‘นิต้า’สวยฉลาด ดีกรีเก่งรอบตัว

‘นิต้า’มานิตา ดวงคำ ฟาร์เมอร์ ลูกครึ่งไทย-อเมริกัน คว้ามงกุฎนางสาวไทยคนที่ 53 ประจำปี 2565 ด้วยความงามและตอบคำถามได้เฉียบคม อาชีพนางแบบฟรีแลนซ์ ผจก.ฝ่ายขาย วิทยากรภาษาอังกฤษ จบการศึกษาจากวิทยาลัยนานาชาติ ม.กรุงเทพ เกียรตินิยมอันดับ 1 ทุน BU Creative มีความสามารถด้านภาษาไทยและภาษาอังกฤษเป็นอย่างดี เคยได้รองอันดับ 1 มิสแกรนด์ภูเก็ต 2017 เข้ารอบ 12 คนสุดท้ายมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2018

เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 6 ก.พ. ที่เซ็นทรัล เวิลด์ ไลฟ์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กองประกวดนางสาวไทยจัดการประกวดนางสาวไทย ประจำปี 2565 รอบตัดสิน ถ่ายทอดสดผ่านทรูโฟร์ยู ช่อง 24 ให้คนไทยร่วมลุ้นพร้อมกันทั่วประเทศ บรรยากาศการประกวดเป็นไปอย่างคึกคักด้วยเสียงเชียร์จากเหล่าแฟนคลับนางงามที่มาร่วมลุ้นและให้กำลังใจตลอดการประกวด โดยมี อาร์ม กรกันต์ สุทธิโกเศศ และแพรว แพรววนิต เรืองทอง รับหน้าที่พิธีกร

การประกวดเริ่มต้นขึ้นเมื่อเหล่าสาวงามทั้ง 24 คน เปิดตัวด้วยการแสดงสุดอลังการพร้อมแนะนำตัวทีละคน จากนั้นคณะกรรมการประกาศผลผู้เข้ารอบ 12 คนสุดท้าย ก่อนเพิ่มดีกรีความร้อนแรงให้เวทีด้วยการอวดเสน่ห์ในรอบชุดว่ายน้ำ ต่อด้วยรอบชุดราตรีที่สวยสง่าสะกดทุกสายตา ในรอบนี้คณะกรรมการประกาศผลผู้ผ่านเข้าสู่รอบ 5 คนสุดท้าย ได้แก่ MT 18 นิดา วนิดา ดอกกุหลาบ, MT 16 นิต้า มานิตา ดวงคำ ฟาร์เมอร์, MT 06 มุก อัญพัชร์ ปิติประจักษ์วัชร, MT 17 นิกกี้ อธิชา เรนนี่ และ MT 01 ไข่มุก ศรณ์ศรฏฐ์ วิทยาเรืองสุข

จากนั้นสาวงามทั้ง 5 คน แสดงไหวพริบปฏิภาณตอบคำถามกันอย่างเฉียบคม ก่อนพักความตื่นเต้นด้วยการอำลาตำแหน่งของ เมย์ ณัฐพัชร พงษ์ประพันธ์ นางสาวไทย คนที่ 52 ประจำปี 2563
และแล้ววินาทีที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง เมื่อพิธีกรประกาศชื่อ MT 16 นิต้า มานิตา ดวงคำ ฟาร์เมอร์ สาวงามตัวเต็ง ลูกครึ่งไทย- อเมริกัน คว้าตำแหน่งนางสาวไทยคนที่ 53 ประจำปี 2565 รับช่อดอกไม้ วชิรคทา พร้อมสายสะพาย และมงกุฎ “อิสตรีวิจิตรา (The Adamas)” รางวัลเงินสด 800,000 บาท และรางวัลอันทรงคุณค่าอื่นๆ อีกมากมาย
รองอันดับ 1 ได้แก่ MT 06 มุก อัญพัชร์ ปิติประจักษ์วัชร, รองอันดับ 2 MT 18 นิดา วนิดา ดอกกุหลาบ, รองอันดับ 3 MT 17 นิกกี้ อธิชา เรนนี่ และรองอันดับ 4 MT 01 ไข่มุก ศรณ์ศรฏฐ์ วิทยาเรืองสุข

นางสาวไทย – ‘นิต้า’ มานิตา ดวงคำ ฟาร์เมอร์ สาวงาม ตัวเต็ง ลูกครึ่งไทย-อเมริกัน พ่วงดีกรีความสามารถรอบตัว คว้ามงกุฎนางสาวไทยคนที่ 53 ประจำปี 2565 ในการประกวดที่เซ็นทรัล เวิลด์ ไลฟ์ เมื่อ 6 ก.พ.

สำหรับนิต้า มานิตา ดวงคำ ฟาร์เมอร์ นางสาวไทยประจำปี 2565 อายุ 25 ปี น้ำหนัก 57.5 ก.ก. ส่วนสูง 173 ซ.ม. อาชีพนางแบบฟรีแลนซ์ ผู้จัดการฝ่ายขาย Thutti Photo graphy วิทยากรภาษาอังกฤษ จบการศึกษาจากโรงเรียนวัดบางไผ่นารถ บางเลน จ.นครปฐม วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ คณะ Communication arts เกียรตินิยมอันดับ 1 ทุน BU Creative มีความสามารถทางด้านภาษาไทยและภาษาอังกฤษเป็นอย่างดี เคยดำรงตำแหน่งรองอันดับ 1 มิสแกรนด์ภูเก็ต 2017 และเข้ารอบ 12 คนสุดท้ายการประกวดมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2018

ในรอบตอบคำถาม 5 คน ที่ว่า องค์การเพื่อสตรีสหประชาชาติประเมินว่าในทุก 3 เดือนที่ล็อกดาวน์จะมีผู้หญิงต้องทนทุกข์ทรมานจากการใช้ความรุนแรงในครอบครัวถึง 15 ล้านคน ถ้าคุณเป็นนางสาวไทย เป็นตัวแทนผู้หญิงทั้งประเทศ คุณจะมีส่วนทำให้ปัญหาดังกล่าวลดลงได้หรือไม่ อย่างไร นิต้า มานิตา ตอบว่า “มีการทำร้ายร่างกายในครอบครัว เกิดขึ้นเพราะเราถูกสอนว่าต้องทน ต้องยอมคน อ่อนแอ แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย เราจะต้องต่อสู้ ต้องกล้าที่จะเดินออกมา ช่วยเหลือตัวเอง ฉันจะไม่ทนกันสิ่งนี้ต่อไป กล้าที่จะเป็นผู้หญิงที่ เข้มแข็งในสังคมนี้”

ส่วนคำถามรอบ 3 คนสุดท้ายซึ่งเป็นคำถามเดียวกันที่ว่า ประเทศไทยถือว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการใช้โซเชี่ยลมากที่สุดในโลก ถ้าคุณได้เป็นนางสาวไทยคุณจะใช้คอนเทนต์อะไรนำเสนอให้โลกรับรู้ นิต้า มานิตา ตอบว่า “ต้าจะนำเสนอสถานที่ท่องเที่ยว ผลิตภัณฑ์ของชาวบ้านในชุมชนมาโพสต์แชร์ผ่านโซเชี่ยลมีเดีย ตอนที่ต้าไปอำนาจเจริญ ต้าไลฟ์ขายของให้ชาวบ้าน 1 ชั่วโมง ได้เงิน 20,000 บาท เพราะฉะนั้นแล้ว 1 ปีในตำแหน่งนางสาวไทย ต้าจะพัฒนาเศรษฐกิจไทยด้วยการเป็นทูตทางวัฒนธรรมคนใหม่อย่างแน่นอนค่ะ” เรียกเสียงปรบมือลั่นฮอลล์

หลังจากนี้นางสาวไทยคนที่ 53 ประจำปี 2565 จะร่วมปฏิบัติภารกิจสาธารณกุศลมากมาย เพื่อเป็นตัวแทนหญิงไทยแห่งยุคสมัยใหม่ ในฐานะภูมิปัญญาแห่งอนาคต รวมถึงเป็นกระบอกเสียงให้สังคม ส่งเสริมและยกระดับการศึกษาให้คนไทยทุกคนได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐาน สนับสนุนทุนการศึกษาให้เด็กที่ด้อยโอกาสทางการศึกษา และเป็นทูตวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน