี คอนโดแชมเบอร์ รามอินทรา ถนนรัชดา-รามอินทรา แขวงรามอินทรา เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร
พล.ต.ต.สมบูรณ์ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สปพ. ได้รับร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมาก ถึงกลุ่มคนร้ายฉ้อโกงออนไลน์ มีพฤติกรรมหลอกลวงประชาชนให้หลงเชื่อโดยใช้กลอุบายในลักษณะชักชวนให้ทำงานทางออนไลน์ ลงทุนร่วมกับแอพพลิเคชั่นช็อปปิ้งออนไลน์ชื่อดัง สร้างคำสั่งซื้อเสมือนจริงให้กับร้านค้าออนไลน์ ซึ่งผู้เสียหาย จะได้รับค่าตอบแทนสูง โดยส่งลิงก์ชักชวนให้คลิกแล้วก็จะไลน์ส่งข้อมูลให้ซื้อของแล้วได้ค่าตอบแทนเป็นเงินเพิ่มมาทำจาก 10 ครั้ง เป็น 20 ครั้ง หรือ 40 ครั้งในช่วงแรกของการลงทุนจะได้ผลตอบแทนเป็นค่าคอมมิชชั่นจริง แต่เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงินลงทุนจำนวนมากขึ้น กลุ่มคนร้ายดังกล่าวก็จะให้อุบายต่างๆ ปิดบัญชีหนีเชิดเอาเงินไป ซึ่งมีผู้เสียหายถูกหลอกลวง 1 พันราย และ มีมูลค่าความเสียหายกว่า 2,000 ล้านบาท
ชุดสืบสวนติดตามจนทราบว่ามีกลุ่มหนึ่งในขบวนการซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงินของบัญชีต่างๆ ที่ใช้หลอกลวง ผู้เสียหาย ในพื้นที่สน.โคกคราม สน.มีนบุรี สภ.เมืองนนทบุรี สภ.แม่ปิง เชียงใหม่ โดย ผู้ก่อเหตุดังกล่าวพักอาศัยอยู่ที่ห้องเลขที่ 66/134 คอนโดแชมเบอร์ จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายค้นศาลอาญามีนบุรี เพื่อตรวจค้น พบนายอี้หรงและนายปินอยู่อาศัยและทำงานในห้อง ทำหน้าที่ดูแลและจัดการระบบธุรกรรมการเงินของกลุ่มคนร้ายฉ้อโกงออนไลน์ โดยจะใช้บัญชีธนาคารผู้อื่นที่ได้จากการจ้างคนไทยเปิดบัญชีมาเป็นบัญชีม้าในการรับเงินจากผู้เสียหายที่หลงเชื่อโอนเงินมา แล้วจะโอนต่อเป็นทอดๆ โดยใช้ระบบอัตโนมัติหรือเอไอ ในการโอนเงินจำนวนมากสลับไปมาภายในเวลาไม่กี่วินาที มีคนชื่อคริสไม่ทราบชื่อจริงนามสกุลจริง สั่งการส่งบัญชีให้โอนเงินที่ได้เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกดำเนินคดีหรืออายัดเงิน
“ท้ายที่สุดจะโอนเงินที่ได้ไปซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินสกุลดิจิตอล แล้วส่งต่อไปยังกลุ่มในขบวนการ จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่ามีเงินหมุนเวียนผ่านระบบบัญชีมากกว่า 2,000 ล้านบาท โดยพบที่หน้าบัญชีมีการโอนเงินที่ได้ทันที 1,400 ล้านบาท ที่เหลือนำไปเล่นลงทุนเงินสกุลดิจิตอลหรือ บิตคอยน์” พล.ต.ต.สมบูรณ์กล่าว
จากการสอบถามผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพว่าได้เดินทางเข้ามาในประเทศไทยและทำงานเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมการเงินในการรับโอนเงิน และโอนเงินต่อในลักษณะดังกล่าว ได้ค่าจ้างเดือนละ 30,000 บาท ทำมาเป็นระยะเวลาประมาณ 1 ปีแล้วก่อนถูกจับกุม แต่ให้การปฏิเสธกรณีที่หลอกลวงผู้อื่นจากวิธีการดังกล่าว เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาว่า “ร่วมกันมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน, เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน” และนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนสน. โคกคราม ดำเนินคดีตามกฎหมาย
พล.ต.ต.สมบูรณ์กล่าวต่อว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสืบสวนขยายผล เพื่อติดตามดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องอื่น กับการ กระทำความผิดต่อไป หากประชาชนท่านใด พบเห็น หรือมีเบาะแส เกี่ยวกับการกระทำ ความผิดของกลุ่มคนร้ายฉ้อโกงออนไลน์ หรือหลอกลวงต่างๆ สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ หรือโทรศัพท์สายด่วน 191 ต่อไป