ป้อมเก็บตัว-เลี่ยงตอบคำถามสื่อ ธรรมนัสโพสต์คำคม-เย้ยทันที พท.ชี้ประชาชนลงโทษ-จี้ยุบสภา ป๊อกแย้มพค.เลือกตั้งผู้ว่ากทม.
‘บิ๊กป้อม’ หลบสื่อ เลี่ยงตอบคำถาม พปชร.แพ้หลุดลุ่ยซ่อมหลักสี่ ‘ชัยวุฒิ’ ปัดวิเคราะห์สาเหตุ ‘สันติ’ ยันไม่เกี่ยวนายกฯ ขาลง ‘ธรรมนัส’ โพสต์ทันควัน ดีใจกับประชาธิปไตย ศัตรูของศัตรูคือมิตร เพื่อไทยขึ้นรถแห่ขอบคุณ ชี้ผลชนะขาดสะท้อนประชาชนไม่เอาผู้นำล้มเหลว จี้ ‘ตู่’ ยุบสภาเป็นทางลงสวยที่สุด ‘อนุพงษ์’ โต้ยื้อเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เผยไทม์ไลน์ต้นมี.ค.เสนอครม. เปิดหย่อนบัตรเดือนพ.ค. พร้อมเลือกตั้งเมืองพัทยา 18 ส.ส.เซ็นชื่อ เข้าสังกัดพรรคเศรษฐกิจไทย ‘เอกราช’ อ้างรอ กกต.พิจารณามติขับ 21 ส.ส. ‘วิษณุ’ เชื่อกฎหมายลูกฉลุย ส.ส.ติดโควิด ไม่กระทบเสถียรภาพรัฐบาล
ส.ส.ติดโควิดไม่กระทบรัฐบาล
วันที่ 31 ม.ค. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี มีส.ส. หลายคนติดเชื้อโควิด-19 ว่า เรื่องดังกล่าวมีผลต่อการประชุมสภา เชื่อว่าประธานในที่ประชุมคงควบคุมดูแลได้และเชื่อว่าจะไม่เป็นปัญหาอะไร ส่วนร่างกฎหมายสำคัญของรัฐบาลที่เข้าสภาช่วงนี้ คือร่างกฎหมายประกอบ รัฐธรรมนูญ จะเข้าสภาช่วงกลางก.พ. แต่ไม่เป็น ปัญหาเพราะต้องผ่านอยู่แล้ว เนื่องจากพรรคฝ่ายค้านก็เสนอ พรรคร่วมรัฐบาลก็เสนอ แม้กระทั่ง กกต. แล้วนำไปรวมพิจารณาพร้อมกัน จึงไม่น่าเป็นปัญหาอะไร ส่วนร่างกฎหมาย อื่นๆ ที่เข้าเฉพาะสภาผู้แทนฯ ยังไม่ใช่กฎหมายของรัฐบาล อาทิ กรณีร่างกฎหมาย ที่ฝ่ายค้านขอแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน และ มีอีก 2-3 ฉบับซึ่งเป็นกฎหมายของ ส.ส.ทั้งนั้น ส.ส.ทุกคนต้องรักษาสิทธิ์ตัวเอง จึงไม่ได้กระทบอะไร ส่วนการเปิดอภิปรายทั่วไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ไม่ต้องมีการลงมติ ดังนั้นคงไม่มีอะไรจนกระทั่งปิดสมัยประชุม สิ้นก.พ.นี้ ข้อสำคัญคือองค์ประชุมอย่าล่ม แต่ล่มก็ไม่มีอะไร เพราะล่มก็ประชุมไม่ได้ ไม่มีใครแพ้ใครชนะ
ป้อมหลบสื่อหลังพปชร.แพ้ซ่อม
ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคม ที่เป็นธรรม ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ แม้ว่าก่อนหน้านี้กำหนดการระบุว่าเป็นการประชุมที่ทำเนียบ โดยคาดว่า พล.อ.ประวิตร ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) คงหลีกเลี่ยงการพบสื่อมวลชนหลังจากที่ นางสรัลรัศมิ์ เจนจาคะ แพ้การเลือกตั้งซ่อมส.ส.กทม. เขต 9 หลักสี่-จตุจักร เมื่อวันที่ 30 ม.ค.ที่ผ่านมา
ชัยวุฒิไม่วิเคราะห์ต้นเหตุพ่าย
นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม กก.บห.พรรค พปชร. ในฐานะผอ.เลือกตั้งซ่อมส.ส.กทม. เขต 9 กล่าวถึงเหตุผลที่ไม่เดินทางมาร่วมติดตาม ผลเลือกตั้ง 30 ม.ค.ว่า เนื่องจากตนติดเชื้อ โควิด-19 แม้ขณะนี้จะรักษาหายแล้วแต่ยังต้อง กักตัวอีก 7 วัน ตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข ทั้งนี้ สาเหตุที่พ่ายแพ้การเลือกตั้ง ตนไม่ขอวิเคราะห์ เนื่องจากมีการวิเคราะห์กันมากมายตามช่องทางต่างๆ อยู่แล้ว
อนุชาอ้างคนใช้สิทธิ์น้อย
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา นาคาศัย รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี กก.บห.พรรค พปชร. กล่าวขอบคุณประชาชนที่เลือกผู้สมัครของพรรค และขอแสดงความยินดีกับผู้ได้รับเลือก เป็นปกติที่ต้องมีแพ้มีชนะ มีหลายเหตุการณ์รวมถึงมีบริบททางการเมืองหลายอย่างที่เข้ามาเกี่ยวข้อง แม้แต่กรณีของผู้มาใช้สิทธิที่มีน้อยลงก็ถือเป็นอีกเหตุผลหนึ่ง ครั้งนี้มีผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งน้อยกว่าครั้งที่แล้ว จาก 70% ลดเหลือ 50 % ไม่ทราบส่วนที่ขาดหายไปป็นคะแนนของพรรคหรือไม่ เรายังมองอยู่ว่า เป็นไปได้ในหลายกรณี
เมื่อถามว่าต้องมีผู้รับผิดชอบเรื่องนี้หรือไม่ เพราะผู้สมัครของพรรคได้คะแนนมาเป็นอันดับ 4 และไม่ถึงหลักหมื่น นายอนุชากล่าวว่า ไม่จำเป็น จะไปบอกว่าใครต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ทั้งหมดคงไม่ได้ แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือต้องเคารพเสียงประชาชน เมื่อถามว่ามองอย่างไรกรณีร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตเลขาฯ พปชร. โพสต์เฟซบุ๊กหลังทราบผลการเลือกตั้งครั้งนี้ว่าศัตรูของศัตรูคือมิตร และแสดงความยินดีกับประชาธิปไตย นายอนุชากล่าวว่า ไม่ทราบ และคงไม่ไปวิเคราะห์ ขอให้เป็นเรื่องของปัจเจกบุคคล
สันติยันแพ้ไม่เกี่ยวเรตติ้ง‘ตู่’
นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง รักษาการเลขาฯ พปชร. ให้สัมภาษณ์ถึงความพ่ายแพ้ในสนามเลือกซ่อมส.ส.กทม. ว่า ต้องแสดงความยินดีกับ ส.ส.คนใหม่ พปชร.เคารพเสียงประชาชน ขอบคุณประชาชนที่ลงคะแนนให้ แม้ครั้งนี้จะไม่ชนะแต่ พปชร.จะลงพื้นที่สำรวจความเห็นประชาชนถึงสิ่งที่อยากให้พรรคดำเนินการ จะได้ศึกษาและรับทราบความต้องการเพื่อจะได้นั่งอยู่ในใจประชาชน ส่วน พล.อ.ประวิตร ไม่ได้พูดอะไร แต่ผู้บริหาร พรรคทุกคนมีหน้าที่ปรับกลยุทธ์ให้สอดรับความต้องการประชาชน
เมื่อถามว่าคะแนนที่ออกมาสะท้อนความนิยม ของ พปชร.ในพื้นที่ กทม.หรือไม่ นายสันติกล่าวว่า จากการดูคะแนนที่มาจากหลายส่วน จะนำเอาสิ่งที่ประชาชนชี้แนะไปสร้างความพึงพอใจต่อไป เมื่อถามว่าความพ่ายแพ้ในการเลือกซ่อมทั้ง 3 เขตของพรรคอาจมองได้ว่าเป็นช่วงขาลงของ พปชร. และพล.อ.ประวิตร รวมถึงพล.อ.ประยุทธ์ นายสันติกล่าวว่า นายกฯ ทุ่มเททำงานในภาวะวิกฤตมากว่า 7 ปี อยู่ภายใต้มรสุมมาตลอด แต่รักษาคุณภาพการลงทุนและเศรษฐกิจอย่างดีเยี่ยม เกิดโควิด 2 ปียังดูแลคุณภาพชีวิตประชาชนได้ดี ตนชื่นชมความตั้งใจและทุ่มเท เมื่อถามย้ำว่าชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ อาจขายไม่ได้แล้ว นายสันติ กล่าวว่า เป็นคนละประเด็น นายกฯ ทุ่มเททำงานให้ประชาชน แต่เรื่องแพ้ชนะเป็นเรื่องพรรคที่จะต้องปรับปรุงการบริหารจัดการ และสร้างผลงานให้ตรงใจประชาชน
ธรรมนัสเย้ย-ศัตรูของศัตรูคือมิตร
เมื่อถามถึงกรณี ร.อ.ธรรมนัส โพสต์เฟซบุ๊ก ให้ความเห็นหลังเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ว่าศัตรูของศัตรูคือมิตร นายสันติกล่าวว่า พรรค การเมืองมีหน้าที่ดูแลทุกข์สุข พัฒนานโยบาย เมื่อถามย้ำว่า ร.อ.ธรรมนัส ให้ความเห็นหลังจากออกจากบ้านเก่าไปแล้วเหมาะสมหรือไม่ นายสันติกล่าวว่า ยังไม่ได้ยิน แต่จะพูดอย่างไร เราก็ควรรับฟัง แต่ตนมีความปรารถนาดี กับทุกคน ถ้าติจะนำมาตรวจสอบว่าจริงหรือไม่ ถ้าจริงจะแก้ไข ถ้าชมจะขอบคุณ
ทั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัสโพสต์หลังผลเลือกซ่อม โดยระบุ “ผมดีใจมากครับที่เห็นพี่น้องประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ใช้เสียงเลือกตั้ง นี่คือประชาธิปไตยครับ the enemy of my enemy is my friend”

ขอบคุณ – นายสุรชาติ เทียนทอง ผู้ชนะเลือกตั้งซ่อม ส.ส. กทม.เขต 9 พรรคเพื่อไทย ขึ้นรถแห่ขอบคุณชาวเขตหลักสี่-จตุจักร นำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าและส.ส.เพื่อไทย ร่วมขบวน ชาวบ้านร่วมยินดีตลอดเส้นทาง เมื่อวันที่ 31 ม.ค.
พท.ขึ้นรถแห่ขอบคุณ
เวลา 10.00 น. ที่หน้าวัดหลักสี่ นายสุรชาติ เทียนทอง ว่าที่ ส.ส.กทม.เขต 9 พรรคเพื่อไทย (พท.) สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก่อนขึ้นรถแห่ขอบคุณประชาชนเขตหลักสี่- จตุจักร หลังชนะ เลือกตั้ง โดยมีนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค นายสรวงศ์ เทียนทอง รองหัวหน้าพรรค น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม.และโฆษกพรรค พร้อม ส.ส.พรรค ร่วมกิจกรรม
นายสุรชาติกล่าวว่า ขอบคุณจากใจ สิ่งที่ประชาชนให้ตนมามากกว่าชัยชนะ จะตั้งใจทำงานรับใช้พี่น้องให้ถึงที่สุดเหมือนที่ทำมาตลอด 17 ปี แม้จะเข้าไปเป็นฝ่ายค้านแต่ก็จะทำหน้าที่อย่างสร้างสรรค์ เป็นกระจกสะท้อนความคิดพี่น้องประชาชนไปสู่รัฐบาล งานที่สนใจคือการพัฒนาชีวิตประชาชน หลังจากนี้จะเดินเท้าลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน เพื่อรับเรื่องร้องเรียนเหมือนเดิม ส่วนการทุจริต เลือกตั้งขอใช้เวลาศึกษารายละเอียด ดูข้อมูลก่อนว่าจะยื่นร้อง กกต.หรือไม่
