‘คอมมานโด’ ตามรวบ 2 ผู้ต้องหาแก๊งโกงแชร์หนีคดี 4 ปี ก่อนจนมุมที่เชียงใหม่ เผยพฤติกรรมชวนเพื่อนฝูง ส่วนใหญ่เป็นเจ้าของกิจการร้านขายโทรศัพท์เล่นแชร์ออนไลน์รายสัปดาห์ อ้างให้ดอกเบี้ยตอบแทนอัตราสูง เหยื่อเห็นว่ารู้จักคุ้นเคยกันมานาน ไว้ใจจึงร่วมลงทุนด้วย ช่วงหลังไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่ตกลงไว้ มีคนตกเป็นเหยื่อ 50 คน มูลค่าเสียหายกว่า 100 ล้าน เบื้องต้นให้การปฏิเสธ พบมีหมายจับลักษณะเดียวกันอีก 2 หมาย

โกงแชร์ – ตำรวจ ปพ.จับนายชัยสิทธิ์ นิมิตปัญญา และนายมานะ นวมนาม ผู้ต้องหาคดีโกงแชร์ได้ที่ ต.ป่าไผ่ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ หลังหนีคดีมานานกว่า 4 ปี มีคนตกเป็นเหยื่อ 50 ราย มูลค่าความเสียหาย 100 ล้านบาท เบื้องต้นให้การปฏิเสธ เมื่อ 15 ก.พ.
เมื่อวันที่ 15 ก.พ. พล.ต.ต.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบก.ปพ.สั่งการให้พ.ต.อ. วีพงษ์ กงแก้ว ผกก.1 บก.ปพ. พ.ต.ต.จตุพร ติกแก้ว สว.กก.1 บก.ปพ.นำกำลังจับกุมนายชัยสิทธิ์ นิมิตปัญญา อายุ 37 ปี และนายมานะ นวมนาม อายุ 44 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 2104 – 05 /2561 ลง 14 ก.ย. 2561 ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชนและนำเข้าซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ โดยจับกุมได้ที่หน้าบ้านเลขที่ 192 หมู่ที่ 3 ต.ป่าไผ่ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่
ทั้งนี้ทราบว่านายมานะและนายชัยสิทธิ์เคยร่วมกันเปิดร้านขายโทรศัพท์มือถืออยู่ที่ย่านบางแค กรุงเทพฯ ระหว่างนั้นมีนายทศพล บุญมานุช และน.ส.ปิยะนุช แส่สันเทียะที่ถูกจับกุมไปแล้วตั้งวงแชร์และชักชวนให้นายชัยสิทธิ์มาเป็นรองเท้าแชร์ ส่วนนายมานะ เป็นแอดมินเพจ คอยเชิญชวนกลุ่ม ผู้เสียหายประมาณ 50 คน ส่วนใหญ่เป็นเจ้าของกิจการร้านขายโทรศัพท์ให้นำเงินมาเล่นแชร์ออนไลน์รายสัปดาห์ อ้างว่าจะให้ดอกเบี้ยตอบแทนอัตราสูง ผู้เสียหายเห็นว่า รู้จักมักคุ้นกันมานาน เกิดความไว้ใจนำเงินมาลงทุนด้วย ช่วงแรกๆ ผู้เสียหายก็จะได้ผลตอบแทนตรงตามที่ตกลง จึงชวนคนใกล้ชิดมาร่วมลงทุนอีกจำนวนมาก แต่เมื่อถึงกำหนดรับผลตอบแทนกลับไม่เป็นไปตามที่ตกลงไว้ รวมความเสียหายแล้วกว่า 100 ล้านบาท ผู้เสียหายเข้าแจ้งความที่กก.5.บก.ปอศ ต่อมาศาลออกหมายจับกลุ่มต้องหาไว้ได้
ต่อมาเมื่อเดือนมิ.ย.61 นายทศพล และน.ส.ปิยะนุช ก็ถูกตามจับกุมได้ หลังจากนั้นอีกไม่กี่เดือนต่อมา ผู้ต้องหาทั้งสองทำลายกำไล EM หรือกำไลข้อเท้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ศาลสั่งให้สวมไว้ ก่อนจะถูกตามจับกุมได้อีกครั้งที่อ.เมืองนครราชสีมา ส่วนผู้ต้องหาทั้งสองก็หลบหนีมาโดยตลอด ก่อนจะตามจับกุมได้ดังกล่าว
สอบสวนผู้ต้องหายังคงให้การปฏิเสธ จากการตรวจสอบพบทั้ง 2 ยังมีหมายจับคดีลักษณะเดียวกันอีก 2 หมายด้วย จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.5.บก.ปอศ ดำเนินคดีต่อไป