บิ๊กตู่กำชับศบค.เข้มวาเลนไทน์รักให้ปลอดเชื้อ

ศบค.ห่วงสิ้นเดือนก.พ.นี้ ติดโควิดจะพุ่งเกือบ 2 หมื่น ต่อวัน วอนเข้มตามมาตรการ ขณะที่ยอดติดเชื้อรายวันพุ่ง เจออีก 15,242 ตายเพิ่ม 23 ‘บิ๊กตู่’ ประชุมศบค.ชุดใหญ่ ยังไม่ปรับพื้นที่สี แต่เน้นย้ำมาตรการเข้ม รับเทศกาลวาเลนไทน์ มาฆบูชา สั่ง 10 จว. ติดเชื้อสูงสุดให้ลดตัวเลข เห็นชอบฉีดซิโนแวค-ไฟเซอร์ในเด็ก เพิ่มสูตรแอสตร้าฯ 3 เข็มทางเลือกคนไม่เอาไฟเซอร์ เตรียมส่งวัคซีนช่วย 6 ชาติ เผยฝรั่งเศสบริจาคไฟเซอร์กว่า 4 แสนให้มี.ค.นี้ พระเอก‘บอมบ์-ธนิน’แจ้งผลตรวจติดโควิด เข้ารักษาในร.พ.แล้ว

ติดเชื้อยังพุ่ง 1.5 หมื่น-ตาย 23
เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 11 ก.พ. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือศบค. ครั้งที่ 3/2565 โดยเน้นย้ำการประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรมวันวาเลนไทน์ให้มีความเสี่ยงน้อยที่สุด “รักอย่างไร ไม่ติดโควิด” มอบนโยบายให้ครูและบุคลากรด้านการศึกษารับบริการฉีดวัคซีน โควิด-19 เข็ม 2 เพื่อให้โรงเรียนปลอดภัย พร้อมกำชับสำนักงานตำรวจแห่งชาติกวดขันจับกุมแก๊งหลอกลวงขายชุดตรวจ ATK ด้วย

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศบค. แถลงภายหลังการประชุมศบค.ชุดใหญ่ว่า วันนี้มีประเด็นสำคัญ 7 ประเด็น คือ1.สถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลกกำลังเป็นขาลง แต่ยังติดวันละเป็นล้านคน ขณะที่การเสียชีวิตไม่ได้เยอะขึ้น ส่วนประเทศไทยติดเชื้อใหม่ 15,242 ราย ยังดูขยับขึ้น ซึ่งโยงไปกับการติดเชื้อในพื้นที่สีฟ้าที่รับนักท่องเที่ยว เสียชีวิต 23 ราย กำลังรักษา 111,393 ราย อยู่ในร.พ.ไม่ถึงครึ่ง อาการ หนัก 569 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 113 ราย หากร.พ.ยังดูแลได้ก็จะไม่เป็นประเด็น เหมือนโรคไข้หวัดใหญ่ที่เราไม่ได้ดูการติดเชื้อมีมากเท่าไร แต่เตียงยังเพียงพอดูแล ผู้เสียชีวิต ยังเป็นกลุ่ม 607 มีโรคเรื้อรังและอายุมากกว่า 60 ปี รวม 96% แต่มีเด็กอายุ 8 เดือนเสียชีวิต 1 ราย จ.ชลบุรี ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงด้วย

สั่ง 10 จว.คุมยอดป่วยโควิด
สำหรับติดเชื้อสูงสุด 10 จังหวัดแรก คือกทม. 3,019 ราย สมุทรปราการ 979 ราย ชลบุรี 785 ราย นนทบุรี 615 ราย ภูเก็ต 412 ราย สมุทรสาคร 347 ราย นครปฐม 318 ราย ราชบุรี 314 ราย ปทุมธานี 302 ราย และนครศรีธรรมราช 297 ราย ซึ่งนายกฯ ขอให้ผู้มีส่วนรับผิดชอบ 10 จังหวัดนี้ถ้าคุมได้จะทำให้มาตรการและตัวเลขต่างๆ ของประเทศลดลง ซึ่ง กทม.ก็ขึ้นหลัก 3 พันรายแล้ว จึงอยากให้ใช้มาตรการระดับจังหวัดลงไปควบคุม

สำหรับการติดเชื้อวันนี้พบว่า มาจาก 8 จังหวัด นำร่องท่องเที่ยว 5,435 ราย และ 18 จังหวัดที่มีพื้นที่นำร่องท่องเที่ยวบางอำเภอ 3,792 ราย ซึ่งพื้นที่สีฟ้าซึ่งมีมาตรการผ่อนคลาย ขายดื่มสุรา เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เมื่อรวม 2 พื้นที่นี้พบว่าติดเชื้อประมาณ 8 พันกว่าราย ก็ประมาณ 50-60% หรือครึ่งหนึ่งของการติดเชื้อรายวันมาจากพื้นที่เหล่านี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่ 26 จังหวัดช่วยกันลดอัตราการติดเชื้อให้ได้ สิ่งต่างๆ มาตรการผ่อนคลายในจังหวัดท่องเที่ยว อาจทำให้เกิดความย่อหย่อน ในพื้นที่หรือไม่ ต้องช่วยกันเพื่อให้การขับเคลื่อน เศรษฐกิจแล้วไม่มีการติดเชื้อมากขึ้น

ภาพครั้งนี้การติดเชื้อของวัยเด็ก 0-9 ขวบ และ 10-19 ปีแตกต่างกับการติดเชื้อในช่วงอัลฟา และเดลตาที่พบในเด็กไม่มาก ส่วนผู้สูงอายุ ที่เสียชีวิตยังคงมีอยู่ ดังนั้นจึงต้องพึงระวัง ต้องให้วัคซีนในกลุ่มนี้อย่างครอบคลุม

สำหรับสถานการณ์จริงขณะนี้ทะลุเส้น สีเขียวที่ดีสุด ทำอย่างไรไม่ให้ไปถึงเส้นสีแดง ที่ติดเชื้อวันหนึ่งเกือบ 2 หมื่นราย หากเป็นเส้น สีเทาวันละ 3-4 หมื่นราย เราไม่อยากให้ไป ถึง ตรงนั้น การจะกดเส้นติดเชื้อต้องอาศัยความสามัคคีให้ช่วยกันลดการติดเชื้อ ส่วนผู้เสียชีวิต สถานการณ์ยังต่ำกว่าเส้นสีเขียว แต่เราไม่อยาก ให้มีการเสียชีวิต

ส่วนเตียงสีแดงหรือระดับ 3 ใช้ไป 12.1% หรือทั้งหมด 2,118 เตียง ใช้ไป 257 เตียง ศักยภาพการรองรับผู้ป่วยหนักยังได้อยู่

ศบค.ยังไม่ปรับพื้นที่สี
สรุปคือยังต้องคงระดับสีของจังหวัดต่างๆ ในประเทศไทยคงเดิมไว้ก่อน และขอประชาชน ช่วยกันควบคุมโรค ใช้ชีวิตส่วนตัวให้ลดการติดเชื้อลงไปมากที่สุด แต่ยังคงบรรยากาศการพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่กัน ถ้าเพิ่มขึ้นหลักหมื่นและเป็นหลายหมื่นราย บรรยากาศการท่องเที่ยว จะเปลี่ยนแปลงไป

โดยสถานการณ์ย่อยหรือพื้นที่สีรายจังหวัด ที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง จึงยังเป็นพื้นที่ควบคุม (สีส้ม) 44 จังหวัด พื้นที่เฝ้าระวังสูง (สีเหลือง) 25 จังหวัด และพื้นที่สีฟ้า (นำร่องท่องเที่ยว) 8 จังหวัดตามเดิม

เพิ่มสูตรAZ 3 เข็มในคนทั่วไป
เรื่องที่ 2 คือการพิจารณาแผนการบริหารจัดการวัคซีนโควิด-19 ที่สำคัญคือการให้วัคซีน เด็ก ซึ่งกลุ่มเด็กอายุ 5-11 ขวบ มีการติดเชื้อตั้งแต่ปี 63-65 ตัวเลขค่อยๆ สูงขึ้น ตอนนี้วัคซีนมาแล้ว และมีเด็กป่วย จึงต้องการรับวัคซีนสูงขึ้น เราให้วัคซีนอายุ 5-11 ขวบกลุ่มแรก คือกลุ่มที่มีโรคเรื้อรัง ตั้งแต่วันที่ 31 ม.ค. และวันที่ 7 ก.พ.เริ่มให้ผ่านระบบสถานศึกษา ทั้งนี้ผู้ปกครองบางส่วนไม่สบายใจการรับวัคซีน กลุ่ม mRNA แต่ขอรับวัคซีนเชื้อตาย ที่ประชุม จึงเห็นชอบสูตรซิโนแวคเข็มแรก และเข็มสอง อายุ 6-17 ปี รวมถึงสูตรไขว้ซิโนแวค-ไฟเซอร์ฝาส้ม ในเด็กอายุ 6-11 ขวบ และซิโนแวค- ไฟเซอร์ฝาม่วงอายุ 12-17 ปี ซึ่งที่ประชุม เห็นชอบให้ฉีดวัคซีนหลากหลายสูตร

ส่วนประชาชนทั่วไปการกระตุ้นเข็ม 2 และ 3 ถือว่าสำคัญ ก็มีหลากหลายสูตร ดังนี้ 1.ซิโนแวค/ซิโนฟาร์ม 2 เข็ม เว้น 4 สัปดาห์ กระตุ้นด้วยแอสตร้าเซนเนก้า 2.ซิโนแวค/ ซิโนฟาร์ม ตามด้วยแอสตร้าฯ ให้เว้น 3 เดือนมากระตุ้นด้วยแอสตร้าฯ 3.ซิโนแวค/ ซิโนฟาร์มตามด้วยไฟเซอร์ เว้น 3 เดือน กระตุ้นด้วยไฟเซอร์ 4.แอสตร้าฯ 2 เข็ม เว้น 3 เดือนกระตุ้นด้วยไฟเซอร์ 5.ไฟเซอร์ 2 เข็ม เว้น 6 เดือนกระตุ้นด้วยไฟเซอร์ 6.แอสตร้าฯ ตามด้วยไฟเซอร์ เว้น 6 เดือน กระตุ้นด้วยไฟเซอร์ และ 7.ที่เพิ่มเติมคือ แอสตร้าฯ 2 เข็ม เว้น 3-6 เดือนมาฉีดด้วย แอสตร้าฯ ได้ เพื่อเป็นทางเลือก ซึ่งจะได้ภูมิสูงขึ้น แต่สูตรแอสตร้าฯ 3 เข็ม ภูมิจะไม่สูงเท่า แอสตร้าฯ 2 เข็มตามด้วยไฟเซอร์ แต่สามารถเลือกได้กรณีไม่ต้องการฉีด mRNA

สำหรับเข็ม 4 นั้น หากรับซิโนแวค/ ซิโนฟาร์ม 2 เข็ม ตามด้วยแอสตร้าฯ ให้เว้น 3 เดือน กระตุ้นด้วยแอสตร้าฯ ส่วนซิโนแวค/ซิโนฟาร์ม 2 เข็ม ตามด้วยไฟเซอร์ ให้เว้น 3 เดือนมากระตุ้นด้วยไฟเซอร์ โดยยังเน้นฉีด ในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ กลุ่ม 608 เจ้าหน้าที่ด่านหน้าทั่วประเทศ และประชาชนใน 10 จังหวัดนำร่องท่องเที่ยว

บริจาควัคซีนให้ 6 ปท.
นอกจากนี้เห็นชอบแผนการรับบริจาควัคซีน การส่งวัคซีนแลกเปลี่ยนคืนให้ต่างประเทศ และแผนการบริจาควัคซีนให้แก่ต่างประเทศ โดยช่วงที่เราไม่มีวัคซีน อย่างจีนก็ส่งวัคซีนบริจาคให้กับเราช่วงม.ค.ที่ผ่านมา 5 แสนโดส โดยช่วงมี.ค.จะมีการบริจาควัคซีนไฟเซอร์จากทางฝรั่งเศส 400,140 โดส ส่วนการให้คืน จะมีให้คืนสิงคโปร์เป็นแอสตร้าฯ 122,400 โดส รอวันกำหนดขนส่ง และภูฏานอยู่ระหว่างดำเนินการ

สำหรับการบริจาควัคซีนนอกจากเพื่อมนุษยธรรม คือการให้กลุ่มประเทศแอฟริกาที่ติดเชื้อเยอะ และไม่มีกำลังซื้อเพียงพอ ซึ่งประสานไปยัง WHO เพื่อผ่านโครงการ โคแวกซ์ ซึ่ง WHO ก็รับรองและบอกให้ ส่งตรงไปยังประเทศนั้นๆ เลย โดยเห็นชอบให้ดำเนินการ คือวัคซีนแอสตร้าฯ 5 แสน-1 ล้านโดสให้แก่เมียนมา แอสตร้าฯ 3 แสนโดสให้แก่ลาว แอสตร้าฯ 3 แสนโดสแก่เวียดนาม แอสตร้าฯ 4 แสนโดสแก่เนปาล แอสตร้าฯ 5.5 แสนโดสแก่เคนยา และแอสตร้าฯ 1 ล้านโดสแก่เอธิโอเปีย

ไฟเขียวบับเบิลการบินไทย-อินเดีย
เรื่องที่ 3 ที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่พิจารณาเห็นชอบคือการจัดทำความตกลง Air Travel Bubble (ATB) ระหว่างไทย-อินเดีย เนื่องจากที่ผ่านมาอินเดียระงับเที่ยวบินพาณิชย์ระหว่างประเทศ อนุญาตเฉพาะเที่ยวบินอพยพที่จะนำคนประเทศนั้นๆ กลับมา ทำให้สายการบินของไทยไม่สามารถรับส่งผู้โดยสารรูปแบบพาณิชย์ได้ เว้นทำการตกลงแบบ ATB นี้

