ไฟเขียวอย.ขึ้นทะเบียน‘ไฟเซอร์เด็ก’ลงเข็มแล้ว

สธ.ไฟเขียวแผน ‘ซิโนแวค’ ฉีดเด็ก 3-17 ปี หากอย.อนุมัติขึ้นทะเบียนก็ฉีดได้ทันที ส่วนไฟเซอร์เริ่มฉีดให้เด็ก 5-11 ขวบแล้ว ประเดิมกลุ่มเสี่ยง 7 โรค มีกุมารแพทย์คอยดูแล ส่วนเด็กทั่วไปเริ่ม 1 ก.พ. ฉีดที่โรงเรียน ศบค.เผยติดเชื้อใหม่ยังเกิน 8 พัน ตายอีก 16 วันนี้เริ่มเปิดทะเบียนเทสต์แอนด์โก รอบ 2 สั่งเข้มนักท่องเที่ยวฝ่าฝืนดำเนินคดีหนัก แนะตรุษจีนให้อั่งเปาออนไลน์ป้องกันติดเชื้อ ห่วงกทม.-ปากน้ำยังติดเชื้อพุ่ง ‘สาธารณสุข’ ออก 5 คำแนะนำเพิ่มเติม ฉีดวัคซีนโควิด ให้ฉีด mRNA ตามด้วยไวรัลเวกเตอร์ได้ เปิดทางแอสตร้าฯ 3 เข็ม

ติดเชื้อใหม่ยังเกิน 8 พัน-ตาย 16
เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 31 ม.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) แถลงสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 8,008 ราย ติดเชื้อในประเทศ 7,828 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 7,788 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 40 ราย มาจากเรือนจำ 14 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 166 ราย หายป่วยเพิ่มขึ้น 8,215 ราย อยู่ระหว่างรักษา 84,319 ราย อาการ หนัก 542 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 106 ราย

เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 16 ราย เป็นชาย 9 ราย หญิง 7 ราย อายุ 60 ปีขึ้นไป 15 ราย มีโรคเรื้อรัง 1 ราย ยอดผู้ติดเชื้อสะสมยืนยันตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 2,440,542 ราย มียอดหายป่วยสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 2,334,050 ราย มียอดผู้เสียชีวิตสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 22,173 ราย
ส่วนยอดฉีดวัคซีนวันที่ 30 ม.ค. 97,297 โดส ยอดฉีดสะสมตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.64 จำนวน 115,053,572 โดส ขณะที่สถานการณ์โลกมีผู้ติดเชื้อสะสม 375,102,218 ราย ผู้เสียชีวิตสะสม 5,681,390 ราย

พบคลัสเตอร์อีกอื้อ
นพ.ทวีศิลป์กล่าวต่อว่า สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุดได้แก่ กทม. 1,298 ราย สมุทรปราการ 784 ราย ชลบุรี 466 ราย นนทบุรี 449 ราย ภูเก็ต 393 ราย ปทุมธานี 206 ราย นครราชสีมา 203 ราย ศรีสะเกษ 172 ราย อุบลราชธานี 169 ราย และขอนแก่น 167 ราย

สำหรับคลัสเตอร์ใหม่ยังมีติดเชื้อหลายจังหวัด โดยคลัสเตอร์ร้านอาหาร สถานบันเทิง พบที่จ.สุพรรณบุรี อุดรธานี คลัสเตอร์ สถานพยาบาล พบที่กทม. ชลบุรี ลพบุรี นนทบุรี บุรีรัมย์ คลัสเตอร์โรงเรียน สถานศึกษา พบที่จ.เพชรบุรี สุรินทร์ มุกดาหาร อุดรธานี บุรีรัมย์ โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะผอ.ศบค. แสดงความห่วงใย ต้องการให้มีการเปิดเรียนเพื่อให้เด็กได้มาพบปะสร้างพัฒนาการ และหากมีการติดเชื้อได้แต่อย่าปิดทั้งโรงเรียน ให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดหารือกับ ผู้บริหารสถานศึกษาอาจปิดเฉพาะห้องเฉพาะชั้นเรียน ขณะที่วัคซีนสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีเข้ามาแล้วและจะเริ่มฉีดในวันที่ 1 ก.พ. โดยจะเริ่มจากกลุ่มเด็กที่มีโรคประจำตัว เปราะบาง เข้ามารับวัคซีนก่อน จึงขอประชาสัมพันธ์ให้พาบุตรหลานของท่าน มาฉีดวัคซีน

นอกจากนี้ยังมีคลัสเตอร์ตลาดที่จ.อุบลราชธานี สมุทรสาคร น่าน อุดรธานี ขอนแก่น ศรีสะเกษ คลัสเตอร์โรงงานพบที่สมุทรปราการ นครพนม ฉะเชิงเทรา สุรินทร์ ลพบุรี ชลบุรี บุรีรัมย์ ขณะที่คลัสเตอร์ร้านทำผม พบที่เพชรบุรี อยุธยา ส่วนคลัสเตอร์งานบวช พบที่อุบลราชธานี กาญจนบุรี และคลัสเตอร์ค่ายทหารพบที่ปราจีนบุรีและลพบุรี

สำหรับการฉีดวัคซีนขณะนี้สะสม 115 ล้านโดส เมื่อเช้าพูดคุยกันว่ากลุ่มเสี่ยงที่เกิดขึ้น คือกลุ่มเปราะบางและไม่ได้รับวัคซีน จังหวัดที่มีการรับวัคซีนจำนวนน้อย โดยเข็มหนึ่ง ที่ต่ำกว่า 60% พบนราธิวาส ปัตตานี แม่ฮ่องสอน ตาก ลพบุรี ราชบุรี กาญจนบุรี ส่วนกลุ่ม 607 สูงอายุและโรคเรื้อรังที่ฉีดได้ต่ำกว่า 60% คือนครปฐม ปัตตานี นครสวรรค์ สระแก้ว และนนทบุรี ผู้ที่มีความเสี่ยงขอเชิญชวนมารับวัคซีน เพราะแม้แต่เข็มหนึ่งก็ยังไม่ได้

ส่วนเข็มสองที่ต่ำสุด 10 จังหวัด ได้แก่แม่ฮ่องสอน นราธิวาส ปัตตานี ตาก ยะลา กาญจนบุรี ลพบุรี บึงกาฬ หนองบัวลำภู สกลนคร เข็มหนึ่งเข็มเดียวไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ สองเข็มก็ยังกลางๆ เดี๋ยวนี้ต้องไปถึงเข็มสาม ดังนั้น 10 จังหวัดนี้ขอให้มารับเข็มสองโดยเร็ว ส่วนกลุ่ม 607 เข็มสองต่ำสุด คือ ปัตตานี นราธิวาส แม่ฮ่องสอน สระแก้ว นครสวรรค์ ลพบุรี ยะลา นนทบุรี พิษณุโลก และสมุทรสงคราม ขอให้กลุ่มเป้าหมายป่วยหนักและเสียชีวิตเข้ามารับวัคซีน

เข้มเทสต์แอนด์โกรอบใหม่
นพ.ทวีศิลป์กล่าวด้วยว่า ในที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (อีโอซี) และที่ประชุมศบค.ชุดเล็กวันเดียวกันนี้ได้พูดคุยถึงสถานการณ์ในกทม.ที่ความสามารถดูแลผู้ป่วยยังทรงตัว ขอให้ช่วยดูแลกันด้านนี้และสื่อสารถึงชาวกทม. เพราะเป็นพื้นที่จังหวัดนำร่องท่องเที่ยวหรือพื้นที่สีฟ้า ที่จะต้องรองรับนักท่องเที่ยวในระบบเทสต์แอนด์โก ทั้งนี้ในวันที่ 1 ก.พ.จะเป็นวันแรกของการเปิดลงทะเบียนเทสต์แอนด์โกใน รอบใหม่ โดยเราปรับการตรวจหาเชื้อด้วยวิธี RT-PCR 2 ครั้ง คือวันแรกที่เข้าพักและวันที่ 5

ทั้งนี้ในเดือนม.ค. ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) รายงานว่ามีผู้ฝ่าฝืน 22 ราย ส่วนใหญ่เป็นการตามตัวไม่พบหลังตรวจ RT-PCR ครั้งแรก แล้วไม่มาปรากฏตัว จึงขอให้มาตรวจซ้ำในวันที่ 5 และรอผลด้วย โดยผอ.ศบค.ขอให้ประสานกันดูแลอย่างเข้มงวด ถ้าไม่ปฏิบัติตามต้องดำเนินคดีอย่างเต็มที่ ตามมาตรา 51 ข้อหาความผิดฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อตามมาตรา 34 (6) แห่งพ.ร.บ.โรคติดต่อ

นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีการหารือ ที่เราจะใช้ ATK เป็นอุปกรณ์สำคัญในการตรวจ โดยเลขาธิการ สมช. แจ้งในที่ประชุม ว่า ตามประสงค์ของนายกฯ ถ้าประชาชนต้องการใช้ ATK ตรวจเพื่อนำไปประกอบการแสดงหลักฐาน 1.ภาครัฐหรือโรงพยาบาลของรัฐ ต้องมีการให้บริการในราคาต้นทุน และให้เป็นโจทย์กับที่ประชุมไว้ว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง 2.ให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพ แห่งชาติ (สปสช.) จัดหา ATK เพื่อกระจายไปยังร้านขายยา 3.ต้องมีจุดจำหน่าย ซื้อขายได้อย่างง่ายทั่วประเทศ ทั้งนี้ขณะนี้เฉลี่ยแล้วมี ATK เข้ามาในประเทศ 20 ล้านชุดต่อเดือนและมีแนวโน้มที่ต้นทุนจะถูกเรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม สำหรับการจัดการขยะ ATK ที่ใช้แล้วซึ่งยังคงมีเชื้อโรคติดอยู่แม้ตรวจ ไม่พบเชื้อโควิด ก่อนนำไปทิ้งจึงขอให้ฉีดพ่นแอลกอฮอล์ ใส่ถุงขยะสีแดงสัญลักษณ์ของขยะติดเชื้อหรือถุงขยะสองชั้น และปิดปากถุงให้แน่น

“ขอฝากเตือนและประชาสัมพันธ์ว่ากรณีการลงทะเบียนไทยแลนด์พาส มีกลุ่มบุคคลใช้อีเมล์ปลอมเพื่อขอข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ ตรวจสอบให้ดีก่อน อย่าสแกนและให้ข้อมูลใดๆ เพราะข้อมูลส่วนบุคคลเป็นเรื่องสำคัญ พร้อมฝากในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้เราผ่อนคลายมากขึ้นถึงแม้จะมีตัวเลขผู้ติดเชื้ออยู่ เราต้องดูแล ผู้สูงอายุเหมือนดูแลตนเอง ของต่างๆ ที่เอาเข้าบ้านต้องสะอาด ล้างมือตัวเองบ่อยๆ การรวมญาติต้องมีระยะห่าง ขณะที่อั่งเปา ที่ต้องผ่านกันหลายมือ ถ้ายังไม่สะอาดหลายคน ก็กังวลใจที่จะติดเชื้อ จึงอาจจะมอบอั่งเปาออนไลน์ก็ได้ อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่สัปดาห์นี้เป็นต้นไป ทางศบค.จะมีการแถลงข่าวทุกวันจันทร์และวันพฤหัสบดี”

วัคซีนเด็ก – สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินีหรือร.พ.เด็ก เปิดให้บริการฉีดวัคซีน โควิด-19 กลุ่มเด็กอายุ 5-11 ขวบที่มีโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรคเป็นวันแรก ซึ่งมีผู้ลงทะเบียนไว้ 154 คน พร้อมมอบอั่งเปาให้ด้วย เมื่อวันที่ 31 ม.ค.

ฉีดวันแรกเด็ก 5-11 ขวบกลุ่มเสี่ยง
วันเดียวกัน ที่ชั้น 12 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (ร.พ.เด็ก) มีการจัดฉีดวัคซีนโควิด-19 สำหรับเด็กอายุ 5-11 ขวบที่มีโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรคเป็นวันแรก ด้วยวัคซีนไฟเซอร์ สำหรับเด็กอายุ 5-11 ขวบ ขวดฝาสีส้ม ที่นำเข้ามาล็อตแรก 3 แสนโดส หลังผ่านการตรวจรับรองรุ่นการผลิตแล้ว ได้กระจายไปยังจุดฉีด ร.พ.ทั่วประเทศ

สำหรับบรรยากาศการฉีดวัคซีน มีผู้ปกครอง ที่สมัครใจพาเด็กมารับวัคซีนตั้งแต่เช้า โดย เจ้าหน้าที่ของสถาบันมีการแต่งชุดมาสคอตตัวการ์ตูนต่างๆ พร้อมเปิดการ์ตูนให้เด็กชมระหว่างรอ เพื่อสร้างความผ่อนคลายให้แก่เด็ก ไม่ให้เกิดความเครียด นอกจากนี้ยังจัดห้องฉีดวัคซีนแยกต่างหาก ป้องกันการมองเห็นของเด็ก เพื่อลดภาวะการเกิดอุปาทานหมู่

ส่วนขั้นตอนการเข้ารับบริการ คือมาถึง จุดบริการเข้ารับการตรวจคัดกรอง เพื่อประเมิน สภาพอาการผู้ป่วย ซึ่งข้อควรระวังที่ควรชะลอ หรือเลื่อนฉีดไปก่อน คือ 1.ขณะป่วยมีไข้ ร่างกายอ่อนเพลีย ควรรักษาให้หายดีก่อน จนกว่าจะเป็นปกติ หรือ 2.เด็กที่มีโรคประจำตัว อาการรุนแรงที่อาจอันตรายถึงเสียชีวิต อาการไม่คงที่ ให้รักษาโรคประจำตัวให้ดีก่อน
หากสามารถเข้ารับการฉีดได้จะเข้าสู่ขั้นตอน การลงทะเบียน มีการเซ็นใบยินยอม จากนั้นจึงรอเข้าห้องฉีดวัคซีน และสังเกตอาการ 30 นาทีก่อนกลับบ้าน

โดยอาการหลังฉีดวัคซีนที่ควรรีบพามาร.พ. ใกล้บ้านทันทีเพื่อประเมินอาการ คือ 1.กลุ่มโรคหัวใจในช่วง 2-7 วัน ได้แก่ เจ็บหน้าอก หายใจเร็ว เหนื่อยง่าย ใจสั่น ซึ่งตามสถิติมักพบในช่วงวันที่ 2 ของการฉีด แต่หากเกิดในวันแรกก็พามาได้เช่นกัน และ 2.กลุ่มอาการอื่น คือ ไข้สูงมากกว่า 39 องศาเซลเซียส ปวดหัวรุนแรง อาเจียนทานอะไรไมได้ เด็กซึม หรือไม่รู้สึกตัว

ทั้งนี้ การฉีดวัคซีนโควิด-19 ในเด็กอายุ 5-11 ขวบ จะเริ่มจากเด็กกลุ่มที่มีโรคประจำตัว 7 กลุ่มก่อน ได้แก่ 1.โรคอ้วน ที่มีภาวะทางเดินหายใจอุดกั้น 2.โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง รวมทั้งหอบหืดที่มีอาการปานกลางหรือรุนแรง 3.โรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง 4.โรคไตวายเรื้อรัง 5.โรคมะเร็งและภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ 6.โรคเบาหวาน และ 7.กลุ่มโรคพันธุกรรม รวมทั้งกลุ่มอาการดาวน์ เด็กที่มีภาวะบกพร่องทางระบบประสาทอย่างรุนแรง และเด็กที่มีพัฒนาการล่าช้า ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงมีโอกาสติดเชื้อและเสียชีวิตสูง โดยจัดฉีด ที่โรงพยาบาล ฉีด 2 เข็ม ห่าง 3-12 สัปดาห์ ตามดุลพินิจของกุมารแพทย์ผู้ดูแล ซึ่งพิจารณา การฉีดให้เหมาะสมจากประวัติและอาการของผู้ป่วย
สำหรับเด็กอายุ 5-11 ขวบที่ไม่มีโรคประจำตัวจะมีการจัดฉีดโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน ต่อไป

วัคซีนเด็ก – บรรยากาศการฉีดวัคซีนโควิด-19 กลุ่มเด็กอายุ 5-11 ขวบที่มีโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรคเป็นวันแรก ซึ่งมีผู้ลงทะเบียนไว้ 154 คน เป็นไปอย่างผ่อนคลาย ที่สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี หรือโรงพยาบาลเด็ก เมื่อวันที่ 31 ม.ค.

ไฟเซอร์รับปากส่งวัคซีนเร็วขึ้น
ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข (สธ.) ตรวจเยี่ยม การให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19 กลุ่มเด็กอายุ 5-11 ขวบที่มีโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรคเป็นวันแรก ที่สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติ มหาราชินี (ร.พ.เด็ก) ซึ่งลงทะเบียนไว้ 154 คน พร้อมมอบอั่งเปาเนื่องในเทศกาลตรุษจีน จำนวน 8 โครงการของร.พ.เด็ก ซึ่งเลข 8 ถือเป็นเลขมงคล ได้แก่ โครงการนมแม่ในเด็กป่วย, ฮีโร่คนใหม่หัวใจแข็งแรง, อยู่เพื่อยิ้ม, หยุดลมชักให้ชีวิตได้ไปต่อ, คัดกรองและบริบาลผู้ป่วยโรคหายาก, วัคซีนป้องกัน โควิด-19 เด็กอายุ 5-11 ขวบ, โครงการพัฒนาระบบบริการสุขภาพเพื่อทารกแรกเกิดต้องรอด และโครงการสร้างเครือข่ายพัฒนาการเด็กโรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติทั่วประเทศ

นายอนุทินกล่าวว่า วันนี้เป็นการฉีดครั้งแรกหลังได้รับวัคซีนไฟเซอร์สูตรเด็ก 5-11 ขวบเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งประเทศไทยสั่งวัคซีนเด็กไป 10 ล้านโดส เดิมจะเข้ามาสัปดาห์ละ 3 แสนโดส ก็จะใช้เวลาประมาณ 3 เดือน จึงเข้ามาครบทั้งหมด แต่หลังจากในที่ประชุมหอการค้าไทย-อเมริกัน ตนร้องขอในที่ประชุมว่าขอให้เพิ่มจำนวนการส่งวัคซีนของเด็กให้เร็วขึ้น วันที่ 28 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้รับโทรศัพท์จากผู้บริหารไฟเซอร์ว่ายินดี จัดส่งวัคซีนมากขึ้น อาจจะรับได้ครบเร็วหรือร่นขึ้นมา 1 เดือน ส่วนจะเพิ่มเท่าไร เขาขอตรวจสอบในระบบของเขาก่อน เพื่อที่จะแก้ไข สัญญากับทางกรมควบคุมโรค ขอให้กรมควบคุมโรคเร่งประสานงาน และผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมแพทย์ กรมอนามัย สำนักงานปลัด สธ. เตรียมความพร้อมในการฉีดเด็กให้เร็วและมากที่สุด

“สธ.ขอให้ความมั่นใจต่อพ่อแม่ผู้ปกครองว่า วัคซีนที่เราจัดมาให้ลูกหลานมีความปลอดภัย ได้มาตรฐาน กรรมวิธีฉีดผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการวิชาการ ซึ่งหลายท่านเป็นอาจารย์แพทย์ มีความรู้เรื่องการฉีดวัคซีน ส่วนอาการข้างเคียงอาจเกิดขึ้นได้บ้าง แต่ไม่ใช่ อันตราย ขอให้ช่วงที่ฉีดใหม่ๆ นี้ กรมการแพทย์เตรียมทำความเข้าใจบรรดาผู้ปกครอง ถ้ามีอาการข้างเคียงจะดูแลลูกหลานอย่างไร” นายอนุทินกล่าว

นายอนุทินกล่าวต่อว่า ประเทศไทยเราก็น่า จะเป็นประเทศแรกๆ ที่สามารถครอบคลุมการฉีดวัคซีนประชากรทุกช่วงวัย เราตั้งใจ จะทำและทำมากที่สุด วันไหนวัคซีนลงไป ในอายุถึงแรกเกิดได้ เราก็พร้อมจัดหาวัคซีนเหล่านั้นมาให้ลูดหลานต่อไป ประเทศที่ฉีดวัคซีนครอบคลุมทุกกลุ่มอายุกลุ่มเสี่ยง ประเทศ ก็น่าจะปลอดภัย เข็มสามเข็มสี่บูสเตอร์ให้เตรียมพร้อมและเร่งฉีดมากที่สุด จะทำให้เรากลับคืนสภาวะปกติได้เร็วมากที่สุด ขอบคุณทุกคนที่ทุ่มเทพยายามทำให้ประชากรในประเทศ รับวัคซีนมากกลุ่มที่สุด ได้รับภูมิเต็มที่

“การฉีดวัคซีนในเด็กหลักก็เหมือนวัคซีนทั่วไป คือจะเร่งฉีดกลุ่มที่มีโรคประจำตัวก่อนและกระจายออกไป ซึ่งนักเรียนอายุ 5-11 ขวบทั่วไปก็ประสานกับกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ดำเนินการฉีดต่อไป ทั้งนี้ วัคซีนมีมาตรฐานการผลิตสูง ส่งตรงมาจากโรงงานผลิต ไม่ได้ซื้อผ่านที่ไหน ยื่นเอกสารขึ้นทะเบียนตรวจสอบคุณภาพ ผลข้างเคียงอันตรายต่อชีวิต ไม่น่าจะมี อาจจะมีผลข้างเคียงบ้าง เช่น ไข้ ตัวรุมๆ ผื่นแดงซึ่งเป็นเรื่องปกติ เด็กและผู้ใหญ่ มีอาการได้ เราฉีดทั้งประเทศ 115 ล้านโดส ไม่มีเหตุอะไรให้ต้องวิตกกังวลหรือสงสัย ในคุณภาพวัคซีน ทุกยี่ห้อที่จัดให้ดีทั้งหมด”

นางนพวรรณ กิจพล อายุ 34 ปี ผู้ปกครองเด็กชายอายุ 8 ขวบ กล่าวว่า ที่บ้านตนไม่ได้มีกลุ่มเสี่ยง แต่เนื่องจากพ่อแม่ ต้องออกมาทำงานนอกบ้านทุกวัน ประกอบกับลูกชายมีโรคประจำตัว คือโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง จึงได้รับ คำแนะนำจากคุณหมอให้เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ซึ่งยอมรับว่าในช่วงแรกมีความกังวล เกี่ยวกับเรื่องผลข้างเคียงที่จะ เกิดขึ้นกับเด็ก โดยเฉพาะภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ แต่ทางโรงพยาบาลให้ข้อมูลจนสร้างความมั่นใจว่าวัคซีนไฟเซอร์สำหรับเด็กนั้น มีความปลอดภัย ทำให้มีความเชื่อมั่นมากขึ้นและ ตัดสินใจพาลูกเข้ารับการฉีดวัคซีน หลังจากนี้ก็ได้รับคำแนะนำให้ดูแล และสังเกตอาการห ลังฉีดวัคซีน คืองดออกกำลังกาย และทำแบบประเมินอาการ หากมีเรื่องฉุกเฉินสามารถ พาลูกกลับมาพบแพทย์ที่โรงพยาบาลเด็กได้

พร้อมฉีด‘ซิโนแวค’เด็ก 3 ขวบ
วันเดียวกันที่สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (ร.พ.เด็ก) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ว่า นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) รายงานว่า วัคซีน ซิโนแวคมายื่นขอจดทะเบียนเพื่อให้สำหรับเด็กอายุ 3 ขวบขึ้นไป ก็เป็นเรื่องที่ดีหากเราจะฉีดครอบคลุมลงไปถึง 3 ขวบ ครอบคลุมกลุ่มอายุมากขึ้นก็จะช่วยลดความเสี่ยงลง เพราะแม้เด็ก 3 ขวบส่วนใหญ่จะอยู่กับบ้าน แต่พ่อแม่ออกไปทำงาน พี่น้องเรียนหนังสือ กลับมาก็อาจติดเชื้อได้ ยิ่งมีผู้สูงอายุในบ้าน ก็เพิ่มความเสี่ยง หากฉีดทุกกลุ่มอายุได้ก็ปิดความเสี่ยงให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้

นายอนุทินกล่าวต่อว่า สัปดาห์ที่แล้ว คณะกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคเห็นชอบ ให้ใช้วัคซีนซิโนแวคทันทีที่อย.ขึ้นทะเบียน ซึ่งซิโนแวคไม่เหมือนไฟเซอร์ เพราะสามารถใช้วัคซีนปกติที่มีอยู่แล้วใช้ฉีดได้ทันที ทั้งนี้ องค์การเภสัชกรรม (อภ.) ผู้นำเข้ายื่นเอกสารแล้ว ตั้งแต่สิ้นปี 64 อย.ก็ขอข้อมูลเอกสารมากขึ้นเพื่อความปลอดภัย ถึงการศึกษาในต่างประเทศ ที่ใช้เด็ก 3 ขวบ เมื่ออนุมัติขึ้นทะเบียนเมื่อไรซึ่งต้องอนุมัติแน่ ถ้าไม่มีอะไรผิดแปลกออกไป สธ.พร้อมนำมาฉีดอายุ 3 ขวบขึ้นไปทันที

“วันนี้วัคซีนอยู่ในระดับที่ดูแลประชากรทั้งประเทศได้ตั้งแต่อายุ 5 ขวบขึ้นไป หวังว่าสัปดาห์หน้าจะครอบคลุม 3 ขวบขึ้นไป สธ. ขอร้องว่ามารับวัคซีน มาเสริมสร้างภูมิคุ้มกันตนเองไม่ให้เกิดโควิด ฉีดอาจมีผลข้างเคียงตัวรุมๆ ไข้ได้ แต่ข้ามคืนก็หาย แต่ติดเชื้อไม่รับวัคซีน มีโอกาสอาการรุนแรงเชื้อลงปอด หรือแพร่เชื้อได้ ฉีดวัคซีนจึงคุ้มค่าที่สุดในสถานการณ์เช่นนี้” นายอนุทินกล่าว

นายอนุทินกล่าวว่า วันนี้สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินีก็ฉีดเด็ก 5-11 ขวบด้วยไฟเซอร์ จะมีการบันทึกสำรวจติดตามผล การฉีดว่าเป็นอย่างไร เท่ากับว่าหากมีซิโนแวค ใช้ 3 ขวบก็มีทางเลือกเพิ่ม การกระจายวัคซีนไปยังประชากรทุกกลุ่มอายุทำได้รวดเร็วขึ้น ขอถือโอกาสนี้ย้ำเตือนประชาชนที่ถึงเวลา ฉีดเข็ม 3 ขอให้มารับสร้างเสริมภูมิคุ้มกัน ได้เลยทุกศูนย์ฉีด เราพยายามกระจายเต็มที่ ตามต่างจังหวัดทั้งขนส่งและสนามบินขอให้มีการจัดห้องให้ฉีด หากเดินทางไปแล้วถึงเวลา ฉีดเข็มสามและยังไม่ได้ฉีดก็ขอเข้าไปฉีดได้

ติดเชื้อโควิดต่ำกว่าคาด
ด้าน นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผอ.กอง ระบาดวิทยา สธ. แถลงสถานการณ์โควิดประจำวันว่า วันนี้ทั่วโลกพบผู้ติดเชื้อรายใหม่กว่า 2.1 ล้านคน สะสม 375 ล้านคน เสียชีวิต 5,786 ราย สัดส่วนผู้เสียชีวิตและผู้ป่วยแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ แสดงว่าแม้มีการติดเชื้อจำนวนมาก แต่ทั่วโลกฉีดวัคซีนเยอะมาก และโอมิครอนไม่รุนแรงเท่าเดลตา ทำให้การเสียชีวิตลดลง เหลือสัดส่วน 1.51% แต่หลายประเทศตัวเลขติดเชื้อและเสียชีวิตยังเยอะ เช่น สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส รัสเซีย เยอรมนี อิตาลี ส่วนเอเชียมีที่อินเดียติดเชื้อและเสียชีวิตยังสูง อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนามยังติดเชื้อ หลักหมื่น ขณะที่ญี่ปุ่นติดเชื้อเยอะมากรายใหม่ 8 หมื่นราย แต่เสียชีวิตไม่มาก

สำหรับประเทศไทยติดเชื้อใหม่ 8,008 ราย เสียชีวิต 16 ราย ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 7 วันอยู่ที่ 18 ราย ทั้งนี้ผู้ติดเชื้อ ผู้เสียชีวิต อาการหนักและใส่เครื่องช่วยหายใจ ทั้งหมดยังคงตัว แต่ยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะสัปดาห์นี้จะมีมาตรการผ่อนคลายเพิ่ม คือการเดินทางเข้าประเทศระบบ Test&Go

สำหรับจังหวัดนำร่องท่องเที่ยวมีการติดตาม พบว่าสถานการณ์คงตัว ยกเว้น กทม.และสมุทรปราการ ซึ่ง กทม. ปริมณฑลเจอติดเชื้อในสถานประกอบการ โรงงาน และชุมชน ในกลุ่มผู้สัมผัสใกล้ชิด หมายความว่าการทำงาน ด้วยกันอาจติดเชื้อไม่มาก แต่ถ้ามีกิจกรรม ร่วมกัน โดยไม่สวมหน้ากากอนามัย ใกล้ชิดกันเป็นเวลานานในสถานที่ปิด จึงเป็นเหตุผลสำคัญทำให้พบการระบาดและติดเชื้อใน 2 จังหวัดนี้และนำร่องท่องเที่ยว

“สถานการณ์ตอนนี้เป็นไปตามคาดการณ์ จริงๆ ก็คงตัวและต่ำกว่าคาดการณ์ ทั้งผู้ติดเชื้อ ที่แตะเส้นสีเขียวแล้ว ซึ่งเป็นเส้นที่อยากให้เกิดขึ้น เพราะการร่วมมือทำตามมาตรการ โดยเฉพาะ VUCA และ COVID Free Setting จะช่วยประคองสถานการณ์ไม่ให้มีผู้ติดเชื้อมากเกินไป ส่วนผู้เสียชีวิตก็ต่ำกว่าการ คาดการณ์ด้วย ถือเป็นความมุ่งหมายที่ดี ที่พวกเราช่วยกัน ป้องกันทั้งตัวเอง ครอบครัวและบุคคลอื่นๆ ทำให้ภาพรวมสถานการณ์ค่อนข้างดี” นพ.จักรรัฐกล่าว

แจงแนวทางกลุ่มเสี่ยงสูง
นพ.จักรรัฐกล่าวต่อว่า แนวปฏิบัติตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคสำหรับผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงสูง เรียกว่ามาตรการ “7+3” คือกักตัวที่บ้าน 7 วัน และสังเกตอาการตนเองอีก 3 วัน และตรวจ ATK 2 ครั้ง เดิมเรา ให้กักตัว 14 วัน แต่เนื่องจาก “โอมิครอน” มีระยะฟักตัวค่อนข้างสั้น จึงลดระยะเวลากักตัวลงได้ มีการตรวจหาเชื้อด้วย ATK ตรวจ RT-PCR ผู้ป่วย แล้วกระจายทั่วถึงทั้งประเทศ และฉีดวัคซีนครบถ้วนทั้งประเทศมากกว่า 70% จึงช่วยผลักดันส่งเสริมทำให้พิจารณา ลดระยะกักตัวลงเหลือ 7 วัน และสังเกตอาการ 3 วัน

สธ.ออก 5 คำแนะนำฉีดวัคซีน
ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรม ควบคุมโรคกล่าวว่า การประชุมคณะอนุกรรม การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค มีการประชุมเมื่อวันที่ 28 ม.ค.ที่ผ่านมา และมีคำแนะนำการฉีดวัคซีนโควิด-19 เพิ่มเติม ดังนี้ 1.การฉีดวัคซีนสูตรไขว้ คือเดิมเราฉีดไล่เรียงจากเชื้อตาย ไวรัลเวกเตอร์ และ mRNA แต่องค์การอนามัยโลกแนะนำวิธีฉีดที่บ้านเรายังไม่แนะนำ คือ ฉีด mRNA และต่อด้วยไวรัลเวกเตอร์ได้ ดังนั้นใครฉีดไฟเซอร์เข็มแรกแล้วมีปัญหา สามารถเปลี่ยนไปฉีดไวรัลเวกเตอร์ได้ 2.ผู้ที่มีประวัติติดเชื้อโควิด ซึ่งมี 2 ล้านกว่าคน สามารถรับวัคซีนตามหลักการเหมือนคนไม่เคย ติดเชื้อมาก่อน ซึ่งเดิมให้เว้นช่วง 3 เดือน ตอนนี้ ลดเหลือ 1 เดือน 3.ผู้ที่ฉีดแอสตร้าเซนเนก้าแล้ว 2 เข็ม เดิมให้ฉีด mRNA แต่หลายคนไม่สบายใจหรือมีประวัติแพ้มาก่อน ก็สามารถฉีดแอสตร้าฯ เข็มสามได้ ตามข้อมูลของอังกฤษ ที่ส่งมา

4.เด็กอายุ 12-17 ปีที่รับซิโนฟาร์มมาแล้ว 2 เข็ม สามารถรับเข็มสามหลังครบเข็มสองมาแล้ว 4 สัปดาห์ มารับเข็มกระตุ้นเป็น ไฟเซอร์ได้ ซึ่งทุกวันนี้คณะอนุกรรมการ สร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคยังไม่แนะนำให้ฉีด ซิโนฟาร์มในเด็ก แต่บางคนที่มีการฉีดไปแล้วด้วยเหตุผลใดก็ตาม ก็สามารถรับไฟเซอร์เข็มสามได้

ไฟเขียวฉีดซิโนแวค 3 ขวบ
และ 5.เห็นชอบฉีดซิโนแวคในอายุ 3-17 ปี เพราะมีการส่งข้อมูลเรื่องความปลอดภัยและประสิทธิผล ซึ่งอนุฯ ดูแล้วข้อมูลค่อนข้างครบถ้วนก็อนุญาตให้ฉีดได้ แต่ให้รอการขึ้นทะเบียนโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เมื่อขึ้นทะเบียนแล้วก็สามารถฉีดได้เลย

“ส่วนแผนการกระจายวัคซีน ก.พ. เป็น แอสตร้าฯ 7 ล้านโดส ไฟเซอร์ 2.6 ล้านโดส และไฟเซอร์เด็ก 5-11 ปี 1.2 ล้านโดส (ฝาส้ม) ซึ่งวันนี้รณรงค์ฉีดแล้ว และตอบโต้การระบาด อีก 1 ล้านโดส” นพ.โอภาสกล่าวและว่า มาตรการป้องกันตนเองและวัคซีนยังเป็นมาตรการสำคัญในการป้องกันโรคโควิด หลังปีใหม่เราควบคุมได้ค่อนข้างดี โดยเฉพาะสายพันธุ์โอมิครอนถ้าเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน จะเห็นการแพร่กระจายหลายประเทศ ทั้งอินเดีย ญี่ปุ่น เวียดนาม ที่อัตราติดเชื้อ ก้าวกระโดด แต่เรามีความร่วมมือจากประชาชน ทำให้การระบาดไม่มากนัก แต่ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด การติดเชื้อระยะนี้เกิดจากการติดต่อในกลุ่มย่อยเล็กๆ จึงต้องสวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง กิจกรรมที่เสี่ยงสูง อย่างรับประทานอาหารร่วมกัน ยังเป็นปัจจัยสำคัญทำให้เกิดการติดต่อ

ถามถึงกรณีแอสตร้าฯ ส่งข้อมูลการฉีด 3 เข็มให้พิจารณา นพ.โอภาสกล่าวว่า จากข้อมูลที่ส่งมาให้คณะอนุกรรมการฯ ก็กระตุ้นภูมิได้ จึงมีคำแนะนำว่าถ้าต้องการฉีดแอสตร้าฯ 3 เข็มก็สามารถทำได้ แต่ยังคงคำแนะนำเดิม นี่เป็นเพียงตัวเสริม เพราะบางคนชอบไม่ชอบแบบนี้ จึงมีหลายตัวเลือกให้คนยินยอมมาฉีดหรือสบายใจมากขึ้น

เมื่อถามว่าซิโนฟาร์ม อนุฯ ยังไม่แนะนำฉีดในเด็ก นพ.โอภาสกล่าวว่า เนื่องจากยังไม่ได้ ขึ้นทะเบียนในเด็กเลย โดยทั่วไปอนุกรรมการฯ จะบอกว่าข้อมูลเป็นแบบนี้ ถ้าเอาตามกระบวนการก็ต้องขึ้นทะเบียน อย.ก่อน แต่ซิโนฟาร์มก็เห็นฉีดแล้วยังไม่ขึ้นทะเบียน จนทุกวันนี้ยังไม่ขึ้นทะเบียน แต่ก็ฉีดไปแล้ว พอต้องบูสต์เข็มสาม คำถามคือต้องบูสต์ด้วยอะไร ก็ต้องบูสต์ด้วยวัคซีนที่ขึ้นทะเบียนแล้วคือไฟเซอร์

ถามต่อว่าผู้ปกครองร้องว่าไม่อยากให้เด็กฉีดวัคซีนเป็นหนูทดลอง นพ.โอภาสกล่าวว่า วัคซีนฉีดด้วยความสมัครใจ สธ.ไม่เคยมีนโยบาย บังคับ และต้องขึ้นทะเบียนจากอย. แสดงว่ามีประสิทธิภาพและความปลอดภัย ทั่วโลก ก็ฉีดมาหมื่นล้านโดส น่าจะมากที่สุดในโลกแล้ว ความปลอดภัยก็เห็นกันอยู่ ประเทศไทยก็ฉีดมาก 115 ล้านโดส แต่วัคซีนก็เหมือนยาที่มีคนแพ้ได้ หรืออาการไม่พึงประสงค์ได้ แต่อยู่ในระดับมาตรฐานที่ยอมรับ ไม่ได้แปลว่า ปลอดภัยแล้วจะฉีดแล้วทุกคนจะไม่เป็นอะไรเลย 100% แต่เป็นน้อยมาก จากข้อมูลเรา 100 กว่าล้านโดส มีคนเสียชีวิตจริงๆ 4 คน คือ 1 ใน 25 ล้าน ถือว่าน้อยมาก ซึ่งการยอมรับโดยทั่วไปคือ 1 ในแสนก็ถือว่าวัคซีนมีความปลอดภัยค่อนข้างมาก

‘บิ๊กตู่’สั่งจัดระเบียบ‘เอทีเค’
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผอ.ศปก.ศบค. ให้สัมภาษณ์ถึงผลการประชุมศปก.ศบค.ว่า ที่ประชุมหารือ 3 ประเด็น หลัก คือกรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม มอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุข สปสช. และกระทรวงพาณิชย์ จัดระเบียบแนวทางการตรวจเอทีเค โดยเฉพาะหามาตรการช่วย อย่าให้ประชาชนเดือดร้อนเรื่องราคา ส่วนการกำจัดขยะ ชุดตรวจเอทีเคนั้น ทางกระทรวงสาธารณสุขมีมาตรการอยู่แล้วตั้งแต่ต้น แต่ไม่ค่อย มีการประชาสัมพันธ์อย่างแพร่หลาย จากนี้ จะประชาสัมพันธ์เพิ่มเติม ส่วนรายละเอียดต้องให้กระทรวงสาธารณสุขชี้แจง

พล.อ.สุพจน์กล่าวต่อว่า 2.เรื่องการเรียนการสอน เนื่องจากนายกฯ เป็นห่วงนักเรียน จึงมอบให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข และกทม. ไปพูดคุยหารือรายละเอียดมาตรการที่จะต้องมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลาให้โรงเรียนสามารถเปิดการศึกษาได้อย่างปลอดภัยภายใต้มาตรการ สาธารณสุขที่มีการปรับปรุงอยู่ตลอด ส่วนกรณี โรงเรียนที่จ.ราชบุรี ที่มีการติดโควิดจำนวนมากนั้น กระทรวงศึกษาฯ ต้องดูให้สอดคล้องกับพื้นที่ระหว่างสถานการณ์กับปัจจัยอื่นๆ โดยเฉพาะต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงมาตรการ หลักอย่างแน่นอน ขณะนี้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกำลังพูดคุยกัน จึงยังไม่สามารถลงรายละเอียดได้ และเรื่องที่สามคือเทสต์แอนด์โกที่จะเปิดรับลงทะเบียนอีกครั้งวันที่ 1 ก.พ.

เมื่อถามถึงตัวเลขผู้เสียชีวิตของวันนี้ที่ยอดสูงขึ้น พล.อ.สุพจน์กล่าวว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิตยังบวกลบในเกณฑ์ที่ไม่ได้เพิ่มขึ้น และผู้เสียชีวิตยังเป็นกลุ่มเปราะบางซึ่งมีความชัดเจนตามที่กระทรวงสาธารณสุขอธิอบายไว้ อย่างไร ก็ตามการประชุมศบค.ชุดใหญ่ครั้งต่อไปยังไม่มีการกำหนดเพราะต้องรอดูวาระงานของนายกฯ ก่อน แต่ประเด็นสำคัญของวงรอบนี้เราได้พูดคุยกันไปหมดแล้วตั้งแต่การประชุมศบค.ชุดใหญ่ครั้งก่อนก็ให้ดำเนินการต่อ
เมื่อถามถึงกรณี ส.ส.ติดโควิดหลายคน จะแนะนำไปยังสภาอย่างไร พล.อ.สุพจน์กล่าวว่า ทางกระทรวงสาธารณสุขมีมาตรการเรียบร้อยหมดแล้ว ก็ให้ว่าไป

ห่วงคลัสเตอร์ใหม่ช่วงตรุษจีน
ผศ.ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์(ม.อ.) เปิดเผยว่า สถานการณ์โควิดในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้คือจ.สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และจ.สตูล คลี่คลายไปในทิศทางที่ดี จะเห็นว่า แทบไม่มีผู้เสียชีวิตแล้ว ผู้ติดเชื้อรายใหม่ ลดน้อยลง จ.สงขลา 44 ราย จ.ปัตตานี 12 ราย จ.นราธิวาส 8 ราย จ.สตูล 3 รายและ จ.ยะลา 17 ราย ไม่ผู้เสียชีวิต

“ให้ระวังในช่วงเทศกาลตรุษจีนอาจจะเกิดคลัสเตอร์ใหม่ จากมีประชาชนไหว้เจ้าและพบปะสังสรรค์ หากสถานการณ์ผ่านไปได้ดี มีผู้ติดเชื้อไม่เพิ่มขึ้น สาธารณสุขเดินมาถูกทางแล้ว เร่งการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น เมื่อมีการติดเชื้อโควิดอาการไม่รุนแรง รัฐบาลประกาศเป็นโรคประจำถิ่นต่อไป ม.อ.เตรียมเปิดเรียนแบบออนไซต์เต็มรูปแบบในภาคเรียน ที่ 1 ปีการศึกษา 2565”

สำนักงานสาธารณสุข(สสจ.)สงขลาว่า จ.สงขลาพบผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ 44 ราย ติดเชื้อสะสม 69,029 ราย เสียชีวิตสะสม 325 ราย ที่รักษาตัวในโรงพยาบาล 685 ราย กลุ่มที่ยังติดเชื้อมากคือกลุ่มผู้สัมผัสผู้ป่วยยืนยัน ในพื้นที่ 21 ราย และกลุ่มผู้คัดกรองโรค ทางเดินหายใจ 13 ราย ฉีดวัคซีนสะสมเพิ่ม 1,134,849 ราย คิดเป็นร้อยละ 71.6 ส่วนเข็มที่ 3 หรือเข็มกระตุ้น 20%

ออนไซต์ – โรงเรียนอนุบาลนครราชสีมา จ.นครราชสีมา เปิดเรียนออนไซต์เฉพาะนักเรียนชั้นประถมศึกษาที่ 6 มาเรียนสลับกัน พบนักเรียนต่างดีใจยิ้มแย้มอย่างมีความสุขที่ได้โอกาสกลับมาเรียนและพบหน้าเพื่อน หลังจากต้องเรียนแบบออนไลน์มานานกว่า 6 เดือน เมื่อวันที่ 31 ม.ค.

โคราชเปิดเรียนออนไซต์คึกคัก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 07.00 น. บรรยากาศเปิดเรียนวันแรกของปีการศึกษา ที่ 2/2564 ของโรงเรียนอนุบาลนครราชสีมา ซึ่งเป็นโรงเรียนอนุบาลประจำจังหวัดที่มีนักเรียนมากที่สุดในประเทศไทย โดยปรับ รูปแบบเป็นออนไซต์ให้เฉพาะนักเรียนชั้นป. 6 มาเรียนสลับกัน นักเรียนต่างดีใจด้วยรอยยิ้มที่ได้โอกาสกลับมาเรียนและพบหน้าเพื่อนวันแรก หลังจากต้องเรียนแบบออนไลน์มานานกว่า 6 เดือน ทุกคนบอกคิดถึงเพื่อนมากที่ไม่ได้ เจอกัน ไม่ต้องแช็ตคุยกันในโลกออนไลน์ เด็กๆ มีความสุขและดีใจ

นายเกษม มารครบุรี ผอ.โรงเรียนอนุบาลนครราชสีมา เปิดเผยว่า โรงเรียนจัดมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ตั้งแต่การเข้ามาในพื้นที่สถานศึกษา ทุกคนต้องผ่านการตรวจ ATK พร้อมคัดกรอง วัดอุณหภูมิร่างกาย ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ หากใครมีอาการป่วยหรือมีประวัติเสี่ยงจากบุคคลใกล้ชิดให้รีบแจ้งครูที่ปรึกษาทันที กรณีมีปัญหาอุปสรรคผู้ปกครองสามารถติดต่อขอรับชุด ATK กลับไปตรวจบุตรหลานที่บ้านแล้วแจ้งผลให้ทราบ

ทั้งนี้หลังเปิดภาคเรียนที่ 1/2564 รูปแบบ ออนไซต์สลับวันมาเรียนได้ประมาณ 1 เดือน มีการแพร่ระบาดของโควิดสายพันธุ์เดลตา โรงเรียนต้องปรับเป็นออนไลน์ทุกชั้นเรียนทันที ล่าสุดผ่านการตรวจประเมินจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมาเห็นชอบให้จัดการเรียนการสอนออนไซต์ กำหนดเริ่มจากสายชั้น ป.6 ก่อน ซึ่งมีนักเรียนทั้งสิ้น 591 คน เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีความจำเป็น ต้องได้รับความรู้จากครูผู้สอนอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมตัวสอบเข้าเรียนต่อในชั้นมัธยม ศึกษาและเป็นความสมัครใจของผู้ปกครอง ที่อนุญาตให้บุตรหลานมาเรียน

ติดเชื้อเพิ่ม 142
สำหรับจ.นครราชสีมา พบผู้ป่วยรายใหม่ 142 ราย เป็นการติดเชื้อนอกพื้นที่ 7 ราย และการติดเชื้อในพื้นที่ 135 ราย ป่วยสะสม 38,350 ราย รักษาหาย 36,190 ราย ยังรักษาอยู่ 1,863 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย เป็นชายอายุ 75 ปี ต.ในเมือง อ.เมือง ประวัติสัมผัสผู้ป่วยและเป็นอัลไซเมอร์หรือโรคสมองเสื่อม รวมทั้ง ยังไม่ได้รับวัคซีน เสียชีวิตสะสม 297 ราย

ด้านนายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า ขอความร่วมมือทุกภาคส่วน ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะหน่วยงานรัฐต้องยึดถือปฏิบัติมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ซึ่งพบเจ้าหน้าที่และบุคลากรในสำนักงานคลังจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานที่ดิน ที่ว่าการอำเภอเมือง องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สำนักงานเทศบาลและที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) รวมทั้งสถานที่อื่นๆ ติดเชื้อและต้องปิดทำการชั่วคราว เพื่อยับยั้งควบคุมโรค การสอบสวนโรคพบพฤติกรรมเสี่ยงจากกิจกรรมที่มีการรวมตัวกัน โดยมีการพบปะและเลี้ยงสังสรรค์ จากนั้นเชื้อลุกลามสู่ครอบครัวและบุตรหลานที่เป็นนักเรียน นักศึกษา รวมทั้งขยายวง ในชุมชนถึงขั้นต้องปิดหมู่บ้าน ฝ่ายปกครองและสาธารณสุขต้องเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น เพื่อตัดวงจรการแพร่ระบาดให้เบ็ดเสร็จ

เพชรบูรณ์วุ่นคลัสเตอร์ใหม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีทีมสอบสวนโรค โรงพยาบาลบึงสามพัน และสสอ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ ตรวจเชิงรุกประชาชนในกลุ่มเสี่ยง เมื่อวันที่ 28 ม.ค.65 พบผู้ติดเชื้อโควิด 1 ราย สอบสวนโรคพบว่าผู้ป่วยรายนี้ศึกษาอยู่ที่โรงเรียนบ้านราหุล อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ ต่อมาวันที่ 30 ม.ค.65 เจ้าหน้าที่สสอ.บึงสามพัน ตรวจหาเชื้อเด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านราหุล โดยใช้ชุดตรวจ ATK จำนวน 310 คน พบติดเชื้อ 37 ราย ส่วนจะเป็นสายพันธุ์ไหนยังไม่ชัดเจน ต้องรอผลยืนยัน โดยแบ่งเป็นนักเรียนชั้นอนุบาล 3 จำนวน 2 ราย, นักเรียนชั้นประถม 22 ราย, นักเรียนชั้นมัธยมต้น 12 ราย และครูผู้สอน 1 ราย
ทางโรงเรียนใช้อาคารเรียนเป็นโรงพยาบาล สนามเพื่อใช้ในการรักษาตัวผู้ติดเชื้อทั้งหมด พร้อมสั่งหยุดเรียนชั่วคราว ส่วนเด็กนักเรียนที่เหลือไม่พบการติดเชื้อ ให้กักตัวอยู่ที่บ้าน และเรียนหนังสือในระบบออนไลน์

ปัตตานีเร่งตามคนงานติดเชื้อ
นายนิพันธ์ บุญหลวง ผู้ว่าฯ ปัตตานี เป็นประธานประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดปัตตานี ที่ห้องประชุมพญาตานี ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดปัตตานี โดยกำชับหน่วยงาน ที่รับผิดชอบและนายอำเภอ ทั้ง 12 อำเภอ ติดตามกลุ่มผู้ใช้แรงงานในโรงงานอุตสาหกรรม อาหารทะเลในจ.ปัตตานี หลังพบว่า 1 ใน 10 โรงงาน มีพนักงานติดโควิด เพื่อให้การควบคุมและป้องกันโรคโควิดและสายพันธุ์ โอมิครอนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้ตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงเชิงรุก ด้วยระบบ ATK ค้นหาผู้ติดเชื้อโดยเฉพาะผู้ที่เดินทางกลับจากต่างจังหวัด
สำหรับจ.ปัตตานีมีผู้ป่วยยืนยันรายใหม่ 12 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสม 497 ราย หายป่วยแล้ว 349 ราย เสียชีวิตสะสม 9 ราย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน