สนธิรัตน์โผลจี้‘ยุบ’เลย ‘ก้าวไกล’จวกเพื่อไทย ยืนยันยึดมติฝ่ายค้าน ทร.แย้มจีนเสนอให้ฟรีเรือดำน้ำมือสอง2ลำ
‘จุรินทร์’ โยน พปชร.แก้สภา ล่มซ้ำซาก อ้างเป็นพรรคแกนนำรัฐบาล ยันปชป.ทำหน้าที่ครบถ้วนแล้ว ซัดพรรคฝ่ายค้านจ้องเล่นเกม เพื่อไทยไล่รัฐบาล รักษาองค์ประชุมไม่ได้ก็ลาออกไป แจงเหตุผลคิดต่าง‘ก้าวไกล’ เลือกไม่แสดงตนในองค์ประชุม ยึดจุดยืนให้ ‘บิ๊กตู่’ ออกไป ด้านส.ส.ก้าวไกล จวกกลับเพื่อไทย ย้ำจุดยืนใช้สภาทำงานเพื่อประชาชน ลุยคว่ำร่างกฎหมายรัฐบาล เชื่อยุบสภาแน่ กลุ่มธรรมนัสโต้นัดไม่แสดงตน กมธ.ปราบโกง ฟุ้งคนแห่ส่งข้อมูล ‘ดร.เอ้’ เข้ามาอื้อ ปชป.โวยก้าวไกลเล่นเกมด้อยค่าคู่แข่งกทม. ‘นิกร’ คาด 2 กม.ลูกเข้ารัฐสภา 21-23 ก.พ.นี้ ทร.เผยจีนเสนอเรือดำน้ำมือสองให้ไทยฟรี แต่ต้องปรับสภาพใหม่
ปปช.เงื้อสอบ‘ดร.เอ้’รวยผิดปกติ
เมื่อวันที่ 5 ก.พ. นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.ป.ป.ช.) ตรวจสอบความร่ำรวยผิดปกติของนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. พรรคประชาธิปัตย์ว่า ประเด็นดังกล่าวป.ป.ช. เข้าไปตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น อยู่แล้ว เป็นเรื่องปกติ เรื่องการร่ำรวยผิดปกติเป็นหน้าที่โดยตรงของป.ป.ช. เมื่อตรวจ สอบข้อมูลแล้วหากพบว่ามีมูล จะขยายผล ต่อไป
นายนิวัติไชยกล่าวว่า ส่วนการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของนายสุชัชวีร์ระหว่างปฏิบัติหน้าที่เป็นอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ที่มีการร้องเรียนต่อกมธ.ป.ป.ช.ของสภา ประเด็นเอื้อประโยชน์ให้บริษัทที่มีความใกล้ชิดกับนายสุชัชวีร์ได้รับงานนั้น ป.ป.ช.รับฟังข้อมูลเรื่องนี้อยู่ รอดูข้อมูลความชัดเจน ถ้ามีความชัดเจนก็พร้อมเข้าไปตรวจสอบ
กมธ.ปราบโกงโวข้อมูลไหลมาอื้อ
นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะโฆษกกมธ.ป.ป.ช. กล่าวถึงการตรวจสอบประเด็นร่ำรวยผิดปกติของนายสุชัชวีร์ว่า ขณะนี้มีผู้ส่งข้อมูลเพิ่มเติมมาให้กมธ.จำนวนมาก และในวันที่ 10 ก.พ. จะมีผู้ร้องเรียนนำประเด็นเพิ่มเติมมาส่งให้กมธ. เป็นคนละคนกับที่ร้องเรียนกมธ.ก่อนหน้านี้ โดยจะเป็นข้อมูลการปฏิบัติหน้าที่ของนายสุชัชวีร์ระหว่างเป็นอธิการบดี สจล. และเบื้องหน้าเบื้องหลังทรัพย์สินของนายสุชัชวีร์จะทำให้ข้อมูลมีน้ำหนักชัดเจนมากขึ้น
ส่วนการเรียกรักษาการอธิการบดีสจล. และตัวแทนกรมสรรพากรมาให้ข้อมูลเมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา ถือว่าได้ข้อมูลน่าพอใจในระดับหนึ่ง โดยประเด็นหลักที่จะตรวจสอบคือการปฏิบัติหน้าที่ของนายสุชัชวีร์ระหว่างเป็นอธิการบดี เรื่องโครงการก่อสร้างของสจล. 5-6 โครงการ ที่มีการร้องเรียนว่ามีบริษัทที่เป็นคนใกล้ชิดนายสุชัชวีร์เป็นผู้ถือหุ้นเข้ามารับงานกับสจล. ซึ่งจะต้องเรียกมา สอบถามว่าเป็นจริงหรือไม่
จ่อไล่ตรวจสอบอีกหลายกรณี
นายธีรัจชัยกล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องการมีรายได้จากเบี้ยประชุมและโบนัสปีละ 5.5 ล้านบาท มากกว่ารายได้จากเงินเดือน 1 ล้านกว่าบาทต่อปี สอบถามรักษาการอธิการบดี สจล.ทราบว่าไม่ใช่เบี้ยประชุมหรือโบนัสที่มาจากสจล. น่าจะเป็นเบี้ยประชุมจากหน่วยงานอื่นซึ่งมีประเด็นต้องตรวจสอบต่อว่าเป็นหน่วยงานใดบ้าง รวมถึงการเสียภาษีของนาย สุชัชวีร์ ขณะนี้รอ กรมสรรพากรส่งข้อมูล เสียภาษีย้อนหลัง 6 ปีของนายสุชัชวีร์มาให้กมธ.เพราะมีข้อสงสัยว่าการที่นายสุชัชวีร์เสียภาษี 900,000-1,000,000 บาท ในช่วง 3 ปีหลัง สอดคล้องกับรายได้ปีละ 12 ล้านบาท หรือไม่
ปชป.ซัดก้าวไกลด้อยค่าคู่แข่ง
นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช และรองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวกรณีทรัพย์สินที่นายสุชัชวีร์และครอบครัวถือครองอยู่นั้น นายสุชัชวีร์ได้ชี้แจงมาอย่างต่อเนื่อง หากกมธ.ปราบโกงจะเชิญนายสุชัชวีร์ไปชี้แจงก็ไม่ใช่ปัญหา พร้อมอยู่แล้ว แต่เกรงว่ากมธ.อาจถูกครหาว่าดำเนินการโดยมีเรื่องการเมืองแอบแฝง
รองเลขาธิการ ปชป.กล่าวว่า การเปิดประเด็นทรัพย์สินของนายสุชัชวีร์น่าจะมาจากพรรคก้าวไกลเปิดตัวนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร เป็นผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. แต่กระแสตอบรับไม่ดี พรรคก้าวไกลจึงใช้วิธีที่ถนัดคือด้อยค่าบุคคลอื่นให้เท่ากับตัวเอง หรือในวิธีทางการเมืองแบบเดิมๆ เรียกว่าดิสเครดิต ถึงแม้นายธีรัจชัย ซึ่งเป็นกมธ.ป.ป.ช.เป็นผู้เปิดประเด็นในเรื่องนี้จะขอถอนตัวจากการตรวจสอบ อ้างว่าเพื่อป้องกันครหา แต่เชื่อว่าหากนายสุชัชวีร์ถูกตรวจสอบแล้วไม่ได้ร่ำรวยผิดปกติอย่างที่กล่าวหา นายสุชัชวีร์ใช้สิทธิ์ฟ้องร้องได้
ดังนั้น นายธีรัจชัยควรแนะนำให้พรรคก้าวไกลทำตามเสียงสะท้อนของผู้สนับ สนุน พรรค หาบุคคลที่เหมาะสมมากกว่านายวิโรจน์มาลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.จะดีกว่า ดิสเครดิตคนอื่น
ฮึ่มคนตรวจสอบ‘เอ้’ส่อผิดกม.
ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวถึงกมธ.ป.ป.ช. เตรียมตรวจสอบกรณีนายสุชัชวีร์ร่ำรวยผิดปกติว่า นายสุชัชวีร์ยืนยันพร้อมให้ตรวจสอบและมั่นใจมาก ตนเชื่อว่าผู้ที่ติดตามการเมืองคงคาดเดาได้ว่า การยื่นเรื่องหรือการดำเนินการของกมธ.ป.ป.ช. หากนายสุชัชวีร์ไม่ได้ประกาศตัวเป็นผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เหตุนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม กมธ.ป.ป.ช.ต้องระมัดระวังการนำรายละเอียดหรือกระบวนการตรวจสอบที่ยังไม่มีข้อสรุปออกมาเปิดเผย เพราะอาจเป็นเรื่องทางการเมือง และผิดกฎหมายได้
อู๊ดด้าโวปชป.ทำหน้าที่ครบถ้วน
ต่อข้อถามถึงสถานการณ์ทางการเมืองขณะนี้ ทำให้หลายฝ่ายคาดว่าการเลือกตั้งใหญ่อาจเกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. นายจุรินทร์กล่าวว่า ตนรู้สึกเห็นใจนายกฯ เพราะสถานการณ์ปัจจุบันต้องรับสภาพปัญหาและแรงเสียดทานหลายเรื่อง ปชป.ก็ต้องทำหน้าที่ให้กำลังใจนายกฯ ในฐานะที่ท่านต้องรับผิดชอบบ้านเมือง และในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล เราจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เต็มกำลังความสามารถ จะเห็นว่าที่ผ่านมาพรรคทำหน้าที่อย่างครบถ้วนสมบูรณ์
โยนพปชร.แก้สภาล่มซ้ำซาก
เมื่อถามถึงการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 4 ก.พ. องค์ประชุมไม่ครบเป็นเหตุให้สภาล่ม ซึ่งมีส.ส.ปชป.เข้าร่วมประชุม แต่ไม่กดบัตรแสดงตนด้วย จะกำชับสมาชิกพรรคอย่างไร นายจุรินทร์กล่าวว่า ทุกฝ่ายต้องระมัดระวัง ตนคิดว่าพรรคแกนหลักอย่างพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ต้องเป็นหลักก่อน ฉะนั้น กระบวนการดำเนินการภายในของพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลถือว่าสำคัญมาก ตนอยากเห็นงานในสภา และงานของรัฐบาลเดินหน้าด้วยความราบรื่น เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน
ผู้สื่อข่าวถามว่าถ้ามีเหตุสภาล่มบ่อย เกรงจะเกิดการยุบสภาหรืออุบัติเหตุทางการเมืองก่อนกฎหมายลูก 2 ฉบับจะเสร็จหรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า ตอบไม่ได้ แต่เรื่องนี้ไม่ก่อให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีต่อสภา และพรรคต่างๆ ที่ทำหน้าที่ในสภา อาจมีผลกระทบถึงภาพลักษณ์ทางการเมืองของรัฐบาลด้วย ฉะนั้น พปชร.ซึ่งเป็นพรรคแกนนำจะต้องรีบกลับมาดูเรื่องนี้
โวยฝ่ายค้านจ้องเล่นเกม
นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส. ราชบุรี และรองโฆษกปชป. กล่าววถึงปัญหาสภาล่มว่า ไม่ใช่การดิสเครดิตรัฐบาล แต่เป็นการสร้างความเสียหายให้กับประชาชน และภาพลักษณ์ของสภา ประชาชนจะตำหนิได้ว่า ส.ส.มัวแต่เล่นเกมการเมืองมากเกินไป จนไม่สนใจผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ
รองโฆษก ปชป. กล่าวต่อว่า อยากให้ฝ่ายค้านพิจารณาถึงผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก การจะเล่นเกมการเมืองนั้น ขอให้รอในช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจ และการพิจารณากฎหมายงบประมาณ แต่ตอนนี้ขอให้ช่วยประคับประคองให้การทำงานของสภาเดินหน้าไปได้เพื่อประชาชน อย่าเอาเรื่ององค์ประชุมมาเป็นเกมการเมือง
ยันไม่เป็นองค์ประชุมให้รัฐบาล
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภา โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า การตรวจสอบองค์ประชุม คือการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน ที่ไม่ยอมให้รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ สืบทอดอำนาจอยู่ต่อไปด้วย การมีส.ส. รัฐบาลเป็นเสียงข้างน้อยในสภา ขัดหลักการ ปกครองด้วยเสียงข้างมาก เคารพสิทธิเสียงข้างน้อย การไม่เป็นองค์ประชุมให้ฝ่ายรัฐบาล ถือเป็นการตรวจสอบรัฐบาล
จี้ลาออก-แสดงความรับผิดชอบ
ด้านนายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรค พท. โพสต์ระบุว่า “แสดงให้เห็นว่า รัฐบาล พอได้แล้ว หมดความชอบธรรมที่จะบริหารต่อไป ตามหลักการ องค์ประชุมเป็นภาระหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องทำให้ครบองค์ สภาล่มจึงเป็นภาระและความรับผิดชอบของรัฐบาล ถ้าทำไม่ได้ก็บริหารไม่ได้ ควรแสดงความรับผิดชอบลาออกไป เข้าใจมั้ย ลุงตู่”
จุลพันธ์แจงเหตุพท.คิดต่างก้าวไกล
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรค พท. โพสต์ทางทวิตเตอร์ ชี้แจงกรณีถูกตั้งคำถามเรื่อง พท.ไม่แสดงองค์ประชุม ในการพิจารณารายงานกฎหมายสำคัญ โดยระบุว่า เรื่องสภาล่ม 2 ครั้งในสัปดาห์นี้ หลายคนสับสนว่าเหตุใด เพื่อไทยจึงไม่ร่วมเป็นองค์ประชุม แตกต่างจากก้าวไกลที่อยู่เป็นองค์ประชุม ขอชี้แจงดังนี้
1.เหตุผลง่ายๆ คือเป้าหมายหลักของ พรรค คือการยุติการสืบทอดอำนาจของพล.อ.ประยุทธ์ และการที่สภาล่ม เป็นสัญญาณชี้ว่า รัฐบาลไม่อาจคุมเสียงข้างมากในสภาได้ จะเป็นตัวเร่งให้ยุบสภาเร็วขึ้น เหมือนที่พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ว่าถ้าไม่อยากเลือกตั้ง สภาต้องไม่ล่ม ยืนยันพท.อยากเลือกตั้ง คืนอำนาจให้ประชาชน
2.เรื่อง พ.ร.บ.สุรา จริงๆ คือพ.ร.บ. สรรพสามิต เสนอโดยพรรคก้าวไกลมติพท.คือแสดงตนและเห็นชอบกับ พ.ร.บ. แต่มติที่ไม่ร่วมแสดงตน คือญัตติของรัฐบาลที่ว่าจะขอส่ง พ.ร.บ.ให้รัฐบาลไปพิจารณา 2 เดือน เพราะเป็นแค่เกมเตะถ่วงของรัฐบาลเท่านั้น และจะเสียเวลา 4 เดือนเป็นอย่างต่ำ เมื่อกลับมายังสภา ทุกฝ่ายก็ทราบอยู่แล้วว่ารัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ไม่มีทางผ่านกฎหมายจากส.ส.ฝ่ายค้านเด็ดขาด สุดท้ายก็ตก แต่เข้าใจทุกฝ่าย ว่าทางผู้เสนอย่อมประสงค์นำเสนอและฝากความคิดไว้ในสังคม แต่เมื่อไม่อาจเล็งผลเลิศ พท.เลือกให้สภาล่ม เอาพล.อ.ประยุทธ์ ไปไวๆ ดีกว่า
ย้ำจุดยืนเอา‘บิ๊กตู่’ออกไป
3.สภาล่มก่อนรายงานเรื่องบำนาญ ข้อเท็จจริงคือ มีอีกหนึ่งรายงานก่อนจะถึงบำนาญ และรายงานเหล่านี้เป็นรายงานจาก กมธ.ศึกษามาเสนอสภา พท.มีมติรับรายงานเรื่องบำนาญถ้วนหน้านี้ แต่รายงานนี้ไม่ใช่การแก้กฎหมาย ไม่มีผลบังคับใช้ การไปบิดเบือนว่า รายงานนี้จะทำให้เกิดระบบบำนาญจริง เป็นเรื่องเท็จ เมื่อสภามีมติรับรายงาน จะต้องลงมติต่อว่าจะให้ส่งข้อสังเกตให้รัฐบาลหรือไม่ แต่การส่งข้อสังเกต ไม่มีผลบังคับต่อรัฐบาล จะทำหรือไม่ทำก็ได้ สภาส่งเรื่องแบบนี้ไปรัฐบาลหลายครั้ง ไม่เห็นพล.อ.ประยุทธ์ เอาไปทำซักเรื่อง สุดท้าย ขอบคุณสำหรับคำติชม แต่เมื่อเป็นมติพรรคร่วมฝ่ายค้าน พท. ยืนยันเดินตามมติ และไม่ขอเป็นองค์ประชุมให้พล.อ.ประยุทธ์ ยืดอายุต่อไปอีก ส.ส.อย่างตนยอมตกงาน ให้ยุบสภา เลือกตั้งใหม่ เอาพล.อ.ประยุทธ์ออกไป
เพื่อไทยจี้ยุบสภา-ลาออก
น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด กรรมการบริหารพรรค พท. กล่าวกรณีสภาล่มซ้ำซากว่า เสถียรภาพของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ วันนี้ถือว่าเข้าขั้นวิกฤต ไม่มีสภาพในการบริหารประเทศต่อไปอีกแล้ว การที่พรรคร่วมฝ่ายค้านเสนอนับองค์ประชุมและไม่แสดงตน ถือเป็นการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลตามกลไกรัฐสภา และยังยืนยันถึงเจตนารมณ์ไม่ช่วยต่อลมหายใจให้รัฐบาลเผด็จการที่หมดสภาพ ไม่สามารถแก้ปัญหาให้ประชาชนได้
“ถ้ารัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ใส่ใจปัญหาและผลประโยชน์ของประชาชนจริง จะไม่มีวันที่สภาล่มซ้ำซาก เพราะรัฐบาลคือเสียงข้างมากในสภา แต่พอบริหารล้มเหลว ไม่สามารถทำให้ส.ส.ฝั่งรัฐบาลมาทำงานได้จนสภาล่ม กลับโทษฝ่ายค้านว่าไม่เป็นองค์ประชุมให้ ถ้าหวังจะบริหารประเทศด้วยเสียงข้างน้อย ก็ไม่ควรดันทุรังเป็นรัฐบาลต่อ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องรับผิดชอบด้วยการยุบสภาหรือลาออก เพื่อเปิดทางให้คนที่พร้อมบริหารประเทศมาทำหน้าที่แทน” น.ส.จิราพรกล่าว
ก้าวไกลซัดพท.จ้องเล่นเกม
นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์กรณีมีข้อสังเกตว่าองค์ประชุมสภาล่ม เกิดจากความขัดแย้งระหว่าง พท.และก้าวไกลว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ก.พ. ในช่วงพิจารณารายงานการขุดคลองไทยและการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ พรรคร่วมฝ่ายค้านมีมติว่าจะไม่แสดงตน และหากจะโหวต ต้องโหวตให้ชนะเพื่อคว่ำรายงานฉบับนี้ เพราะเราไม่อยากให้ขุดคลอง และเห็นว่าเป็นรายงานที่มีความมิชอบ แต่เมื่อเข้าสู่วาระรายงานปัญหากัดเซาะชายฝั่ง และวาระพ.ร.บ.บำนาญแห่งชาติ ที่พรรคก้าวไกลทำงานต่อเนื่องมา 3 ปี เพราะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน กลับเกิดสภาล่ม
“การเสนอนับองค์ประชุม เป็นอาวุธเดียวที่ฝ่ายค้านใช้โต้ตอบรัฐบาล แต่พรรคก้าวไกลมีจุดยืนว่าไม่ควรนำมาใช้ในทุกเรื่อง คือต้องดูเป็นเรื่องๆ ไป เพราะเรื่องของประชาชนสำคัญกว่าการตรวจสอบองค์ประชุมสภา ไม่อยากให้นำมาเป็นเกมการเมืองเพื่อเอาชนะกัน ซึ่งส่งผลให้ภาพลักษณ์ของสภาเสียหาย” นายธีรัจชัยกล่าว
ย้ำจุดยืนใช้สภาทำงานเพื่อปชช.
