สส.รัฐบาลโดดร่มอื้อพรรคเล็กตั้ง‘กลุ่ม16’แบะท่าจับมือธรรมนัสบิ๊กตู่ย้ำยังอยู่กับพปชร.พี่ป้อมเร่งเคลียร์ศึกใน
‘บิ๊กตู่’ ย้ำยังอยู่กับ พปชร. เผย ‘บิ๊กป้อม’ เร่งเคลียร์ศึกใน ไม่ตำหนิ ‘แรมโบ้’ โพล่งนายกฯ ถูกบีบไข่ ‘อนุทิน’ยันสัมพันธ์พรรครัฐบาลปึ้ก เลิกบอยคอตประชุมครม. สภาป่วนอีก องค์ประชุมล่มครั้งที่ 17 ‘ชวน’ สุดยื้อ โอดสมาชิกขอนับองค์ประชุมพร่ำเพรื่อ ประธานวิปรัฐบาลซัดทำลายความมั่นคงสภา ผิดม.157 ขณะที่ส.ส.รัฐบาลไม่แสดงตนอื้อ ‘เต้ มงคลกิตติ์’ ผุดกลุ่ม 16 แบไต๋จับมือ ‘ก๊วนธรรมนัส’ ขย่มรัฐบาล ‘พิเชษฐ’ เมินคุย ‘บิ๊กป้อม’ ระบุนั่งหัวหน้ากลุ่ม 16 เป็นเอกสิทธิ์ 7 ส.ส.โวยถูกอ้างชื่อร่วมกลุ่ม ‘ผู้กองนัส’ อ้างโหวต หนุนพ.ร.บ.สุราก้าวหน้า เพื่อประโยชน์ประชาชน
‘บิ๊กตู่’รอต้อนรับผู้นำเอเปกพ.ย.นี้
เมื่อวันที่ 10 ก.พ. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ออกถ้อยแถลงเรื่องการเป็นเจ้าภาพเอเปก ค.ศ.2023-2024 ว่า ปีนี้ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก หรือเอเปก ซึ่งเป็นช่วงที่ภูมิภาคของเราตั้งเป้าหมายจะฟื้นตัวจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างยั่งยืน และครอบคลุม โดยในสัปดาห์หน้า ผู้แทนของเขตเศรษฐกิจเอเปกจะเริ่มต้นการหารือรอบแรกของปี เพื่อวางแผนงาน สําหรับปีนี้ และผลักดันการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการอาโอทีอาโรอา ซึ่งได้รับความเห็นชอบเมื่อปีที่แล้วเพื่อการบรรลุเป้าหมายตามวิสัยทัศน์ปุตราจายา ค.ศ.2040 โดยวิสัยทัศน์นี้จะกําหนดแนวทางการดำเนินงานของเอเปกในอีก 20 ปีข้างหน้า
“ผมรอที่จะต้อนรับผู้นำเอเปกทุกท่านสู่ประเทศไทยในเดือนพ.ย.นี้ ซึ่งทุกท่านจะได้เป็นส่วนหนึ่งของการกำหนดเป้าหมายที่สำคัญสำหรับภูมิภาคของพวกเราร่วมกัน” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
ยันยังยู่พปชร.-‘ป้อม’เร่งเคลียร์ศึกใน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์การเมือง ทั้งภายในพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และการขยับของพรรครวมไทยสร้างชาติ (รสทช.) หลังนายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ในฐานะแกนนำพรรค ระบุเป็นพรรครวมไทยสร้างชาติพร้อมเป็นทางเลือกให้พล.อ.ประยุทธ์ ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ทำให้มีการจับตาท่าทีของพล.อ.ประยุทธ์ ถึงอนาคตทางการเมือง
ล่าสุด วันที่ 10 ก.พ.แหล่งข่าวใกล้ชิดพล.อ.ประยุทธ์ เปิดเผยว่า นายกฯ ได้เปรยถึงจุดยืนทางการเมืองขณะนี้ว่า “ยืนยัน ยังอยู่พลังประชารัฐเพราะพรรคพลังประชารัฐเสนอตนอยู่ในบัญชีนายกฯ และทราบว่าพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคกำลังแก้ปัญหาภายในพรรคให้ได้โดยเร็ว โดยจะมีการปรับโครงสร้างคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ชุดใหม่ในเร็วๆ นี้”
ไม่ตำหนิ‘แรมโบ้’โพล่งบีบไข่
เวลา 08.45 น. นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี และนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เข้าพบพล.อ.ประยุทธ์ จากนั้นนายเสกสกล เผยว่า นายกฯ ไม่ได้ตำหนิหรือตักเตือนอะไร หลังจากเมื่อวันที่ 9 ก.พ. ตนให้สัมภาษณ์ประเด็นการหาบ้านหลังใหม่ คือพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ใช้คำว่า “จะมา บีบไข่นายกฯ แบบนี้ตลอดไม่ได้” นั้น เป็นการพูดภาษาชาวบ้านๆ เพราะตนเป็นผู้แทนฯบ้านนอก ซึ่งนายกฯ เข้าใจไม่ได้ว่าอะไร
เมื่อถามว่าการรวมตัวของพรรครวมไทยสร้างชาติ มีความคืบหน้าอย่างไร ที่ทำการพรรคอยู่ไหน นายเสกสกลกล่าวว่า ขอรอให้ทุกอย่างลงตัวก่อนแล้วจะเปิดเผยรายละเอียด และจากนี้ไปจะขอไปสานงานพรรครวมไทยสร้างชาติก่อน
‘อนุทิน’ยันสัมพันธ์รัฐบาลปึ้ก
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์กรณี 7 รัฐมนตรีของพรรคบอยคอตไม่เข้าประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 8 ก.พ.ที่มีวาระพิจารณาร่างสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวว่า ยืนยันความสัมพันธ์กับพรรคร่วมรัฐบาลและนายกฯ ไม่มีปัญหา ปึ้กแน่นอน ฟังเสียงปึ้กดูก็รู้ สิ่งที่แสดงออกเป็นการพิทักษ์ผลประโยชน์ของประเทศและประชาชน
การทำงานยังเป็นมืออาชีพไม่เกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ ความเห็นแตกต่างกันเป็นเรื่องปกติ เราแจ้งนายกฯ ทุกครั้งว่าถ้าประเด็นรถไฟฟ้าไม่ได้คำตอบจากกทม. ขอสงวนสิทธิ์ เราไม่อยากโต้เถียง เพราะคนที่ลำบากใจที่สุดคือประธานในที่ประชุม ส่วนที่เขียนข่าวกันว่าจะเข้าร่วมหรือไม่ร่วมประชุมก็ต้องรับมติครม.นั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่เรา 7 คนคิดว่าถ้าเรื่องนี้มีความสมบูรณ์ก็น่าจะผ่านไปได้ และเราก็สบายใจที่สงวนสิทธิ เราไม่ใช่นักบู๊และตีรันฟันแทง เราใช้สติทำงาน ซึ่งรมว.คมนาคมมีจดหมายแสดงเจตจำนง ข้อคิดเห็น ข้อสังเกตถึง 8 ฉบับไปแล้ว
หากกระทรวงคมนาคมคลายความกังวลหรือข้อวิตกแล้วก็ดำเนินต่อไปได้ เราไม่ได้ไม่เห็นชอบเรื่องต่อหรือไม่ต่อสัญญารถไฟฟ้าสายสีเขียว แต่ต้องการความชัดเจน ขอให้ทำตามขั้นตอนที่ฝ่ายกฎหมายของกระทรวงคมนาคมเห็นว่ายังขาดอยู่คือเรื่องการรับโอนทรัพย์สินจากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) มอบให้กรุงเทพมหานคร (กทม.) ถือเป็นส่วนเดียวที่กระทรวงคมนาคมเกี่ยวข้อง
เลิกบอยคอตครม.-แต่พร้อมโหวตโน
ผู้สื่อข่าวถามว่าหากสุดท้ายกระทรวงมหาดไทย และกทม. แก้ไขแล้วยังไม่ตรงกับที่กระทรวงคมนาคมต้องการจะมีผลอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า ถ้าคนที่เห็นว่ายังผิดอยู่สามารถสงวนสิทธิได้และเป็นสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยทำมา ไม่ได้ขัดขวางอะไรเลย ถ้าหากรับไม่ได้จริงๆ ก็ต้องโหวต ครม.มี 36 คน ถ้าจะผ่านให้ได้ โหวตอย่างไรเราก็แพ้อยู่แล้ว
ต่อข้อถามว่าการประชุมครม.สัปดาห์ต่อไป จะเข้าประชุมหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เราได้แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนแล้ว และเคลียร์กันหมดแล้ว จากนี้ไปจะไม่มีการไม่เข้าประชุมครม.แล้ว ถ้าเข้าประชุมหมายความว่าพร้อมที่จะรับฟัง เมื่อถึงเวลาโหวตแล้วไม่เกิดการแก้ไขอะไรเลย เราก็โหวตโน แต่ถ้าแก้ไขมา และไม่มีความกังวลว่าจะมีอะไรตามมาบ้างหลังจากที่พ้นตำแหน่งและถูกต้องตามกระบวนการทุกอย่าง ค่าโดยสารถูกลง เรามีแต่จะเร่งให้รีบโอนและทำให้สำเร็จโดยเร็ว
เมื่อถามว่า หลายฝ่ายระบุว่าความขัดแย้งดังกล่าวเป็นสัญญาณยุบสภา นายอนุทินกล่าวว่า หลายคนที่ว่าอยู่ข้างนอกทั้งนั้น หลายคนคุยไลน์กับท่านนายกฯ คุยไลน์กับหัวหน้าพรรคหรือเปล่า ไลน์กลุ่มครม.เขาคุยกันรู้มากแค่ไหน เรื่องดังกล่าวไม่ใช่เหตุบังเอิญหรือเรียกร้องต่อรอง ถ้าต่อรองเราไม่มี 7 คนหรอก
‘จุรินทร์’รับห่วงเสถียรภาพรัฐบาล
ที่กระทรวงพาณิชย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงข่าวความขัดแย้งในรัฐบาลว่า คิดว่าหลายฝ่ายมีความเป็นห่วง เพราะเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่ค่อยเกิดให้เห็นบ่อยนัก แต่คิดว่านายกฯกำลังพยายามคลี่คลายและแก้ปัญหานี้อยู่ สุดท้ายนายกฯก็หนีไม่พ้นต้องเข้าไปดูเพราะเป็นหัวหน้ารัฐบาล ส่วนพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคขนาดกลาง เป็นแค่พรรคร่วมรัฐบาล พร้อมให้ความร่วมมือกับรัฐบาล เพราะเมื่ออยู่ด้วยกันแล้ว อะไรที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนต้องจับมือกันเดินไปข้างหน้า
ผู้สื่อข่าวถามว่าระยะหลังสภาล่มบ่อยครั้ง จนหลายฝ่ายมองว่าอาจมีการยุบสภาได้ นายจุรินทร์กล่าวว่า ยังไม่อยากมองไกลไปถึงขนาดนั้น และคงไม่ไปวิจารณ์พรรคอื่นหรือกลุ่มการเมืองใด อย่างน้อยในส่วนของรัฐบาล นายกฯอาจต้องใช้เวลาลงมาดูเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น โดยเฉพาะพรรคที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลต้องลงมาดูลึกเป็นพิเศษ เพราะเสียงส่วนใหญ่อยู่ที่พรรคแกนนำ ส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ให้ความร่วมมือ อันนี้ตัดออกไปได้เลยว่าไม่มีปัญหาอะไร
‘เต้’ผุดกลุ่ม16-แบไต๋จับมือ‘ธรรมนัส’
ที่รัฐสภา นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ (ทศล.) ในฐานะผู้ประสานงานกลุ่ม 16 กล่าวว่า ขณะนี้กลุ่มส.ส.พรรคเล็ก และพรรคฝ่ายค้านบางส่วนรวมตัวกันเป็นกลุ่ม 16 โดยมีนาย พิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เป็นหัวหน้ากลุ่ม นายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค เพื่อชาติไทย เป็นเลขาธิการ และนายดำรงค์ พิเดช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย เป็นประธานที่ปรึกษา ทุกคนมีแนวทางตรงกันว่าอะไรที่เป็นมติของรัฐบาลแล้วจะทำให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนและไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ทางกลุ่มจะมีมติร่วมกันในทางที่เป็นประโยชน์กับประชาชน
วันนี้กลุ่ม 16 ออกแถลงการณ์กรณีเร่งต่อสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวซึ่งเราไม่เห็นด้วย สัญญาจะหมดในปี 2572 เหลืออีก 8 ปี จึงไม่ควรเร่งทำในรัฐบาลชุดนี้ และเป็นการเซ็นสัญญาล่วงหน้าเหมือนตีเช็คเปล่า ถ้าครม.ลงมติต่อสัมปทาน กลุ่มจะมอบหมายฝ่ายกฎหมายไปพิจารณาดำเนินคดีอาญา และรวบรวมหลักฐานยื่นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
ต่อข้อถามว่ายืนยันยังเป็นพวกเดียวกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) หรือไม่ นายมงคลกิตติ์กล่าวว่า เมื่อ 9 ก.พ. นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทรักธรรม เป็นตัวแทนกลุ่มไปเจอ ร.อ.ธรรมนัส แล้ว และบอกว่าเราสองกลุ่มแม้จะแยกกลุ่มกัน แต่หลายเรื่องก็เป็นไปแนวทางเดียวกันได้ในอนาคต การเลือกตั้งครั้งหน้าทางกลุ่มอาจเป็นพรรคเดียวกันทั้งหมด หรือถ้าเห็นว่าแนวทางพรรคเศรษฐกิจไทยดี อาจไปรวมให้เป็นพรรคที่ใหญ่ขึ้น
‘พิเชษฐ’นั่งหน.-เมินคุย‘บิ๊กป้อม’
ด้านนายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชี รายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องนี้หารือกันมา 1-2 วัน ก่อนที่จะมารับทำหน้าที่หัวหน้ากลุ่ม ส่วนที่ใช้ชื่อกลุ่ม 16 เพราะชื่นชมการทำงานของกลุ่ม 16 ในอดีต ที่ทำหน้าที่ส.ส.เพื่อปกป้องประโยชน์ประชาชนและประเทศ โดยเฉพาะกรณี ส.ป.ก.4-01 ที่การตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหาร จนล้มรัฐบาลได้
ยืนยันว่าการเคลื่อนไหวของกลุ่ม ไม่เกี่ยวเรื่องหวังผลต่อรองทางการเมือง หรือปัจจัยทางการเงินตามที่มีเสียงวิจารณ์แน่นอน แม้ตนจะสังกัดอยู่กับพรรครัฐบาล แต่เรื่องการทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ ในสภาเป็นสิทธิของส.ส.หากเห็นว่าสิ่งใดที่รัฐบาลไม่ชอบธรรมและส่งผลให้ประชาชนเดือดร้อนก็ต้องปกป้อง
ผู้สื่อข่าวถามว่าได้พูดคุยกับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ หรือยัง นายพิเชษฐกล่าวว่า ไม่ต้องคุย เป็นผู้ใหญ่กันแล้ว สิ่งใดที่คิดว่าเป็นประโยชน์น่าจะเข้าใจกัน
ชักแถวโวยถูกอ้างเข้ากลุ่ม
นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. โฆษกพรรคก้าวไกล นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีข่าวเข้าร่วมกลุ่ม 16
นายณัฐชากล่าวว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง มองว่าที่มีการนำชื่อไปแอบอ้าง คงเป็นเพียงการเพิ่มจำนวนของกลุ่มเพื่อใช้ในการต่อรอง เพื่อให้ครบ 16 คน เหมือนกลุ่มในอดีต เพื่อหวังจะยิ่งใหญ่บ้าง ตนยืนยันยึดมั่นในอุดมการณ์ของพรรคก้าวไกล ไม่เคยคิดเข้าร่วมแนวทางของพรรคอื่น
ด้าน นพ.วาโยกล่าวว่า เมื่อเช้านายมงคลกิตติ์เดินมาขอโทษตน ซึ่งตอนนั้นยังงงอยู่ว่าให้ข่าวพาดพิงเรื่องอะไร และเพิ่งมาทราบในภายหลัง จึงมองว่าการใช้วิธีการที่พยายามรวมคนเพื่อต่อรองเป็นการเมืองแบบเก่า ซึ่งมักจะเกิดขึ้นในช่วงที่ใกล้จะมีอุบัติเหตุทางการเมือง
นายสุภดิช อากาศฤกษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รักษาการหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ กล่าวว่า ที่มีข่าว ส.ส.พรรคเศรษฐกิจใหม่ 4 คนเข้าร่วมกับกลุ่ม 16 จากการสอบถามไม่มีใครเข้าร่วมกลุ่มดังกล่าว และไม่เคยมีการพูดคุย
นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ (พธม.) กล่าวว่า วันที่ 9 ก.พ. ในห้องประชุมสภามีพรรคเล็กนั่งพูดคุยกันอยู่หลายคน ตนเดินผ่านเขาแจ้งว่าจะจัดตั้งกลุ่ม 16 และได้เชิญตนด้วย บอกว่าหากตนเข้าร่วมก็จะกลายเป็นกลุ่ม 17 ซึ่งตนไม่ได้เข้าร่วมและไม่ได้ร่วมลงชื่อใดๆ
ผู้กองนัสแจงโหวตหนุนกม.สุรา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังที่ประชุมสภา ผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 9 ก.พ. มีมติให้ ครม.นำร่าง พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต(ฉบับที่..) พ.ศ…. หรือ ร่าง พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า ที่พรรคก้าวไกลเป็นผู้เสนอ ไปศึกษาก่อน 60 วัน ก่อนจะนำมาพิจารณาใหม่ โดยมี ส.ส.พรรคเศรษฐกิจไทย ร่วมสนับสนุนร่างของพรรคก้าวไกลด้วย
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พรรคเศรษฐกิจไทย โพสต์เฟซบุ๊กกลางดึกว่า อะไรที่เป็นผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ผมจะทำและจะทำอย่างไม่ลังเล สิ่งที่ผมทำวันนี้ก็เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนรากหญ้าหรือผู้ประกอบการสุราพื้นบ้าน ให้สามารถมีโอกาสที่จะเติบโตลืมตาอ้าปากกับเค้าได้บ้าง ไม่ใช่มีเพียงนายทุนที่มีโอกาสที่จะเติบโตแบบผูกขาด
วันนี้สมาชิกพรรคเศรษฐกิจไทย จึงตัดสินใจเห็นด้วยกับร่างกฎหมายสุรา ที่ไม่ต้องกลับไปที่ ครม.อีกครั้ง เพราะผมมองว่า ทั้งๆ ที่เราก็รู้ว่าสิ่งนี้อาจจะทำให้พี่น้องชาวบ้านตาดำๆ ได้ลืมตาอ้าปากได้ แล้วเราจะดึงโอกาสของ พี่น้องประชาชนไว้ทำไม
ที่รัฐสภา นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจไทย แถลงว่า เรื่องนี้ประชาชนได้ประโยชน์ ซึ่งตรงกับท่าทีที่พรรคแถลงไว้แต่แรกว่าจะเดินในแนวทางที่ประชาชนได้ประโยชน์ เรื่องสุรา พื้นบ้านเป็นภูมิปัญญาที่จะช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก และมีมูลค่าเป็นแสนๆ ล้านบาท หากไม่มีการผูกขาดจะกระจายไปยังชุมชนรากหญ้า กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากได้มาก
ส่วนท่าทีของพรรคในอนาคต ยังต้องรอดูว่าจะมีสมาชิกเพิ่มอีกหรือไม่ เพราะกฎหมายให้ส.ส.ที่ถูกขับออกจากพรรคเดิมหาพรรคสังกัดใหม่ภายใน 30 วัน ซึ่งจะครบวันที่ 18 ก.พ.นี้ จากนั้นร.อ.ธรรมนัสจึงจะให้ความชัดเจนถึงท่าทีของพรรคต่อไป และยืนยันจะส่งผู้สมัครส.ส.ครบทั้ง 400 เขต
กมธ.จ่อชงกม.อุ้มหายเข้าสภา
ที่รัฐสภา นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย (พท.) ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. ….พร้อมคณะ แถลงผลการประชุมว่า ขณะนี้ กมธ.ได้พิจารณาร่างพ.ร.บ.เสร็จแล้ว และจะนำเสนอต่อประธานสภา ขอให้บรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมเพื่อให้สมาชิกได้พิจารณาก่อนปิดสมัยประชุมเดือนก.พ.นี้
สำหรับร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว เป็นความต้องการที่จะป้องกันประชาชนไม่ให้ถูกอุ้มไปทรมาน หากมีการจับกุมจะต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้ทราบ เช่น อัยการและฝ่ายปกครองในท้องที่ และต้องมีการบันทึกภาพและเสียงอย่างต่อเนื่องเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีการใช้กำลัง ทรมาน หรือนำไปในที่อื่นๆ หาก เจ้าหน้าที่ไม่กระทำตามที่กำหนดจะมีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้งยังมีมาตรการลงโทษผู้ที่กระทำความผิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้อำนาจทั้งฝ่ายปกครอง อัยการ และดีเอสไอ ในการสืบสวนสอบสวนคดีได้ทันที เพื่อป้องกันการบิดเบือนทำลายหลักฐานก่อนที่สภาพแวดล้อมจะเปลี่ยนแปลงไปหรือก่อนที่พยานจะถูกบิดเบือนด้วยอิทธิพลหรือผลประโยชน์ใดๆ
นอกจากนี้ ยังกำหนดให้มีคณะกรรมการ ซึ่งจะมีตัวแทนของผู้เสียหายร่วมเป็นกรรมการ เพื่อทำหน้าที่ในการกำหนดนโยบายและการตรวจสอบต่างๆ อีกทั้งยังกำหนดให้มีการตามหาผู้ที่ถูกอุ้มหายไปก่อนหน้าจนกว่าจะพบ ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวจะเป็นกฎหมายที่มีความสำคัญต่อระบบกฎหมายไทย และจะสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างมาก
ชทพ.ชี้สภาล่มรับผิดชอบร่วมกัน
เวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม ก่อนเข้าสู่วาระเปิดให้สมาชิกหารือ นายจุลพันธ์ โนนศรีชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) หารือว่าจากปัญหาสภาล่ม ส.ส.ในสภาทุกคนต้องร่วมกันรับผิดชอบ ไม่เกี่ยวว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล จะให้ประชาชนประณามเราอยู่ตลอดเวลาไม่ได้ ถ้าอยู่ในสภา เมื่อใดคุณต้องเสียบบัตรแสดงตน ถ้าไม่แสดงตน ทั้งที่อยู่ในห้องประชุมเท่ากับว่าไม่ทำงาน แล้วจะรับเงินเดือนไปทำไม
นายจุลพันธ์กล่าวว่า การประชุมกมธ.ส่วนใหญ่ส.ส.ทำหน้าที่ ดังนั้นเวลาประชุมจะไม่ได้ยินเสียงกดออดเรียก เคยเสนอให้ติดออดที่บริเวณห้องประชุมกมธ.ทุกห้อง และกำหนดเวลาให้เป็นมาตรฐานจากห้องที่ไกลสุด หากทำเช่นนี้จะไม่มีใครว่าประธานที่ประชุมเลยว่าถ่วงเวลาหรือไม่เป็นกลาง และทราบว่าการประชุมพรรคของบางพรรคไปประชุมนอกสภาในเวลาประชุม มองว่าน่าจะเป็นความผิด ควรแก้ระเบียบตรงนี้ด้วย
ด้านนายสุชาติชี้แจงว่า เรื่ององค์ประชุมสภาเกี่ยวข้องกับตน และนายชวน หลีกภัย ประธานสภาโดยตรง ไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของผู้ที่ทำหน้าที่ประธาน แต่เป็นความรับผิดชอบของส.ส.แต่ละคน ที่ผ่านมาการลงชื่อ หรือการแสดงตน หากสมาชิกไม่ได้ทำผิดข้อบังคับ ไม่ได้ทำผิดอะไร ประธานไม่มีอำนาจ และก่อนลงมติประมาณ 30 นาที ตนจะให้วิปช่วยประสานแจ้งให้สมาชิกแต่ละพรรคทราบ จึงอยู่ที่พวกท่าน ไม่ได้อยู่ที่ประธาน ส่วนการติดตั้งสัญญาณเตือนลงมติจะให้ทางฝ่ายสำนักเลขาธิการสภาไปดูว่าจะทำอย่างไร

ล่มครั้ง17 – ส.ส.ก้าวไกลถ่ายเซลฟี่กับนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค หลังการประชุมสภาล่มเป็นครั้งที่ 17 ทั้งนี้ส.ส. เพื่อไทยและก้าวไกลแสดงตนพรรคละ 5 คน ส่วนส.ส.ซีกรัฐบาลไม่แสดงตน 55 คน จนทำให้องค์ประชุมไม่ครบ เมื่อวันที่ 10 ก.พ.
สภาเดือด-ขอนับองค์ประชุม
เวลา 14.30 น. ภายหลังที่ประชุมสภารับทราบประกาศคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน เรื่อง นโยบายการตรวจเงินแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ 2565 เสร็จสิ้นแล้ว นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นกล่าวว่า การรับฟังรายงานจำเป็นต้องมีองค์ประชุมอย่างน้อยครึ่งหนึ่งขอตรวจสอบองค์ประชุม
ด้านนายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ อภิปรายว่า หากสมาชิกมีข้อสงสัยตนก็มีข้อสงสัยเหมือนกัน ดังนั้น ขอให้ตรวจสอบองค์ประชุมแบบขานรายชื่อ นายชวน หลีกภัย ประธานสภา ทำหน้าที่ประธานที่ประชุมจึงกล่าวว่า ตัวแทน ผู้ควบคุมเสียงทั้งสองไม่คุยกันหน่อยหรือไม่ เพราะเป็นวาระเพื่อรับทราบไม่ต้องลงมติ แต่ก็เป็นสิทธิของสมาชิก ถ้าทั้งสองฝ่ายยืนยัน จะขอมติที่ประชุมว่าจะเห็นควรให้นับองค์ประชุมวิธีใด
นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) หารือว่า การขอนับองค์ประชุมเวลาแบบนี้เหมาะสมหรือไม่และถือเป็นญัตติหรือไม่ ขอให้ประธานทบทวนคำหารือใหม่และใช้ดุลพินิจพิจารณา ถ้าเป็นการขอนับองค์ประชุมเพื่อป่วนสภา เป็นการทำลายความมั่นคงของสภาผิดรัฐธรรมนูญและกฎหมายอาญา มาตรา 157
ทำให้นายพิเชษฐ์ประท้วงแต่นายชวนขอให้พูดทีละคน นายนิโรธจึงสวนกลับนาย พิเชษฐ์ว่า เอาแบบมีมารยาทหน่อยในสภา อย่าจริยธรรมตกต่ำให้มันมากนัก
นายชวนชี้แจงว่า เราปฏิบัติมาอย่างนี้จะไปว่าเหมาะสมหรือไม่ ไม่ได้ ถือว่าเป็นสิทธิของสมาชิก และขอร้องพวกเราว่ามีสิทธิจะกดบัตรแสดงตนหรือไม่แสดงตน แต่โดยหน้าที่ต้องร่วมกันทำงาน อีก 2-3 สัปดาห์เท่านั้นก็จะปิดสมัยประชุม หากมีทางใดที่จะร่วมกันทำงานในวันนี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ มารอชี้แจงอยู่
ล่มหน 17-‘ชวน’เซ็งพร่ำเพรื่อ
ขณะที่สมาชิกฝั่งรัฐบาลพยายามขอร้องให้ผู้เสนอนับองค์ประชุมทั้งสองฝ่าย ถอนญัตติออกไปเพื่อรักษาภาพลักษณ์สภา นายชวนเสริมว่า บางครั้งการใช้สิทธิพร่ำเพรื่อจะทำให้สภาเสียหาย ทำให้นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ตำหนิคำพูดนายชวนว่า บางครั้งประธานก็ใช้คำพูดทำให้ฝ่ายค้านเสียหาย เพื่อไทยไม่ใช่พรรคแรกที่ขอนับองค์ประชุมลักษณะเช่นนี้ อดีตพวกตนก็เป็นรัฐบาล ฝ่ายค้านก็ขอนับองค์ประชุม พวกตนที่เป็นฝ่ายค้านขณะนี้ก็ไม่มีพฤติกรรมรุนแรง ปาข้าวของ ลากเก้าอี้เหมือนฝ่ายค้านในอดีต
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ชี้แจงว่า เคยเป็นฝ่ายค้าน เคยขอนับองค์ประชุมก็จริงแต่จะขอนับต่อเมื่อเป็นวาระสำคัญ หรือพบว่าเสียงข้างมากไม่ฟังเสียงข้างน้อย เป็นเผด็จการรัฐสภา เสียงข้างมากลากไป ไม่ใช่ขอพร่ำเพรื่อหรือจ้องแต่จะขอนับองค์ประชุมให้สภาล่ม
จากนั้น นายชวน แนะนำให้สมาชิกที่อยู่ในห้องกดบัตรเพื่อจะได้อยู่ในห้องประชุม ถ้าเราใช้สิทธิพร่ำเพรื่อจะเสียหายต่อสภา ขณะนี้มีสมาชิก 225 คนแล้ว ขอเวลาอีกนิดเดียว ถ้าไม่ครบก็ต้องปิดประชุม แต่ไม่อยากให้งานล้มเหลว งานใดที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองต้องช่วยกัน แต่สุดท้ายองค์ประชุมมีเพียง 227 เสียง ซึ่งไม่ครบองค์ประชุมที่ต้องมี 237 เสียง นายชวนต้องสั่งปิดประชุมเวลา 15.02 น. หลังใช้เวลาถกเถียงการนับองค์ประชุมนานถึง 30 นาที ซึ่งถือว่าสภาล่มเป็นครั้งที่ 3 ของเดือน ครั้งที่ 17 ของสภาชุดนี้
เปิดชื่อไม่แสดงตน-พปชร.21
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบผลการแสดงตนเป็นองค์ประชุม พบว่า พรรค เพื่อไทย แสดงตนเพียง 5 คน คือ นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ส.ส.ศรีสะเกษ นายดะนัย มะหิพันธ์ ส.ส.อำนาจเจริญ นายธีระ ไตรสรณกุล ส.ส.ศรีสะเกษ นายนพพล เหลืองทองนารา ส.ส.พิษณุโลก และนาย พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย
ส่วนพรรคก้าวไกล แสดงตน 5 คน คือ นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายเอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส.เชียงราย นายพีรเดช คำสมุทร ส.ส.เชียงราย ที่เป็นงูเห่า เตรียมย้ายไปพรรคภูมิใจไทย นายเกษมสันต์ มีทิพย์ ส.ส.บัญชี รายชื่อ นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส.กทม.
พรรคเสรีรวมไทย มีเพียง 2 คนที่แสดงตน คือ นพ.ประสงค์ บูรณ์พงศ์ ส.ส.บัญชี รายชื่อ และนพ.เรวัต วิศรุตเวช ส่วนพรรคประชาชาติ แสดงตน 2 คน คือ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายอนุมัติ ซูสารอ ส.ส.ปัตตานี ขณะที่ พรรคเพื่อชาติ นายอารี ไกรนรา ส.ส.บัญชีรายชื่อ แสดงตน
พรรคเศรษฐกิจใหม่ มีนายนิยม วิวรรธนดิฐกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ ไม่แสดงตน ส่วนนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ แสดงตน ขณะที่นายนิคม บุญวิเศษ ส.ส.บัญชี รายชื่อและหัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย ไม่แสดงตน
พรรคพลังประชารัฐ ไม่แสดงตน 21 คน อาทิ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ส.ส.บัญชีรายชื่อและรมว.ยุติธรรม นายสุชาติ ตันเจริญ ส.ส.ฉะเชิงเทรา รองประธานสภาคนที่ 1 ซึ่งไม่แสดงตนตามธรรมเนียมปฏิบัติ นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ
ภท.8-ปชป.14-‘ธรรมนัส’ด้วย
พรรคภูมิใจไทย ไม่แสดงตน 8 คน อาทิ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม รองประธานสภาคนที่ 2 ซึ่งไม่แสดงตนตามธรรมเนียมปฏิบัติ
พรรคประชาธิปัตย์ ไม่แสดงตน 14 คน อาทิ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรี ธรรมราช รองประธานวิปรัฐบาล น.ส.จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช วิปรัฐบาล นายสาธิต ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง รมช.สาธารณสุข นายสินิตย์ เลิศไกร ส.ส.สุราษฎร์ธานี รมช.พาณิชย์ นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี วิปรัฐบาล เป็นต้น
พรรคเศรษฐกิจไทย มีผู้ไม่แสดงตน 3 คน คือ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร และนายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ส.ส.ชลบุรี ส่วนพรรคชาติไทยพัฒนา ไม่แสดงตนเพียง 1 คน คือนายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ ส.ส.นครปฐม
พรรคพลังท้องถิ่นไท มีเพียงนายชัชวาลล์ คงอุดม ส.ส.บัญชีรายชื่อ ไม่แสดงตน พรรครวมพลังประชาชาติไทย ไม่แสดงตน 2 คน คือ นายเขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายสุพล จุลใส ส.ส.ชุมพร
ขณะที่พรรคเล็ก เช่น พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทยที่มีส.ส. 2 คน ปรากฏว่านายดำรงค์ พิเดช ส.ส.บัญชีรายชื่อ ไม่แสดงตน นอกจากนั้น ยังมีนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทรักธรรม นายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติไทย ไม่แสดงตน
สำหรับพรรคก้าวไกล ที่แสดงตัวเป็นองค์ประชุมเพียง 5 คน สมาชิกได้จับกลุ่มถ่าย เซลฟี่กับนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชี รายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ที่ไม่ได้แสดงตนเป็นองค์ประชุม อย่างคึกคัก ขณะที่ส.ส.พรรคภูมิใจไทยชูมือไอเลิฟยูประกอบการถ่ายภาพ และส.ส.พรรคอื่นได้ยืนให้ ถ่ายรูปปกติ
พรรคกล้าเสนอบทลงโทษส.ส.
ที่รัฐสภา นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ ผู้เสนอตัวสมัคร ส.ส.กทม. พรรคกล้า พร้อมคณะ เข้ายื่น 8,000 รายชื่อที่เห็นพ้องถึงการทำงานอย่างไม่มีประสิทธิภาพของฝ่ายนิติบัญญัติจนสภาล่ม ถึงประธานสภา ผ่านนพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภา
นายพงศ์พลกล่าวว่า เรามาเสนอเปลี่ยนข้อบังคับการประชุม ด้วยการเพิ่มบทลงโทษทางวินัยกับ ส.ส.ที่ไม่แสดงตนทำให้เกิดสภาล่ม เราเริ่มแคมเปญนี้เมื่อสภาล่มครั้งที่ 14,15,16 ติดๆ กัน ซึ่งสภาล่มถึง 16 ครั้งทำให้เกิดความเสียหายมูลค่า 88.6 ล้านบาท ส.ส.ก็เหมือนพนักงานทั่วไปที่รับเงินเดือนที่มาจากภาษีประชาชน แต่เมื่อขาดการแสดงตน กลับไม่มีบทลงโทษทางวินัยใด จึงมาเสนอบทลงโทษทางวินัย ส.ส.ที่ขาดการแสดงตน 3 แนวทาง 1.ตัดเงินเดือนบางส่วน ถ้าส.ส.คนไหนไม่มาแสดงตนในวันนั้นๆ ก็จะถูกตัดเงินเดือนในวันนั้นออกไป 2.ส.ส.ที่ไม่แสดงตนมากกว่า 25% ของสมัยประชุมสภาจะถูกตักเตือนด้วยใบเหลือง ซึ่งเป็นการจำกัดสิทธิในการโหวต และอภิปรายใน 2 ครั้ง และ3.การให้ใบแดง กับส.ส.ที่ไม่แสดงตนมากกว่า 50% ซึ่งใบแดงนี้มีโทษตัดสิทธิลงสมัครส.ส.