นพ.ชลน่านกล่าวว่า นายสุรชาติได้รับความไว้วางใจจากประชาชน 29,416 คน เขตหลักสี่มี 2 แขวงชนะขาด มากกว่า 50% ส่วนเขตจตุจักร ฐานเสียงเดิมอยู่ที่ 10-20% ปรับเพิ่มขึ้นมาเช่นกันแพ้เพียงหลักร้อยคะแนน ถือว่าประสบความสำเร็จ ประชาชนต้องการแสดงออกว่ารัฐบาลล้มเหลว ต้องการมีชีวิต ที่มีความหวัง มีอนาคตที่ดีให้กับลูกหลาน ขอฝากไปถึงพล.อ.ประวิตร ด้วยว่าการเลือกตั้ง ครั้งนี้นอกจากไม่ประสบความสำเร็จแล้ว ยังเป็นการลงโทษจากประชาชน ผลเลือกตั้งสะท้อนความเห็นประชาชนไม่สนับสนุนพรรคที่ไม่มีแนวทางประชาธิปไตย หากพปชร. ปรับตัวไม่ถูกต้อง ดื้อดึงต่อไปอาจกลายเป็นพรรคที่มี ส.ส.ต่ำกว่า 50 คนได้
จี้ตู่ยุบสภา-ไม่ใช่เรื่องน่าอาย
“และขอฝากถึงพล.อ.ประยุทธ์ หากติดตาม การเลือกตั้ง มีทีมงานประเมินโดยไม่บิดเบี้ยว บิดเบือน เลือกตั้งครั้งนี้สะท้อนว่าพล.อ.ประยุทธ์ ไม่สามารถนำพาพี่น้องออกจากวิกฤตได้ ซ้ำจะนำพาวิกฤตมาเพิ่ม ทางที่ดีที่สุดคือ คืนอำนาจให้ประชาชน ฝากพิจารณาการ ยุบสภาไม่ใช่เรื่องน่าอาย หากพล.อ.ประยุทธ์ยุบสภา ผมจะไปกราบขอบคุณเป็นคนแรก อย่างน้อยท่านก็รักประชาชน รักลูกหลาน หากไม่ยุบสภาแต่บอกว่าจะไม่อยู่เกิน 8 ปี ซึ่งจะสิ้นสุด 23 ส.ค.ซึ่งไม่ใช่การเสียหน้า ควรได้หน้าด้วยซ้ำไป ควรคิดเพื่อประเทศชาติบ้านเมือง อย่าเห็นแก่ตัว อย่าเห็นแก่อำนาจ อย่าเห็นแก่ประโยชน์ของพวกพ้อง ไม่ต้องอาย 7 ปีน่าจะได้เรียนรู้ ยุบสภาจะเป็นการลงจากอำนาจสวยที่สุด” นพ.ชลน่านกล่าว
ส่วนกรณี ร.อ.ธรรมนัส โพสต์เฟซบุ๊กศัตรูของศัตรูคือมิตรนั้น ไม่ขอแสดงความคิดเห็น หากคิดว่าแนวทางของพรรคเก่าไปด้วยกัน ไม่ได้ คิดแนวทางใหม่มาปรับใช้ย่อมทำได้ แต่ไม่ได้หมายความพรรคพท. และร.อ.ธรรมนัส จะร่วมงานกัน แต่ขอบคุณที่มองว่า พท.เป็นที่พึ่งที่หวังให้ประชาชน
ดักคอรัฐประหาร
นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.พรรคพท. รองประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า ผลการเลือกตั้งซ่อมสะท้อนชัดเจนประชาชนไม่เอาพล.อ.ประยุทธ์ และรัฐบาลชุดนี้แล้ว ผลเลือกตั้ง ซ่อมชัดเจนที่สุดแล้วว่าสำนักโพลที่ต้องการเอาใจรัฐบาล ออกผลโพลสนับสนุนรัฐบาลแบบโพลรัฐราชการ ไม่ได้สะท้อนความคิดเห็น ประชาชน คะแนนครั้งนี้ประชาชนแสดงความ จำนงชัดเจนไม่ต้องให้การ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้นำประเทศต่อไป ควรหาทางลงให้ตัวเอง โดยเร็วที่สุด ไม่ควรดึงดันอยู่ในอำนาจต่อไป “อย่าล้อเล่นกับเสียงประชาชนเพราะไม่เหมือน กับการขับรถถังออกมายึดอำนาจ หากคิด จะทำรัฐประหารเพื่อรักษาอำนาจก็จงคิดให้ดี เพราะไม่มีอำนาจอะไรใหญ่เกินกว่าอำนาจประชาชน”
นายพชร นริพทะพันธุ์ กก.บห.พรรค พท. กล่าวว่า นายสุรชาติชนะขาด 29,416 คะแนน ตามมาด้วยพรรคก้าวไกล 20,361 คะแนน ขณะที่ พปชร.คะแนนถูกทิ้งขาดไม่เห็นฝุ่นเพียง 7,906 คะแนน ชัดเจนว่าคนกทม. รวมถึงคนไทยส่วนใหญ่รับไม่ได้แล้วกับการบริหารที่ล้มเหลวของพล.อ.ประยุทธ์ ผลคะแนนแสดงเจตนารมณ์คน กทม.ที่อยากเห็นประเทศเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง อยากส่งสัญญาณไปถึง ส.ว.ว่าสมควรพิจารณา ตัวเอง ยกเลิกการโหวตเลือกนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ ควรยุบสภาจัดการเลือกตั้งใหม่โดยเร็ว
ภท.ชี้เลือกซ่อมต่างเลือกตั้งใหญ่
ที่ทำเนียบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงผลเลือกตั้งซ่อม ส.ส. กทม. สะท้อนการทำงานของรัฐบาลหรือไม่ เพราะคะแนนพรรคฝ่ายค้านดีกว่า ว่า เลือกตั้งซ่อมไม่เหมือนเลือกตั้งทั่วไป การแข่งขันไม่ได้ลงกันทุกพรรค เมื่อถามว่าหลายฝ่ายมองว่าเป็นเพราะคะแนนความนิยมของรัฐบาล แผ่วลง นายอนุทินกล่าวว่า ก็มีขึ้นมีลง สุดท้ายต้องไปดูวันเลือกตั้ง รัฐบาลเหลือเวลาอีก 1 ปีเศษ ฉะนั้นอะไรที่ค้างคาอยู่ต้องรีบเร่งออกมา อะไรที่เป็นปัญหาของประชาชนต้องเร่งแก้ไข สุดท้ายประชาชนเป็นคนตัดสินใจไม่ใช่เรา
เมื่อถามว่ากังวลอุบัติเหตุทางการเมือง หลังจากนี้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ตอนนี้ขับไม่เกิน 100 ก.ม.ต่อชั่วโมง คงไม่เป็นอะไร นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม และเลขาฯ ภท. ให้ไม่เกิน 120 ก.ม.ต่อชั่วโมง แต่ 100 ก.ม.ต่อชั่วโมงพอ เมื่อถามย้ำว่าเชื่อว่า สัญญาณยังดีอยู่ใช่หรือไม่ นายอนุทินพยักหน้า พร้อมกล่าวว่า “So far So good” เมื่อถามว่า มองคำว่า “ศัตรูของศัตรูคือมิตร” ที่ ร.อ.ธรรมนัส โพสต์อย่างไร นายอนุทินหัวเราะพร้อมกล่าวว่า “ผมมีแต่มิตร ไม่มีศัตรูเลยจึงแปลไม่ได้”
ยันส.ส.ไม่ได้กักตัวยกพรรค
นายอนุทินให้สัมภาษณ์กรณีส.ส.พรรค ติดโควิด-19 หลายคนว่า คนที่ติดโควิดตอนนี้ ไม่ได้มีอาการรุนแรงและน่าเป็นห่วง ทุกคนได้รับวัคซีน 3 เข็มเป็นที่เรียบร้อย แต่ขอให้กักตัว จะมาประชุมสภาไม่ได้ เมื่อถามว่า เบื้องต้นให้ส.ส.กักตัวทั้งพรรคเลยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่มี กักทั้งพรรคได้อย่างไรไม่ได้ติดทั้งพรรค คนที่ไม่ได้ติดโควิดต้องมาประชุมสภา เพื่อความปลอดภัยให้ตรวจเอทีเคทุกเช้า ส่วนการเลื่อนประชุมอยู่ที่ประธานวิปรัฐบาล วาระที่ถูกบรรจุไปแล้ว จะเลื่อนหรืองดได้หรือไม่ต้องถามประธานสภา และถ้าเลื่อนไม่ได้เสียงของสภาจะไม่ถึงกึ่งหนึ่งหรือไม่ก็ต้องดูเหตุและผล หากติดโควิด ก็ต้องดูด้วยว่าควรมีการโหวตหรือไม่ ต้องแล้ว แต่ประธานสภา
เมื่อถามว่า เสียงที่หายไปมีผลต่อการลงมติหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ภท.ไม่มีปัญหา หากนับตอนร่วมรัฐบาลเรามี 51 เสียง แต่ตอนนี้ เรามี 69 เสียง ติดโควิด-19 ไป 8 ราย เหลืออยู่ 60 กว่า ยังโอเคอยู่
ยังไม่ได้คุยเอกราช-วัฒนา
นายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าว นายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายวัฒนา ช่างเหลา ส.ส.ขอนแก่น จะย้ายมาสังกัด ภท. ว่า นายพิทักษ์ชน ช่างเหลา ลูกชายคนเล็กของนายเอกราช มาสมัครสมาชิกพรรคแล้วและเราต้องสนับสนุนให้เขาทำพื้นที่ ให้เข้มแข็ง ส่วนนายเอกราช และนายวัฒนา ยังไม่ได้มีการประสานเข้ามา และตนไม่ได้ติดต่อกับนายเอกราชโดยตรง
เมื่อถามว่าหากนายเอกราช และนายวัฒนา จะมาอยู่ภท.พร้อมเปิดรับ นายอนุทินกล่าวว่า ภท.ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับใครอยู่แล้ว ถ้าเป็นคนดี ซื่อสัตย์ สุจริตและตั้งใจทำงานให้บ้านเมือง เรายินดีต้อนรับทุกคน เมื่อถามว่ามีแรงดึงดูดอะไรทำให้ ส.ส.ชอบย้ายมาอยู่กับภท.จำนวนมาก นายอนุทินกล่าวว่า ไม่เห็นมีใครชอบย้ายมา แต่ถ้าเขามีปัญหาและไม่มีที่ลงหลังเลือกตั้ง ถ้าคุยกันแล้วไปกันได้เขาก็มา
3 ส.ส.อ้างรอฟังมติกกต.
นายเอกราช ช่างเหลา 1 ใน 3 ส.ส.กลุ่มร.อ.ธรรมนัส ที่ยังไม่ได้สมัครเป็นสมาชิกพรรคเศรษฐกิจไทย กล่าวว่า ขอรอความชัดเจนการพิจารณาของ กกต.กรณีมีการยื่นคำร้องให้ตรวจสอบกระบวนการขับสมาชิกพรรคของ พปชร. ถูกต้องตามขั้นตอนหรือไม่ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ตนเคยแจ้งไว้แล้ว เมื่อถามถึงกระแสข่าวจะย้ายไป ภท. นายเอกราชกล่าวว่า มีคนปล่อยกระแสออกมา ยืนยันตอนนี้ ยังไม่มีอะไร ยังไม่มีการพูดคุยกับภท. ตนกับ ร.อ.ธรรมนัส เป็นเพื่อนกัน ใจถึงใจอยู่แล้ว ที่ผ่านมาพูดคุยกันตลอดไม่ได้มีปัญหาอะไร เพียงแต่ขอเวลาก่อนตัดสินใจ และตั้งใจว่าหลัง 14 ก.พ.จะแจ้งให้ทราบอีกครั้งว่าจะตัดสินใจอย่างไร
ด้านนายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ อดีต ส.ส. บัญชีรายชื่อ 1 ในส.ส.กลุ่มร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เวลานี้ 3 ส.ส.ที่เหลือในกลุ่ม ยังไม่ได้ สมัครสมาชิกพรรคเศรษฐกิจไทย แต่ยังไม่ได้ปฏิเสธ โดยกรณีนายเอกราช แจ้งว่าตามกฎหมาย ยังมีเวลาตัดสินใจ ไม่จำเป็นต้องเร่งรีบดำเนินการ
18 ส.ส.เซ็นเข้าพรรคธรรมนัสแล้ว
นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร 1 ใน 21 ส.ส. กลุ่มร.อ.ธรรมนัส เผยว่า ขณะนี้ 18 ส.ส.ได้เซ็นชื่อเข้าพรรคเศรษฐกิจไทยแล้ว กำลังจัดหาสมาชิกและจัดทำนโยบายเพื่อเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้ง รวมถึงเดินหน้าทำความเข้าใจถึงเหตุผลการย้ายพรรคให้ชาวบ้านเข้าใจ เมื่อถามว่านายเอกราช นายวัฒนา และนายสมศักดิ์ พันธ์เกษม ส.ส.นครราชสีมา ที่ไม่ปรากฏชื่อ นายไผ่กล่าวว่า ในส่วนของนายเอกราช ให้สัมภาษณ์ยืนยันไม่มีทางไปไหน เพียงแต่รอฤกษ์งามยามดี รอดูความชัดเจน กกต. ส่วนนายสมศักดิ์ ตนไม่ทราบจริงๆ ต้องรอถามเจ้าตัว เพราะขณะนี้ยังไม่รับโทรศัพท์ ส่วนที่หลายคนบอกว่าชื่อพรรคเศรษฐกิจไทยแต่ไม่มีมือเศรษฐกิจนั้น พรรคได้พูดคุยแล้วและถ้าเปิดตัวมาร้องว้าว และจะออกนโยบายที่พูดจริงทำได้ แก้ปัญหาได้อย่างแน่นอน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับที่ทำการพรรคเศรษฐกิจไทย อยู่ที่ตึก U Tower ย่านศรีนครินทร์ กทม.
ป๊อกแจงส.ว.-เลือกผู้ว่าฯกทม.
เวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา มี พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธาน วุฒิสภาทำหน้าที่เป็นประธาน พิจารณากระทู้ถามสดเรื่องการจัดการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และส.ก. ของนายวันชัย สอนศิริ ส.ว. ถาม พล.อ.ประยุทธ์ โดยมอบหมาย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ชี้แจงแทน โดยนายวันชัยกล่าวว่า จากสถานการณ์คนกทม. รวมถึงพรรคต่างๆ อยากให้มีการเลือกตั้ง จนประกาศตัวหลายพรรคแล้ว ถามว่ากทม.นั้นรัฐบาลรออะไร มีเหตุผลอะไรพิเศษ หรือไม่จึงยังไม่ประกาศให้ชัดเจนว่าจะมีการเลือกตั้งเมื่อไร พรรคที่เป็นแกนนำรัฐบาล เล่นเงื่อนซ่อนกลอะไรหรือไม่
พล.อ.อนุพงษ์ ชี้แจงว่า มหาดไทยประสาน กกต.อย่างต่อเนื่อง มหาดไทยโดยสำนักทะเบียนกลางได้ประกาศจำนวนราษฎร ณ วันที่ 31 ธ.ค. 64 โดยลงราชกิจจานุเบกษาเรียบแล้วเมื่อ 18 ม.ค. 65 เราได้เตรียมการเรื่องราษฎรที่จำเป็นต้องนำไปใช้แบ่งเขตสมาชิกของ อปท. ไม่ได้อยู่เฉยๆ แต่กำลังดำเนินการกันอยู่ ไม่ได้มีลับลมคมในอะไร เรื่องงบประมาณเตรียมพร้อมแล้ว
คาดหย่อนบัตรพ.ค.เหมาะสม
คาดว่าหลัง 21 ก.พ.เป็นต้นไปมหาดไทยและ กกต.จะหารือร่วมกันเพื่อนำเข้า ครม. ช่วงต้น มี.ค.จากนั้น ครม.จะมีมติอย่างไร สัปดาห์ถัดไปจะแจ้งกกต.ให้ประกาศ เบื้องต้น ที่คาดการณ์ได้คือ ปลาย มี.ค.ที่จะทราบว่า กกต.จะประกาศให้มีการเลือกตั้งในวันใด ส่วนจะเป็นการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. พร้อมกับนายกเมืองพัทยาหรือแยกกันนั้น ขึ้นอยู่กับมติ ครม.ตนตอบแทนไม่ได้ “หลังจากมีมติครม.ต้องประกาศ และหลังจากประกาศต้องจัดเลือกตั้งภายใน 60 วัน เบื้องต้นคาดการณ์ พ.ค.จะเหมาะสม เพราะไม่ติดวันหยุดสงกรานต์ หรือเทศกาลของบางศาสนา”
การทำงานมีขั้นมีตอน ไม่ได้นิ่งเฉย ไม่ได้ยื้อ และทำตามขั้นตอนของกฎหมาย ไม่เกี่ยว กับการมีเงื่อนงำหรือการดึงการเลือกตั้ง เพื่อประโยชน์กับพรรคใด ทั้งนี้ การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และส.ก.คาดว่าจะจัดเลือกตั้งไปในคราวเดียวกัน ส่วนกทม.และพัทยาไม่มีปัญหา พื้นที่ซ้ำซ้อนหรือทับซ้อน ดังนั้น การหารือจะเสนอให้จัดการเลือกตั้งไปพร้อมกัน
อนุชารับหวยแพง-ผู้มีอิทธิพล
เมื่อวันที่ 31 ม.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา นาคาศัย รมต.สํานักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการเสนอขาย หรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาเกินกว่าที่กำหนดในสลากกินแบ่งรัฐบาล ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะกรรมการครั้งแรกว่า ขณะนี้คงยังบอกไม่ได้ว่าเราจะทำอะไรหรือไม่ทำอะไรเกี่ยวกับการแก้ปัญหาหวยแพงเพราะเพิ่งประชุมนัดแรก ซึ่งจะว่ากรอบและกฎเกณฑ์การทำงานตามข้อห่วงใยของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ที่ไม่อยากเห็นปัญหาสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา หลังจากที่ก่อนหน้านี้พล.อ.ประยุทธ์เคยแก้ปัญหาผู้มีอิทธิพลมาแล้วในระดับหนึ่ง มาในปัจจุบันเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นอีก นายกฯ จึงเป็นห่วงและกังวลจึงตั้งคณะกรรมการชุดนี้ขึ้นมาศึกษาหาแนวทางแก้ปัญหาในระยะยาวเพื่อไม่ให้ปัญหาเกิดซ้ำอีกโดยกำชับให้ทำงานกันอย่างจริงจังและแก้ปัญหาสลากเกินราคาให้ประชาชนให้ได้
เมื่อถามว่าปัจจัยหลักของปัญหาสลากราคาแพงเป็นเพราะผู้มีอิทธิพลใช่หรือไม่ นายอนุชากล่าวว่าไม่จำเป็นต้องเป็นผู้มีอิทธิพล แต่ผู้มีอิทธิพลก็มีส่วนเกี่ยวข้องเป็นส่วนหนึ่งในการรวบรวมสลากกินแบ่งที่อยู่กับผู้ค้ารายย่อยๆ หรือโควตาจากส่วนใดส่วนหนึ่งได้แล้วนำมาหาผลประโยชน์ในส่วนที่สามารถทำได้ ซึ่งเป็นเรื่องหนึ่งที่เราต้องบริหารจัดการ
ผู้สื่อข่าวถามว่าต้องกำหนดราคาที่เหมาะสมขึ้นมาและทุกฝ่ายยอมรับได้หรือไม่ นายอนุชากล่าวว่า ขณะนี้ต้นทุนของรัฐอยู่ที่ 70 กว่าบาท จึงตั้งราคาขายไว้ที่ 80 บาท แต่เมื่อมีการ กระจายไปเป็นทอดๆ และมีโควตาขึ้นมาเราต้องไปศึกษาในรายละเอียดว่าเป็นไปได้หรือ ไม่โดยจะหาวิธีศึกษาให้เกิดความเป็นจริงให้ได้
เมื่อถามว่ามีการวางกรอบระยะเวลาดำเนินการต้องเสร็จก่อนการเลือกตั้งหรือไม่ นายอนุชากล่าวว่า “เราจะดำเนินการให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยเราจะเริ่มจากการตั้งอนุกรรมาธิการศึกษาปัญหาต่างๆ อาทิ ศึกษาในเรื่องของข้อกฎหมายที่ถือเป็นเรื่องสำคัญว่ากฎหมายที่มีอยู่อ่อนไปหรือไม่อย่างไร เพราะตนสงสัยอยู่ว่าทำไมเราไม่แก้กฎหมายในเรื่องนี้สักทีเพราะถ้ากฎหมายอ่อนไปแล้วแก้ปัญหาไม่ได้เราก็ต้องแก้กฎหมายให้เข้มแข็งขึ้นในการขจัดปัญหาเหล่านี้ เพราะบางครั้งเราไม่สามารถไปกำหนดเรื่องผลประโยชน์ของบุคคลหรือผู้ค้ารายย่อยที่ได้สลากไปเพราะทุกคนอยากได้เงินหมดเป็นธรรมชาติของมนุษย์ เมื่อมีคนมาซื้อให้ราคาแพงเขาก็ขายหมด เป็นเรื่องที่เราต้องแก้ปัญหาให้ถึงต้นสายปลายเหตุ