บิ๊กปั๊ด-บิ๊กเด่น ผนึก21ธนาคาร รับมือคดีดิจิทัล
ตำรวจจับมือ 21 ธนาคาร เปิดรับแจ้งความออนไลน์คดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ผบ.ตร.บิ๊กปั๊ดพร้อมด้วยรองผบ.ตร.บิ๊กเด่นทำเอ็มโอยูสมาคมแบงก์จัดตั้งศูนย์ไล่ล่าแก๊งมิจฉาชีพโซเชี่ยล เผยขั้นตอนสะดวกรวดเร็ว แค่ลงทะเบียนกรอกข้อมูล รับเลขคดี ก็นัดแจ้งความโดยไม่ต้องรอคิว จากนั้นเริ่มสืบสวนทันที อีกทั้งข้อมูลเชื่อมโยงถึงกัน ง่ายต่อการติดตามคดี ออกหมายจับเร็วขึ้น ด้านนักการธนาคารพร้อมร่วมมือปราบเครือข่ายตุ๋นออนไลน์ สร้างความ เสียหายทาง การเงิน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 28 ก.พ. ที่อาคารหอประชุมสัมมนา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เมืองทองธานี พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. เป็นประธานเปิดศูนย์รับแจ้งความออนไลน์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี และทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) ระหว่าง ตร. กับสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ สมาคมธนาคารไทย และธนาคารสมาชิก รวม 21 ธนาคาร ในคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยมี พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.ปรีชา เจริญสหายานนท์ ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.ศิริพงษ์ ติมุลา ผบช.สทส., พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท., ผู้บัญชาการ ผู้บังคับการ ทุกหน่วยทั่วประเทศ ผู้แทนกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและ สังคม กสทช. ปปง. ธนาคารแห่งประเทศไทย เครือข่ายผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ และสมาคมพนักงานสอบสวน เข้าร่วม
พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าวว่า โครงการนี้จะทำให้ประชาชนเข้าถึงตำรวจง่ายขึ้นด้วยการแจ้งความทางเว็บไซต์ www.thaipoliceonline.com ผ่านคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ตโฟน โดยจะต้องลงทะเบียนเพื่อยืนยันตัวตน กรอกข้อมูลทางคดีตามขั้นตอนจนเสร็จ ผู้แจ้งจะได้รับ “เลขรับแจ้งความออนไลน์” หรือ Case ID เช่น 65021 จะมีผู้บริหารการรับแจ้ง (Admin) และผู้บริหารคดี (Case Manager) วิเคราะห์ข้อมูล ก่อนส่งเรื่องต่อไปยังสถานีตำรวจที่ผู้แจ้งสะดวกเดินทางไปแจ้งความ โดยสถานีตำรวจที่ได้รับเรื่องจะเริ่มกระบวนการสืบสวนทันทีที่ได้รับข้อมูลจากระบบรับแจ้งความออนไลน์

แจ้งออนไลน์ – พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผบ.ตร. ทำเอ็มโอยูกับ 21 ธนาคาร เปิดศูนย์รับแจ้งความออนไลน์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี ที่อาคารหอประชุมสัมมนา ตร. เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 28 ก.พ.
ผบ.ตร.กล่าวต่อว่า เมื่อแอดมินของสถานีตำรวจรับเรื่องแล้วจะนำเสนอผู้บริหารคดี เพื่อจ่ายคดีให้แก่พนักงานสอบสวนไปโทร.นัดหมายผู้แจ้งหรือผู้เสียหายมาสอบปากคำ และรายงานความคืบหน้าทางคดีในระบบออนไลน์ โดยผู้เสียหายสามารถติดตามความคืบหน้า ส่งข้อมูลเพิ่มเติม หรือสอบถามปัญหาผ่านระบบได้ตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม ประชาชนยังสามารถไปแจ้งความคดีนี้โดยตรงได้ทุกสถานีตำรวจที่สะดวก แม้สถานีตำรวจนั้นจะไม่มีอำนาจการสอบสวน ก็จะส่งเรื่องต่อไปยังสถานีตำรวจที่มีอำนาจการสอบสวนต่อไป หวังว่าประชาชนจะได้รับความสะดวกมากขึ้น มีการนัดหมายล่วงหน้า ไม่ต้องไปรอคิวที่สถานีตำรวจ ไม่ต้องให้การในเรื่องเดิมซ้ำหลายครั้ง และสามารถร้องขอให้ธนาคารระงับธุรกรรมทางการเงินได้อย่างรวดเร็ว เพื่อไม่ให้เงินของผู้เสียหายถูกโอนไปยังเครือข่ายของคนร้าย และเจ้าหน้าที่เองก็จะได้รับประโยชน์กรณีผู้ต้องหากระทำความผิดหลายท้องที่ เนื่องจากสามารถเชื่อมโยงคดี มีข้อมูลที่สามารถขอศาลออกหมายจับได้ง่ายขึ้น
พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าวด้วยว่า เราปรับปรุงพัฒนาและทดสอบระบบจนสามารถใช้การได้ดี โดยศูนย์จะเปิดใช้งานจริงวันที่ 1 มี.ค. ก่อนหน้านี้จัดฝึกอบรมแอดมินและผู้บริหารคดี ทั่วประเทศ 8,383 นาย พนักงานสอบสวน 10,487 นาย เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนอีก 12,305 นาย รวม 31,175 นาย รวมทั้งทดสอบความรู้หลังการฝึกอบรม เพื่อให้มั่นใจว่าเจ้าหน้าที่ ทุกนายจะปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังจัดพิธีลงนามเอ็มโอยูในคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ระหว่าง ตร. กับสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ สมาคมธนาคารไทย และ 21 ธนาคารสมาชิก โดยให้ศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ของ ตร. เป็นศูนย์กลางร่วมกันกำหนดแนวทางติดตามเส้นทางการเงินของคนร้ายและเครือข่าย เพื่อป้องกันมิให้คนร้ายโอนเงินต่อเป็นทอดๆ ไปยังกลุ่มเครือข่าย รวมถึงกำหนดรูปแบบและวิธีการรับส่งข้อมูลผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ปลอดภัย และหากคดีมีความเชื่อมโยงกับบัญชีหลายธนาคาร จะมีคณะทำงานย่อยร่วมกันเพื่อให้การสืบสวนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว
นอกจากนี้จะกำหนดรูปแบบการประชาสัมพันธ์เตือนภัยถึงพฤติการณ์ในรูปแบบต่างๆ ของคนร้าย และแลกเปลี่ยนเทคนิคข้อมูลความรู้ระหว่างเจ้าหน้าที่ เพื่อให้การป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ผบ.ตร.กล่าวอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำชับให้ ตร. เร่งตรวจสอบความผิดทางออนไลน์ หากพบหลักฐานการกระทำความผิดให้ดำเนินการตามกฎหมายสูงสุด เพราะถือว่าเป็นอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หากินบนความเดือดร้อนของประชาชน และให้คิดค้นนำเทคโนโลยีมา ใช้เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน จึงเป็นที่มาของโครงการระบบการรับแจ้งความทางออนไลน์นี้ ทั้งนี้ สามารถติดต่อได้ที่ สายด่วน 1441 ตลอด 24 ช.ม. หรือ 08-1866-3000 เวลาราชการ
ด้านนายฉัตรชัย ศิริไล ประธานกรรมการสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ กล่าวว่า พร้อมสนับสนุนและร่วมมือกับ ตร. หวังว่าความ ร่วมมือครั้งนี้จะช่วยเหลือประชาชน ป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีประเภทต่างๆ และส่งผลดีต่อความมั่นคงของประเทศได้
น.ส.สิริธิดา พนมวัน ณ อยุธยา ผู้ช่วย ผู้ว่าการ สายนโยบายระบบการชำระเงิน และเทคโนโลยีทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า นับเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนผนึกกำลังแก้ปัญหาด้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ที่กำลังส่งผลกระทบกับประชาชนเป็นวงกว้างในขณะนี้ ทั้งจากปัญหาฉ้อโกง หลอกลวง แอบอ้าง และอาชญากรรมทางเทคโนโลยีต่างๆ ซึ่งนำไปสู่ความเสียหายทางการเงินและทรัพย์สินประชาชน