ทั้งนี้ สำนักงานการบินพลเรือนเสนอและทำกระบวนการเดินทาง ATB ซึ่งต้องมีการดูแลผู้โดยสาร โดยให้ควบคุมการป้องกันการติดเชื้อโควิดอย่างดี และเสนอศปก.ศบค.พิจารณา และนำเข้าศบค.พิจารณาวันนี้ และจะไปผ่านครม.เห็นชอบอีกรอบ ซึ่งวันนี้ผ่านแล้ว ผอ.ศบค.ขอให้เร่งทำให้เห็นผล โดยเร็ว เพื่อให้การเดินทางระหว่าง 2 ประเทศ ซึ่งอินเดียมีประชากรจำนวนมาก และเราไปมาหาสู่เป็นประจำ ก็จะได้ประโยชน์จากการทำมาค้าขายเหล่านี้และท่องเที่ยวเพิ่มเติมด้วย

ลดค่าตรวจ ATK 1 มี.ค.
เรื่องที่ 4 คือการตรวจ ATK ที่ให้ประชาชน เข้าถึงสะดวกและค่าบริการที่เหมาะสม ซึ่งสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เสนอว่าทุกวันนี้มีการใช้ ATK พอสมควร ส่วนใหญ่ประชาชนที่กังวลใจ จะไปซื้อเองจ่ายเองตรวจเอง มีราคาแตกต่างกันไป นอกจากนี้ยังมีกลุ่มที่ตรวจ ATK เอง แต่สปสช.จ่าย คือสปสช.สนับสนุนซื้อให้และแจกผ่านทางร.พ. ร้านยา คลินิก, กลุ่มเสี่ยง ที่ติดเชื้อในพื้นที่ ร.พ.ชุมชนหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดดข้าไปสอบสวนโรค สปสช.ก็เป็นผู้จ่าย ถ้า RT-PCR กลุ่มเสี่ยง สงสัยว่าใช่หรือไม่ สปสช.ก็เป็นผู้จ่าย ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.เป็นต้นไป มีการประมาณการว่าจะมีการใช้จ่าย ATK และราคาต่อหน่วยควรเป็นเท่าไร ซึ่งมองว่าประชาชนซื้อเองใช้เองประมาณ 5.6 หมื่นชิ้นต่อวัน ราคาน่าจะปรับเปลี่ยน 80 บาท เป็น 55 บาทได้ ส่วนหน่วยบริการที่ต้องออกพื้นที่ประมาณ 5 หมื่นรายต่อวัน สปสช.จะจ่ายให้จาก 300 บาท ไม่เกิน 250 บาท และ RT-PCR จาก 1,200 บาท เหลือ 900 บาท ซึ่งพยายามลดค่าใช้จ่าย

“เราใช้เงินมากมายในการดูแลรักษา ซึ่งบางประเทศเรื่องการตรวจบอกว่าไม่จ่ายแล้ว ของเรายังจ่ายอยู่แต่ปรับลดราคาลงมา และทราบว่ามีสินค้านวัตกรรม ATK ที่มหาวิทยาลัย บางแห่งจับมือเอกชนทำสำเร็จแล้ว ซึ่งต้องการ ความมั่นใจว่าสินค้าจะได้รับการซื้อและไปใช้อย่างถูกต้อง ผอ.ศบค.ยืนยันว่าถ้าเป็นฝีมือของคนไทย มีความแม่นยำ ใช้ได้ในเชิง ตรวจจริงก็ให้การสนับสนุนเต็มที่ ก็ผ่านทาง สปสช.เห็นชอบและนำไปสู่การสนับสุนนสินค้าคนไทย”

เปิดเพิ่มช่องทางเข้าประเทศ
เรื่องที่ 5 การเปิดรับนักท่องเที่ยวในรูปแบบ Test&Go นั้น ช่วงที่ยังไม่มี Test&Go คนเข้าประเทศช่วง 4 เดือนคือ 6.5 หมื่นคน แต่เมื่อเปิด Test&Go ช่วงปลายปี 2 เดือน คนเข้ามาประมาณ 3.2 แสนคน หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 5 เท่า และเมื่อปรับใช้ใหม่ช่วงก.พ. ตอนนี้ตัวเลขไม่ถึง 10 วันมาแล้ว 3.2 หมื่นราย ที่ประชุมดูแลมั่นใจในระบบนี้พอสมควร ทีมผู้รับผิดชอบมาแจ้งว่ามีการอนุมัติเข้าประเทศ อีกระบบหนึ่งที่ผูกกับ Thailand Pass คือการตรวจสอบเรื่องของการตรวจสารคัดหลั่ง คือ Thailand Pass Hotel & Swab System (TPHS) ที่ผ่านมามีบางคนไม่อยากเข้าระบบนี้ เข้ามาแล้ว หลบการตรวจต้องไปตามหาตัวกัน ที่ประชุมรับทราบว่าระบบนี้จะเชื่อมโยง Thailand Pass ให้ได้ และทำให้มั่นใจมากขึ้นว่านักท่องเที่ยวที่เข้ามาประเทศไทย ได้รับการติดตามและทราบผลเร็ว ไม่ต้องรอนาน ทำให้ถูกใจ คนที่มาเที่ยวและทำงานท่องเที่ยวได้มั่นใจ ยิ่งขึ้น

แรงงานต่างด้าว ขณะนี้มีสถานที่กักตัวหลังรับอนุมัติการหาคนงานต่างด้าวเข้ามาทำงานประเทศไทย ขณะนี้มีความต้องการทางเกษตรตามฤดูกาล ซึ่งสัญชาติหลักคือกัมพูชา เมียนมา และลาว จึงอนุมัติสถานที่กักตัว 17 แห่ง 476 ห้อง รับได้ 1,368 คน มีที่ศรีสะเกษ 2 แห่ง รับได้ 176 คน, สุรินทร์ 2 แห่ง รับได้ 182 คน, สระแก้ว 3 แห่ง รับได้ 410 คน, ตราด 4 แห่ง รับได้ 270 คน, เชียงราย 2 แห่ง รับได้ 80 คน, ตาก 1 แห่ง รับได้ 120 คน, กาญจนบุรี 1 แห่ง รับได้ 80 คน และระนอง 2 แห่ง รับได้ 50 คน นอกจากนี้ แรงงานกัมพูชายังพื้นที่จันทบุรีเพิ่มเติมขึ้นมา และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดูแลอย่างดี ส่วนตอนนี้ทำไมยังเห็นการจับกุมแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายบ่อยๆ จึงให้ประสาน ดูความต้องการ ปัญหาต่างๆ ว่าจะให้เข้ามาระบบถูกต้องอย่างไร จะได้สบายใจทุกฝ่าย

เร่งเปิดเรียนออนไซต์
และเรื่องที่ 7 การเปิดการเรียนการสอน ภายใต้สถานการณ์โควิด ซึ่งต้องการให้เรียนภายใต้ออนไซต์มากที่สุด ที่ผ่านมา 35,554 โรงเรียนที่จัดการเรียนการสอน มีการจัดการเรียน ออนไซต์ 52.26% หรือ 18,582 โรง ซึ่งเป็นเรื่อง ที่พึงประสงค์ แต่ยังมีออนแฮนด์ ออนดีมานด์ ออนไลน์ ออนแอร์ที่เกิดขึ้น ก็เป็นประเด็น ที่ จะต้องพยายามสนับสนุน ส่วนอะไรที่สนับสนุน ให้เกิดออนไซต์มากที่สุด คือการผ่านการประเมิน Thai Stop COVID+ โดยข้อกำหนดคือครูบุคลากรรับวัคซีนมากกว่า 85% จัดห้องเรียนเว้นระยะห่าง 1.5 เมตร เรียนไม่เกิน 25 คนต่อห้อง หากยืดหยุ่นได้ในเชิง การควบคุมป้องกันโรค แต่จะเน้นเรื่องวัคซีน ซึ่งบุคลากรทางการศึกษาฉีดเข็มหนึ่งแล้ว 99.99% หรือ 1,027,266 ราย แต่เข็มสอง 79.45% ซึ่งการติดเชื้อเข็มหนึ่งไม่พอ เข็มสองบางทียังไม่พอ ต้องไปเข็มสาม ที่ประชุมรับทราบว่าต้องสนับสนุนให้มีการฉีดถึง 2 เข็ม และ 3 เข็มให้ได้ ส่วนนักเรียน 95.11% ฉีดเข็มแรก ส่วนเข็มสอง 71.41% ก็จะไล่ๆ กันไป

ส่วน 10 จังหวัดที่ติดเชื้อของเด็กอายุ 0-19 ปีสูง คือ กทม. สมุทรปราการ ภูเก็ต นนทบุรี ชลบุรี ราชบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี และสุพรรณบุรี ซึ่งหลายจังหวัดติดอยู่ใน ท็อปเทนระดับประเทศด้วย ก็ขอให้รายจังหวัด ไปดำเนินการด้วย

‘บิ๊กตู่’แนะอย่าตระหนกป่วยพุ่ง
พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ศบค.ว่า วันนี้เป็นเรื่องสำคัญของ ศบค.มีมาตรการต่างๆ รายงานความก้าวหน้าในทุกมิติ ทั้งเรื่องการเปิดประเทศของเรา ไม่ว่าจะมาตรการใดก็ตามทุกอย่างยังมีสถานการณ์ แนวโน้มที่ดีขึ้น ทำให้เกิดผลประโยชน์กับการประกอบการต่างๆ มากมาย สิ่งสำคัญที่สุดเราต้องระมัดระวังการแพร่ระบาดถึงแม้ว่าจะไม่รุนแรงก็ตาม จะเห็นว่าตัวเลขอาจจะติดเชื้อมากขึ้น แต่ตัวเลขคนที่อาการหนักก็ลดลง สถานพยาบาลก็สามารถเตรียมมาตรการรองรับไว้ได้เพียงพอ เพราะฉะนั้นระหว่างนี้ขอทุกคนอย่าตื่นตระหนก แต่ถ้าทุกคน ไม่ปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดไว้แล้วเดิม มันก็จะมีอันตรายคือตัวเลขจะสูงขึ้นๆ อันนี้ ก็เป็นไปตามมาตรการ ตามหลักการอยู่แล้ว ของทางการแพทย์ต่างๆ เขาประเมินไว้อยู่แล้ว

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า วันนี้ก็มีเน้นเรื่อง ของโรงเรียน การท่องเที่ยว การเปิดประเทศ ซึ่งวันนี้หลายๆ ประเทศก็นำแนวทางของเราไปเป็นแนวปฏิบัติอยู่เหมือนกัน และจากการที่ตนพบปะพูดคุยกับทูตหลายประเทศเขาบอกว่ารับได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหภาพยุโรป (อียู) ที่รับรองเรื่องเอกสารรับรองเกี่ยวกับ โควิด-19 ของประเทศไทย หรือ Thailand Digital Health Pass ให้มีความเท่าเทียมกับเอกสารรับรองของสหภาพยุโรป (EU DCC) เขารับหลักการของเราเป็นสิ่งที่น่าภูมิใจแทนบุคลากรของเราที่ได้ช่วยกันทำงานตรงนี้ออกมา สิ่งสำคัญที่สุดทุกคนต้องระมัดระวังตัวให้มากที่สุด ตัวเอง ครอบครัว สังคม นึกถึงคนอื่นเขา

เข้ม‘วาเลนไทน์’สกัดโควิด
นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข กล่าว ในช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์จะทำให้ผู้ติดเชื้อสูงขึ้น สธ.จะมีมาตรการแนะนำประชาชนอย่างไรนั้นว่า หากเป็นกิจกรรมที่คนมาเจอกัน ทั้งวาเลนไทน์ และเทศกาลสงกรานต์ จากข้อมูล สธ.ชี้ว่าตัวเลขจะมีอัตราสูงขึ้นติดต่อกัน เราต้องระมัดระวังให้ดี โดยให้ประชาชนดูแลตัวเองตามมาตรการสาธารณสุข

“ตัวเลขที่เรากังวลคือตัวเลขที่คนไม่ฉีดวัคซีนกับตัวเลขผู้ติดเชื้อแม้อัตราส่วนจะไม่รุนแรง แต่เมื่อตัวเลขเยอะ อัตราป่วยหนัก ก็จะสูงขึ้น การเสียชีวิตก็จะตามมา ดังนั้นหากเราฉีดเข็ม 3 ให้มากขึ้น จะลดผู้ป่วยที่รุนแรง และเสียชีวิตได้” รมช.สธ.กล่าว

ห่วงสิ้นกพ.ป่วยพุ่ง 2 หมื่น
ด้าน นพ.อุดม คชินทร ที่ปรึกษาศบค. ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ถึงตัวเลขผู้ติดเชื้อขณะนี้ที่สูงขึ้นว่า ยังอยู่ในความคาดการณ์ของกระทรวงสาธารณสุข ที่เคยจัดทำเป็นกราฟ สีเขียว สีส้ม สีดำ ตอนนี้ ยังอยู่ระหว่างกำลังจะขึ้นไปแตะตรงกลาง ของสีส้มแล้ว ขณะนี้ติดประมาณ 15,000 คน คาดว่าปลายเดือน ก.พ.นี้น่าจะขึ้นไปถึง 17,000-18,000 คน และหวังว่าจะไม่ 20,000 คน ดังนั้นขึ้นอยู่กับประชาชนทุกคนจะต้องช่วยกัน แต่ต้องบอกกันตรงๆ ว่าทุกคนอึดอัดมา 2 ปี ก็อยากผ่อนคลายและต้องการให้เรื่องเศรษฐกิจเดินไปได้ จึงคิดว่ามีปัจจัยที่จะเอื้อและดูแล้วก็พอไหว เพราะดูจากตัวเลขผู้เจ็บป่วยรุนแรงน้อยลง เมื่อเทียบกับช่วงปีก่อนในช่วงเดือนส.ค.-ก.ย. ที่มีคนที่เป็นปอดอักเสบในช่วงนั้นประมาณ 5,000-6,000 คน แต่ตอนนี้ เหลือ 500 คน คือลดลงไป 10 เท่า ส่วนผู้ป่วยใส่ท่อช่วยหายใจช่วงเวลานั้นประมาณ 500-600 คน ตอนนี้เหลือประมาณ 110 คน ลดลงมาประมาณ 10 เท่า ตนคิดว่าเป็นข้อดีที่ไม่รุนแรง และอย่างน้อยเราสู้ไหวถึงแม้ว่าจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น ซึ่งขอยกประโยชน์ให้ 2 ประการคือคนไทยมีวินัยเยอะมาก ขอชื่นชม และขอให้ ช่วยกันระมัดระวังเพิ่มขึ้น เพราะไม่ต้องการให้ตัวเลขทะลุไปถึง 20,000 คน เพราะถ้าถึง 20,000 คนเมื่อไหร่ บุคลากรทางการแพทย์ จะเหนื่อยมาก ตอนนี้ก็เริ่มล้าแล้ว

นพ.อุดมกล่าวต่อว่า เรื่องที่สองที่อยาก จะย้ำคือเรื่องความสำคัญของวัคซีน ซึ่งทั่วโลก มีข้อมูลเหมือนกันว่าขณะนี้ให้เร่งฉีดเข็ม 3 เพราะวัคซีนตอนนี้เหลืออยู่ แต่คนไปฉีดน้อย ซึ่งเข็ม 3 ช่วยป้องกันได้ จากเจ็บป่วยรุนแรง ซึ่งทุกยี่ห้อกันได้ 90 เปอร์เซ็นต์ เหมือนกันหมด จึงขอให้ช่วยกันประชาสัมพันธ์ให้ไปฉีดวัคซีน

“ผมไม่อยากให้ประชาชนตระหนกว่าตอนนี้ตัวเลขเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และได้บอกว่า จะต้องขึ้นไปอีกนิดหน่อย แต่ไม่อยากให้ทะลุ 20,000 คน ก็ต้องขอความร่วมมือจากทุกคน ตอนนี้ความเป็นห่วงคือไม่อยากให้ตัวเลขเยอะเกินไป เพราะถ้าตัวเลขเยอะมาก สัดส่วนของผู้ป่วยหนักที่ตอนนี้น้อยกว่าเดิม 10 เท่า มันก็จะสูงขึ้นเป็นไปตามอัตราส่วน ซึ่งขณะนี้ เราสู้ไหว สบายๆ กำลังด้านสาธารณสุขเราเพียงพอ ระบบทุกอย่างเซ็ตไว้ดีหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็น HI หรือ CI หรือผู้ป่วยที่จำเป็นต้องเข้าโรงพยาบาลตอนนี้เตียงเราเพียงพอ เรามีระบบพร้อมเรามีบทเรียน ฉะนั้นตรงนี้ไม่ต้องกังวล”

นพ.อุดมกล่าวว่า ตอนนี้เราผ่อนปรนมาตรการมากขึ้น ไม่มีการเพิ่มมาตรการใด ตนกลัวว่าประชาชนจะไม่เข้าใจว่าตัวเลขขึ้น แต่ทำไมรัฐบาลมาผ่อน แต่อย่างน้อยมาตรการยังอยู่เท่าเดิม จึงอยากให้ประชาชนเข้าใจตรงนี้เพราะไม่เช่นนั้นรัฐบาลก็ไม่ไหว และต้องยอมรับว่าเราใช้งบประมาณไปเยอะมาก รัฐบาล ทุ่มเงินให้ฟรีหมด ไม่มีประเทศไหนให้ฟรีมากเท่าประเทศเรา ตนคิดว่าตอนนี้เราต้อง มาช่วยกันฟื้นฟูเศรษฐกิจ เพื่อให้เศรษฐกิจ เดินไปได้ เราต้องเตรียมใจเปลี่ยนผ่านจากโรคระบาดทั่วโลก ให้เป็นโรคประจำถิ่นให้ได้ ขณะเดียวกันยังต้องดูข้อมูลไปเรื่อยๆ ตนบอกกับสาธารณสุขว่าอีก 1-2 เดือน เราอาจต้องประกาศเช่นเดียวกับสวีเดน ที่เขาประกาศว่าตอนนี้จะยกเลิกการให้งบประมาณอุดหนุนทุกอย่าง โดยเหตุผลหลักคือไม่มีเงิน เพราะปัจจัยสำคัญอยู่ที่ประชาชน ปัจจัยไม่ได้อยู่กับด้านสาธารณสุขแล้ว เพราะสาธารณสุข เราเพียงพอ ไม่มีปัญหา ดังนั้นต้องปรับไปตามบริบทโลก

แนะพ่อแม่พาลูกไปฉีดวัคซีน
“ขอฝากเรื่องวัคซีนเด็ก ซึ่งขณะนี้ฉีดได้จำนวนน้อยมาก และผู้ปกครองมีความกังวลมากเหลือเกิน ซึ่งทาง สธ.ประกาศไปแล้วว่าขอให้มาฉีดไฟเซอร์ ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานที่ยังฉีดได้น้อย คงเพราะผู้ปกครองมีความกังวลว่าจะเป็นผลอย่างไรบ้าง เนื่องจากเป็นเชื้อ mRNA ซึ่งขณะนี้เรามีทางเลือกเพิ่มขึ้น คือวัคซีนเชื้อตาย ได้แก่ ซิโนแวค ซิโนฟาร์ม แต่ก็ยังมีคนไปฉีดน้อย อาจกังวลว่ามีประสิทธิภาพ พอหรือไม่ คิดว่าตอนนี้เราต้องใช้สูตรนี้ ไปก่อนหากคนยังกังวลไฟเซอร์ ขอผู้ปกครองกรุณาให้ลูกมาฉีดซิโนแวค ซิโนฟาร์ม อย่างน้อยเราก็รู้ว่าผลข้างเคียงมีน้อยมากถึงแม้ว่าประสิทธิภาพอาจจะสู้ไม่ได้ แต่เมื่อไปถึงเข็ม 2 เข็ม 3 แล้วก็จะมาสู้ได้ ตอนนี้กำลังจะปรับเป็นสูตรไขว้ สธ.ประกาศแล้วว่าฉีดในเด็ก 12 ปีขึ้นไปก่อน แต่เด็กอายุต่ำกว่านั้นยังไม่ไขว้และในอนาคตก็คงต้องไขว้เพราะต้องการให้ภูมิขึ้นเร็ว โดยเริ่มเข็ม 1 ซิโนแวค เข็ม 2 ไฟเซอร์ ภูมิจะขึ้นเร็วไม่ต้องรอนาน”

นพ.อุดมกล่าวต่อว่า ส่วนที่ขณะนี้ผู้ปกครอง กังวลเรื่องไฟเซอร์วัคซีนหลักในเด็กถึงเรื่องกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบนั้น ขอยืนยันตามที่มีข้อมูลล่าสุดที่เก็บมาจากทั่วโลกคือเกิดขึ้นจริง แต่เกิดน้อย กลุ่มที่เกิดเยอะที่สุดคือเด็กโต 16-18 ปี ในเด็กผู้ชายมากกว่าในเด็กผู้หญิง เกิดประมาณ 70 ต่อ 1 ล้าน เด็กผู้หญิง 16-18 ปีเกิดประมาณ 7 ต่อ 1 ล้าน พออายุต่ำลงมาประมาณอายุ 15-17 ปีเกิดประมาณ 4-5 ต่อ 1 ล้าน ขอให้ไปช่วยกันฉีด เพราะขณะนี้มักจะระบาดในเด็กเพราะในเด็กจะกระจายไปในหลายอวัยวะมากกว่าผู้ที่กระจายไปที่ปอดอย่างเดียว ดังนั้นขอให้ไปฉีดเพราะผลดี จะมากกว่าผลเสียแน่นอน ขออย่ากังวล

สุรินทร์ปิดแล้ว 5 หมู่บ้าน
ส่วนจ.สุรินทร์ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 283 ราย มีผู้ติดเชื้อสะสม 3,993 ราย หายป่วยสะสม 2,405 ราย ยังคงรักษา 1,588 ราย

สำหรับเดือนก.พ.นี้ จ.สุรินทร์มีคำสั่งปิดหมู่บ้านแล้วหลายแห่ง เนื่องจากมีผู้ติดเชื้อและมีผู้สัมผัสเสี่ยงสูงจำนวนมาก ประกอบด้วย บ้านโคกอารักษ์ ม.7 ต.กาเกาะ อ.เมือง จ.สุรินทร์ ตั้งแต่วันที่ 1-10 ก.พ.65 ตรวจพบประชาชนติดเชื้อ 36 ราย บ้านโนนสวรรค์ ม.5 ต.โคกตะเคียน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ระหว่างวันที่ 3-16 ก.พ.65 พบประชาชนติดเชื้อ 22 ราย, หมู่บ้านไทรงาม ม.8 ต.โคกตะเคียน อ.กาบเชิง ระหว่างวันที่ 3-16 ก.พ.65 ตรวจพบ ประชาชนติดเชื้อ 20 ราย, ปิดหมู่บ้านหัวแรต ม.10 ต.บัวโคก อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ ระหว่างวันที่ 8-17 ก.พ.65 ตรวจพบประชาชนติดเชื้อ 17 ราย

ล่าสุดมีคำสั่งปิดหมู่บ้านสกลพัฒนา ม.8 ต.ตะเคียน อ.กาบเชิง ระหว่างวันที่ 8-12 ก.พ.65 หลังพบประชาชนติดเชื้อ 29 ราย สาเหตุการติดเชื้อเกิดจากการรวมตัวในกิจกรรมงานต่างๆ รวมทั้งวินัยการดูแลตนเองและรับผิดชอบ ต่อสังคมของผู้ที่มีความเสี่ยงสูงบางรายที่ไม่ยอม กักตัวดูอาการ

โคราชเฝ้าระวัง 14 คลัสเตอร์
คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมา รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 384 ราย ยอดติดเชื้อสะสม 41,323 ราย รักษาหายแล้ว 38,024 ราย ยังรักษา 2,996 ราย เสียชีวิตสะสม 303 ราย

ขณะเดียวกันเฝ้าระวังคลัสเตอร์ต่างๆ ที่กำลัง ระบาดในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ทั้งหมด 14 คลัสเตอร์ ประกอบด้วย 1.คลัสเตอร์ งานผ้าป่าโรงเรียนบ้านคลองสารเพชร ม.7 อ.หนอง บุญมาก 2.คลัสเตอร์โรงเรียนบ้านเจริญผล ต.มาบกราด อ.พระทองคำ 3.คลัสเตอร์สนามชนไก่ อ.โนนสูง 4.คลัสเตอร์ครอบครัวบ้านดอน ม.8 ต.ด่านจาก อ.โนนไทย 5.คลัสเตอร์เครือญาติ บ้านวะระเวียง ม.9 ต.พันชนะ อ.ด่านขุนทด 6.คลัสเตอร์บ้านกุดนางทอหูก ม.5 และบ้านกุดพญา ม.21 ต.หินดาด อ.ด่านขุนทด 7.คลัสเตอร์ครู กศน. อ.โนนไทย 8.คลัสเตอร์นักกีฬาวอลเลย์บอล อ.ปักธงชัย 9.คลัสเตอร์บ้านโนนหัวนา ม.10 ต.กำปัง อ.โนนไทย 10.คลัสเตอร์ร้านมิสเตอร์ ดี.ไอ.วาย. อ.ชุมพวง 11.คลัสเตอร์บ้านหนองนาโคก ต.โนนทอง อ.บัวใหญ่ 12.คลัสเตอร์โรงเรียนเทศบาล 2 อ.บัวใหญ่ 13.คลัสเตอร์ตลาดสดเทศบาลปากช่อง ต.ปากช่อง อ.ปากช่อง และ 14.คลัสเตอร์บริษัทโทโยนากา (ไทยแลนด์) จำกัด ต.ลาดบัวขาว อ.สีคิ้ว

แม่ค้าตลาดดังโคราชติดเชื้อ 86
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายไกรสีห์ หล่อธาราประเสริฐ รองนายกเทศมนตรีเทศบาลนครนครราชสีมา รายงานผลการตรวจ ATK ของแม่ค้าในตลาดประปา ตลาดเพ็ชรสีมา ตลาดร่วมใจ ร้านแผงลอยรอบตลาด ประชาชน ทั่วไป สามล้อ และวินมอเตอร์ไซค์ ต่อที่ประชุม คณะกรรมโรคติดต่อว่า หลังจากพบแม่ค้า ในตลาดประปาติดโควิด 11 ราย จึงลงพื้นที่ตรวจ ATK ให้กับผู้ค้าในตลาดดังกล่าว 1,208 ราย พบมีผลเป็นผลบวก 86 ราย เป็นผู้ค้าจากตลาดประปา 41 ราย ตลาดเพ็ชรสีมา 24 ราย ร้านแผงลอย 14 ราย พนักงานทำความสะอาดตลาด 1 ราย ประชานทั่วไป 4 ราย และวินมอเตอร์ไซค์ 2 ราย ขณะนี้ส่งผล ATK ทั้งหมด ให้โรงพยาบาลมหาราชฯตรวจ RT-PCR เพื่อยืนยันผล โดยทางเทศบาลสั่งให้ปิดแผงที่มีการระบาด พร้อมขอความร่วมมือไปยังตลาดดังกล่าวให้เร่งดำเนินการในการตรวจ ATK ให้กับผู้ค้าให้ครบทั้ง 100% และไม่อนุญาตให้ผู้ค้าที่ไม่มีผลตรวจ ATK เข้าไปขายของในตลาด

ปากช่องปิดตลาดสดรอบ 2
นายคณัสชนม์ ศรีเจริญ นายอำเภอปากช่อง จ.นครราชสีมา ประชุมหารือร่วมกับนายคมกฤษณ์ ลิ้มปัญญาเลิศ นายกเทศมนตรีเมืองปากช่อง นายสุรวิชญ์ ศรีภักดี สาธารณสุข อำเภอปากช่อง และคณะกรรมการโรคติดต่ออำเภอปากช่อง ที่ประชุมมีมติให้ปิดตลาดสดเทศบาลเมืองปากช่อง ต้นตอการแพร่ระบาดครั้งที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 11-14 ก.พ. 2565 โซนถนน เทศบาล 21 ตลอดสาย เพื่อเข้าทำความสะอาดฆ่าเชื้อ และเร่งตรวจ ATK พ่อค้าแม่ค้า ผู้ประกอบการในพื้นที่ตลาดสดทั้งหมด

นายคณัสชนม์กล่าวว่า อ.ปากช่องมีผู้ติดเชื้อใหม่ 68 ราย และมีแนวโน้มแพร่กระจายมากขึ้นจากคลัสเตอร์ใหม่ตลาดสดเทศบาล 1 เมืองปากช่อง เพราะพื้นที่ตลาดสด มีประชาชน มาจากหลายพื้นที่เข้าไปซื้ออาหารสด และสิ่งของเครื่องใช้ มีผู้ที่เดินทางไปสัมผัสมาจากพื้นที่เสี่ยงในหลายพื้นที่

ไกด์ติดเชื้อ-สั่งปิดถ้ำนาคี 7 วัน
ด้านนายพันธ์ยศ กีรติพงศ์ศักดา หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูลังกา ประกาศปิดแหล่ง ท่องเที่ยวและการพักค้างแรมของอุทยาน แห่งชาติภูลังกา จ.นครพนม (ถ้ำนาคี) เป็นการชั่วคราว เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 เนื่องจากพบผู้ติดเชื้อยืนยัน เป็นอาสานำเที่ยวและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวชมแหล่ง ท่องเที่ยว ถ้ำนาคี ตั้งแต่วันที่ 5-10 ก.พ. 57 จำนวน 7 ราย และมีผู้สัมผัสเสี่ยงสูงจำนวนมาก

อุทยานแห่งชาติภูลังกา พิจารณาแล้ว เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโควิด-19 จึงประกาศปิดแหล่งท่องเที่ยวและการพักค้างแรมของอุทยานแห่งชาติ ภูลังกา (ถ้ำนาคี) ชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 11-17 ก.พ.65

สำหรับนักท่องเที่ยวที่จองเครื่องบิน จองตั๋ว หรือเดินทางมาถึงแล้ว โดยใช้หลักฐานดังกล่าว มาเสนอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อขออนุญาตเข้าพื้นที่ หากพนักงานเจ้าหน้าที่ไม่ขัดข้อง ทางอุทยานฯจะให้เข้าพื้นที่ได้เป็นกรณีๆ ไป และนักท่องเที่ยวทุกท่านที่มีหลักฐานตาม ด้านบนจะต้องได้รับการตรวจ ATK ที่จุดลงทะเบียนเข้าอุทยานฯ และผลเป็นลบ นำไปยื่นเสนอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่อีก 1 อย่างด้วย และให้นำชุดตรวจมาเอง

ยังไม่ปลด‘โควิด’จากสิทธิฉุกเฉิน
วันเดียวกัน นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวถึงกรณีการเตรียมปลดโรค โควิด-19 ออกจากการรักษาสิทธิฉุกเฉินวิกฤตรักษาทุกที่ (UCEP COVID) มาเป็นการรักษาและเบิกจ่ายตามสิทธิสุขภาพปกติ ว่า ขอทำ ความเข้าใจก่อนว่าคำว่า “UCEP” หมายถึงภาวะการณ์ที่ฉุกเฉินวิกฤต ที่ต้องไปรับบริการยังหน่วยบริการนอกระบบ ส่วนใหญ่คือร.พ.เอกชนที่ไม่ได้อยู่ในระบบ ซึ่งที่ผ่านมาตามพ.ร.บ.สถานพยาบาล ได้ประกาศโรค โควิด-19 ว่าเป็นเหตุฉุกเฉินวิกฤต ขณะนี้ ยังไม่เห็นข้อมูลหลักฐานเรื่องการยกเลิก แต่หากมีการยกเลิกจริง ระบบทุกระบบก็จะเข้า ไปรองรับอยู่แล้วในการดูแลรักษาตามระบบเดิมที่มีอยู่ โดยยืนยันว่า หากมีอาการฉุกเฉินจากโควิดก็ยังสามารถเข้ารับบริการยังหน่วยบริการนอกระบบตามระบบเดิมได้

“คำว่าฉุกเฉินวิกฤตจะมีอาการที่เรียกว่า “สีแดง” ซึ่งจะมีเกณฑ์ที่สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กำหนด ซึ่งเกณฑ์ ยังคงเหมือนเดิมอยู่ ส่วนตอนนี้ผู้ที่ติดโควิดบางครั้งไม่มีอาการ หากโควิดไม่เป็นฉุกเฉินวิกฤตแล้ว ก็จะดูที่อาการและความฉุกเฉินของผู้ป่วยเป็นหลัก เช่นถ้าหากปอดบวม มีไข้สูง ถือว่าเป็นฉุกเฉิน หากไม่มีอาการอะไร ไม่ได้เป็นฉุกเฉินก็เข้าสู่ระบบการรักษาตามปกติได้ ยืนยันว่าระบบการรักษายังมีสำหรับให้ผู้ป่วยทุกคนที่ติดโควิดเหมือนเดิม” นพ.จเด็จกล่าว

เมื่อถามว่าหากศบค.เห็นชอบปลดจากสิทธิ UCEP จะดำเนินการอย่างไรต่อ นพ.จเด็จกล่าวว่า อย่างระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ มีระบบที่ดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินและไม่ฉุกเฉิน โรคทุกโรคเราให้บริการรักษาอยู่แล้วไม่ว่าเป็นโควิดหรือไม่เป็นโควิด เราดูจากอาการ ผู้ป่วยเป็นหลัก หากอยู่ภาวการณ์ฉุกเฉินวิกฤตไปรับบริการที่ใดก็ได้ใกล้บ้านที่สุด ขอให้ถือหลักนี้ไว้

ทัณฑสถานลำปางติดเชื้อพุ่ง 210
สำหรับคลัสเตอร์ทัณฑสถานบำบัดพิเศษลำปาง หมู่ 2 ต.ปงยางคก อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง พบผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่ม 19 ราย รวมคลัสเตอร์นี้มีผู้ป่วยติดเชื้อทั้งหมด 210 ราย สาเหตุคาดว่าติดเชื้อจากนักโทษจากต่างพื้นที่เข้ามาคุมขังอยู่ระหว่างการสอบสวนโรค โดยผู้ป่วยติดเชื้อ ทั้งหมดรักษาดูแลตนเองในทัณฑสถานบำบัดพิเศษลำปาง

ด้านนายแพทย์ประเสริฐ กิจสุวรรณรัตน์ นายแพทย์สสจ.ลำปาง เปิดเผยว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 134 ราย ทำให้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.65 ยอดผู้ป่วยติดเชื้อสะสม 3,112 ราย รักษาหายแล้ว 2,455 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 653 ราย แยกเป็นรักษาที่ ร.พ. 57 ราย ดูแลตนเองที่บ้าน ชุมชน 596 ราย และเสียชีวิตสะสม 4 ราย

เชียงใหม่เจอ 5 คลัสเตอร์ใหม่
ส่วนจ.เชียงใหม่ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 273 ราย เป็นผู้ติดเชื้อจากต่างจังหวัด 4 ราย ส่วนอีก 269 ราย เป็นผู้ติดเชื้อในจังหวัด มีคลัสเตอร์ที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด 3 คลัสเตอร์ ประกอบด้วยคลัสเตอร์กลุ่มโรงเรียน ได้แก่โรงเรียนต้นกล้า อาคาร A ต.หนองจ๊อม อ.สันทราย ตรวจ RT-PCR พบเพิ่ม 1 ราย ยอดรวม 21 ราย โรงเรียนสันกำแพง ต.สันกำแพง อ.สันกำแพง ตรวจ ATK พบเพิ่ม 2 ราย ยอดรวม 11 ราย โรงเรียนบ้านแม่คะ ต.แม่คะ อ.ฝาง ตรวจ ATK พบเพิ่ม 5 ราย ยอดรวม 5 ราย และวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่ สาขาอาหารและโภชนาการ ตรวจ ATK พบเพิ่ม 1 ราย ยอดรวม 15 ราย

กลุ่มคลัสเตอร์ร้านจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม พบทั้งหมด 4 ร้าน ได้แก่ ร้านเลอเนิร์ฟ คาเฟ่ ตรวจ RT-PCR พบเพิ่ม 1 ราย ยอดรวม 7 ราย ร้านพอใจบาร์ ตรวจ RT-PCR พบเพิ่ม 8 ราย ยอดรวม 25 ราย ร้านฮอมบาร์ ตรวจ RT-PCR พบเพิ่ม 2 ราย ยอดรวม 3 ราย และร้านฉลุยคาเฟ่ ตรวจ RT-PCR พบเพิ่ม 2 ราย ยอดรวม 10 ราย

ส่วนการระบาดกลุ่มคลัสเตอร์ใหม่ 5 คลัสเตอร์ ประกอบด้วยชุมชนหมู่ 13 ต.ป่าแป๋ อ.แม่แตง ตรวจ RT-PCR พบเพิ่ม 20 ราย ยอดรวม 35 ราย วัดเจดีย์หลวง ต.พระสิงห์ อ.เมืองเชียงใหม่ ตรวจ RT-PCR พบเพิ่ม 9 ราย ยอดรวม 12 ราย ร้านดาวีของเก่า ต.หนองควาย อ.หางดง ตรวจ RT-PCR พบเพิ่ม 5 ราย ยอดรวม 6 ราย แผนกกุมารแพทย์ โรงพยาบาลฝาง ตรวจ ATK พบเพิ่ม 6 ราย ยอดรวม 6 ราย และหจก.ปิยะภัณฑ์ ต.หางดง อ.หางดง ตรวจ RT-PCR และ ATK พบเพิ่ม 3 ราย ยอดรวม 12 ราย

ปราจีนบุรีเร่งฉีดวัคซีนเด็ก
ส่วนที่ศูนย์ฉีดวัคซีน หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี มีการฉีดไฟเซอร์ เข็ม 1 ฝาสีส้ม สำหรับเด็กอายุ 5-11 ขวบ นอกระบบโรงเรียน หรือนักเรียนที่ยังไม่เคยได้รับวัคซีนมาก่อน โดยมีผู้ปกครอง นำบุตรหลาน และนักเรียนเข้ามาฉีดวัคซีนจำนวนมาก ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก

นพ.สุรินทร์ สืบซึ้ง นายแพทย์สาธารณสุขจ.ปราจีนบุรี กล่าวว่า การฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 สำหรับเด็กและเยาวชนอายุระหว่าง 5-11 ขวบ เข็มแรกฉีดไฟเซอร์เข็ม 1 ฝาสีส้ม สำหรับเด็กอายุ 5-11 ขวบ นอกระบบ โรงเรียน หรือนักเรียนที่ยังไม่เคยได้รับวัคซีนมาก่อนนี้ กำหนดศูนย์ฉีดไว้รวม 2 แห่ง คือหอประชุม อ.กบินทร์บุรี กับ อ.เมืองปราจีนบุรี ที่บริเวณหอประชุมอบจ.ปราจีนบุรี โดยยอดผู้เข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มแรก จำนวน 2,000 คน เฉพาะคนที่มีโรคประจำตัว

สำหรับจ.ปราจีนบุรีพบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 144 ราย ส่วนใหญ่เชื่อมโยงจากคลัสเตอร์ในโรงงานอุตสาหกรรม, การไปร่วมงานบวช, งานศพ, งานแต่ง การสังสรรค์ ทำให้เพิ่มยอดของจำนวน ผู้ป่วยขึ้น

‘วัดจุฬามณี’ปิดเพิ่ม 10 วัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก วัดจุฬามณี ต.บางช้าง อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม โพสต์ประกาศปิดวัดจุฬามณีเพิ่ม 10 วัน ตั้งแต่วันที่ 13-22 ก.พ.2565

โดยระบุประกาศ วัดจุฬามณี ที่ 4/2565 เรื่อง ปิดวัดจุฬามณีเพิ่ม 10 วัน (13-22 ก.พ.2565) เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในจ.สมุทรสงคราม จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น จ.สมุทรสงครามจึงขอความ ร่วมมือจากสถานที่ต่างๆ ที่มีผู้เดินทางมาจำนวนมาก ให้ยุติการเข้า-ออก เพื่อลดการชุมนุม ของประชาชนและการเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19

ดังนั้น วัดจุฬามณี จึงขอประกาศ ปิดวัดจุฬามณี เพิ่ม 10 วัน (13-22 ก.พ.65) และ มีกำหนดเปิดในวันพุธที่ 23 ก.พ. 2565 เวลา 06.00 น. และพิธีบวงสรวงใหญ่ 13 ก.พ.นี้ จะจัดเป็นการภายใน ไม่อนุญาตให้ประชาชนร่วมพิธี

พระเอก‘บอมบ์ ธนิน’ติดโควิด
วันเดียวกัน พระเอกหนุ่ม บอมบ์ ธนิน มนูญศิลป์ โพสต์อินสตาแกรมแจ้งข่าวว่า ตรวจพบเชื้อโควิด-19 หลังมีอาการเจ็บคอ เลยไปตรวจ ซึ่งตอนนี้เข้ารับการรักษาตัวเรียบร้อยแล้ว

“บอมบ์ขอแจ้งให้ทุกคนทราบว่า เมื่อวันที่ 9 ก.พ.65 บอมบ์มีอาการ เจ็บคอเล็กน้อย จึงได้ไปตรวจ RT-PCR ที่โรงพยาบาลและ วันนี้โรงพยาบาลแจ้งผลพบเชื้อโควิด-19 ขณะนี้เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลตามมาตรการ ที่ถูกต้องและบอมบ์ได้แจ้งผู้ที่ใกล้ชิดบอมบ์ในช่วงเวลานี้แล้วเพื่อให้ทุกคนระวังและคอยสังเกตอาการตัวเอง

บอมบ์ต้องขออภัยผู้ที่เกี่ยวข้องและใกล้ชิดในช่วงเวลาที่มีความเสี่ยงที่ผ่านมาด้วยครับ??”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน