ยกทัพปิดก.พลังงานแท็กซี่ร่วมโวยแก๊สพุ่งขีดเส้นรมต.แกใน7วันขู่นำคนชุมนุมบนถนน

ม็อบสิบล้อบุกปิดกระทรวงพลังงาน ยกทัพมาเต็มถนนวิภาวดีฯ ประท้วงน้ำมันแพง ไล่รมว.พลังงานออกจากตำแหน่งถ้า 7 วันแก้ปัญหาไม่ได้ ขึ้นค่าขนส่งทันที 20% จี้ลดเก็บภาษีน้ำมันจาก 6 บาทให้เหลือครึ่งหนึ่ง หยุดเก็บเงินเข้ากองทุน 6 เดือนถึง 1 ปี โละน้ำมันเหลือสูตรเดียว เตรียมยกระดับการชุมนุม ร่วมกับประชาชนลงท้องถนน สมาคมเครือข่ายแท็กซี่ขู่จอดรถทิ้งรอบกระทรวง หากไม่ลดแก๊สเอ็นจีวี-แอลพีจี เหลือ 9 บาทต่อกิโล จาก 15.60 บาท และ 13.50 บาท

ม็อบสิบล้อมาตามนัด
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 8 ก.พ. นายอภิชาติ ไพรรุ่งเรือง ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย สมาคมขนส่งสินค้านำเข้าและส่งออก เครือข่ายสมาชิก และสมาคมการค้าเครือข่ายแท็กซี่ไทย กว่า 100 คัน เข้าร่วมการชุมนุม การจัดกิจกรรม “Truck Power Final Season” ที่หน้ากระทรวงพลังงาน ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ ตามที่ประกาศไว้ เพื่อแสดงจุดยืนเรียกร้องให้ กระทรวงพลังงาน ปรับโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างเป็นธรรม ตามที่เครือข่ายได้ยื่นข้อเสนอไว้ตั้งแต่ปลายปี 2564 และเรียกร้องให้ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน ลาออกตำแหน่ง เนื่องจากไม่สามารถแก้ปัญหาราคาน้ำมันแพง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการชุมนุมเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย มีเครือข่ายสมาชิกเข้าร่วมกว่า 200 คน เดินถือป้ายข้อความตัดพ้อ ตำหนิการทำงานของรัฐบาล รวมถึงความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันแพง เช่น ข้อความว่า “แพงทั้งแผ่นดิน” ขณะที่ตัวแทนจากสหพันธ์และสมาคมต่างๆ สลับขึ้นเวทีปราศรัยต่อเนื่อง ส่วนการจราจรโดยรอบได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจอำนวยความสะดวกให้รถยนต์ที่สัญจรบนถนนวิภาวดีรังสิตทั้งขาเข้าและขาออกเดินทางได้เป็นปกติ

จี้รัฐแก้น้ำมันแพงใน 7 วัน
นายอภิชาติกล่าวว่า สหพันธ์การขนส่ง ทางบกฯ ต้องการให้นายสุพัฒนพงษ์ลาออกจากตำแหน่งรมว.พลังงาน เนื่องจากบริหารงานผิดพลาด ไม่สามารถแก้ไขปัญหาโครงสร้างราคาน้ำมันให้ดีขึ้นได้ โดยยืนยันต้องการให้รัฐบาลตรึงราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 25-27 บาท/ลิตร และลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลงจากปัจจุบันเรียกเก็บอยู่ที่ 5.99 บาท/ลิตร และยกเลิกการนำไบโอดีเซล มาผสมกับน้ำมันดีเซลด้วย

“การชุมนุมวันนี้มีรถสิบล้อ ทั้งภาคเหนือ อีสาน กลาง และใต้มาร่วม ซึ่งกิจกรรมมีข้ามคืนแน่นอน อยู่ในขอบเขตกฎหมาย ไม่สร้างความเดือดร้อน เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ย้ำถึงจุดยืนที่ต้องการให้รัฐบาลตอบรับข้อเรียกร้องและออกมาตรการแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันแพงอย่างเป็นรูปธรรมภายใน 7 วัน หากยังนิ่งเฉย นายสุพัฒนพงษ์ต้องพิจารณาตัวเอง และจะเอาภาคประชาชนมาลงถนน สมาชิกและเครือข่ายจะยก ระดับการชุมนุมเริ่มจากการปรับขึ้นค่าขนส่ง 15-20% มีผลตั้งแต่วันนี้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับ แต่ละเครือข่ายสมาคมขนส่งว่าจะปรับขึ้นมากน้อยแค่ไหนผมขอถามไปยังรัฐบาลว่าเงินกองทุนน้ำมันหลายหมื่นล้านหายไปไหน ถ้ารถบรรทุกหยุดวิ่งคอยดูอะไรจะเกิดขึ้น” นายอภิชาติกล่าว

ขู่จอดแท็กซี่ทิ้งไม่ลดเอ็นจีวี
ด้านนายวิฑูรย์ แนวพานิช นายกสมาคมการค้าเครือข่ายแท็กซี่ไทย ได้เข้ายื่นหนังสือต่อกระทรวงพลังงาน มีนายสมบูรณ์ หน่อแก้ว รองปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นตัวแทน รับหนังสือ ซึ่งมีข้อเรียกร้องให้กระทรวงพลังงานพิจารณาปรับลดราคาก๊าซธรรมชาติเหลวสำหรับรถยนต์ (เอ็นจีวี) และก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจีสำหรับรถยนต์) ลงอยู่ที่ 9 บาท/กิโลกรัม นาน 3-6 เดือน หรือจนกว่าภาวะเศรษฐกิจจะฟื้นตัวกลับมาเป็นปกติ จากปัจจุบันอยู่ที่ 15.60 บาท/กิโลกรัม และแอลพีจีอยู่ที่ 13.50 บาท/กิโลกรัม และมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยทุกวันนี้คนขับรถแท็กซี่มีรายได้ประมาณ 800 บาท แบ่งเป็นค่าเชื้อเพลิง 500 บาท เหลือ 300 บาท หักค่าข้าวค่าน้ำ เหลือเงินเข้าบ้านไม่ถึง 100 บาท ถ้าเป็นแท็กซี่เช่าซื้ออยู่ไม่ได้แน่นอน จึงอยากให้เร่งช่วยเหลือ แต่ถ้าไม่ได้รับการตอบรับข้อเสนอ ทางสมาคมจะจอดแท็กซี่ทิ้งไว้บริเวณรอบกระทรวงพลังงานเพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์

ขณะที่ นายกฤษณ์ สุริยพล ประธานเครือข่ายภาคประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน กล่าวว่า อยากเรียกร้องให้กระทรวงพลังงาน ลดการเก็บภาษีน้ำมัน จากที่เก็บ 6 บาท เหลือครึ่งทาง หยุดเก็บ 6 เดือน – 1 ปี ส่วนเงินกองทุนน้ำมันก็ให้เลิกเก็บไปก่อน ยกเลิกน้ำมันหลายสูตร ให้มีแค่สูตรเดียว ไม่มีที่ไหนในโลกที่มีน้ำมันหลายสูตร และขึ้นราคาน้ำมันวันเว้นวัน ขึ้นครั้งละ 50 สตางค์ ถึง 1 บาท แต่เวลาลง ลงแค่ 20 สตางค์ ตนมองว่าไม่มีความเป็นธรรมกับประชาชนทั้งประเทศ อยากให้นายสุพัฒนพงษ์ ลาออกไป

ต่อมา ช่วงเย็นวันเดียวกัน สหพันธ์การขนส่งฯ และสมาชิกเครือข่าย แจ้งว่า ทางกลุ่มรถบรรทุกจะไม่ปักหลักค้างคืนที่หน้ากระทรวงพลังงาน โดยวางแผนดำเนินกิจกรรมถึงแค่ช่วงเวลา 2 ทุ่ม แล้วจะทยอยเดินทางกลับทันที พร้อมย้ำว่าการจัดกิจกรรมครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย หลังจากนี้จะทยอยขึ้นค่าขนส่ง 20% ซึ่งจะมีผลต่อราคาสินค้าทันที

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตั้งแต่ช่วงบ่าย กลุ่มรถสิบล้อได้ทยอยเดินทางกลับ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้คืนพื้นที่ถนนวิภาวดีรังสิต ให้เปิด ใช้งานตามปกติทั้งขาเข้าและขาออก ซึ่งปรากฏว่าบริเวณหน้ากระทรวงพลังงาน และห้าแยกลาดพร้าว ปริมาณรถมีจำนวนน้อย การสัญจรคล่องตัวมาก ไม่เกิดปัญหาการจราจรติดขัดแต่อย่างใด

นายกฯยันพยายามเต็มที่แล้ว
ด้านนายสุพัฒนพงษ์กล่าวเมื่อถูกถามถึงม็อบรถสิบล้อ กดดันให้ลาออกจากรมว. พลังานว่า ยังไม่เห็นข้อเสนอใดๆ

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงมาตรการเพิ่มเพื่อช่วยเหลือปัญหาน้ำมันแพงว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงเหตุผลความจำเป็นไปแล้ว ว่าประเทศชาติและประชาชนเดือดร้อน และคงไม่ใช่แค่ประเทศไทยประเทศเดียว หลายประเทศก็เกิดปัญหาเช่นเดียวกัน รัฐบาลจำเป็นต้องบริหารจัดการให้เดือดร้อนน้อยที่สุดโดยคำนึงถึงงบประมาณที่มีอยู่

นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวถึงการชุมนุมประท้วงรัฐบาลที่หน้ากระทรวงพลังงานจากปัญหาน้ำมันแพงว่า ที่ผ่านมารัฐบาลและกระทรวงพลังงาน ได้พิจารณาแนวทางในการลดผลกระทบ เช่น การใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการขนส่ง ด้วยการตรึงราคาน้ำมันดีเซล ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบกขอแสดงความห่วงใย ขอให้ผู้ประกอบการขนส่ง ผู้ขับรถบรรทุก แสดงออกอย่างเหมาะสมภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย และหลีกเลี่ยงการกระทำที่จะสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่สัญจรผ่านในเส้นทาง

ส่วนสมาคมการค้าเครือข่ายแท็กซี่ไทย ที่ได้นำรถแท็กซี่จำนวนหนึ่งเข้าร่วมกับกลุ่มรถบรรทุก เพื่อขอให้กระทรวงพลังงานพิจารณาปรับลดราคาแก๊สเอ็นจีวีด้วยนั้น นายจิรุตม์กล่าวว่า ขอให้แสดงออกภายใต้ขอบเขตของกฎหมายเช่นเดียวกัน ที่ผ่านมากรมการขนส่งทางบกได้มีมาตรการช่วยเหลือผู้ขับรถแท็กซี่ โดยเน้นไปที่การลดต้นทุน เพิ่มรายได้ เช่น การอนุญาตให้ใช้เทคโนโลยีทางเลือกอื่นติดตามรถแทน จีพีเอส และได้พัฒนาแอพพลิเคชั่น เรียกใช้บริการรถแท็กซี่ อนุญาตให้ติดตั้งสื่อโฆษณาบนแท็กซี่ และได้ขยายอายุแท็กซี่จาก 9 ปี เป็น 12 ปี รวมไปถึงการช่วยเหลือกลุ่มอาชีพผู้ขับรถแท็กซี่ และรถจักรยานยนต์สาธารณะ ที่มีอายุเกิน 65 ปี ซึ่งได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบกได้ส่งผู้ตรวจการสังเกตการณ์สถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อเฝ้าระวังไม่ให้มีการกระทำฝ่าฝืนกฎหมาย และจะเร่งทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการขนส่งและ ผู้ให้บริการรถโดยสารสาธารณะต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน