ทัพ‘ปูติน’ตะลุยประชิด‘เคียฟ’

รัสเซียบุกต่อเนื่อง ห่าง กรุงเคียฟแค่ 9 ก.ม. ปธน.ยูเครนโอด ต้องสู้ลำพังไร้พันธมิตร ด้านยุโรป-เอเชียประกาศคว่ำบาตร ‘รัสเซีย’ ‘สรท.’ แนะรัฐบาลเตรียมรับมือค่าเงินผันผวน คาดพิษสงครามทำคำสั่งซื้อลด ด้านจุรินทร์ยัน ไม่กระทบนำเข้า-ส่งออก ส่วนน้ำมันแตะ 100 เหรียญต่อบาร์เรลมีกระทบค่าขนส่ง

รัสเซียโจมตียูเครนต่อเนื่อง
วันที่ 25 ก.พ. บีบีซีรายงานสถานการณ์ความขัดแย้งในยูเครนว่า กองกำลังรัสเซียบุกโจมตียูเครนต่อเนื่องเป็นวันที่สอง โดยทหารรัสเซียปฏิบัติการทั้งทางเหนือ ตะวันออกและทางใต้ หลังนายวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ประกาศเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารเพื่อปกป้องกลุ่มแบ่งแยกดินแดนฝักใฝ่รัสเซียในพื้นที่ภาคตะวันออกของยูเครน เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 24 ก.พ. เสียงระเบิดดังขึ้นใน กรุงเคียฟ เมืองหลวงยูเครน และพื้นที่อื่นๆ หลายระลอก หลังรัสเซียโจมตีทางอากาศเมื่อช่วงเช้ามืดตามเวลาท้องถิ่น ทำให้ประชาชนต้องตื่นขึ้นมาเพราะเสียงเตือนภัยทางอากาศและต้องเข้าไปซ่อนตัวในหลุมหลบภัย ขณะที่กระทรวงกิจการภายในของยูเครนแจ้งว่า ระบบต่อต้านอากาศยานของกองทัพอากาศยูเครนสามารถยิงเครื่องบินรบของรัสเซียที่เขตดาร์นิตสกีของกรุงเคียฟ และตกลงใส่อาคารที่อยู่อาศัยจนไฟไหม้

ส่วนความคืบหน้าปฏิบัติการทางทหารของรัสเซีย กองกำลังทหารรัสเซียเข้าควบคุมโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิล ราว 130 กิโลเมตรทางเหนือของกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน และควบคุมตัวเหล่าเจ้าหน้าที่ ผู้ดูแลสถานกักเก็บกากนิวเคลียร์แล้ว ทำให้กองทัพรัสเซียสามารถใช้เขตห้ามเข้าในรัศมี 32 กิโลเมตรโดยรอบเชอร์โนบิลเป็นเส้นทางลัดตัดตรงเข้าสู่กรุงเคียฟได้

เคลื่อนทัพประชิดกรุงเคียฟ
กองทัพยูเครนระบุว่า กองกำลังทหารยูเครนกำลังต่อต้านกองกำลังรัสเซียในเขตชานเมืองทางตะวันตกเฉียงเหนือของ กรุงเคียฟ โดยทำลายสะพานแห่งหนึ่งในบริเวณพรมแดนของแม่น้ำเตเตริฟ ใกล้เมืองอีวานคิฟ เพื่อไม่ให้กองกำลังรัสเซียเคลื่อนเข้ามา และยังตรึงสนามบินแห่งหนึ่งในเขตชานเมืองหลวงด้วย

ล่าสุด กระทรวงกลาโหมยูเครนยืนยันว่า กองกำลังรัสเซียประชิดกรุงเคียฟแล้ว โดยเข้ามาถึงเขตโอโบลอน ห่างจากอาคารรัฐสภาไปทางเหนือราว 9 กิโลเมตร จึงประกาศให้ ชาวเมืองทำระเบิดขวดเพื่อใช้ตอบโต้ และยังขอให้ประชาชนอยู่ในความสงบ ระมัดระวังตัว และอย่าออกนอกเคหสถาน

เจ้าหน้าที่กระทรวงกิจการภายในของยูเครนแจ้งว่า เครื่องบินของรัสเซียลำหนึ่งถูกยิงตกที่ย่านดาร์นิตสกีของกรุงเคียฟ โดยตกลงที่อพาร์ตเมนต์ 9 ชั้นแห่งหนึ่ง โดยมีรายงานเพลิงไหม้ด้วย

โดยก่อนหน้านี้มีรายงานว่าเกิดเสียงระเบิดดังขึ้นในกรุงเคียฟหลายครั้ง ทางการยูเครนระบุว่าฐานทัพในเมืองโบรวารีใกล้กรุงเคียฟถูกขีปนาวุธร่อนของรัสเซียโจมตี ทำให้มีทหารเสียชีวิตไป 6 นาย

ขณะที่ชาวยูเครนหลายครอบครัวมากกว่า 10,000 คน เริ่มอพยพข้ามแดนไปประเทศใกล้เคียงหลังกองทัพรัสเซียเริ่มปฏิบัติการโจมตี โดยโปแลนด์และสโลวะเกียเป็น 2 ประเทศที่เปิดพรมแดนรับผู้อพยพชาวยูเครนแล้ว สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติประเมินว่า การสู้รบในครั้งนี้จะทำให้ชาวยูเครนต้องพลัดถิ่นมากกว่า 100,000 คน ขณะที่รัฐบาลยูเครนรายงานว่า ประชาชนหลายพันคนเริ่มเดินทางออกนอกประเทศ

‘เซเลนสกี’ลั่นไม่ทิ้งประชาชน
นายโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน แถลงช่วงดึกวันที่ 24 ก.พ. เกี่ยวกับสถานการณ์การสู้รบวันแรกในยูเครนว่า ในเบื้องต้นชาวยูเครนเสียชีวิตแล้ว 137 ราย ในจำนวนนี้เป็นเจ้าหน้าที่ 10 นาย ส่วนจำนวนผู้บาดเจ็บมี 316 คน พร้อมขอบคุณผู้พิทักษ์ยูเครนทั้งชายและหญิงที่ต่อต้านกองทหารรัสเซียอย่างสมน้ำสมเนื้อซึ่งโจมตีอาณาเขตยูเครนทั้งหมด

นายเซเลนสกียังตอบโต้สื่อรัสเซียที่เผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนว่า ประธานาธิบดียูเครนหนีออกนอกประเทศไปแล้วว่า ครอบครัวยังอยู่ในยูเครนและไม่ใช่ผู้ทรยศ ศัตรูกำหนดให้ตนเป็นเป้าหมายหมายเลข 1 ส่วนครอบครัวของตนเป็นเป้าหมายหมายเลข 2 พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนชาวยูเครนระมัดระวังตัว หลังได้รับข้อมูลว่ากลุ่มผู้ก่อวินาศกรรมจากฝั่งศัตรูเข้ามาในกรุงเคียฟแล้ว “ผมยังอยู่ในทำเนียบรัฐบาลในกรุงเคียฟพร้อมกับประชาชนทุกคน” นายเซเลนสกีแถลง

ต่อมา นายเซเลนสกีแถลงต่อประชาชน อีกครั้งในช่วงเช้าวันที่ 25 ก.พ. ยืนยันว่า การโจมตีด้วยขีปนาวุธหลายระลอกในวันที่สองเริ่มต้นเมื่อ 04.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น มีเป้าหมายเป็นทั้งเขตทหารและเขตพลเรือน และว่าตนกำลังขอให้รัสเซียหยุดยิง ยูเครนจะปกป้องประเทศของเราจนกว่าการโจมตีจะสิ้นสุด “รัสเซียจะต้องเจรจากับเราไม่ช้าหรือเร็วเกี่ยวกับวิธีการยุติความเป็นปรปักษ์และหยุดการรุกรานครั้งนี้ การเจรจายิ่งเริ่มต้นเร็วเท่าไร การสูญเสียของรัสเซียจะยิ่งน้อยลงเท่านั้น” นายเซเลนสกีกล่าว

โอดพันธมิตรปล่อยสู้ลำพัง
ประธานาธิบดียูเครนยังวิงวอนพันธมิตรชาติตะวันตกอีกครั้งเพื่อช่วยเหลือยูเครนและการโจมตีของรัสเซีย และกล่าวว่ามาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อรัสเซียยังไม่พอ “เช้านี้เราปกป้องประเทศเพียงลำพัง เช่นเดียวกับเมื่อวานนี้ กองกำลังที่ทรงอำนาจที่สุดในโลกกำลังดูจากระยะไกล ใครพร้อมที่จะสู้รบกับเราบ้าง ผมบอกตามตรงว่า ผมไม่เห็นคนเหล่านี้เลย ผมบอกพันธมิตรทุกชาติว่า ตอนนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญที่กำลังชี้ชะตาของประเทศเรา ผมถามชาติพันธมิตรว่าจะอยู่กับเราไหม ชาติพันธมิตรตอบว่าอยู่กับเราแต่ไม่พร้อมที่จะรับยูเครนเป็นพันธมิตรด้วย ผมถามบรรดาผู้นำยุโรป 27 ประเทศว่า ยูเครนจะเข้าร่วมองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ได้หรือไม่ พวกเขาตอบว่าจะอยู่กับเราแต่ไม่พร้อมรับเราเป็นสมาชิกด้วย” นาย เซเลนสกีกล่าว

สหรัฐยันพร้อมปกป้อง
นายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เป็นผู้นำประเทศเพียงคนเดียวที่ได้พูดคุยกับนายวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซียโดยตรง หลังการโจมตียูเครน ต่อสายหาผู้นำรัสเซียตามคำขอของนายเซเลนสกี ซึ่งต้องการเจรจากับนายปูตินแต่ไม่สามารถติดต่อได้ นายมาครงบอกว่า ขอให้รัสเซีย หยุดดำเนินปฏิบัติการทางทหารในยูเครนโดยใช้ถ้อยคำตรงไปตรงมา สั้นกระชับ และจริงใจ และขอให้นายปูตินยอมพูดคุยกับ นายเซเลนสกีซึ่งต้องการเจรจากับนายปูติน อย่างมาก

นายแอนโทนี บลิงเคน รมว.ต่างประเทศสหรัฐ ให้สัมภาษณ์พิเศษสถานีโทรทีศน์ เอบีซี แสดงความมั่นใจว่า นายปูตินจะพยายามโค่นล้มรัฐบาลยูเครน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการของรัสเซีย เพื่อโจมตีกรุงเคียฟและหลายเมืองใหญ่ในยูเครน พร้อมกับการเปิดฉากการโจมตียูเครนด้วยหลายรูปแบบจากพรมแดนทางเหนือ ทางตะวันออก และทางใต้ มีความเป็นไปได้ว่ารัสเซียโจมตีนอกเหนือจากยูเครน แต่ย้ำถึงความมุ่งมั่นของสหรัฐในการปกป้องพันธมิตรนาโต โดยเตือนว่าการโจมตีสมาชิกนาโตหนึ่งประเทศเป็นการโจมตีสมาชิกนาโตทั้งหมด

“ประธานาธิบดีไบเดนมีความชัดเจนที่จะปกป้องทุกตารางนิ้วของดินแดนนาโต ผมคิดว่าเป็นการป้องปรามทรงพลังที่สุดต่อนาย ปูตินที่จะโจมตีนอกเหนือจากยูเครน”

นายบลิงเคนยังย้ำจุดยืนของนายไบเดนว่า ความเป็นไปได้ที่จะขยายมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐที่มีอยู่เพื่อกำหนดเป้าหมายนาย ปูตินโดยตรงยังอยู่ระหว่างการพิจารณาหากสถานการณ์รุนแรงขึ้น

‘ยุโรป-เอเชีย’คว่ำบาตรรัสเซีย
ขณะที่สหภาพยุโรปประกาศมาตรการ คว่ำบาตรต่อรัสเซียเพิ่มเติม โดยมีเป้าหมายเป็นภาคการเงิน พลังงาน การขนส่ง และวีซ่าสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐบาลรัสเซีย นางอัวร์ซูลา ฟ็อน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรป กล่าวหลังการประชุมฉุกเฉินของผู้นำสหภาพยุโรปในกรุงบรัสเซลส์ว่า มาตรการคว่ำบาตรขั้นรุนแรงดังกล่าวจะทำให้รัสเซียไม่สามารถซื้อหาเทคโนโลยีและอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อปรับปรุงโรงกลั่นน้ำมัน รวมทั้งชิ้นส่วนอะไหล่ต่างๆ สำหรับเปลี่ยนให้เครื่องบินได้ อย่างไรก็ตาม มาตรการนี้ยังไม่ครอบคลุมโครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติที่ลำเลียงก๊าซจากทางตะวันออกของรัสเซียมายุโรป แต่นางไลเอินให้คำมั่นว่าจะเร่งหาวิธีการลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียต่อไป และจะมอบเงินช่วยเหลือ 300 ล้านยูโร (เกือบ 11,000 ล้านบาท) และยุทโธปกรณ์จำนวนหนึ่งแก่ยูเครนด้วย

นายสกอต มอร์ริสัน นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย กล่าวว่าจะขยายมาตรการ คว่ำบาตรต่อรัสเซีย โดยมีเป้าหมายเป็นพลเมืองและสมาชิกสภาระดับสูงหลายคน

นายฟูมิโอะ คิชิดะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวว่า จะสนับสนุนมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย ใน 3 ด้าน รวมถึงการส่งออกยุทโธปกรณ์ทางทหาร นอกจากนี้ กระทรวงการคลังญี่ปุ่นระบุว่า ญี่ปุ่นจะอายัดทรัพย์สินของธนาคารรัสเซียหลายแห่ง

ขณะที่ไต้หวันจะเข้าร่วมกับเข้าร่วมกับประเทศประชาธิปไตยเพื่อคว่ำบาตรรัสเซีย

ส่วนน.ส.จาซินดา อาร์เดิร์น นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ กล่าวว่ากำลังพิจารณาการขับเอกอัครราชทูตรัสเซียออกจากประเทศ ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่อยู่ตรงหน้าของทุกประเทศ แต่ต้องตัดสินใจอย่างรอบคอบ เมื่อวันที่ 24 ก.พ. นิวซีแลนด์ห้ามเจ้าหน้าที่รัฐบาลรัสเซียที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรุกรานยูเครนเดินทางเข้าประเทศ ระงับการเจรจาทวิภาคีกับรัสเซีย และหยุดการส่งออกสินค้าแก่กองทัพและกองกำลังความมั่นคงรัสเซีย การโจมตียูเครนของรัสเซียเป็นการรุกรานที่ผิดกฎหมาย และเรียกร้องให้รัสเซียยุติปฏิบัติการทางทหารทันทีและถอนกองกำลังรัสเซียอย่างถาวรเพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสียชีวิตผู้บริสุทธิ์อย่างมหันต์และไร้จุดจบ

หยุดสงคราม – กลุ่มชาวยูเครนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ชูป้ายตะโกน ‘หยุดสงคราม หยุดปูติน พวกเราต้องการสันติ’ ประท้วงรัสเซียบุกถล่มยูเครน ที่หน้าสถานทูตรัสเซียประจำประเทศไทย เขตบางรัก กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 25 ก.พ.

ประท้วงหน้าสถานทูตรัสเซีย
ที่สถานเอกอัครราชทูตสหพันธรัฐรัสเซีย กลุ่มชาวยูเครนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย และผู้ต่อต้านสงคราม เดินทางไปประท้วงเพื่อเรียกร้องให้ยุติความรุนแรง โดยผู้ชุมนุมร่วมกันถือธงชาติยูเครน และป้ายกระดาษมีข้อความต่างๆ อาทิ STOP WAR STOP PUTIN, We want PEACE, NO WAR และ #StopRussianAggression เป็นต้น ท่ามกลางการดูแลความสงบเรียบร้อยของเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหนึ่งซึ่งประจำการบริเวณประตูสถานทูต โดยมีการกั้นรั้วเหล็กไว้ บางช่วง ผู้ชุมนุมร่วมกันตะโกนประโยค ‘Hands Off Ukraine’ และ STOP PUTIN อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีคนไทยทยอยเข้าร่วมอย่าง ต่อเนื่อง

ต่อมาเจ้าหน้าที่สถานทูตรัสเซียเข้าพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจบริเวณหน้าประตูสถานทูต ผู้ชุมนุมจึงพากันหันหน้าเข้าสู่ประตูและชูป้ายขึ้นเหนือศีรษะ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าเจรจาขอให้ผู้ชุมนุมขยับออกจากจุดเดิมเพื่อไม่ให้กีดขวางการจราจร ผู้ชุมนุมจึงข้ามถนนไปชุมนุมอย่างสงบบนทางเท้าฝั่งตรงข้ามแล้วร้องเพลงร่วมกัน

จุรินทร์สั่งพณ.เกาะติด
ที่กระทรวงพาณิชย์ นายจุรินทร์ ลักษณ วิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ กล่าวหลังประชุมติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ว่า ได้ติดตามทั้งมาตรการการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจของ 6 ประเทศ ว่าจะมีผลกระทบอย่างไรต่อการนำเข้า-ส่งออกของไทย รวมทั้งการประเมินสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลก ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อค่าขนส่งสินค้า ตัวเลขเงินเฟ้อ รวมทั้งราคาสินค้าในประเทศ ได้เชิญทูตพาณิชย์จากมอสโกเข้าร่วมด้วย พบว่าขณะนี้ยังไม่มีผลกระทบต่อการนำเข้าและส่งออกของไทย แต่สำหรับราคาน้ำมัน มีราคาสูงขึ้นแตะ 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลแล้ว ยังไม่สามารถประเมินได้ว่าราคาจะขึ้นสูงกว่านี้ไปอีกหรือไม่

นายจุรินทร์กล่าวต่อว่า ได้สั่งปลัดกระทรวงพาณิชย์กับกรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องหารือร่วมกันกับภาคเอกชน และติดตามสถานการณ์ รวมทั้งประเมินสถานการณ์ร่วมกันอย่างใกล้ชิด ถ้าพบปัญหาที่จำเป็นต้องแก้ไขเร่งด่วนจะได้แก้ปัญหาร่วมกันในทันที และให้รายงานสถานการณ์และการประเมินสถานการณ์ให้ตนทราบทุกวัน จากการประเมินเบื้องต้น มีทั้งทางบวกและทางลบ สถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงคือ เรื่องราคาน้ำมัน เพราะจะมีผลต่อต้นทุนการขนส่งและต้นทุนการผลิตสินค้า รวมทั้งราคาสินค้าต่อไปในอนาคตได้ ขณะนี้ยังไม่ขอลงลึกเพราะไม่อยากประเมินสถานการณ์ในด้านลบทั้งหมดไปก่อนล่วงหน้า ส่วนด้านบวก มีสินค้าบางอย่างที่ประเทศไทยมีศักยภาพและสามารถเข้าไปทดแทนตลาดโลกที่เป็นตลาดเดิมของรัสเซียหรือยูเครนได้ หากเกิดสงครามที่ยืดเยื้อ เช่นผลิตภัณฑ์ยาง สินค้าประมง

สรท.ห่วงคำสั่งซื้อลด
นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) ระบุว่า สรท. ติดตามและประเมินผลกระทบจากการสู้รบระหว่างรัสเซีย-ยูเครน และมาตรการตอบโต้ด้านการค้าและการเงินของประเทศสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป โดยคาดการณ์เบื้องต้นว่า อาจมีผลกระทบต่อทั้งวงเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของต้นทุนภาคการผลิต ทั้งจากราคาพลังงานและราคาวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้น อาทิ เหล็ก ธัญพืช เซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งอาจส่งผลให้คำสั่งซื้อจากคู่ค้าลดลงบางส่วน

อย่างไรก็ตาม สรท. ประเมินว่าหากสถานการณ์การสู้รบไม่ยืดเยื้อบานปลายหรือขยายวงกว้างไปมากกว่า พื้นที่ใน 2 ประเทศนี้ การส่งออกของไทยน่าจะยังเติบโตได้ที่ 5% โดยคาดว่าสถานการณ์ส่งออกในไตรมาสแรกจะสามารถเติบโตได้ที่ 8% เนื่องจากมีการยืนยันคำสั่งซื้อไว้แล้วล่วงหน้า แต่ถ้าสถานกาณ์ยังคงยืดเยื้ออาจกระทบต่อการส่งออกในไตรมาสสอง โดยอาจมีคำสั่งซื้อลดลงประมาณ 4-5 พันล้านเหรียญสหรัฐ และกลุ่มสินค้าที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ อาทิ ยานพาหนะ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง เครื่องใช้ไฟฟ้า (เครื่องปรับอากาศ)

ทั้งนี้ มูลค่าการส่งออกของไทยไปรัสเซียในปี 2564 มีสัดส่วนอยู่ที่ 0.38% ของมูลค่าการส่งออกไทยไปยังทั่วโลก หรือประมาณ 1,028 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่มูลค่าการ ส่งออกไทยไปยูเครนในปี 2564 มีสัดส่วนอยู่ที่ 0.05% ของมูลค่าการส่งออกไทยไปยังทั่วโลก หรือประมาณ 134.76 ล้านเหรียญสหรัฐ และ สรท. คาดว่าราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกจะเคลื่อนไหวเฉลี่ยอยู่ในกรอบ 100-105 เหรียญดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

แนะรัฐรับมือค่าเงินผันผวน
นายชัยชาญกล่าวอีกว่า สรท. มีข้อเสนอแนะที่สำคัญต่อหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อรับมือต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น 2 ข้อ ประกอบด้วย 1.เพื่อรับมือต่อความผันผวนของตลาดเงินทั่วโลก สรท.ขอให้ช่วยรักษาเสถรียภาพค่าเงินบาทให้อยู่ในกรอบ 32.5-33.5 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เพื่อให้ผู้ประกอบการส่งออกยังสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ 2.เพื่อรับมือต่อการปรับเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าทุน

สรท. ขอให้รัฐพิจารณาอนุญาตการปรับขึ้นราคาสินค้าได้ตามสัดส่วนราคาต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงอย่างแท้จริงทั่วโลก เนื่องจากผู้ประกอบการไม่สามารถแบกรับต้นทุนการผลิตที่มีความผันผวนในช่วงสถานการณ์ปัจจุบันที่เกิดขึ้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน