เร่งพิสูจน์บุคคลแกะรอยฆาตกรซ้ำรอยยัดกล่อง
ฆ่าสาวยัดถังทิ้งเขาสุพรรณฯ สยองซ้ำสองห่างจากคดีฆ่ายัดกล่องแค่ 10 วัน สภาพ ถูกมัดทั้งร่างแล้วใช้ดินถม อัดเต็มถัง เชิงเขาชะโอย เดิมบางนางบวช คาดถูกฆ่าที่อื่นนำไปทิ้งอำพรางคดี เร่งตรวจสอบ อัตลักษณ์บุคคลระบุตัวตนผู้ตายเพื่อสืบสวนหาสาเหตุ พร้อมไล่ตรวจวงจรปิดหารถต้องสงสัย คนพบศพเผยครั้งแรก คิดว่าเป็นถังขยะถูกนำมาทิ้งไว้ ผ่านไปค่อนคืนค่อยนึกสะกิดใจจากเหตุฆ่ายัดกล่องเมื่อตอนต้นเดือนรีบไปแจ้งผู้ใหญ่บ้านให้มาตรวจสอบจนพบว่าเป็นศพจริงๆ
เมื่อวันที่ 14 ก.พ. ร.ต.อ.นรากร แซ่เอง รองสว.สอบสวน สภ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี รับแจ้งเหตุมีผู้พบถังขยะ ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งถูกทิ้งอยู่ในพงหญ้า บริเวณชายเขาชะโอย ม.10 ต.เขาพระ อ.เดิมบางนางบวช จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.นิกร ด้วงฉุน ผกก.เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แพทย์ร.พ.เดิมบางนางบวช และเจ้าหน้าที่มูลนิธิเสมอกันกู้ภัยสุพรรณบุรี
ที่เกิดเหตุเป็นพงหญ้ารก พบถังพลาสติก สีน้ำเงินขนาด 200 ลิตร มีหูหิ้วเหล็กสูงประมาณ 120 เซนติเมตร กว้าง 60 ซ.ม. ด้านบนไม่มีฝาปิด แต่มีดินปุ๋ยอินทรีย์และขุยมะพร้าวอัดปิดปากถัง เมื่อนำดินและ ขุยมะพร้าวออกมา พบศพหญิงสาว สภาพสวมเสื้อคอกลมสีเทา นุ่งกางเกงขาสั้นลายสกอตสีน้ำเงินขาว ถูกมัดเท้าและลำตัว มีผ้าห่มคลุมอำพรางไว้ ไม่มีเอกสารระบุตัวตน เบื้องต้นสันนิษฐานเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 4-5 วัน
นายบัญชา อินทนะ อายุ 42 ปี ผู้ที่พบถังดังกล่าวเป็นคนแรก เล่าให้ฟังว่า เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 13 กำลังจะเดินไปหาปลา ผ่านบริเวณชายเขาชะโอยมาพบถังดังกล่าวช่วงเวลา ประมาณ 08.00 น. แต่ไม่ได้สนใจคิดว่าเป็นถังขยะธรรมดา กระทั่งเวลา 19.30 น. เอะใจเพราะดูข่าวคดีฆ่า ยัดกล่องเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา จึงโทรศัพท์ไปบอกผู้ใหญ่บ้านให้มาดู ในช่วงกลางดึกที่ผ่านมา
ด้านนายธีร์ สัจจะวงษ์รัตน์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 10 ต.เขาพระ กล่าวว่า หลังได้รับแจ้งจากลูกบ้านว่าพบถังขยะส่งกลิ่นเหม็น จึงมาตรวจสอบ ก่อนจะค่อยๆ เปิดถังขยะดู พบภายในถังขยะมีดินปุ๋ยอินทรีย์และ ขุยมะพร้าวปิดปากถัง และยังพบผ้าห่มและเชือกปอแก้วมัดที่ผ้าห่มเห็นขาคนโผล่ออกมาคาดว่าน่าจะเป็นศพ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ ตำรวจมาตรวจสอบ
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ส่งศพให้สถาบันนิติเวช ผ่าชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิต และพิสูจน์ อัตลักษณ์บุคคลให้แน่ชัดเพื่อสืบสวนว่า ผู้ตายเป็นใคร ก่อนเชิญญาติและผู้ใกล้ชิดมาสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป เนื่องจากสภาพศพเน่า ยังไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ แต่เบื้องต้นคาดว่าเป็นศพหญิงสาว วัยกลางคน ทั้งนี้ยังได้ติดตามร่องรอย วัตถุ พยานต่างๆ ในที่เกิดเหตุ พยานแวดล้อม เพื่อรวบรวมติดตามผู้ก่อเหตุ ให้เร็วที่สุด
ต่อมาที่ห้องงประชุมสภ.เดิมบางนางบวช พ.ต.อ.อภิชิต สุรพินิจ รอง ผบก.สส.ภาค 7 พร้อม พ.ต.อ.นิวัติ มาตะราช รอง ผบก.ภ. จว.สุพรรณบุรี พ.ต.อ.นิกร ด้วงฉุน ผกก.สภ.เดิมบางนางบวช เรียกประชุมชุดสืบสวน สน.เดิมบางนางบวช และกก.สส.บก.ภ.จว.สุพรรณบุรี แบ่งชุดทีมสืบสวนเร่งสืบหาเบาะแสผู้ตาย เบื้องต้นให้ตำรวจฝ่ายสืบสวน แบ่งกำลังไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด ใกล้เคียงจุดที่พบศพและเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะนำศพมาทิ้ง พร้อมลงพื้นที่เก็บร่องรอยนิ้วมือจากถังที่ใช้ใส่ศพ และตรวจสอบจากพื้นที่ใกล้เคียงในการแจ้งคนหาย คาดว่าเบื้องต้นคาดว่าถูกฆ่าที่จุดอื่น แล้วคนร้ายใช้รถกระบะเป็นยานพาหนะนำถังใส่ศพมาในกระบะหลัง เมื่อมาถึงจุดทิ้งศพขับรถเข้าไปแล้วอาจจะมีการโยนถังลงมาจากรถและลากต่อไปทิ้งในจุดพบศพ เพราะสภาพถังมีรอยแตก ส่วนคนร้าย คาดว่าน่าจะ 1-2 คน ตำรวจกำลังกระจายกำลังเร่งตรวจสอบหาเบาะแสอยู่ทั้งในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียง
สำหรับพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี เมื่อต้นเดือน ที่ผ่านมาเคยมีข่าวโด่งดังจากคดีฆ่าสาว ยัดกล่องมาแล้ว เหตุเกิดเมื่อวันที่ 4 ก.พ. ตำรวจ สภ.เมืองสุพรรณบุรี รับแจ้งเหตุ พบศพถูกฆ่าายัดกล่องพลาสติกสีดำ ขนาดยาว 38 ซ.ม. กว้าง 70 ซ.ม. ทิ้งพงหญ้าหลังแคมป์ที่พักคนงานแพลนต์ปูน พื้นที่ ม.7 ต.ศาลาขาว อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี ตรวจสอบพบเป็นหญิงสาว อายุ 18 ปี คนงานแพลนต์ปูนดังกล่าว ที่หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 30 ม.ค. โดยพ่อผู้เสียชีวิตและทำงานที่เดียวกัน สงสัยหนุ่มคนงานที่หายตัวไปช่วงเวลาที่ลูกสาวสูญหาย
เย็นวันเดียวกันตำรวจตามจับนายธนากร อรัญทอง อายุ 19 ปี ผู้ก่อเหตุ ขณะหลบหนี อยู่บ้านภรรยาที่จ.กาฬสินธุ์ สอบสวนสารภาพอ้าง แอบลักลอบคบหากัน แล้วฝ่ายสาวพยายามให้เปิดตัวบอกให้พ่อรับรู้ แต่ผู้ก่อเหตุไม่ยอมเพราะมีภรรยาอยู่แล้ว จนเกิดทะเลาะกันพลั้งมือบีบคอจนเสียชีวิต ก่อนพยายามนำศพยัดลงถังทิ้งอำพราง แต่ถังเกิดแตกจึงเปลี่ยนเป็นบรรจุลงกล่องพลาสติกแทน แล้วเรียกเพื่อนคนงาน ชาวต่างด้าวมาช่วยขนไปทิ้งที่พงหญ้า ก่อนหลบหนีไปหาภรรยาที่ จ.กาฬสินธุ์ จนถูกจับกุมตัวได้ดังกล่าว
ขณะที่พ่อผู้ตายไม่เชื่อในคำให้การของผู้ต้องหา ยืนยันเป็นไปไม่ได้ที่ลูกสาว จะแอบคบหากับนายธนากร เพราะมีแฟนเป็นหนุ่มชาวลาวที่ตกลงหมั้นหมายเตรียมแต่งงานกันหลังการแพร่ระบาดโควิด-19 จะบรรเทาลง โดยขณะจัดงานศพผู้ตาย ที่บ้านเกิด จ.สุพรรณบุรี แฟนผู้ตายวิดีโอคอลจากประเทศลาวมาด้วยความตกใจ ระบุว่าวันที่ 30 ม.ค ยังวิดีโอคอลคุย กับแฟนสาวก่อนนอน แต่วันรุ่งขึ้นติดต่อ ไม่ได้ จึงโทรศัพท์แจ้งว่าที่พ่อตาช่วยตามหา กระทั่งมาพบว่าถูกฆ่าเสียชีวิตแล้ว