เมื่อถามว่าหากจุดยืนระหว่างก้าวไกล และพท. ยังต่างกัน จะส่งผลกระทบต่อการทำงานร่วมกันหรือไม่ นายธีรัจชัยกล่าวว่า คงต้องมานั่งคุยกันด้วยเหตุผล หากไม่ดูเหตุผลและไม่ดูข้อเท็จจริงเพื่อจะให้สภาล่มอย่างเดียว ตนคิดว่าไม่น่าจะใช่หน้าที่ของผู้แทนฯ ที่ประชาชนเลือกมา เราต้องถือประโยชน์ของประชาชนเป็นตัวตั้ง
ส่วนที่พล.อ.ประยุทธ์ ระบุถ้าอยากให้เลือกตั้ง สภาต้องไม่ล่มและต้องทำกฎหมายลูกให้เสร็จ นายธีรัจชัย กล่าวว่า กฎหมายลูกจะเสร็จหรือไม่ อยู่ที่รัฐบาลและส.ว. ถ้าเร่งมือทำจริง 1-2 เดือนก็เสร็จ แต่หากรัฐบาลจะประวิงเพื่อให้ตัวเองอยู่นานขึ้น ก็เป็นวาระซ่อนเร้นเพราะความจริงรัฐบาลและส.ว. กุมสภาอยู่ โดยตนอยากให้พล.อ.ประยุทธ์ พูดอย่างจริงใจเพื่อทำให้บ้านเมืองไปต่อได้
ยันก้าวไกลยึดมติพรรคฝ่ายค้าน
ด้านนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองเลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่าพรรคก้าวไกลไม่ได้ฝืนมติและทำผิดมารยาททางการเมือง ยืนยันว่าการแสดงตนของก้าวไกลในวันที่ 2 ก.พ.ที่พิจารณาร่างธรรมนูญศาลทหารและพ.ร.บ.สุรา ที่พรรคเสนอเข้าสภา เราแจ้งให้พรรคร่วมฝ่ายค้านทราบล่วงหน้าแล้ว ส่วนวันที่ 4 ก.พ.ที่มีรายงานคลองไทยเข้า มติพรรคร่วมฝ่ายค้านกำหนดว่าห้ามแสดงตน เพื่อทดสอบองค์ประชุมของรัฐบาล ส.ส.ก้าวไกลส่วนใหญ่ยึดตามนั้น แต่เพื่อไทย ไม่ปฏิบัติตามมติ ก้าวไกลจึงตัดสินใจว่า เราจะยืนยันจุดยืนคือการแสดงตนในวาระที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน
นายรังสิมันต์กล่าวต่อว่า การเล่นเกมสภาล่มเพื่อหวังให้รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ประกาศยุบสภานั้น เปรียบเหมือนขี่ช้างจับตั๊กแตน เพราะที่ผ่านมาเกิดเหตุสภาล่มหลายครั้ง หรือได้รับเสียงไว้วางใจน้อยที่สุดเป็นอันดับ 2 ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งที่ผ่านมา พล.อ. ประยุทธ์ก็ไม่เคยสนใจท่าทีของสภาเลย เกมที่เล่นกันอยู่แทนที่จะทำลายพล.อ.ประยุทธ์ กลับทำลายเครดิตสภา ทำลายความหวังประชาชน ไม่ต่างกับการเมืองเก่า ซึ่งส่งผลเสียต่อการเมืองและความน่าเชื่อถือต่อประชาชนระยะยาว
ชี้ตีตกกม.รัฐบาล-กดดันยุบสภาได้
นายรังสิมันต์กล่าวอีกว่า หากอยากใช้โอกาสนี้สั่นคลอนเสถียรภาพของรัฐบาล พรรคร่วมฝ่ายค้านควรเข้าสภาให้ครบ และโหวตลงมติผ่านร่างกฎหมายที่ฝ่ายค้านเสนอและคว่ำร่างกฎหมายของฝ่ายรัฐบาล ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่มีโอกาสชนะ เพราะฝ่ายค้านมีโอกาสมีเสียงมากกว่าฝ่ายรัฐบาลที่มักมา ไม่ครบหรือเสียงแตก เพราะไม่สามารถตกลงผลประโยชน์กันได้ หากใช้วิธีนี้ประชาชนจะได้ประโยชน์มากที่สุด และจะกดดันให้รัฐบาลยุบสภาได้อย่างแน่นอน
“ผมยืนยันว่าการประชุมสภาเป็นหน้าที่ส.ส.ไม่น้อยไปกว่าการทำงานพื้นที่ พรรคก้าวไกลต้องการทำหน้าที่ตามที่ประชาชนมอบหมายมาอย่างดีที่สุด ประชาชนคือผู้ตัดสินว่าการทำหน้าที่ของเราถูกต้องหรือไม่” นายรังสิมันต์กล่าว
แนะอย่าเอาปชช.เป็นตัวประกัน
ขณะที่นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวว่าการเล่นเกมเช่นนี้ส่งผลกระทบอย่างมากต่อประชาชน เพราะยังเหลือร่างกฎหมายค้างพิจารณาอยู่อีกหลายฉบับ ร่างกฎหมายที่ค้างพิจารณาอยู่ตอนนี้ส่วนใหญ่เป็นกฎหมายที่พรรคร่วมฝ่ายค้านเสนอแล้วจะทำอย่างไรกันต่อ พท.จะแสดงความเป็นเอกภาพของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ช่วยเป็นองค์ประชุมและผ่านร่างกฎหมายเหล่านี้หรือไม่ ประชาชนเฝ้ารอกฎหมายเหล่านี้มาหลายปีแล้ว เราจะเตะถ่วง เอากฎหมายของประชาชนมาเป็นตัวประกัน รอให้พล.อ. ประยุทธ์ที่ไม่เคยสนใจว่าสภาจะล่มมาแล้วเกือบ 20 รอบมาประกาศยุบสภาอย่างนั้นหรือไม่
“สิ่งที่จะทำให้พล.อ.ประยุทธ์ยุบสภามากที่สุดคือออกกฎหมายที่ก้าวหน้า เป็นคุณกับประชาชน โดยเฉพาะร่างกฎหมายดีๆ หลายฉบับของพรรคฝ่ายค้านและภาคประชาชน ไม่มีช่วงไหนที่คะแนนเสียงในสภาจะมีโอกาสได้มากเท่าช่วงนี้อีกแล้ว” นายณัฐชากล่าว
กลุ่มธรรมนัสปัดนัดกันไม่แสดงตน
นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร กลุ่ม ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า ให้สัมภาษณ์ถึงการไม่กดแสดงตนในการประชุมสภาวันที่ 4 ก.พ. จนถูกมองไปอยู่ฝั่งฝ่ายค้านว่า การจะไม่แสดงตนไม่ใช่ว่าจะอยู่ฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล และทั้ง 18 ส.ส.ไม่ได้นัดกันไม่กดบัตรแสดงตน เป็นการลาและเป็นวันศุกร์ ซึ่งก็มีธุระ
ผู้สื่อข่าวถามว่าสภาล่มบ่อย คาดว่าใกล้ยุบสภาแล้วหรือไม่ นายไผ่กล่าวว่า คิดว่าสภาล่มคงเป็นส่วนหนึ่งในการเรียกร้องของฝ่ายค้าน ซึ่งมองว่าต้องคุยกันว่าต้องการอะไร แต่จริงๆแล้วยังไงเสียงรัฐบาลก็มากกว่า ถ้ามาประชุมครบก็เดินไปได้
พปชร.ฟุ้งในพรรคเริ่มคลี่คลาย
นายรงค์ บุญสวยขวัญ ส.ส.นครศรี ธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงสถานการณ์ในพรรค หลังจาก 21 ส.ส.กลุ่มร.อ.ธรรมนัสออกไปจากพรรคว่า ไม่มีอะไร ถ้าเปรียบก็เหมือนกับแผลอักเสบ แต่ตอนนี้ความรุนแรงของการอักเสบมันลดลงและจะค่อยๆ หาย ปัญหาที่เคยมีมันก็คลี่คลาย แต่ไม่ใช่ว่ากลุ่มร.อ.ธรรมนัสออกไปแล้วจะสมูทไม่มีปัญหา ก็ยังมีปัญหาอย่างอื่นที่ต้องแก้กันต่อไป แต่อาจเป็นปัญหากับรัฐบาลมากกว่า โดยเฉพาะเรื่องเสียงองค์ประชุม เพราะกลุ่มที่ออกไปเขาก็มีอิสระ ตัดสินใจได้มากขึ้น
เมื่อถามว่าหลังจาก 21 ส.ส.กลุ่ม ร.อ.ธรรมนัสออกไป สมาชิกในพรรคมีการมาพูดคุยหรือหวั่นไหวหรือไม่ นายรงค์กล่าวว่า จากการพูดคุย บางคนบอกว่าไม่มีปัญหา เพียงแต่ทำให้พรรคเล็กลงเท่านั้น ไม่ได้มาฟูมฟายอะไร
นิกรมั่นใจต่อไปสภาดีขึ้นแน่
นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะวิปรัฐบาล ให้สัมภาษณ์ถึงองค์ประชุมสภาล่ม 2 ครั้งใน 3 วันว่า เชื่อว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้สมาชิกทุกคนรู้ว่าเป็นช่วงปีสุดท้ายของสภา เป็นช่วงนับถอยหลังกันแล้ว ต้องใช้สภาให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างเต็มที่ สภาต้องอยู่เพื่อประชาชน เวลาสำหรับเล่นการเมืองโดยใช้สภาเป็นสมรภูมินั้นไม่มีเหลือแล้ว ดังนั้น เชื่อว่าจากนี้จะดีขึ้น โดยไม่ได้เกิดจากการล็อบบี้ใดๆ แต่เกิดจากทุกคนเข้าใจในสถานการณ์แล้ว และใช้เวลาที่เหลือของสภาให้เป็นประโยชน์ร่วมกัน เพราะรายงานของ กมธ.ถือว่ามีความสำคัญมาก เป็นงานของสภาโดยแท้ แบบไม่มีฝัก ไม่มีฝ่าย และยังมีกฎหมายสำคัญที่มีประโยชน์อีกหลายฉบับ
คาด21-23ก.พ.รัฐสภาถก 2 กม.ลูก
นายนิกรกล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองนั้น คิดว่าจะเข้ารัฐสภาได้ประมาณวันที่ 21-23 ก.พ. โดยมีร่างหลักที่เข้าคือร่างของครม. ร่างของพรรคร่วมรัฐบาล ร่างของพรรคซึ่งเสนอโดยพรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล และร่างของพรรคพลังประชารัฐ ยื่นโดยนายอนันต์ ผลอำนวย ส.ส.พปชร. ส่วนที่ตั้งข้อสังเกตว่าพรรคร่วมรัฐบาลเองมีอยู่ร่างหนึ่งแล้ว ยังเสนอร่างจากส.ส.พปชร.อีกหรือ ก็เป็นไปตามข้อตกลงของพรรคร่วมรัฐบาลว่าหากพรรคใดเสนอร่างให้นำไปรวมกันกับร่างของพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งถือเป็นเรื่องดี จะได้มีหลักการเผื่อว่ามีรายละเอียดปลีกย่อยที่ร่างของพรรคร่วมรัฐบาลไม่ได้เขียนไว้ ในเมื่อรับหลักการก็นำไปปรับปรุงแก้ไขกันได้
นายนิกรกล่าวว่า หากรัฐบาลเปิดสมัยประชุมวิสามัญให้จะดี เพื่อให้เห็นว่าไม่ดึงเวลา เพราะถ้าไม่เปิดจะถูกกล่าวหาว่าดึงเวลา จากนั้นน่าจะเสร็จประมาณเดือนก.ค.ตามที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ประเมินระยะเวลาไว้ อย่างไรก็ตาม หากจะมีการยุบสภาเพื่อแก้ปัญหาการเมืองในตอนนี้คงจะมีปัญหาเยอะและต่อเนื่องถึงความชอบธรรมหลัง เลือกตั้ง หากรอให้แก้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเสร็จก่อนปัญหาจะมีน้อยกว่า

ขอปักธงใต้ – นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ แกนนำพรรคสร้างอนาคตไทย เปิดตัวแกนนำพรรค มี นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ นายสันติ กีระนันทน์ และนายอิธวัฒน์ พิทักษ์ คุมพล โดยมีนายอุตตม สาวนายน ร่วมพูดคุยผ่านระบบซูม พร้อมประกาศปักธงภาคใต้ ที่โรงแรมศิวา รอยัล จ.พัทลุง
เปิดตัวนิพิฏฐ์-ลุยปักธงใต้
ที่โรงแรมศิวา รอยัล จ.พัทลุง นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ผู้ก่อตั้งพรรคสร้างอนาคตไทย เปิดตัวแกนนำพรรคได้แก่ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ นายสันติ กีระนันทน์ นาย อิธวัฒน์ พิทักษ์คุมพลนายวัชระ กรรณิการ์ พร้อมร่วมพบปะเครือข่ายประชาชนผู้ร่วมอุดมการณ์สร้างอนาคตไทย จาก 14 จังหวัดภาคใต้ โดยมี นายอุตตม สาวนายน ร่วมพูดคุยผ่านระบบซูม จากกรุงเทพฯ
นายสนธิรัตน์กล่าวว่า นับเป็นครั้งที่ 2 ที่ได้เป็นแกนนำก่อตั้งพรรค ยืนยันพรรคสร้างอนาคตไทยไม่มีขั้ว ไม่ทะเลาะกับใคร ไม่ซ้ำเติมประเทศ ไม่ได้มาเล่นการเมือง แต่มาทำงานเพื่อประชาชน จะขอทำหน้าที่ประสานรอยร้าวของประเทศ โดยเฉพาะเศรษฐกิจที่ จมลึก จะต้องได้รับการแก้ไข ซึ่งเรามีทีมเศรษฐกิจที่ดีที่สุดของประเทศ อยากเห็น คนใต้เลือกพรรคที่มีอนาคตในสายตาของ คนใต้ พรรคสร้างอนาคตไทยเป็นทางออกและทางเลือกที่เสนอให้คนใต้เข้ามาร่วมขับเคลื่อนทางออกที่อยากจะเห็น และอยากให้เป็นไป
ด้านนายนิพิฏฐ์กล่าวว่า หมดสมัยสำหรับภาคใต้ที่จะสืบอำนาจจากพ่อสู่ลูก จากพี่ไปน้อง เป็นเครือญาติ ทุกคนในพรรคมีโอกาสเท่ากัน พร้อมเปิดโอกาสให้ทุกคนที่มีศักยภาพเติบโตและได้เข้ามาทำงานเพื่อประชาชน ซึ่งคิวไม่ยาวเหมือนบางพรรคแน่นอน
สนธิรัตน์ก็ไล่ให้ยุบสภา
จากนั้นนายสนธิรัตน์ ให้สัมภาษณ์ถึงสภาล่มบ่อยว่า เป็นช่วงเวลาที่ระบบรัฐสภาทำงานไม่เต็มที่ ซึ่งน่าเป็นห่วง เพราะผลเสียจะตกอยู่กับประชาชน แต่ไม่ขอออกความเห็นว่าเป็นความผิดของใคร ตนมองว่าถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็ควรคืนอำนาจให้ประชาชน หากดึงไว้ต่อไป ประชาชนจะเสียโอกาส เพราะสภาที่มีอยู่แต่ไม่สามารถขับเคลื่อนได้ ทำให้ประชาชน ไม่ได้รับโอกาสที่ดีกับการมีรัฐสภา ซึ่งผู้มีอำนาจต้องพิจารณาและตัดสินใจโดยคิดถึงประชาชนมากกว่าพวกเขาหรือพวกเรา
“ผมคิดว่ารัฐบาลคงคิดอยู่ว่า จะยุบหรือไม่ยุบดี ถ้าคิดบนผลประโยชน์ประชาชน ควรจะทำอย่างไร ผมคงไม่สามารถไปชี้นำได้ ถ้าคิดว่าต้องเป็นแบบนี้ไปอีก 5-6 เดือน เท่ากับประเทศอยู่บนความบอบช้ำที่ต้องแก้ปัญหานั้น เราได้สะสมปัญหาใหม่เพิ่มขึ้น อันนี้ขึ้นอยู่กับผู้มีอำนาจ แต่ส่วนตัวขอให้มองที่ประโยชน์ของประเทศ และประชาชนเป็นหัวใจสำคัญ” นายสนธิรัตน์ กล่าว
ทร.เผยจีนให้ฟรี-เรือดำน้ำมือ 2
เมื่อวันที่ 5 ก.พ. รายงานข่าวแจ้งว่า จากกระแสข่าวสาธารณรัฐประชาชนจีน จะมอบเรือ ดำน้ำชั้น Song (ซ่ง) ให้ไทย 2 ลำ แต่ไม่มีคำยืนยันจากกองทัพเรือ และกระทรวงกลาโหมของไทยในเรื่องดังกล่าว กระทั่งสัปดาห์ที่ผ่านมาทางบริษัทที่เป็นรัฐวิสาหกิจของจีนซึ่งรับหน้าที่บริหารเรือดำน้ำมือสองที่กำลังปลดประจำการในกองเรือดำน้ำกองทัพเรือจีน ได้ประสานผ่านสำนักผู้ช่วยทูตทหารประจำกรุงปักกิ่ง ว่าทางบริษัทมีเรือดำน้ำมือสองจำนวนหลายลำ คาดว่าจะเป็นประโยชน์กับกองทัพเรือไทย หากสนใจในโครงการดังกล่าวให้แจ้งความประสงค์ในการหารือในรายละเอียด อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการระบุว่าให้เปล่า หรือซื้อในราคามิตรภาพ
แหล่งข่าวจากกองทัพเรือ ระบุว่า เป็นครั้งแรกที่มีการแสดงเจตนารมณ์อย่างเป็นทางการ เพราะก่อนหน้านี้เป็นเพียงกระแสข่าวว่าทางการจีนได้พูดคุยกับคณะทำงานของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และจะให้เรือดำน้ำฟรี 2 ลำ แต่ไม่มีการยืนยันข่าวจากฝั่งของพล.อ.ประวิตร ทั้งนี้ พล.ร.อ.สมประสงค์ นิลสมัย ผบ.ทร. จะนำข้อเสนอของบริษัท ไปพิจารณาร่วมกับพล.ร.อ.เถลิงศักดิ์ ศิริสวัสดิ์ เสนาธิการทหารเรือ ประธานคณะกรรมการบริหารโครงการจัดหาเรือดำน้ำ ทร.ว่าจะไปพูดคุยในรายละเอียดหรือไม่ และถ้าสรุปว่าจะพูดคุย ก็ต้องดูว่ามีข้อเสนออย่างไร จะให้เปล่า หรือ ซื้อในราคามิตรภาพ ยังไม่มีการยืนยัน
อย่างไรก็ตาม จีนได้มอบเรือดำน้ำ ชั้น Ming (หมิง) ให้กับกองทัพเรือเมียนมา เมื่อไม่นานมานี้ ทำให้ ทร.เมียนมามีเรือดำน้ำเข้าประจำการแล้ว 2 ลำ จึงคาดว่าข้อเสนอของจีน จะเป็นเสนอแบบให้เปล่ากับไทยในฐานะมิตรประเทศเช่นกัน ซึ่งต้องดูในรายละเอียดว่าจะต้องซ่อมปรับคืนสภาพ และต้องใช้งบประมาณนำเข้าประจำการเท่าใด รวมถึงมีข้อเสนออื่นๆ ที่ทร.ไทยจะได้รับเพิ่มเติมหรือไม่