2มือปืนโพกหัวปิดหน้า คาดปมหัก‘ธุรกิจลับ’บิ๊กปั๊ดสั่งตร.ล่าตัวด่วน
พบปม 2 มือปืนบุกกระหน่ำยิงชาวต่างชาติดับหน้าวิลล่าหรูภูเก็ต ภาพจากกล้องวงจรปิดเห็นใช้ผ้าโพกหัวอำพรางใบหน้ามาดักซุ่มรออยู่ในพุ่มไม้ข้างทางอย่างใจเย็น หลังเหยื่อขับรถเข้ามาจอดก็บุกเข้าซัลโวแบบประชิดตัว ลงมือกระหน่ำยิงนับสิบนัดจนเหยื่อดับคาที่ ปลอก-หัวกระสุนปืนตกเกลื่อน ก่อนตามยิงซ้ำเพื่อให้แน่ใจแล้วหลบหนี ตร.เรียกประชุมเครียดเพื่อเร่งคลายคดี ตรวจสอบปมหลังผู้ตายก่อนมาพบจุดจบ เผยถือพาสปอร์ตสัญชาติแคนาดา เพิ่งเข้ามาเมืองไทยเมื่อเดือนที่แล้ว ส่วนมือปืนยังไม่แน่ใจว่าเป็นชาวไทยหรือไม่เพราะรูปร่างใหญ่คล้ายชาวต่างชาติ ด้านผบ.ตร.ก็สั่งเร่งคลี่คลายคดี หวั่นกระทบการท่องเที่ยว คาดสาเหตุมาจากหักธุรกิจลับ

รัว 21 นัด – เจ้าหน้าที่ตำรวจภูเก็ตตรวจที่เกิดเหตุนายซิง แมนดีฟ ถูก 2 คนร้ายจ่อรัวยิงเสียชีวิต คาลานจอดรถวิลล่า ในต.ราไวย์ พบพบปลอกกระสุนขนาด 9 ม.ม.และ .380 รวมทั้งสิ้น 21 นัด เมื่อวันที่ 5 ก.พ.
เมื่อวันที่ 5 ก.พ. ร.ต.ท.พลากรน์ นวลสุทธิ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ฉลอง จ.ภูเก็ต รับแจ้งมีชาวต่างชาติถูกยิงเสียชีวิต บริเวณลานจอดรถของวิลล่าแห่งหนึ่ง ถนนวิเศษ ต.ราไวย์ อ.เมืองภูเก็ต จึงรีบรายงาน ผู้บังคับบัญชา ก่อนรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พล.ต.ต.เสริมพันธุ์ ศิริคง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พ.ต.อ.เอกรัตน์ พลายด้วง ผกก.สภ.ฉลอง เจ้าหน้าที่ตำรวจกก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต เจ้าหน้าที่ตำรวจบช.ทท. เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวรโรงพยาบาลวชิรภูเก็ต และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมใจกู้ภัยภูเก็ต
ที่เกิดเหตุเป็นโรงแรมและมีวิลล่าเป็นหลังๆ ติดชายหาดราไวย์ บริเวณลานจอดรถหน้าวิลล่า พบศพชาวต่างชาตินอนหงายจมกองเลือดอยู่ที่พื้น ด้านหลังรถอเนกประสงค์ยี่ห้อเอ็มจี สีแดง ทะเบียนป้ายแดง ก 7221 ภูเก็ต ที่พื้นพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 ม.ม. และขนาด .380 ตกอยู่เกลื่อนกลาดไม่ต่ำกว่า 10 ปลอก ทราบชื่อผู้ตายคือนายซิง แมนดีฟ อายุ 32 ปี สัญชาติแคนาดา มีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืนทั่วทั้งร่างกายราว 10 นัด เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมง จึงเก็บปลอกกระสุนปืนที่พบไว้เป็นหลักฐาน ก่อนนำศพส่งไปชันสูตรอย่างละเอียดที่ร.พ.วชิระภูเก็ต

นาทีฆ่า – ภาพวงจรปิด นาที 2 คนร้ายจ่อยิงนายซิง แมนดีฟ (ภาพเล็ก) ชาวต่างชาติสัญชาติแคนาดา เสียชีวิตสยองหน้าวิลล่าหรูแห่งหนึ่ง ในต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต เมื่อกลางดึกวันที่ 4 ก.พ. คาดว่าสาเหตุมาจากหักธุรกิจลับ
จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่า เมื่อคืนวันที่ 4 ก.พ. เวลาประมาณ 22.30 น. ผู้ตายขับรถเก๋งอเนกประสงค์ ยี่ห้อเอ็มจี สีแดง ทะเบียนป้ายแดง ก 7221 ภูเก็ต เข้ามาจอดที่บริเวณหน้าวิลล่าดังกล่าว ขณะที่ ผู้ตายเดินลงมาจากรถเพื่อเข้าไปในวิลล่าที่พัก ก็มีคนร้ายเป็นชาย 2 คน ใช้ผ้าโพกหัวปิดบังใบหน้ากระโดดออกมาจากพุ่มไม้ข้างที่จอดรถ จากนั้นก็ลงมือใช้อาวุธปืนบุกจ่อยิงไปที่ผู้ตาย ระยะเผาขนจำนวนหลายสิบนัด จนนายซิงล้มลงและเสียชีวิตดังกล่าว จากนั้นหนึ่งในคนร้ายก็ยังก้มลงหยิบสิ่งของบางอย่างที่ข้างผู้ตายไปด้วย ก่อนจะวิ่งหลบหนีกลับไปทางเดิมที่มา กระทั่งเวลา 06.30 น. วันที่ 5 ก.พ. พนักงานทำความสะอาดของวิลล่ามาพบศพของนายซิง จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ
จากแนวทางการสืบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่า คนร้ายน่าจะรู้ความเคลื่อนไหวของ ผู้ตายเป็นอย่างดี รวมทั้งรู้ว่า มาพักอยู่ที่วิลล่าดังกล่าว จึงมาดักซุ่มรอ จนสบโอกาสเมื่อผู้ตายขับรถเข้ามาจอด ประกอบกับบริเวณที่เกิดเหตุไม่มีผู้คนอยู่ จึงเข้ามาลงมือกระหน่ำยิงแบบ ไม่ยั้ง และเพื่อให้แน่ใจว่าเหยื่อเสียชีวิตแน่นอน ยังเข้ามาจ่อยิงซ้ำอีกหลายนัดก่อนหลบหนีไป คาดว่าคนร้ายทั้ง 2 อาจเป็นชาวต่างชาติก็เป็นได้ เนื่องจากสวมไอ้โม่งปิดบังใบหน้า มีร่างกายที่สูงใหญ่ที่ผิดไปจากคนไทย
ต่อมาวันเดียวกัน พล.ต.ต.ถาวร แสงฤทธิ์ รอง ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผบก.สส.ภ.8 เรียกประชุมด่วนทีมสืบสวนทั้งหมด เพื่อเร่งคลี่คลายคดี โดยอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดส่วนตัวของผู้ตาย เบื้องต้นทราบเพียงว่า เดินทางเข้ามายังประเทศไทยตั้งแต่เมื่อเดือนมกราคม 2565 แต่ยังไม่รู้ว่าผู้ตายนั้นประกอบอาชีพ หรือทำธุรกิจอะไรที่ทำให้กลายเป็นปมสังหาร ส่วนเบาะแสของคนร้ายนั้น จากหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิด สังเกตเห็นได้ว่า มีรูปร่างใหญ่ชเหมือนชาวต่างชาติ หลังจากก่อเหตุก็ยังเห็นด้วยว่า คนร้ายเหมือนจะก้มลงเก็บอะไรบางอย่างไปจากผู้ตายด้วย
ส่วนพล.ต.ต.เสริมพันธุ์กล่าวว่า ผู้ตายเดินทางมาที่จ.ภูเก็ต ตั้งแต่เมื่อวันที่ 27 ม.ค. และเข้ามาพักที่วิลล่าดังกล่าว ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานญาติผู้ตายเพื่อหารายละเอียดส่วนตัว รวมทั้งกำลังสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงและเร่งเก็บข้อมูลพยานหลักฐานต่างๆ กันอย่างเต็มที่ เพื่อเร่งคลี่คลายคดีและติดตามจับกุมคนร้ายให้เร็วที่สุด
วันเดียวกัน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสํานักงานตํารวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่กำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ทั้งจากจุดเกิดเหตุ กล้องวงจรปิด รวมถึงสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด พร้อมแจ้งเหตุไปยังสถานทูตประเทศของ ผู้ตายด้วย ทั้งนี้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.รับรายงานเหตุแล้ว พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยที่เกี่ยวข้อง เร่งสืบสวนสอบสวนและติดตามจับกุมคนร้ายให้ได้ เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนรวมถึงการท่องเที่ยวด้วย โดยกำชับให้ระมัดระวังและยึดตามหลักยุทธวิธีหากจะเข้าจับกุม เนื่องจากคนร้ายได้ก่อเหตุอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญและมีอาวุธปืนในครอบครอง โดยให้คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลักด้วย
รายงานข่าวแจ้งว่าสำหรับผู้ตายนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังรอการยืนยันข้อมูลที่แท้จริงว่าเป็นคนสัญชาติแคนาดาจริงหรือไม่ จากการตรวจสอบพบว่าผู้ตายเกี่ยวข้องกับธุรกิจลับ ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าปมสังหารโหดในครั้งนี้ อาจมาจากความขัดแย้งในธุรกิจลับดังกล่าว