มืออาชีพหลอกซื้อวงจรปิดชี้ โจรหนุ่มลงมือซ้ำ

ตำรวจเมืองหนองคายเร่งล่าแก๊งหลอกทอง ตระเวนตุ๋นมาแล้ว 3 จังหวัด ผู้การตร.สั่งสอบวงจรปิด แกะรอยเส้นทางก่อเหตุ หลังทำทีเข้าไปซื้อทอง 100 บาท มูลค่ากว่า 2.9 ล้าน ด้วยวิธีเคลียริ่งเช็ค ที่ร้านทองดังกลางเมืองหนองคาย พบเคยก่อคดีที่ร้านทองตลาดนางรอง บุรีรัมย์ อ้างเถ้าแก่ต้องการซื้อทองกว่า 200 บาท มูลค่า 5.8 ล้าน แจกลูกน้อง แต่เจ้าของร้านเอะใจ โทร.ตรวจสอบกับธนาคารพบเป็นเคลียริ่งเช็ค จึงขอให้จ่ายเงินสด ทำให้คนร้ายไหวตัวหนีไป จึงรีบโทร.แจ้งญาติที่เปิดร้านทองอยู่สุรินทร์ให้ระวัง ญาติบอกว่ามีกลุ่มคนร้ายมาซื้อทองจำนวนมากเช่นกัน แต่ไม่ได้ขายให้

จากกรณีที่มีคนร้ายชายหญิง ร่วมกันก่อเหตุหลอกลวงร้านทองศรีรุ่งเรือง เลขที่ 365 ถนนมีชัย ต.ในเมือง อ.เมือง จ.หนองคาย โดยฝ่ายชายทำทีขอซื้อทองไปฝากญาติ ส่วนฝ่ายหญิงแยกไปธนาคารนำเช็คเข้าบัญชีให้ร้านทอง แต่เป็นการเคลียริ่งเช็ค จำนวน 2.9 ล้านบาท ก่อนที่ร้านทองจะเอาทองรูปพรรณน้ำหนักรวม 100 บาท ให้ชายคนร้าย และหลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อวันที่ 10 ก.พ. ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 11 ก.พ. พล.ต.ต. พุฒิพงศ์ มุสิกูล ผบก.ภ.จว.หนองคาย ได้เรียกประชุมหารือแนวทางการสืบสวนกับ พ.ต.อ. ยุทธนา งามชัด ผกก.สภ.เมืองหนองคาย, พ.ต.อ.สุรกิจ ค้วนเครือ ผกก.สส. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ที่ห้องประชุม ศปก.สภ.เมืองหนองคาย เพื่อเร่งรัดการติดตามจับกุมคนร้ายที่มาหลอกลวงร้านทองศรีรุ่งเรืองให้เร็วที่สุด คาดว่าจะทำเป็นขบวนการ โดยมอบหมายให้ทำงานประสานกัน และตรวจสอบกล้องวงรปิดทุกแห่งอย่างละเอียด

ขณะที่เจ้าของร้านทองศรีรุ่งเรือง เผยเพียงสั้นๆ ว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับทางร้านเป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี โดยคนร้ายเป็นชายเข้ามาในร้านทำทีขอซื้อทองเหมือนลูกค้าปกติทั่วไป โดยเลือกทองรูปพรรณ เป็นสร้อยคอทองคำ เส้นละ 5 บาท และ 10 บาท น้ำหนักรวม 100 บาท มูลค่า 2.9 ล้านบาท ซึ่งทางร้านไม่ได้ขอให้เปิดหน้ากากอนามัยเพราะกลัวโควิด

พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ ยังสอบถามร้านทองข้างเคียงโดยให้ข้อมูลว่า หลังเกิดเหตุทางร้านได้ย้อนกลับไปดูกล้องวงจรปิด พบว่าผู้ต้องหากลุ่มดังกล่าวได้เข้ามาในร้านทองตนด้วย เมื่อสอบถามกับพนักงานร้าน ทราบว่าคนร้ายบอกว่าต้องการซื้อทองแท่ง พอบอกว่าไม่มี ผู้ต้องหาจึงรีบออกจากร้านไป

วันเดียวกัน ที่อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ เจ้าของร้านทองเยาวราชหลานแม่กิมกี่ แจ้งว่า มีกลุ่มมิจฉาชีพออกอุบายมาหลอกซื้อทองจนเกือบสูญทองกว่า 200 บาท โดยเจ้าของร้านเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8 ก.พ. เวลา 10.00 น. มีชายอายุ 20-25 ปี มาขอซื้อทองแท่งและทองรูปพรรณน้ำหนักรวมกว่า 200 บาท คิดเป็นเงิน 5.8 ล้านบาท อ้างว่าเถ้าแก่จะซื้อไปแจกลูกน้อง หลังจากตกลงราคากันเรียบร้อยแล้ว ชายคนดังกล่าวได้ทำทีติดต่อทางไลน์กับชายอีกคนที่อ้างเป็นเถ้าแก่แล้วขอชื่อเจ้าของร้านเพื่อจะโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร ประมาณ 10 นาที ได้มีข้อความแจ้งเตือนมาในโทรศัพท์ว่ามีเงินเข้ามาในบัญชี 5.8 ล้านบาท แต่ยังไม่มั่นใจ จึงให้ลูกน้องในร้านเอาสมุดบัญชีไปปรับที่ธนาคาร พบว่ามีเงินเข้าบัญชีครบตามจำนวนที่ตกลง แต่ก็ยังไม่มั่นใจอีก จึงได้โทรศัพท์สอบถามพนักงานธนาคาร พบว่าเป็นการเขียนเช็คเข้าบัญชี ซึ่งต้องใช้เวลาในการ เคลียริ่ง จึงแจ้งไปว่าทางร้านต้องการเงินสด คาดว่าชายคนดังกล่าวน่าจะรู้และไหวตัวทันรีบออกจากร้านไปอย่างรวดเร็ว จึงให้ลูกน้องตามไปดู พบว่าชายคนดังกล่าวจอดรถอยู่หลังร้าน ห่างออกไป 50 เมตร คาดว่าน่าจะเป็นการเตรียมการไว้แล้ว จึงเข้าแจ้งความไว้ที่สภ.นางรอง เพื่อให้ติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี

หลังจากนั้นได้โทรศัพท์แจ้งให้ญาติซึ่งเปิดร้านทองเช่นเดียวกันที่จ.สุรินทร์ ให้ทราบถึงพฤติกรรมของกลุ่มมิจฉาชีพ ต่อมาญาติที่จ.สุรินทร์แจ้งว่า ชายคนดังกล่าวมาขอซื้อทองในลักษณะเดียวกัน จึงปฏิเสธการขายก่อนจะทราบข่าวว่า มีร้านทองที่จ.หนองคาย ถูกหลอกซื้อทองจำนวน 100 บาท มูลค่ากว่า 2.9 ล้านได้สำเร็จ จึงอยากแจ้งเตือนให้ผู้ประกอบการร้านทองระวังคนร้ายแก๊งนี้ เชื่อว่าทำเป็นขบวนการ

ลวงซื้อทอง – พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกูล ผบก.ภ.จ.หนองคาย สอบปากคำเจ้าของห้างเพชรทองศรีรุ่งเรือง อ.เมือง จ.หนองคาย ก่อนระดมทีมล่าจับคนร้าย (รูปเล็ก) หลอกซื้อทองน้ำหนักรวม 100 บาท มูลค่า 2.9 ล้านบาท พบประวัติก่อเหตุหลายจังหวัด เมื่อวันที่ 11 ก.พ.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน